"คุณชายสนุกมากไหมครับ" น้ำเสียงเรียบจากปากพ่อบ้านหนุ่มที่ยังมีน้ำตานองหน้า
"สนุกสิ นายคิดว่านายเก่งแค่คนเดียวหรอ ทำไม ทำเป็บีบน้ำตา หึ"
"ผมเข้าใจละ ว่าทำไมไม่มีใครทนคุณชายได้นอกจากแม่นม"
"อะไร? นายกำลังจะพูดอะไร" คุณชายขี้วีนมีอารมณ์โกรธขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่พูดลอยๆ เท่านั้นเอง คุณชายปล่อยผมเถอะ ผมเตือนคุณชายดีๆ นะครับ"
"ไม่ นายต้องพูดมาก่อน"
"พูดไปก็เท่านั้นครับ ปล่อยผม"
"ไม่ ถ้าอย่างนั้นนายก็อยู่กับเราในสภาพนี้ทั้งวันแล้วกัน"
สิ้นเสียงคุณชายก็เหวี่ยงผ้านวมผืนใหญ่ลงข้างเตียง ทำให้พ่อบ้านหนุ่มถึงกับใรอบสอง เมื่อพบว่าอีกคนที่นั่งคร่อมบนตัวเขาใส่เพียงบ็อกเซอร์สีขาวตัวเดียว
"คุณชาย!! นิคุณชายกำลังคิดจะทำอะไรอ่ะ ออกไปจากตัวผมเดี๋ยวนี้นะ จะหาว่าผมไม่เตือน" น้ำเสียงพ่อบ้านหนุ่มฟังดูแข็งกร้าวขึ้นจนน่ากลัว แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่สนใจอะไร
"นายจะทำอะไรเราห้ะ ไอ้เกรียน นายอยู่ในสภาพแบบนี้ นายจะทำอะไรเราได้ ไอ้เกรียน ไอ้เกรียน ไอ้เกรียน"
"คุณชาย!!!! "
"ทำไม อ๋อหรือว่าอยากจะทำอะไรสนุกๆ ใช่ป้ะ 555 ได้จัดไป"
เขากล่าวพร้อมใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ตามลำตัวของพ่อบ้านหนุ่มเพื่อเป็การยั่วยุ
"อย่านะคุณชาย ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ"
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ คุณชายไม่หยุดการลวนลามพ่อบ้านหนุ่ม ทำให้พ่อบ้านหนุ่มอดทนไม่ได้กับกระทำของอีกฝ่าย
"คุณชายนี่ก็เหมือนผู้ชายทั่วๆ ไปนะรู้ตัวบ้างไหม"
"เหมือนยังไง เราเป็คุณชายคนพวกนั้นเป็คนธรรมดา"
"เหมือนสิ ความต่ำในใจของคุณชายไง ถึงเป็คุณชายแต่ทำตัวต่ำ แบบนี้ปลดตัวเองออกจากการเป็คุณชายเถอะครับ"
คำด่าของพ่อบ้านหนุ่มทำให้คุณชายขี้วีนโกรธจนไม่สามรถควบคุมตัวเองได้อีกแล้ว
"ต่ำหรอ ได้ เมื่อนายว่าเราต่ำ เราก็จะต่ำอย่างที่นายว่า"
คุณชายกัดฟันพูดกับพ่อบ้านหนุ่มด้วยความโกรธปนโมโหจนเห็นได้ชัดและยังลงมือกระทำความต่ำอย่างที่พ่อบ้านหนุ่มกล่าวกับเขาอย่างสาสม
"คุณชายวินด์แฮม หยุดเดี๋ยวนี้นะคะ!!"
เสียงทรงอำนาจดังขึ้นหน้าประตูห้อง ทำให้เ้าของห้องและผู้ถูกกระทำรีบหันไปตามเสียงนั้นอย่างรวดเร็วด้วยใ
"นม!!"
คุณชายเอ่ยเรียกคนตรงหน้าประตู แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นออกจากตัวพ่อบ้านหนุ่ม ขณะที่หญิงวัยกลางคนรีบเดินเข้าไปที่เตียงเพื่อประคองพ่อบ้านให้ลุกขึ้นแล้วทำการแกะเข็มขัดที่รัดข้อมืออยู่ออกด้วยความสงสาร
"แม่นม"
พ่อบ้านหนุ่มเมื่อหลุดจากพันธนาการก็โผเข้ากอดแม่นมประจำบ้านด้วยความเสียใจ
"นมไม่คิดเลยว่าคุณชายที่นมเลี้ยงมากับมือจะกลายเป็คนแบบนี้ นมเสียใจค่ะเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม นมจะให้หนูปาร์วีนลาออกจากการเป็พ่อบ้านที่นี่และจะจ่ายเงินชดเชยให้เขา 3 ปี และนมก็จะไม่หาพ่อบ้านหรือแม่บ้านคนใหม่ให้คุณชายอีก ต่อจากนี้คุณชายต้องดูแลตัวเองนะคะ นมเสียใจจริงๆ "
แม่นมพูดด้วยความไม่พอใจในพฤติกรรมของคุณชาย ขณะที่พ่อบ้านก็ไม่ได้เอ่ยปากอะไรแล้วเดินตามหญิงกลางคนออกไปจากห้อง โดยไม่หันมามองคนทำผิดที่ยังคงยืนสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำอยู่ข้างเตียง
แต่ในใจลึกๆ เขาอยากจะบอกแม่นมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็เพราะคำพูดยั่วยุของอีกฝ่าย ทำให้เขาบันดาลโทสะทำแบบนั้นกับอีกฝ่ายด้วยความโกรธเพื่อให้ได้รับโทษที่เขาก่อขึ้น แต่ทำไมเขาต้องใช้วิธีนี้ บทลงโทษมีตั้งมากมาย น่าจะเลือกใช้กับพ่อบ้านหนุ่มได้ พยายามคิดทบทวนกับการกระทำของตัวเองต่อคนตัวเล็ก ยิ่งทำให้รู้สึกผิดและโทษตัวเองมากขึ้น ไมล์รีบหยิบเสื้อยืดคอกลมและกางเกงนอนขายาวขึ้นใส่ แล้วรีบวิ่งเปิดประตูลงไปด้านล่าง
"นม!!...นมครับ อย่าให้ปาร์วีนออกนะครับนม นมอยู่ไหนครับ"
เสียงเรียกหาแม่นมดังลั่นบ้าน ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนที่เขาเรียก ไมล์จึงเดินตามหาทุกห้องที่มีแม้แต่ห้องพักของพ่อบ้านหนุ่มเขาก็ไป เมื่อไปถึงประตูถูกเปิดออกทุกอย่างกับดูว่างเปล่าเสื้อผ้าในตู้ก็ไม่มีสักตัว ทำให้ยิ่งรู้สึกใ รีบวิ่งไปหน้าบ้านด้วยความเร็ว สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้คือแม่นมกำลังเดินกลับมาจากประตูบ้าน ขณะที่รถแท็กซี่กำลังแล่นผ่านรั้วบ้านที่สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าคนด้านในรถแท็กซี่นั้น คือพ่อบ้านหนุ่ม
"นม นมให้เขาไปทำไม"
เมื่อชายหนุ่มถามจบก็รีบวิ่งไปประตูบ้านและเร่งฝีเท้าตามรถแท็กซี่นั้นอย่างไม่ลดละ พร้อมทั้งส่งเสียงะโเรียกคนในรถตลอดเวลา
"ปาร์วีน!! ปาร์วีนกลับมาก่อน เราขอโทษ ปาร์วีนนายอย่าไปนะ ปาร์วีนเราขอโทษ"
เสียงะโชื่อของหนุ่มร่างบางทำให้คนขับแท็กซี่ได้ยินหันมองกระจกหลัง เห็นเด็กหนุ่มวิ่งตามรถแท็กซี่มาอย่างกระชั้นชิด
"หนุ่ม เพื่อนหรือเปล่าที่กำลังวิ่งตามรถเรามาเนี่ย ให้ลุงจอดไหม"
"ไหนหรอครับ" ปาร์วีนหันมองตามที่ลุงขับแท็กซี่บอก
"คุณชาย!!"
"ว่าไง ให้ลุงจอดไหม"
"ไม่ต้องจอดครับ เขาคงอยากจะออกกำลังกายเลยอยากลองวิ่งตามรถดูครับ เขาชอบทำอะไรแปลกๆ แบบนี้แหละครับ ลุงอย่าสนใจเลย รีบขับให้เร็วขึ้นดีกว่าครับ ผมกลัวจะตกเครื่องบินครับ" ปาร์วีนบอกกับลุงคนขับแท็กซี่ แต่สายตากลับหันไปมองคนที่วิ่งตามด้วยความสงสารขึ้นมาในใจ
"หนูแน่ใจนะว่านี่คือการวิ่งออกกำลังกายของเขา นี่มันก็ระยะทางไกลมากแล้วนะ ลุงไม่รู้หรอกนะว่าหนู 2 คนมีปัญหาอะไรกัน แต่คนคนหนึ่งจะทำอะไรได้ขนาดนี้ มันไม่ใช่เื่ปกตินะ คิดดีๆ" เสียงะโจากคนด้านหลังยังคงดังเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย
"ผมแน่ใจครับ ลุงขับให้เร็วกว่านี้ได้ไหมครับผมขอร้อง"
"ครับ"
สิ้นเสียงตอบรับรถแท็กซี่ได้วิ่งด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นหลายเท่า ทำให้คุณชายที่วิ่งตามต้องเพิ่มแรงและความเร็วขึ้นอีก ความรู้สึกนี่มันคืออะไร ทำไมเขาต้องวิ่งตามคนๆ หนึ่งแบบนี้ด้วยทั้งๆ ที่รู้สึกเหนื่อยล้า แต่เขายังพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อหวังให้คนในรถเห็นและได้ยิน กับไม่มีการตอบรับจากรถแท็กซี่ที่วิ่งตามเลย