มือข้างหนึ่งของต่งเสี่ยวเสี่ยวถือสำลีชุบแอลกอฮอล์ไว้ส่วนอีกข้างถือคีมคีบ หนีบเอาตัวหนอนที่ไชอยู่บนแผลออก
หนอนตัวอ่อนสีขาวตัวเล็กจิ๋วไชดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่บนพื้นพอมองแล้วก็ชวนให้ขนหัวลุก
พอเห็นว่าฉินไห่เยว่ยังไม่โวยวายอะไรต่งเสี่ยวเสี่ยวก็โล่งอกเธอเงยหน้ามองตาคู่แดงก่ำของเด็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เดี๋ยวอาจจะเจ็บหน่อยนะลูกแต่เยว่เยว่ของแม่เก่งที่สุดอยู่แล้วใช่ไหม แม่จะค่อยๆ เอาเนื้อเน่าออกให้ดีไหม?"
เธอพยายามปลอบเด็กหญิงอย่างใจเย็น
ฉินไห่เยว่ตาแดงก่ำเธอรู้ว่าที่พ่อกับแม่ทำแบบนี้ก็เพื่อตัวเธอเอง เด็กน้อยน้ำตาคลอเบ้าก่อนจะพยักหน้าตอบ
'แปะ' ฟองน้ำมูกที่เกิดจากการร้องไห้แตกออก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะ เธอก้มหน้าลงในมือถือมีดเล็กเอาไว้ คิ้วขมวดมุ่น เธอค่อยๆขูดเนื้อเน่าและหนองออกจากหัวเข่าของฉินไห่เยว่อย่างระมัดระวัง
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทั้งที่เธอมักจะทำงานเตียงผ่าตัดได้อย่างคล่องแคล่วมาตลอดแต่ในตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนกำลังทำการผ่าตัดสำคัญที่ห้ามผิดพลาดแม้แต่น้อย
ถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะคอยระมัดระวังแล้วแต่ฉินไห่เยว่ก็ยังร้องไห้ออกมาเพราะรู้สึกเจ็บอยู่ดี
แต่ถึงจะเจ็บแค่ไหนหรือร้องไห้เสียงดังแค่ไหน ฉินไห่เยว่ก็ไม่ดิ้นเลยสักนิดเธอยอมให้แม่เอาเนื้อเน่าออกจากหัวเข่าแต่โดยดี
พอเอาเนื้อเน่าออกไปแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เอาสมุนไพรที่ตากแห้งไว้ในลานบ้านมาบดให้ละเอียดแล้วโปะลงบนหัวเข่าของฉินไห่เยว่อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็พันด้วยผ้าพันแผลแถมยังผูกเป็นโบว์ให้ดูน่ารักมากขึ้นอีกด้วย
เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาก่อนจะย่อตัวลงเช็ดฟองน้ำมูกให้ฉินไห่เยว่ เธอบีบจมูกเล็กๆ นั้นด้วยความเอ็นดูก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่ร้องแล้วนะแม่จะไปหยิบลูกอมนมกระต่ายให้ลูกกับพี่ๆ!"
"ค่ะ"
ฉินไห่เยว่พยักหน้าเชื่อฟังดวงตาแดงก่ำเหมือนกับกระต่ายตัวน้อย พอมองแบบนี้แล้วทำให้ใจแทบละลาย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหยิบลูกอมนมกระต่ายหกเม็ดกับขนมสามชิ้นออกมาจากห้องก่อนจะแบ่งให้เด็กๆ ทั้งสามคน
เธอเหลือบมองเฉินเฉินที่กินลูกอมนมกระต่ายอย่างเอร็ดอร่อยอยู่แล้วกวักมือเรียกเฉินเฉิน
"เฉินเฉิน มานี่หน่อยสิ"
เฉินเฉินเดินมาหาเธออย่างเชื่อฟัง
"ให้น้าตรวจชีพจรหน่อยนะ!"
ช่วงนี้อาการของเฉินเฉินดีขึ้นบ้างหอบหืดไม่กำเริบหนักเหมือนเมื่อก่อน ดูเหมือนว่าสภาพแวดล้อมจะมีส่วนอย่างมาก
เฉินเฉินยื่นมือออกมา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวใช้นิ้วเรียวแตะลงบนข้อมืออ้วนท้วนของเฉินเฉินคิ้วคลายของเธอค่อยๆ ออก ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ช่วงนี้เธอแข็งแรงขึ้นเยอะเลย!เก่งมาก"
เฉินเฉินยิ้มเขินๆเมื่อถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวชม
"เป็นเพราะน้าดูแลผมเป็นอย่างดีต่างหากครับ!"
ถึงเฉินเฉินจะยังเด็กแต่เขาก็รู้ดีว่าอาการป่วยของตัวเองร้ายแรงมากแค่ไหน
คนในครอบครัวใหญ่ต่างก็คอยดูเอาใจใส่เขา
แต่เพราะอาการป่วยของเขาทำให้ย่าของเขาร้องไห้แทบทุกวัน ทั้งที่เธออายุมากแล้วก็ยังวิ่งวุ่นวายเพื่อเขา
ถึงเขาจะยังเด็กมาก แต่เขาก็เห็นทุกอย่าง
ช่วงที่ได้อยู่บ้านสกุลฉินอาจจะพูดได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดตั้งแต่เขาโตขึ้นมาเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าบางครั้งเขาจะรู้สึกเศร้าเพราะคิดถึงครอบครัวแต่ก็ยังมีเพื่อนเล่นอีกตั้งสองคนคุณน้าทั้งสองคนก็ไม่เคยทำเหมือนเขาเป็นคนอื่นคนไกล
พอดูแลเด็กๆ ทั้งสามคนเรียบร้อยแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ฝังเข็มให้ฉินซู่อีกครั้ง
"อดทนหน่อยนะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเงยหน้ามองฉินซู่ที่นอนอยู่บนเตียงเธอพูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เขาพยักหน้าตอบช้าๆ
ครู่ต่อมาเข็มเงินในมือของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ปักลงบนจุดฝังเข็มบนขาของเขา
ตอนแรกขาของฉินซู่ไม่มีความรู้สึกอะไรแต่พอผ่านไปครึ่งชั่วโมง ขาของเขาก็เริ่มชาและปวดแปลบขึ้นเรื่อยๆจนเปลี่ยนเป็นความปวดร้าวรุนแรง ทำให้ฉินซู่เหงื่อท่วมตัว เขากัดฟันแน่นพยายามอดทนต่อความเจ็บปวด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารแต่เธอก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว
ถ้าอยากให้ขากลับมาเป็นปกติเหมือนคนทั่วไปต้องผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ ไม่อย่างนั้น ต่อให้เซียนสวรรค์มาโปรดก็ช่วยอะไรไม่ได้ต้องพิการไปตลอดชีวิต
ในระหว่างที่เส้นลมปราณของฉินซู่กำลังฟื้นฟูต่งเสี่ยวเสี่ยวเก็บสมุนไพรที่ตากแห้งในลานบ้านแล้วเอาไปต้มทำยา
ในระหว่างที่เข็มเงินปักลงไปนอกจากจะช่วยฟื้นฟูเส้นลมปราณ แต่ยังเปิดรูขุมขนทั่วร่างกายเพื่อให้ดูดซึมตัวยาได้ดียิ่งขึ้น
พริบตาเดียวทั่วทั้งลานบ้านก็อบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพร กลิ่นนั้นชวนให้ขมคอ บางคนก็ว่าเหม็น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่อยู่ในครัวร้อนจนเหงื่อไหล
เธอใช้ตะแกรงกรองกากสมุนไพรออกแล้วใช้ทัพพีตักน้ำยาสมุนไพรที่ต้มเสร็จใส่ลงในถัง รวมทั้งหมดได้สองถังใหญ่ต้มแยกกันสองรอบ ก่อนจะเทลงในอ่างอาบน้ำ
พอเธอเดินเข้าไปในห้องร่างกายท่อนบนของฉินซู่ก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เส้นผมถึงกับมีน้ำหยดออกมาบ่งบอกว่าตอนนี้ฉินซู่ทรมานมากแค่ไหน
