เมื่อได้ยินหลิงซีอธิบายสรรพคุณของแก่นวิญญาณโลหิตอสูร หญิงงามจากสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งก็ประกาศราคาเริ่มต้นของสินค้าชิ้นนี้
ราคาเริ่มต้นถูกกำหนดไว้ที่สามหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นราคาที่ผลึกแก้วเพลิงอัสนีเพิ่งถูกประมูลไป
ในบรรดาสมุนไพรวิญญาณ มีบางชนิดที่ราคาสูงลิ่วและเหนือกว่าระดับของมันมากมายนัก
ตัวอย่างเช่น แก่นวิญญาณโลหิตอสูรซึ่งถือได้ว่าเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำขั้นต้นชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยสรรพคุณที่สามารถเพิ่มพลังให้ผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างไร้ซึ่งผลข้างเคียง จึงนับได้ว่ามันเป็นของมีค่าอย่างยิ่ง
บรรดาคนใหญ่คนโตล้วนต้องการซื้อสินค้าชิ้นนี้และส่งต่อให้กับลูกหลานในตระกูลเพื่อเป็นรางวัลและทำให้พวกเขาพัฒนาฝีมือได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นเสวี่ยเยวี๋ยนจื่อ ไป๋เซิง หรือแม้แต่คนอื่น ๆ ต่างรู้ค่าของผลกระจัดวิญญาณ มันเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำขั้นต้นที่ช่วยควบแน่นแก่นศักดิ์สิทธิ์ได้ ผลกระจัดวิญญาณจึงมีราคาราวหนึ่งหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์
สิ่งเดียวที่เขาได้จากการประมูลคือผลึกแก้วเพลิงอัสนีเพียงสิบชิ้น ทำให้หลิวหลานรู้สึกไม่พอใจนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อการประมูลดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายและสินค้าที่เหลือก็ไม่เหมาะกับหลงเฉิน หลิวหลานจึงเตรียมตัวพาหลงเฉินกลับ
ภายในจัตุรัสมีผู้คนมากมายที่ให้ความสนใจแก่นวิญญาณโลหิตอสูร หลายคนเริ่มเสนอราคา
ทว่าสิ่งที่ทำให้หลิวหลานสนใจคือจินเฉิงเอินที่อยู่ในช่องข้าง ๆ ก็ร่วมประมูลด้วยเช่นกัน
“สี่หมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์”
เสียงเย็นชาดังขึ้นจากบริเวณใกล้เคียง เจ้าของเสียงนั้นมีท่าทีนิ่งเฉยไม่แยแสต่อสิ่งใด น้ำเสียงของเขาคล้ายคลึงกับหลงเฉินเมื่อครั้งที่อยู่ในเมืองพฤกษาหมอก
“สี่หมื่นหนึ่งพัน!”
“สี่หมื่นสองพัน!”
“สี่หมื่นห้าพัน!”
ราคาประมูลเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
สินค้าชิ้นก่อนหน้ามีราคาเริ่มต้นที่ห้าหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์และถูกขายไปในราคาแปดหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์ แก่นวิญญาณโลหิตอสูรเป็นสินค้าอันดับรองสุดท้าย ราคาของมันจึงสูงลิ่ว
การที่พวกเขาเก็บแก่นวิญญาณโลหิตอสูรไว้เป็นสินค้าอันดับรองสุดท้ายก็เพื่อจะดึงดูดพวกคนร่ำรวยมั่งคั่งที่ต้องการซื้อหาไปให้ลูกหลาน ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยปลอบประโลมหัวใจของบรรดาแขกผู้มีเกียรติก่อนที่พวกเขาจะได้เห็นสินค้าชิ้นสุดท้ายในวันนี้
อย่างไรก็ตาม สินค้าชิ้นสุดท้ายนั้นไร้ประโยชน์สำหรับหลงเฉิน ในขณะที่แก่นวิญญาณโลหิตอสูรมีความสำคัญกับเขามาก
ขณะที่ราคาประมูลแตะห้าหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์ เห็นได้ชัดว่ามีผู้ร่วมประมูลน้อยลง นอกจากนี้ราคาของมันจริง ๆ ก็อยู่ที่ห้าหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
“ห้าหมื่นห้าพัน!”
จินเฉิงเอินหัวเราะเบา ๆ อยู่ไม่ไกลและเสนอราคาอย่างแน่วแน่ ทุกคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมแพ้
“ห้าหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์ มีใครให้ราคาสูงกว่านี้หรือไม่?”
