เทพสงครามสายเลือดมังกร

ตอนที่ 148 ตัดหน้า

เมื่อได้ยินหลิงซีอธิบายสรรพคุณของแก่นวิญญาณโลหิตอสูร หญิงงามจากสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งก็ประกาศราคาเริ่มต้นของสินค้าชิ้นนี้


ราคาเริ่มต้นถูกกำหนดไว้ที่สามหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งเป็นราคาที่ผลึกแก้วเพลิงอัสนีเพิ่งถูกประมูลไป


ในบรรดาสมุนไพรวิญญาณ มีบางชนิดที่ราคาสูงลิ่วและเหนือกว่าระดับของมันมากมายนัก


ตัวอย่างเช่น แก่นวิญญาณโลหิตอสูรซึ่งถือได้ว่าเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำขั้นต้นชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม  ด้วยสรรพคุณที่สามารถเพิ่มพลังให้ผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างไร้ซึ่งผลข้างเคียง  จึงนับได้ว่ามันเป็นของมีค่าอย่างยิ่ง


บรรดาคนใหญ่คนโตล้วนต้องการซื้อสินค้าชิ้นนี้และส่งต่อให้กับลูกหลานในตระกูลเพื่อเป็นรางวัลและทำให้พวกเขาพัฒนาฝีมือได้อย่างรวดเร็ว


ไม่ว่าจะเป็นเสวี่ยเยวี๋ยนจื่อ ไป๋เซิง หรือแม้แต่คนอื่น ๆ ต่างรู้ค่าของผลกระจัดวิญญาณ  มันเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำขั้นต้นที่ช่วยควบแน่นแก่นศักดิ์สิทธิ์ได้  ผลกระจัดวิญญาณจึงมีราคาราวหนึ่งหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์


สิ่งเดียวที่เขาได้จากการประมูลคือผลึกแก้วเพลิงอัสนีเพียงสิบชิ้น  ทำให้หลิวหลานรู้สึกไม่พอใจนัก  อย่างไรก็ตาม เมื่อการประมูลดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายและสินค้าที่เหลือก็ไม่เหมาะกับหลงเฉิน  หลิวหลานจึงเตรียมตัวพาหลงเฉินกลับ


ภายในจัตุรัสมีผู้คนมากมายที่ให้ความสนใจแก่นวิญญาณโลหิตอสูร  หลายคนเริ่มเสนอราคา


ทว่าสิ่งที่ทำให้หลิวหลานสนใจคือจินเฉิงเอินที่อยู่ในช่องข้าง ๆ ก็ร่วมประมูลด้วยเช่นกัน


“สี่หมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์”


เสียงเย็นชาดังขึ้นจากบริเวณใกล้เคียง  เจ้าของเสียงนั้นมีท่าทีนิ่งเฉยไม่แยแสต่อสิ่งใด  น้ำเสียงของเขาคล้ายคลึงกับหลงเฉินเมื่อครั้งที่อยู่ในเมืองพฤกษาหมอก


“สี่หมื่นหนึ่งพัน!”


“สี่หมื่นสองพัน!”


“สี่หมื่นห้าพัน!”


ราคาประมูลเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ 


สินค้าชิ้นก่อนหน้ามีราคาเริ่มต้นที่ห้าหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์และถูกขายไปในราคาแปดหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์   แก่นวิญญาณโลหิตอสูรเป็นสินค้าอันดับรองสุดท้าย  ราคาของมันจึงสูงลิ่ว


การที่พวกเขาเก็บแก่นวิญญาณโลหิตอสูรไว้เป็นสินค้าอันดับรองสุดท้ายก็เพื่อจะดึงดูดพวกคนร่ำรวยมั่งคั่งที่ต้องการซื้อหาไปให้ลูกหลาน  ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยปลอบประโลมหัวใจของบรรดาแขกผู้มีเกียรติก่อนที่พวกเขาจะได้เห็นสินค้าชิ้นสุดท้ายในวันนี้


อย่างไรก็ตาม  สินค้าชิ้นสุดท้ายนั้นไร้ประโยชน์สำหรับหลงเฉิน ในขณะที่แก่นวิญญาณโลหิตอสูรมีความสำคัญกับเขามาก


ขณะที่ราคาประมูลแตะห้าหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์  เห็นได้ชัดว่ามีผู้ร่วมประมูลน้อยลง  นอกจากนี้ราคาของมันจริง ๆ ก็อยู่ที่ห้าหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น


“ห้าหมื่นห้าพัน!”