ที่ขาของเขาที่ฝังเข็มเอาไว้มีหยดเลือดเม็ดเล็กๆ ซึมออกจากปลายเข็มจำนวนมากเลือดไหลตามเข็มลงมาเปื้อนน่องขาจนเลอะไปหมด ผ้าปูที่นอนก็เปื้อนไปด้วยเลือด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตรวจชีพจรให้ฉินซู่อีกครั้งเธอพยักหน้าอย่างพอใจ "ร่างกายนายฟื้นตัวได้ดีจริงๆ"
พูดจบ เธอก็ถอนเข็มเงินออกจากขาของฉินซู่ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้สะอาด แล้วฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์อีกครั้ง
ในระหว่างที่รูขุมขนบนร่างกายของเขายังปิดไม่สนิทต่งเสี่ยวเสี่ยวก็พูดขึ้นมา
"ที่รักฉันต้มยาไว้ให้แช่ตัวถังหนึ่ง ในระหว่างที่รูขุมขนยังปิดไม่สนิท นายไปแช่น้ำนะตัวยาจะได้ซึมเข้าไปในร่างกาย"
"อืม"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวประคองเขาขึ้นมาเธอพาเขาเดินไปห้องอาบน้ำที่สร้างขึ้นชั่วคราวอย่างระมัดระวัง
พอเห็นที่ขาพ่อมีเลือดไหลออกมา เด็กๆทั้งสามคนก็กอดกันแน่น
ฉินไห่เยว่นั่งอยู่บนเก้าอี้เธอมองพี่ชายที่หน้าบึ้งตึง แล้วพูดขึ้นมาว่า
"พี่คะ ตัวพ่อเต็มไปด้วยเลือดน่ากลัวจังเลยค่ะ! เลือดเยอะกว่าตอนที่หนูเลือดไหลอีกนะคะ"
"อืม"
ฉินไห่หยางมองขาของพ่อที่เต็มไปด้วยเลือดโดยไม่ละสายตาเขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"แม่กำลังรักษาขาให้พ่อพ่อเจ็บกว่าเยว่เยว่ตั้งเยอะ แต่พ่อก็ยังไม่ร้องไห้เลยเพราะงั้นตอนที่แม่ทำแผลให้เธอ เยว่เยว่ต้องเข้มแข็ง ห้ามร้องไห้นะ เข้าใจไหม!"
พอพูดถึงตอนท้าย น้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนลง
ฉินไห่เยว่พยักหน้าอย่างเชื่อฟังดวงตาแน่วแน่ขึ้น
"เยว่เยว่เข้มแข็งที่สุดไม่ร้องไห้แน่นอนค่ะ"
ฉินไห่หยางลูบผมฟูๆของฉินไห่เยว่อย่างเอ็นดู "เก่งมากน้องสาวพี่"
หลังจากที่เพิ่งได้รับการรักษาไปเมื่อกี้นี้ร่างกายของฉินซู่ก็ยังอ่อนแรงและขยับตัวไม่สะดวกจึงต้องให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นคนช่วยถอดเสื้อผ้าให้แทน
ฉินซู่เม้มปากแน่นก่อนจะคว้าข้อมือของต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้ ใบหูแดงเรื่อ หลุบตาต่ำแล้วพูดอย่างตะกุกตะกักออกมา
"ฉัน...ฉันทำเองได้"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลิกคิ้วขึ้นเธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอดอก ก่อนจะถอยหลังไปสองก้าว แล้วมองฉินซู่ด้วยอย่างยิ้มๆ
"ถ้างั้นก็ตามใจ"
เมื่อสายตาของภรรยาจ้องมาแบบชัดเจนขนาดนั้นฉินซู่ก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึง พอจะพูดอะไรออกมาก็กุกตะกักไปซะหมด
"เดี๋ยวฉันทำเอง..."
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถูกฉินซู่ที่ใสซื่อทำให้หัวเราะออกมาพูดหยอกล้อ
"เราก็เป็นสามีภรรยากันแล้วนี่นามีตรงไหนที่ฉันไม่เคยเห็นบ้างล่ะ? จะอายไปทำไม!"
ถึงจะพูดไปอย่างนั้นแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยอมถอยออกไป แต่เธอไม่ได้ปิดประตูให้สนิทเธอแง้มเอาไว้นิดๆ...จะได้รอฟังเสียงจากใครบางคนในห้องเรียกเธอ