น้ำเสียงอ่อนหวานดังขึ้นในจัตุรัส
“ไม่มีหรอก นับถอยหลังเถอะ ข้า...จินเฉิงเอินต้องการแก่นวิญญาณโลหิตอสูรชิ้นนี้ ”
น้ำเสียงเย่อหยิ่งดังขึ้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจท่ามกลางฝูงชน
เมื่อประกาศตัวออกไปเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการใช้ประโยชน์จากสถานะของตนเองเพื่อกดดันให้ผู้ที่ด้อยกว่าต้องยอมถอย แม้จะมีผู้ที่ร่ำรวยและต้องการแก่นวิญญาณเช่นกัน พวกเขาก็ทำได้เพียงยอมจำนน
“จินเฉิงเอินมีชื่อเสียงเลื่องลือในนครหยวนหลิง แม้จะทะนงตนและชอบก่อเรื่องไปทั่ว ทว่าเขาก็แข็งแกร่งและได้รับการกล่าวขานว่าเขาคือยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเหล่าคนนอก และที่สำคัญ บิดาของเขาเป็นผู้อาวุโสใหญ่ที่อายุน้อยที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในเหล่าคนนอกเช่นกัน!”
หลิวหลานที่ได้ยินจินเฉิงเอินเสนอราคาก็พูดอะไรไม่ออก จากน้ำเสียงของนาง ดูเหมือนว่านางจะไม่ชอบหน้าเขานัก
เมื่อพูดจบนางก็มองหลงเฉินที่มีสีหน้าเศร้าสร้อยผิดปกติ เมื่อหญิงงามในจัตุรัสกำลังจะประกาศผลการประมูลด้วยสีหน้าเศร้าหมอง จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ข้าให้หกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์” หลงเฉินเอ่ย
“ใครน่ะ?”
น้ำเสียงไม่คุ้นหูของคนผู้หนึ่งที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้นท้าทายคุณชายแห่งเหล่าทองทำให้ทุกคนตกใจ ก่อนจะเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้
หญิงงามหันมาทางเขาด้วยความงุนงง
‘ที่นั่งถัดจากคุณชายจากเหล่าทองน่าจะเป็นของแม่นางหลิวหลานแห่งเหล่ามรกต มีผู้ชายอีกคนอยู่ในนั้นด้วยหรือ? เขาต้องเป็นผู้ที่มีภูมิหลังยิ่งใหญ่แน่นอนถึงได้กล้าฉกฉวยสิ่งของไปจากจินเฉิงเอิน’
ดูเหมือนนางจะไม่ชอบท่าทีของจินเฉิงเอิน ซึ่งเป็นเหตุให้เมื่อมีคนเสนอราคาที่มากขึ้นถึงห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์ นางผงะไปชั่วครู่ก่อนจะรีบประกาศเสียงดัง
“หกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์ มีผู้ใดให้ราคาสูงกว่านี้อีกหรือไม่? หากไม่มี แก่นวิญญาณโลหิตอสูรจะตกเป็นของคุณชายท่านนั้น!”
หลิวหลานตกใจกับการกระทำของหลงเฉิน
“หลงเฉิน เจ้าทำอะไรน่ะ? เจ้าบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์อยู่แล้วนะ แก่นวิญญาณนั่นไร้ประโยชน์สำหรับเจ้า”
แววตาของหลงเฉินแสดงให้เห็นถึงความดื้อรั้น เขาไม่ได้เปลี่ยนท่าทีเพราะคำพูดของหลิวหลานและปล่อยให้นางวิตกกังวลต่อไปโดยไม่พูดอะไร
ในเมื่อแก่นวิญญาณนี้จะช่วยให้เขาบรรลุระดับแก่นปฐพี เขาต้องได้มันมาไม่ว่าจะต้องทุ่มสุดตัวสักเพียงใด
“น้องชายผู้นั้นไม่คิดจะไว้หน้าข้าบ้างรึ?”
น้ำเสียงขุ่นเคืองดังขึ้นข้าง ๆ พวกเขา
ความเย็นเยียบในน้ำเสียงนั้น หลงเฉินสัมผัสมันได้อย่างชัดเจน
จินเฉิงเอินเริ่มข่มขู่เขาโดยไม่เห็นแก่สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง
เวลานี้ชายชราผมขาวและดวงตาเป็นประกายก็ลุกขึ้นยืน เขาเป็นคนสำคัญในสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง
“คุณชายจิน ได้โปรดอย่าทำลายกฎในการประมูลของสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งของพวกเราเลย มิเช่นนั้นข้าคงทำได้เพียงขอให้บิดาของท่านพาท่านกลับไป การซื้อขายทุกอย่างมีกฎเกณฑ์ตายตัว ในเมื่อคุณชายจินมีสถานะสูงส่งเช่นนี้ ก็อย่าได้ขัดขวางวิถีทำมาหากินของพวกเราเลย!”
ครั้งนี้จินเฉิงเอินเป็นฝ่ายผิดและได้รับคำตักเตือนจากสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง ทำให้จินเฉิงเอินเสียหน้ายิ่งนัก
เขาตั้งใจจะมอบแก่นวิญญาณโลหิตอสูรนี้ให้กับผู้เป็นน้องชายหาใช่เพื่อตนเอง และยังทำให้เกิดเรื่องน่าลำบากใจระหว่างตัวเขากับสมาคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น
แม้ว่าเขาจะเป็นคนดื้อรั้น แต่ก็มิใช่คนโง่เขลา
‘เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้มิได้รู้สึกเกรงกลัวข้าแต่อย่างใด และดูเหมือนว่าเขาจะต้องการของสิ่งนี้มาก หากข้าพยายามให้ราคาที่สูงกว่า อาจเป็นได้ว่าข้าจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และทำให้เกิดความสูญเสียมหาศาล ข้าจะยอมให้เขาไปก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าคิดว่าจะอยู่ดีมีสุขได้อีกหรือเมื่อมาทำให้ข้า...จินเฉิงเอินต้องขุ่นเคืองเช่นนี้?’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็เอ่ยขึ้นเสียงดัง
“อย่าพูดจาไร้สาระเช่นนั้นเลย ข้าเพียงต้องการจะคุยกับเขาเท่านั้นเอง ข้าจะไปทำลายกฎของท่านได้อย่างไรกัน? ท่านจริงจังเกินไปแล้ว ข้าจะยอมแพ้และยกแก่นวิญญาณให้น้องชายผู้นี้”
คำพูดของจินเฉิงเอินหมายความว่าเขาต้องการไว้หน้าสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งและไม่สร้างความวุ่นวาย พวกเขาก็ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนั้น ดังนั้นจึงเอ่ยตอบด้วยความเคารพ
“ดูเหมือนว่าข้า...เฉินโหม่ว จะคิดมากเกินไป ต้องขออภัยคุณชายอย่างจริงใจ หลังจากการประมูลเสร็จสิ้น ข้า...เฉินโหม่ว จะไปขอเยี่ยมและขออภัยคุณชายจินด้วยตนเอง”
ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างถอยให้แก่กัน สถานการณ์จึงคลี่คลาย หญิงงามประกาศออกมาในทันที
“เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าขอประกาศว่าแก่นวิญญาณโลหิตอสูรถูกประมูลโดยคุณชายท่านนี้ด้วยราคาหกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์!”
หลิวหลานเฝ้ามองเหตุการณ์ที่คลี่คลายลงแล้ว ท่าทีไม่ไยดีของหลงเฉินที่มีต่อนางทำให้นางรู้สึกไม่สบอารมณ์ สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งตระเตรียมการปิดงานประมูลหลังจากหยุดพักชั่วครู่ สายตาของหลิวหลานจับจ้องมาที่หลงเฉินด้วยแววตาเย็นชา
“หลงเฉิน เจ้าไม่กลัวตายหรืออย่างไร?”
“เหตุใดท่านถึงพูดเช่นนั้นล่ะ?”
หลังจากคว้าแก่นวิญญาณโลหิตอสูรมาได้ หลงเฉินก็เห็นท่าทีไม่สบอารมณ์ของนางและเกรงว่านางจะโกรธขึ้นมาจริง ๆ เขาจึงเอ่ยตอบ
หลิวหลานรู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นความหุนหันพลันแล่นของหลงเฉิน
แม้ว่าทุกคนจะเห็นหลงเฉินเป็นตัวตลก ทว่าหลิวหลานก็ยังมีความหวังในตัวหลงเฉินอยู่บ้างไม่มากก็น้อย และเป็นเพราะเขาเองก็เคยสร้างปาฏิหาริย์ต่อหน้านางหลายครั้งหลายคราเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นนิสัยไม่รู้จักโตและความใจร้อนของหลงเฉิน นางก็พบว่านางประเมินเขาสูงเกินไป
“เจ้าก็รู้ว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับฉู่ยวิ๋นซี ทว่าจินเฉิงเอินเป็นยอดฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวกว่าฉู่ยวิ๋นซีมากนัก เจ้าอยากตายหรืออย่างไรถึงได้ไปยั่วยุเขาเช่นนั้น?”
หลงเฉินตระหนักเรื่องนี้ดี อย่างไรก็ตาม เขาก็มีลำดับความสำคัญของตัวเขาเอง
หากเขาเข้าร่วมการคัดเลือกเข้าเหล่าคนใน ระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์คงไม่เพียงพอจะทำให้หลงเฉินรอดชีวิต แต่ถึงกระนั้น หากเขาบรรลุระดับแก่นปฐพี อย่างน้อยเขาพอก็มีโอกาสสู้กับฉู่ยวิ๋นซีหรือแม้แต่จินเฉิงเอินได้
อย่างไรก็ตาม หลงเฉินไม่สามารถพูดเรื่องวิชา [สกัดโลหิตสลายปราณ] กับหลิวหลานได้ จึงเป็นสาเหตุให้เขายังคงนิ่งเงียบ
เมื่อเห็นว่าหลงเฉินมีท่าทีเช่นนี้ หลิวหลานก็ยิ่งเกรี้ยวกราดจนตัวสั่น หน้าอกของนางกระเพื่อมขึ้นลง ดวงตาจับจ้องหลงเฉินด้วยความผิดหวัง
“เจ้าทำให้ข้าผิดหวังมากเกินไปแล้ว หลงเฉิน ข้าเคยเชื่อว่าเจ้าเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยม แต่ดูเหมือนว่าเจ้าเพียงแค่มีโชคเท่านั้น”
หลิวหลานไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดหลงเฉินจึงไปมีเรื่องกับจินเฉิงเอินอย่างไร้เหตุผล
หลงเฉินทำได้เพียงเยาะเย้ยให้กับคำสบประมาทของนาง
“ท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่? ข้าไม่เกี่ยวอะไรกับท่านสักหน่อย และไม่ใช่หมากที่ท่านคอยบงการด้วย เหตุใดท่านจะต้องผิดหวังในตัวข้า?”
“ผู้คุมกฎหลิว จำไว้ให้ดีล่ะ...”
หลงเฉินเงยหน้าและเอ่ยด้วยวาจาเย็นชา
“ข้า...หลงเฉินก็คือหลงเฉินวันยังค่ำ ข้าจะทำในสิ่งที่ข้าต้องการและรับผิดชอบชีวิตของข้าเอง อย่ามายุ่งกับข้า หากข้าประสบความสำเร็จ อย่าพูด อย่าวิพากษ์วิจารณ์ และอย่าเยาะเย้ยข้า จงรอดู ท่านเพียงแค่รอดูเท่านั้น...”
แววตาเย็นชาและน้ำเสียงแน่วแน่ของหลงเฉินทำให้หลิวหลานผงะไป
นางเกรี้ยวกราดในทีแรก ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดอันเด็ดเดี่ยวของหลงเฉิน นางก็รู้สึกราวกับว่าหลงเฉินผู้ที่สังหารหวงเฟยหยาง เอาชนะเฟิงอู่เทียน และมอบความตายให้กับจ้าวลัทธิเซียนโลหิตกำลังยืนอยู่เบื้องหน้านางเวลานี้…
“ตั้งแต่ที่ท่านหลอกใช้ข้าเพื่อกันฉู่ยวิ๋นซีออกไป ท่านก็ติดค้างข้าแล้ว แม้ว่าท่านจะมีตำแหน่งที่สูงกว่า ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาบงการข้า”
น้ำเสียงเย็นชาของหลงเฉินเปี่ยมไปด้วยพลังที่มิอาจต้านทานได้
เวลานี้ ผู้ที่นำส่งแก่นวิญญาณมาถึงแล้ว
หลิวหลานจดจำคำของเขาจนขึ้นใจและเฝ้ามองเขา
“เจ้ามีหยกศักดิ์สิทธิ์ถึงหกหมื่นชิ้นงั้นหรือ?”
***********************