จินเฉิงเอินหัวเราะเบา ๆ อยู่ไม่ไกลและเสนอราคาอย่างแน่วแน่  ทุกคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมแพ้


“ห้าหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์  มีใครให้ราคาสูงกว่านี้หรือไม่?”


น้ำเสียงอ่อนหวานดังขึ้นในจัตุรัส


“ไม่มีหรอก นับถอยหลังเถอะ ข้า...จินเฉิงเอินต้องการแก่นวิญญาณโลหิตอสูรชิ้นนี้ ”


น้ำเสียงเย่อหยิ่งดังขึ้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจท่ามกลางฝูงชน


เมื่อประกาศตัวออกไปเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการใช้ประโยชน์จากสถานะของตนเองเพื่อกดดันให้ผู้ที่ด้อยกว่าต้องยอมถอย  แม้จะมีผู้ที่ร่ำรวยและต้องการแก่นวิญญาณเช่นกัน  พวกเขาก็ทำได้เพียงยอมจำนน


“จินเฉิงเอินมีชื่อเสียงเลื่องลือในนครหยวนหลิง  แม้จะทะนงตนและชอบก่อเรื่องไปทั่ว  ทว่าเขาก็แข็งแกร่งและได้รับการกล่าวขานว่าเขาคือยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเหล่าคนนอก  และที่สำคัญ บิดาของเขาเป็นผู้อาวุโสใหญ่ที่อายุน้อยที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในเหล่าคนนอกเช่นกัน!”


หลิวหลานที่ได้ยินจินเฉิงเอินเสนอราคาก็พูดอะไรไม่ออก จากน้ำเสียงของนาง  ดูเหมือนว่านางจะไม่ชอบหน้าเขานัก


เมื่อพูดจบนางก็มองหลงเฉินที่มีสีหน้าเศร้าสร้อยผิดปกติ  เมื่อหญิงงามในจัตุรัสกำลังจะประกาศผลการประมูลด้วยสีหน้าเศร้าหมอง จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น


“ข้าให้หกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์”  หลงเฉินเอ่ย


“ใครน่ะ?”


น้ำเสียงไม่คุ้นหูของคนผู้หนึ่งที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้นท้าทายคุณชายแห่งเหล่าทองทำให้ทุกคนตกใจ ก่อนจะเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้


หญิงงามหันมาทางเขาด้วยความงุนงง


‘ที่นั่งถัดจากคุณชายจากเหล่าทองน่าจะเป็นของแม่นางหลิวหลานแห่งเหล่ามรกต  มีผู้ชายอีกคนอยู่ในนั้นด้วยหรือ?  เขาต้องเป็นผู้ที่มีภูมิหลังยิ่งใหญ่แน่นอนถึงได้กล้าฉกฉวยสิ่งของไปจากจินเฉิงเอิน’


ดูเหมือนนางจะไม่ชอบท่าทีของจินเฉิงเอิน  ซึ่งเป็นเหตุให้เมื่อมีคนเสนอราคาที่มากขึ้นถึงห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์  นางผงะไปชั่วครู่ก่อนจะรีบประกาศเสียงดัง


“หกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์  มีผู้ใดให้ราคาสูงกว่านี้อีกหรือไม่? หากไม่มี  แก่นวิญญาณโลหิตอสูรจะตกเป็นของคุณชายท่านนั้น!”


หลิวหลานตกใจกับการกระทำของหลงเฉิน


“หลงเฉิน เจ้าทำอะไรน่ะ? เจ้าบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์อยู่แล้วนะ แก่นวิญญาณนั่นไร้ประโยชน์สำหรับเจ้า”


แววตาของหลงเฉินแสดงให้เห็นถึงความดื้อรั้น เขาไม่ได้เปลี่ยนท่าทีเพราะคำพูดของหลิวหลานและปล่อยให้นางวิตกกังวลต่อไปโดยไม่พูดอะไร


ในเมื่อแก่นวิญญาณนี้จะช่วยให้เขาบรรลุระดับแก่นปฐพี  เขาต้องได้มันมาไม่ว่าจะต้องทุ่มสุดตัวสักเพียงใด


“น้องชายผู้นั้นไม่คิดจะไว้หน้าข้าบ้างรึ?”


น้ำเสียงขุ่นเคืองดังขึ้นข้าง ๆ พวกเขา


ความเย็นเยียบในน้ำเสียงนั้น  หลงเฉินสัมผัสมันได้อย่างชัดเจน


จินเฉิงเอินเริ่มข่มขู่เขาโดยไม่เห็นแก่สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง


เวลานี้ชายชราผมขาวและดวงตาเป็นประกายก็ลุกขึ้นยืน  เขาเป็นคนสำคัญในสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง


“คุณชายจิน  ได้โปรดอย่าทำลายกฎในการประมูลของสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งของพวกเราเลย มิเช่นนั้นข้าคงทำได้เพียงขอให้บิดาของท่านพาท่านกลับไป  การซื้อขายทุกอย่างมีกฎเกณฑ์ตายตัว ในเมื่อคุณชายจินมีสถานะสูงส่งเช่นนี้  ก็อย่าได้ขัดขวางวิถีทำมาหากินของพวกเราเลย!”


ครั้งนี้จินเฉิงเอินเป็นฝ่ายผิดและได้รับคำตักเตือนจากสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง  ทำให้จินเฉิงเอินเสียหน้ายิ่งนัก


เขาตั้งใจจะมอบแก่นวิญญาณโลหิตอสูรนี้ให้กับผู้เป็นน้องชายหาใช่เพื่อตนเอง  และยังทำให้เกิดเรื่องน่าลำบากใจระหว่างตัวเขากับสมาคม  ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น


แม้ว่าเขาจะเป็นคนดื้อรั้น แต่ก็มิใช่คนโง่เขลา


‘เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้มิได้รู้สึกเกรงกลัวข้าแต่อย่างใด  และดูเหมือนว่าเขาจะต้องการของสิ่งนี้มาก หากข้าพยายามให้ราคาที่สูงกว่า  อาจเป็นได้ว่าข้าจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และทำให้เกิดความสูญเสียมหาศาล ข้าจะยอมให้เขาไปก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าคิดว่าจะอยู่ดีมีสุขได้อีกหรือเมื่อมาทำให้ข้า...จินเฉิงเอินต้องขุ่นเคืองเช่นนี้?’


เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็เอ่ยขึ้นเสียงดัง


“อย่าพูดจาไร้สาระเช่นนั้นเลย ข้าเพียงต้องการจะคุยกับเขาเท่านั้นเอง ข้าจะไปทำลายกฎของท่านได้อย่างไรกัน?  ท่านจริงจังเกินไปแล้ว ข้าจะยอมแพ้และยกแก่นวิญญาณให้น้องชายผู้นี้”


คำพูดของจินเฉิงเอินหมายความว่าเขาต้องการไว้หน้าสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งและไม่สร้างความวุ่นวาย  พวกเขาก็ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนั้น  ดังนั้นจึงเอ่ยตอบด้วยความเคารพ


“ดูเหมือนว่าข้า...เฉินโหม่ว จะคิดมากเกินไป ต้องขออภัยคุณชายอย่างจริงใจ  หลังจากการประมูลเสร็จสิ้น  ข้า...เฉินโหม่ว จะไปขอเยี่ยมและขออภัยคุณชายจินด้วยตนเอง”


ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างถอยให้แก่กัน  สถานการณ์จึงคลี่คลาย  หญิงงามประกาศออกมาในทันที


“เมื่อเป็นเช่นนั้น  ข้าขอประกาศว่าแก่นวิญญาณโลหิตอสูรถูกประมูลโดยคุณชายท่านนี้ด้วยราคาหกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์!”


หลิวหลานเฝ้ามองเหตุการณ์ที่คลี่คลายลงแล้ว  ท่าทีไม่ไยดีของหลงเฉินที่มีต่อนางทำให้นางรู้สึกไม่สบอารมณ์  สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งตระเตรียมการปิดงานประมูลหลังจากหยุดพักชั่วครู่  สายตาของหลิวหลานจับจ้องมาที่หลงเฉินด้วยแววตาเย็นชา


“หลงเฉิน เจ้าไม่กลัวตายหรืออย่างไร?”


“เหตุใดท่านถึงพูดเช่นนั้นล่ะ?”


หลังจากคว้าแก่นวิญญาณโลหิตอสูรมาได้  หลงเฉินก็เห็นท่าทีไม่สบอารมณ์ของนางและเกรงว่านางจะโกรธขึ้นมาจริง ๆ เขาจึงเอ่ยตอบ


หลิวหลานรู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นความหุนหันพลันแล่นของหลงเฉิน


แม้ว่าทุกคนจะเห็นหลงเฉินเป็นตัวตลก  ทว่าหลิวหลานก็ยังมีความหวังในตัวหลงเฉินอยู่บ้างไม่มากก็น้อย  และเป็นเพราะเขาเองก็เคยสร้างปาฏิหาริย์ต่อหน้านางหลายครั้งหลายคราเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม  เมื่อเห็นนิสัยไม่รู้จักโตและความใจร้อนของหลงเฉิน  นางก็พบว่านางประเมินเขาสูงเกินไป


“เจ้าก็รู้ว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับฉู่ยวิ๋นซี  ทว่าจินเฉิงเอินเป็นยอดฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวกว่าฉู่ยวิ๋นซีมากนัก  เจ้าอยากตายหรืออย่างไรถึงได้ไปยั่วยุเขาเช่นนั้น?”


หลงเฉินตระหนักเรื่องนี้ดี  อย่างไรก็ตาม เขาก็มีลำดับความสำคัญของตัวเขาเอง


หากเขาเข้าร่วมการคัดเลือกเข้าเหล่าคนใน  ระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์คงไม่เพียงพอจะทำให้หลงเฉินรอดชีวิต แต่ถึงกระนั้น  หากเขาบรรลุระดับแก่นปฐพี  อย่างน้อยเขาพอก็มีโอกาสสู้กับฉู่ยวิ๋นซีหรือแม้แต่จินเฉิงเอินได้


อย่างไรก็ตาม  หลงเฉินไม่สามารถพูดเรื่องวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] กับหลิวหลานได้  จึงเป็นสาเหตุให้เขายังคงนิ่งเงียบ


เมื่อเห็นว่าหลงเฉินมีท่าทีเช่นนี้  หลิวหลานก็ยิ่งเกรี้ยวกราดจนตัวสั่น หน้าอกของนางกระเพื่อมขึ้นลง  ดวงตาจับจ้องหลงเฉินด้วยความผิดหวัง


“เจ้าทำให้ข้าผิดหวังมากเกินไปแล้ว หลงเฉิน  ข้าเคยเชื่อว่าเจ้าเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยม  แต่ดูเหมือนว่าเจ้าเพียงแค่มีโชคเท่านั้น”


หลิวหลานไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดหลงเฉินจึงไปมีเรื่องกับจินเฉิงเอินอย่างไร้เหตุผล


หลงเฉินทำได้เพียงเยาะเย้ยให้กับคำสบประมาทของนาง


“ท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่? ข้าไม่เกี่ยวอะไรกับท่านสักหน่อย และไม่ใช่หมากที่ท่านคอยบงการด้วย เหตุใดท่านจะต้องผิดหวังในตัวข้า?”


“ผู้คุมกฎหลิว จำไว้ให้ดีล่ะ...”


หลงเฉินเงยหน้าและเอ่ยด้วยวาจาเย็นชา


“ข้า...หลงเฉินก็คือหลงเฉินวันยังค่ำ ข้าจะทำในสิ่งที่ข้าต้องการและรับผิดชอบชีวิตของข้าเอง  อย่ามายุ่งกับข้า หากข้าประสบความสำเร็จ อย่าพูด อย่าวิพากษ์วิจารณ์ และอย่าเยาะเย้ยข้า จงรอดู  ท่านเพียงแค่รอดูเท่านั้น...”


แววตาเย็นชาและน้ำเสียงแน่วแน่ของหลงเฉินทำให้หลิวหลานผงะไป


นางเกรี้ยวกราดในทีแรก  ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดอันเด็ดเดี่ยวของหลงเฉิน  นางก็รู้สึกราวกับว่าหลงเฉินผู้ที่สังหารหวงเฟยหยาง เอาชนะเฟิงอู่เทียน  และมอบความตายให้กับจ้าวลัทธิเซียนโลหิตกำลังยืนอยู่เบื้องหน้านางเวลานี้…


“ตั้งแต่ที่ท่านหลอกใช้ข้าเพื่อกันฉู่ยวิ๋นซีออกไป  ท่านก็ติดค้างข้าแล้ว แม้ว่าท่านจะมีตำแหน่งที่สูงกว่า ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาบงการข้า”


น้ำเสียงเย็นชาของหลงเฉินเปี่ยมไปด้วยพลังที่มิอาจต้านทานได้


เวลานี้ ผู้ที่นำส่งแก่นวิญญาณมาถึงแล้ว


หลิวหลานจดจำคำของเขาจนขึ้นใจและเฝ้ามองเขา


“เจ้ามีหยกศักดิ์สิทธิ์ถึงหกหมื่นชิ้นงั้นหรือ?”


***********************


คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน