กล่าวกันว่า ภาพวาด โมนาลิซ่า อันทรงเสน่ห์ลึกลับ ที่ลีโอนาโด้ ดาวินซี่ เป็คนวาดนั้น แท้ที่จริงก็เป็ภาพจำลองของตัวเขาเอง เื่นี้มีการค้นคว้าหาข้อมูลกันอยู่ไม่น้อยว่าจะเป็ไปได้หรือไม่ และก็ได้ผลสรุปว่าอาจเป็ไปได้...
เพราะภาพโมนาลิซ่านั้นจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครบอกได้ว่า คนที่มาเป็แบบให้เขาวาดนั้นป็นใครกันแน่..?
กล่าวกันอีกว่า ภาพวาดตัวเองของ วินเซนท์ แวนโกะ อันโด่งดังนั้น เป็ภาพวาดอันสุดวิปริตที่เขาเพิ่งวาดหลังจากที่เพิ่งตัดหูตัวเองมาหมาดๆ แท้ที่จริงภาพวาดที่เป็เป็ภาพตัวเองของศิลปินเ่าั้อาจซ่อนนัยยะบางอย่างที่สำคัญเกินกว่าเราจะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งก็ได้
พวกเขาวาดตัวเองหรืออะไรกันแน่... หรือพวกเขาได้วาดตัวตนอีกตัวตนหนึ่งของตัวเอง ตัวตนที่อาจใช่เขา... หรือไม่ใช่เขา...
EP1 ภาพสุดท้าย
เมลิญา กำลังนั่งวาดภาพสีน้ำมันรูปหนึ่งอยู่ และเธอนั่งวาดมาเนิ่นนานแล้ว นับั้แ่วันคล้ายวันเกิดของเธอั้แ่ต้นเดือนที่ผ่านมา ที่เธอเริ่มร่างเริ่มวาดมาเรื่อยๆ จนเกือบจะครบเดือนแล้วแต่ทว่าเธอเองก็กลับวาดไม่ได้เร็วอย่างใจเหมือนกับแต่ก่อน แต่เธอก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า รูปนี้เธอจะต้องวาดให้ได้ ต้องวาดให้เสร็จก่อนที่วาระอันสำคัญของเธอจะมาถึง
เธอวาด และวาดไปเรื่อยๆ จนบัดนี้รูปสีน้ำมันนี้ก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว และวันพรุ่งนี้ก็จะครบสามสิบวันพอดี
เมลิญาค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้อย่างอ่อนล้า เธอดูอิดโรยผอมแห้งจนแทบจะไร้เรี่ยวแรง เธอค่อยๆ เดินถอยไปข้างหลังเพื่อจะชมดูภาพวาดของเธอที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์
อา... ช่างเป็ภาพที่งดงามเหลือเกิน... ฉันไม่เคยวาดภาพได้สวยงามเท่านี้มาก่อนในชีวิต และฉันก็วาดภาพนี้จากความทรงจำของฉันเอง โดยที่ไม่ต้องใช้รูปต้นแบบใดๆ เลยเพราะนี่ก็คือ...
รูปวาดที่เป็ตัวของฉันเอง...!
แล้วเมลิญาก็สำลักอะไรบางอย่างออกมา...อะไรบางอย่างทีมีสีแดงเข้มและมีกลิ่นคาวรุนแรงซึ่งมันก็คือเื คือเืสดๆ ของเธอเองจากนั้นเธอก็ทรุดร่างลงไปกับพื้นห้อง แล้วงอตัวบิดไปบิดมา ด้วยความเ็ป ส่วนเืสดๆ ก็ไหลทะลักออกมาทั้งทางปากและจมูกของเธอ
เธอกำลังจะตาย... กำลังจะตายไปจากโลกใบนี้
โลกใบนี้ที่แสนจะโหดร้ายใจดำสำหรับความรู้สึกของเธอแต่ที่จริงแล้วเธอไม่ได้อยากจะตาย...
ไม่อยากจะตายเลยสักนิด แม้ว่าอย่างไรเธอก็จะต้องตายอยู่ดี แต่ทว่าการเกิดเื่บางอย่างขึ้นมาใน่หลังมันกลับจะเหมือนเป็การเร่งความตายของเธอให้เข้ามาเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม...
และเื่บางอย่างนั้น มันเป็เื่ที่กระทบกระเทือนจิตใจและร่างกายเธออย่างรุนแรง ทั้งที่ตอนแรกมันเป็เื่ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างสวยงามราวกับภาพฝันแท้ๆ
ใช่ล่ะ... ในตอนนั้นเื่ระหว่างเธอและเขานั้นได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสวยงามราวกับภาพฝันที่กลายเป็จริงทีเดียว
แต่สุดท้าย ภาพฝันนั้นก็กลายเป็ภาพที่หักเหเปลี่ยนรูปราวกับราวกับภาพของสรวง์ที่แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็ขุมนรกภายในเวลาเพียงแค่เจ็ดเดือน...
ทำไมล่ะ... ทำไมเขาคนนั้นของเธอถึงได้แปรเปลี่ยนไปอย่างมากมาย จากที่ตอนแรกๆ ในสายตาของเขานั้นก็คอยแต่จะเมียงมองแต่เธอ ไม่ว่าจะตอนเวลาปกติ หรือตอนที่เธอกำลังตั้งอกตั้งใจวาดภาพต่างๆ
และเมื่อเธอพยายามที่จะเค้นหาคำตอบที่ดีที่สุดถึงสาเหตุของความแปรเปลี่ยนของเขาคนนั้นของเธอ
เธอก็ไม่อาจจะมองข้ามสาเหตุหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเธอไปได้ และเป็สาเหตุที่เธอคอยแต่จะปฏิเสธไม่ยอมรับถึงความเป็ไปได้มาั้แ่แรกเริ่มที่มีข่าวลือเกิดขึ้น
สาเหตุนั้นก็คือ เขาคนนั้นของเธอได้ไปติดพันผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีความสวยชนิดที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าเธอ
และผู้หญิงคนนั้นแท้ที่จริงก็เป็เพื่อนสนิทของเธอคนหนึ่งนี่เอง แถมยังเป็เพื่อนร่วมรุ่นมาั้แ่ม.ปลาย ที่เธอคนนั้น ก็มีความสนใจในเื่การวาดภาพเช่นเดียวกับเธอข่าวลือที่มากระทบหูของเธอโดยที่เธอมิได้มองเห็นด้วยสายตาตัวเอง มีอยู่ว่า
เขาคนนั้นของเธอใน่หลังๆ ได้ไปคอยเฝ้าหรือไปคอยรับคอยส่งเพื่อนของเธอผู้นี้ไม่ว่าเธอคนนั้นจะทำอะไรและแม้แต่การไปรับกลับจากโรงเรียนก็ตาม
พูดได้ง่ายๆ ว่า ในสายตาของเขาคนนั้นของเธอในขณะนี้นั้นกลับมีเพียงแค่ผู้หญิงที่เป็เพื่อนของเธอเท่านั้น
ส่วนเธอเอง เขาคนนั้นก็ไม่ได้กลับมาเมียงมองเหมือนเมื่อก่อนแม้แต่น้อยนิด ทั้งที่เธอนั้นยังอยากให้เขากลับมามองเธอเหมือนในวันเก่า
และก็อยากจะให้เขาคอยมองเธอตลอดไปชั่วกาลนาน ก็เหมือนอย่างที่เขาได้เคยพูดไว้ไงล่ะว่า
'ผมอยากจะคอยมองคุณตลอดไป และตลอดชั่วกาลนานนะ เมลิญา...'
เธออยากให้เขา... อยากให้เขาคนนั้นของเธอมองเห็นแต่เธอตลอดไปชั่วกาลนานจริงๆ เธออยากให้เป็อย่างที่เขาพูดกับเธอแบบนั้นมาหลายต่อหลายครั้งเหมือนอย่างเมื่อก่อนหน้านี้
เมลิญาค่อยๆ คืบคลานที่ละเล็กทีล่ะน้อยไปข้างหน้า คืบคลานเพื่อไปหารูปวาดนั้นให้ได้ในตอนนี้
และนั่นก็ทำให้ชุดกระโปรงยาวสีขาวที่เธอได้สวมใส่นั้น ถูกชโลมไปด้วยเืสดๆ ที่เธอได้สำลักออกมาอย่างมากมาย...
