“ต่อไปคือการประลอง” ผู้คุมสอบประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผู้ที่ผ่านข้อเขียนทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็คู่เพื่อต่อสู้กัน ใครชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบถัดไป พวกเ้ามีเวลาเตรียมตัว 1 ชั่วโมงก่อนการประลองจะเริ่มขึ้น จงใช้เวลานี้ให้ดี”
หลังจากผู้คุมสอบประกาศเื่การประลอง หลินหยางเดินหลบไปยังมุมเงียบ ๆ ของสนามเพื่อเตรียมตัวในหนึ่งชั่วโมงที่ได้รับมอบ แต่ในขณะที่เขากำลังรวบรวมสมาธิ เสียงพูดคุยของผู้คนรอบข้างเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงตื่นเต้นที่ดูเหมือนมีบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อหลินหยางเงยหน้าขึ้น เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในสนาม ใบหน้าของเธองดงามไร้ที่ติ ผิวขาวเนียน มัดผมสีดำยาวของเธอผูกเป็หางม้า เธอสวมชุดเครื่องแบบสีแดงของสถาบันเพลิงแดงอย่างสง่างาม หุ่นของเธอสมส่วน แข็งแรง แต่ยังคงความอ่อนช้อยในทุกการเคลื่อนไหว ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ
"นั่นคือ ผู้อำนวยการเฉินหลันแห่งสถาบันเพลิงแดง" เสียงผู้เข้าสอบคนหนึ่งกระซิบ
“ได้ข่าวว่าเธอเป็ผู้ฝึกยุทธระดับสูง แม้ยังอายุน้อยก็เป็ถึงผู้อำนวยการของสถาบันนี้” อีกคนเสริมเฉินหลันเดินมาพร้อมกับกลุ่มผู้คุมสอบ โดยมีสายตาเยือกเย็นจับจ้องไปที่เวทีการประลอง ดูเหมือนว่าเธอจะสนใจการสอบในวันนี้เป็พิเศษในเวลาเดียวกันนั้น หลินเทียนและซูเหม่ย พ่อแม่ของหลินหยางก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขามาเพื่อชมการประลองของลูกชายด้วยความหวัง แต่สายตาของผู้คนรอบ ๆ กลับเริ่มจับจ้องมาที่ครอบครัวนี้ และเสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น
“นั่นไม่ใช่ครอบครัวหลินงั้นหรือ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มผู้เข้าสอบ
“ใช่แล้ว ตระกูลที่ขึ้นชื่อเื่พลังยุทธ แต่ได้ยินว่าลูกชายของพวกเขาไม่มีพลังลมปราณเลยนี่” อีกคนเสริมเสียงเยาะเย้ย
“เด็กคนนั้นหลินหยาง ข้าได้ยินว่าเกิดมาอ่อนแอ พลังลมปราณก็แทบไม่มี จะเข้ามาสอบทำไมกัน? คงไม่รอดหรอก” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นรอบสนามหลินหยางได้ยินทุกคำดูถูก แต่เขาไม่ปล่อยให้คำพูดเ่าั้มากระทบจิตใจ เขารู้ดีว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าฝีมือและความมุ่งมั่นในสนามประลองนี้เวลาผ่านไป เมื่อผู้คุมสอบเรียกชื่อหลินหยางให้ขึ้นมาบนลานประลอง เสียงซุบซิบก็ยิ่งดังขึ้น“คนนี้แหละที่ไม่มีพลังลมปราณ คงแพ้เร็วแน่ๆ”
“ข้าแทบจะไม่ต้องรอดูผลเลย เด็กคนนี้แพ้ั้แ่เริ่มแล้ว”หลินหยางก้าวเข้าสู่ลานประลองด้วยท่าทางสงบนิ่ง เฉินหลันยืนอยู่ที่ด้านข้างสนาม สายตาเธอจับจ้องมาที่เขาด้วยความสนใจ พ่อแม่ของเขาก็ยืนมองด้วยความภาคภูมิใจ แม้จะมีเสียงดูถูกจากรอบข้างเสียงประกาศการเริ่มต้นประลองดังขึ้น คู่ต่อสู้ของหลินหยางเป็เด็กหนุ่มที่ดูแข็งแกร่งและมีพลังลมปราณมากมาย เมื่อเริ่มประลอง คู่ต่อสู้พุ่งเข้าหาหลินหยางทันทีด้วยความมั่นใจแต่เมื่อหมัดแรกของคู่ต่อสู้กำลังจะถึงตัวหลินหยาง เขาก็ใช้ทักษะหมัดเหล็กไร้พ่ายที่ฝึกฝนมาเพื่อหลบหลีกอย่างแคล่วคล่อง ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชม
“เป็ไปได้อย่างไร! เขาหลบได้!” เสียงผู้ชมคนหนึ่งอุทานหลินหยางไม่หยุดเพียงแค่หลบ แต่ยังตอบโต้ด้วยหมัดที่ทรงพลัง พุ่งใส่คู่ต่อสู้จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปหลายก้าว ด้วยการเคลื่อนไหวที่แม่นยำและประสบการณ์จากชีวิตก่อน หลินหยางโจมตีจุดอ่อนของคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็วและเฉียบคมเพียงไม่กี่อึดใจ คู่ต่อสู้ก็ล้มลงกับพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก
“ผู้ชนะ หลินหยาง!” เสียงประกาศดังขึ้น พร้อมกับความเงียบงันในสนาม ผู้ชมทุกคนที่เคยดูถูกเขาต่างนิ่งงันไปด้วยความใ สายตาที่เคยเหยียดหยามตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความไม่เชื่อผู้อำนวยการเฉินหลันยิ้มเล็กน้อย ในขณะที่พ่อแม่ของหลินหยางมองลูกชายด้วยความภาคภูมิใจ
หลังจากที่หลินหยางชนะในการประลอง เสียงประกาศชื่อของเขาดังไปทั่วสนาม แต่แทนที่จะมีเสียงเยาะเย้ยหรือซุบซิบดังต่อเนื่อง สนามกลับเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตาผู้อำนวยการเฉินหลันยืนมองเหตุการณ์นี้อยู่ด้วยความสนใจ รอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากของเธอแสดงออกถึงความพอใจในฝีมือของหลินหยาง แม้จะมีข่าวลือว่าเขาไร้พลังลมปราณ แต่ด้วยเทคนิคการต่อสู้ที่เฉียบคมและความสามารถในการปรับตัวในสนาม หลินหยางได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าพลังลมปราณไม่ใช่ทุกอย่างในศิลปะการต่อสู้เธอยืนสังเกตต่อไป ไม่ได้หันหลังกลับเหมือนที่คนอื่นคาดการณ์ไว้ แต่กลับเฝ้าดูการประลองรอบถัดไปด้วยความตั้งใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความคาดหวังหลินหยางยืนอยู่กลางสนาม พ่อแม่ของเขายิ้มด้วยความภูมิใจในชัยชนะครั้งนี้ เสียงซุบซิบรอบข้างกลับกลายเป็เสียงชมเชย และผู้คนที่เคยดูถูกเขาเริ่มแสดงท่าทีเคารพขึ้นผู้อำนวยการเฉินหลันยังคงยืนดูด้วยความสนใจ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เพียงแค่ดูแลการประลองในวันนี้ แต่ยังเฝ้าดูหลินหยางอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความสามารถที่แท้จริงของเขา
หลังจากหลินหยางก้าวลงจากลานประลองด้วยความสงบเรียบร้อย เสียงประกาศชื่อคู่ต่อสู้ในรอบถัดไปก็ดังขึ้น
“ต่อไป การประลองระหว่างองค์หญิงลี่เซียนและหลิวฉี!”เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นอีกครั้งเมื่อชื่อขององค์หญิงลี่เซียนถูกประกาศออกมา องค์หญิงแห่งอาณาจักร บุตรีของกษัตริย์ ทุกคนในสนามต่างรู้ดีว่าองค์หญิงลี่เซียน เป็อัจฉริยะด้านการต่อสู้ ด้วยความงดงามที่โดดเด่นแต่แฝงไปด้วยอำนาจและท่าทีเคร่งขรึม ทำให้เธอเป็ที่เกรงขามลี่เซียนเดินเข้ามาสู่ลานประลองด้วยท่าทางสง่างาม ผิวขาวผ่อง ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีเข้มของเธอจับจ้องไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ริมฝีปากบางของเธอแฝงด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่เคยหลุดออกจากความจริงจัง เครื่องแต่งกายของเธอเป็ชุดสีเงินปักลายั บ่งบอกถึงฐานะของเธอได้อย่างชัดเจนเสียงซุบซิบของผู้เข้าสอบคนอื่นเริ่มเปลี่ยนเป็เสียงชื่นชมและยำเกรง ทุกคนในที่นั้นต่างรู้ดีว่าองค์หญิงลี่เซียนไม่ใช่ผู้หญิงที่ควรถูกประเมินต่ำ หลิวฉี คู่ต่อสู้ของเธอเป็เด็กหนุ่มที่มีพลังลมปราณสูงและมีความมั่นใจในตนเองมาก ท่าทางของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาไม่กลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับราชวงศ์
“เริ่มการประลอง!” เสียงประกาศดังขึ้น
ลี่เซียนและหลิวฉีเริ่มการประลองด้วยดาบไม้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด การเคลื่อนไหวของทั้งคู่เต็มไปด้วยความเร็วและแม่นยำ ท่าทางของแต่ละคนถูกออกแบบมาอย่างดี แต่ลี่เซียนกลับแสดงออกถึงความสง่างามที่โดดเด่น การใช้ดาบไม้ของเธอราวกับการเต้นรำ แต่ทว่าเต็มไปด้วยพลังที่ไม่อาจประมาท หลิวฉีพยายามที่จะโต้กลับด้วยทักษะดาบที่เขาเชี่ยวชาญ แต่ไม่สามารถเข้าใกล้ลี่เซียนได้
"นั่นคือวิชา ‘กระบี่์’ ซึ่งเป็วิชาที่สืบทอดมาในราชวงศ์ของอาณาจักรเท่านั้น" เสียงจากฝูงชนดังขึ้นพร้อมความประหลาดใจการต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ลี่เซียนเริ่มใช้วิชากระบี่์อย่างเต็มที่ ดาบไม้ของเธอเคลื่อนไหวราวกับสายลมที่พัดผ่าน ความเร็วและพลังของเธอทำให้หลิวฉีไม่มีโอกาสที่จะหลบหลีกหรือโต้กลับได้ทัน“วิชากระบี่์ กระบวนท่าที่หนึ่ง กระบี่ผ่าเมฆา!” ลี่เซียนะโเสียงดัง ทันใดนั้นเธอเหวี่ยงดาบไม้ลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง หลิวฉีพยายามยกดาบไม้ของเขาขึ้นเพื่อป้องกัน แต่พลังจากกระบวนท่านั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ ร่างของเขาถูกกระแทกจนกระเด็นล้มลงกับพื้นและหมดสติไป
“ผู้ชนะ องค์หญิงลี่เซียน!” เสียงประกาศจากกรรมการดังขึ้น ฝูงชนต่างนิ่งเงียบด้วยความตกตะลึงก่อนจะเริ่มส่งเสียงชื่นชมและยกย่องความยอดเยี่ยมของลี่เซียนลี่เซียนยิ้มอย่างมั่นใจ เดินกลับไปยังที่นั่งของเธอด้วยท่าทางที่สง่างาม ทุกสายตาต่างจ้องมองเธอด้วยความเคารพ ทักษะและพลังของวิชากระบี่์ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของราชวงศ์ได้ถูกแสดงออกอย่างชัดเจนในวันนี้