บทที่ 20 นี่มันมิติพิเศษ
หวังชุ่ยเอ๋อได้ยินคำพูดของจางหยางรู้สึกปลื้มปีติจนน้ำตาคลอ แม้ว่าแม่สามีจะไม่ใช่คนดี แต่สามีของเธอก็ปฏิบัติต่อเธอดีเสมอมา
"จางหยาง..." เธอเรียกเสียงอ่อนแรง
จางหยางได้ยินเช่นนั้นก็ไม่สนใจแม่ของตนอีกต่อไป รีบเดินอย่างเร็วมาที่ข้างเตียง เห็นหวังชุ่ยเอ๋อมีสีหน้าซีดเซียวไร้เืก็รู้สึกสงสาร เขายื่นมือจับมือของ ภรรยา "ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง? เจ็บไหม?"
หวังชุ่ยเอ๋อส่ายหน้าเล็กน้อย "คุณรีบไปขอบคุณหมอสองคนนั้นเร็วเข้า..."
เมื่อครู่นี้ขณะที่เธอกำลังคลอด เธอรู้สึกว่าสติเริ่มเลือนราง ราวกับว่าตนเองกำลังเดินอยู่ริมประตูแห่งความตาย หลิงเสวี่ยเม่ยและหลิงเหยาดึงเธอกลับมาจากเส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตาย ทำให้แม่และลูกปลอดภัย
จางหยางพยักหน้า มองไปที่หลิงเสวี่ยเม่ยและหลิงเหยาด้วยความขอบคุณ "ขอบคุณที่ช่วยชีวิตชุ่ยเอ๋อ ต่อไปพวกคุณคือผู้มีพระคุณของผม"
เขาจะจดจำบุญคุณนี้ไปตลอดชีวิต
"นี่เป็สิ่งที่เราควรทำ" หลิงเสวี่ยเม่ยส่ายหน้าแล้วยิ้ม รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจ
หลิงเหยาไม่ได้สังเกตรูปร่างหน้าตาของจางหยางเมื่อครู่ แต่เมื่อเห็นหน้าเขาตอนนี้ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าในชาติก่อน ภรรยาของจางหยางก็เคยตกเืมาก แต่ตอนนั้นไม่มีใครไปตามแม่เธอมาช่วยคลอดให้หวังชุ่ยเอ๋อ และแม่ของจางหยางก็ไม่ยอมให้เขาพาหวังชุ่ยเอ๋อไปโรงพยาบาล สุดท้าย หวังชุ่ยเอ๋อก็เสียชีวิตทั้งแม่และลูก
จางหยางเกิดความโกรธแค้นแม่ของตน จึงถือมีดฆ่าแม่ในตอนดึก เื่นี้กลายเป็ข่าวใหญ่ลงหน้าหนังสือพิมพ์ ภายหลังจางหยางถูกตัดสินปะาชีวิต
ในชาติก่อน เธอคิดถึงกู้ฉิงอันมาโดยตลอด แม้แต่ข่าวในหนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้สนใจ ตอนนี้คิดแล้ว ก็ดีใจที่คราวนี้หวังชุ่ยเอ๋อและลูกปลอดภัย หลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมได้
"พวกเราจะกลับก่อนนะ" หลิงเสวี่ยเม่ยกำชับจางหยางถึงข้อควรระวังบางอย่าง
จางหยางหยิบเงินส่งให้หลิงเสวี่ยเม่ยและขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ส่งหลิงเสวี่ยเม่ยและหลิงเหยาถึงปากหมู่บ้าน
"เหยาเหยา ลูกไปเรียนรู้การฝังเข็มมาจากไหน?" ระหว่างเดินทางกลับหลิงเสวี่ยเม่ยถามด้วยความสงสัย
"หนูเรียนรู้จากหนังสือ หนังสือการแพทย์ที่ตาทิ้งไว้"
หลิงเสวี่ยเม่ยได้ยินแล้วก็ไม่ได้สงสัย พ่อของเธอทิ้งหนังสือทางการแพทย์ไว้มากมาย ตอนที่เหยาเหยายังเล็ก พ่อเคยสอนการแพทย์ให้เธอ พ่อหวังว่าเหยาเหยาจะสืบทอดวิชาของท่านเพื่อรักษาและช่วยเหลือผู้คน เพียงแต่น่าเสียดายที่หนังสือเ่าั้เก็บรักษาไม่ดี หนูกัดทำลายเกือบหมด เหลือเพียงไม่กี่เล่มที่อ่านได้บ้าง
พอนึกถึงพ่อ หลิงเสวี่ยเม่ยก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่
ตอนนั้นเธอรู้สึกซึมเศร้าเพราะพ่อของเหยาเหยากลับเมือง พ่อของเธอสังเกตเห็นความรู้สึกของเธอ เพื่อหาเงินให้เธอไปตามหาพ่อของเหยาเหยา ท่านจึงทำงานหนักจนป่วยและเสียชีวิตในที่สุด
หลังจากพ่อเสียชีวิต เธอไม่เคยคิดจะตามหาพ่อของเหยาเหยาอีก หากเขาไม่ได้จากไป พ่อของเธอคงไม่ตาย เธอเกลียดชายคนนั้น เขาสัญญาว่าจะกลับมาหาเธอกับลูกสาวอย่างรวดเร็ว แต่เธอรอคอยมานานเกือบยี่สิบปี เขายังคงไร้วี่แวว
"แม่ เป็อะไรหรือเปล่า?" หลิงเหยาสังเกตเห็นอารมณ์ของหลิงเสวี่ยเม่ยที่หดหู่ลงกะทันหัน จึงมองด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เป็ไรจ๊ะ" หลิงเสวี่ยเม่ยส่ายหน้า ปิดบังอารมณ์ในดวงตา ชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับชายคนนั้นอีก เขาทอดทิ้งลูกสาวของเธอ ดังนั้นเธอจะไม่ให้เหยาเหยารู้ว่าเขาคือใคร เธอจะไม่มีวันให้ลูกสาวรู้จักเขาตลอดชีวิต
สองแม่ลูกกลับมาที่ห้องพยาบาล ที่ประตูห้องพยาบาล มีชาวบ้านหลายคนรอพวกเธออยู่แล้ว
หลังจากวันที่ยุ่งวุ่นวาย หลิงเหยากลับมาที่ห้องอย่างเหนื่อยล้า ไม่นานก็หลับไป
หลังจากหลับไป หลิงเหยาพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่เดิมเหมือนเมื่อวาน สถานที่นี้ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยสมุนไพร เมื่อเดินอยู่ในแปลงสมุนไพร หลิงเหยารู้สึกว่าความเหนื่อยล้าทั้งร่างหายวับไปอย่างรวดเร็ว
เธอเดินสำรวจรอบแปลงสมุนไพร หลิงเหยาพบว่ามีโสมจำนวนมาก เธอก้มลงมองอย่างใกล้ชิด และพบว่าโสมเหล่านี้ล้วนเป็โสมป่าอายุร้อยปีขึ้นไป บางต้นถึงกับเป็โสมอายุพันปี
"ถ้าโสมพวกนี้เป็ของจริงนี่จะดีสักแค่ไหนกันนะ" หลิงเหยาส่ายหน้าอย่างหมดหวัง แล้วยื่นมือถอนโสมขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย คิดว่านี่เป็เพียงความฝัน โสมก็คงเป็เพียงภาพลวงตาที่จะหายไปเมื่อตื่นขึ้น
เธอเก็บโสมใส่กระเป๋า แล้วก็เดินสำรวจต่อไปในแปลงสมุนไพร
"เหยาเหยา ตื่นแล้วเหรอ?" เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของหลิงเสวี่ยเม่ย
หลิงเหยาลืมตาขึ้น รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า "ตื่นแล้วค่ะ"
เธอนั่งขึ้น ยกมือเช็ดตา แล้วก็ได้กลิ่นแปลก ๆ เมื่อดมอย่างระมัดระวัง เธอพบว่ากลิ่นนั้นมาจากตัวเอง หญิงสาวเกิดความสงสัยขึ้นมา เพราะเมื่อคืนเธอแน่ใจว่าอาบน้ำแล้ว
กลิ่นนี้เหม็นมาก หลิงเหยาย่นจมูกด้วยความรังเกียจ จึงไปตักน้ำจากบ่อน้ำข้างนอก และหยิบน้ำร้อนจากห้องครัวมาอาบน้ำในห้องของตน ในใจคิดถึงความไม่สะดวกที่ไม่มีห้องน้ำ เธอตั้งใจว่าจะต้องซื้อบ้านที่มีห้องน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อความสะดวกในการอาบน้ำและใช้ห้องน้ำ
หลังอาบน้ำเสร็จ หลิงเหยาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า กำลังจะเปิดประตู แต่สายตาเหลือบไปเห็นตัวเองในกระจก เธอใเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็ภาพลวงตาหรือไม่ แต่เธอสังเกตเห็นว่าผิวขาวขึ้นและผอมลงกว่าเดิม
เธอยิ้มเล็กน้อย หยิบเสื้อผ้าสะอาดมาเปลี่ยน จากนั้นเก็บเสื้อผ้าสกปรกบนพื้น เตรียมจะนำไปซักข้างนอก
ทันใดนั้น สิ่งหนึ่งก็หล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อ หลิงเหยามองอย่างใกล้ชิด ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ "นี่มันโสมที่ฉันฝันเห็นเมื่อวานไม่ใช่เหรอ?"
หรือว่าเธอไม่ได้ฝัน? เป็ไปได้ไหมว่าหลังจากเกิดใหม่เธอได้รับพลังวิเศษ?
ในชาติก่อน เธอมักใช้เวลาว่างอ่านนิยาย จึงรู้จักเื่มิติพิเศษเป็อย่างดี
เธอก้มหน้าลง สำรวจตัวเองอย่างละเอียด สายตาเหลือบไปเห็นจี้หยกที่คอ เธอเริ่มมีข้อสงสัยในใจ ยื่นมือจับจี้ แล้วคิดในใจว่า "เข้า"
ในทันใด เธอก็ปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางแปลงสมุนไพร
ต่างจากตอนกลางคืน ในเวลานี้ ไร่สมุนไพรถูกห่อหุ้มด้วยหมอกบางเบา ราวกับว่ากำลังอยู่ในดินแดนเทพนิยาย
หมอกสีขาวลอยเป็เส้น ๆ วนเวียนอยู่ในไร่สมุนไพร
สายลมพัดผ่าน หมอกโบกไหวเบา ๆ ราวกับความฝันและภาพลวงตา ราวกับกำลังเล่าเื่ราวลึกลับของไร่สมุนไพร
เทือกเขาในระยะไกลปรากฏเลือนรางในหมอก ราวกับภาพวาดสีน้ำหมึก ชวนให้นึกถึงวลีของกวีที่ว่า "ูเาไกลสีคราม"
สมุนไพรในไร่ถูกห่อหุ้มด้วยหมอก ใบไม้สีเขียวประดับด้วยหยดน้ำวาวใส ราวกับธรรมชาติได้เนรมิตเวทมนตร์ มอบเสน่ห์อันลึกลับให้กับสมุนไพรเหล่านี้
หลิงเหยาหายใจลึกเข้าไป รู้สึกว่าตัวเองกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที มีพลังชีวิต แม้กระทั่งให้เธอวิ่งหนึ่งพันเมตรตอนนี้ก็ไม่มีปัญหา
เธอยิ้มอย่างสดใส คิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะมีโชคดีขนาดนี้
ทันใดนั้น เธอนึกถึงปัญหาหนึ่ง ในชาติก่อนจี้หยกถูกโจวอวี่เอาไป อีกฝ่ายจะรู้ความลับของมิติพิเศษนี้หรือเปล่า?