จะถึงแล้วๆ ... เธอคร่ำครวญอยู่ในใจแต่แม้ว่าแค่ระยะใกล้ๆ แค่นี้ แต่ขณะนี้มันกลับช่างดูไกลแสนไกลสำหรับเธอไปซะแล้ว และมันช่างดูไกลแสนไกลราวกับจะไปไม่ถึงรูปวาดของเธอเองซะด้วยซ้ำ...
และแล้วเธอก็ค่อยๆ เอื้อมมือออกไปราวกับจะเป็แรงเอื้อมครั้งสุดท้าย...
ในที่สุด ก็ถึงจนได้...
แต่ทว่ามืออันอ่อนแรงของเธอนั้นก็กลับดันไปปัดขาตั้งรูปจนล้มโครมลงมาทั้งหมด
จากนั้นเธอก็ค่อยๆ ขยับร่างเข้าไปจนไกล้รูปวาดของเธอที่ตกอยู่บนพื้น
และถึงตอนนี้มือทั้งสองของเธอ ก็กลับสั่นเทาอยู่ตลอดเวลา...
และในที่สุดเธอก็ได้เอื้อมไปััถึงภาพวาดของเธอเองจนได้
และเมื่อเธอได้มองดูรูปวาดของตัวเอง ที่งดงามปานเทพธิดามาจุติอีกครั้งหนึ่งแล้ว สิ่งมหัศจรรย์บางอย่างก็ได้ปรากฏขึ้น
เมื่อรอยยิ้มที่มุมปากของรูปวาดนั้นราวกับจะแย้มยิ้มให้กับตัวเธอ
แต่กลับเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโทมนัส มากกว่าที่จะปิติยินดี...
และเธอเองก็กลับยิ้มตอบภาพวาด...
ด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย
'ทำไมเธอถึงยิ้มแบบเศร้าๆ อย่างนั้นกันล่ะ...? '
คำถามนี้ของเธอ กลับไม่ได้เปล่งออกมาจากปาก แต่กลับเอ่ยถามขึ้นมาในใจ
แต่ภาพวาดนั้นราวกับจะััได้ถึงคำถามในใจนั้น และดวงตาทั้งคู่จากภาพวาดก็ดูเหมือนจะมีความโทมนัสเพิ่มขึ้นไปอีก
เมลิญาแย้มยิ้มขึ้นมาอีกครั้งอย่างพึงพอใจที่ภาพวาดที่เป็ดั่งภาพเหมือนของเธอเองอกลับมีความรู้สึกร่วมกับเธอได้
แต่รอยยิ้มครั้งนี้ของเธอกลับมีเืสดๆ ไหลรินออกมาจากมุมปากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
และนี่ก็คงจะเป็วาระสุดท้ายแล้ว ที่เธอจะได้ชื่นชมกับภาพวาดสุดท้ายของเธอนี้
เมลิญาค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปััที่พวงแก้มของรูปนั้น แล้ว จึงเพ่งพิศไปที่ดวงตาอันโศกซึ้งราวกับจะจมดิ่งลงไปสู่ห้วงมหาสมุทธ ของดวงตาคู่นั้น
"เธอช่าง.. เธอช่างสวยมากจริงๆ ... "
เมลิญารำพึงออกมา
"ฉันอยากจะ.. ฉันอยากจะเป็เธอเหลือเกิน..."
แล้วดวงตาของรูปวาดนั้นก็ราวกับจะรับรู้ถึงความโศกศัลย์อาอาดูรของเธอ ที่ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
"ฉันอยากจะเป็...เป็เธอ...ซะเหลือเกิน..." เสียงรำพึงนั้นเริ่มขาดห้วง"เผื่อว่าเขาจะกลับมามอง ฉัน... อีกครั้ง... ไป... ตลอดกาล........"
และแล้วเสียงรำพึงก็สิ้นสุดลง...
และต่อแต่นี้ไป ก็คงจะไม่มี'เมลิญา'ผู้นี้ มานั่งวาดรูปอยู่ ณ.ที่แห่งนี้
อีกตลอดกาล...
(โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆ นี้ครับ)