ตอน 10 เหงื่อตก
“หากข้าเดาไม่ผิดล่ะก็ คนผู้นี้... คือโจวไฉเฉิง เ้าอวิ๋นเทียน ผู้ใหญ่คับฟ้า ถือตราพยัคฆ์ ควบคุมตำหนักทั้งเจ็ด” ขุนนางชั่วถอนหายใจราวคนสิ้นหวัง เพราะเพิ่งจะรู้ว่า... หมากกระดานนี้ยากจะล้มกวาด
“เหตุใด ท่านไม่จัดการเขาไว้แต่เนิ่นๆ” อ๋องสามกัดฟันพูด
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่า คนยศสูงเช่นเขาจะลงมาพัวพัน หลายปีมานี้ไม่ว่าเื่น้อยใหญ่ คนผู้นี้ต่างไม่ยุ่งเกี่ยว ขุนนางรับสินบนเปิดเผย นอกแคว้นฆ่าฟัน โจรชั่วปล้นคน เขาเพียงสั่งผ่านหลงชิงเจ๋อให้เป็ผู้ลงมือจัดการให้ทั้งหมดทั้งสิ้น” ขุนนางชั่วพยายามคิดหาวิธีรับมืออำนาจมืดอย่างไฉเฉิงกะทันหัน
“คารวะไท่จื่อ คารวะ ท่านเ้าอวิ๋นเทียนขอรับ” ขุนนางในราชสำนักหมอบกราบกรานทำความเคารพร้อมเพรียง
“นะ นะ นี่พวกเ้า!! ทำเกินไปแล้ว ข้าต่างหากที่เป็กษัตริย์ของพวกเ้า”
“ให้เคารพข้า กลับต้องให้ออกแรงขู่เข็ญ... พวกท่านทั้งหลายยังสะอิดสะเอียนที่จะก้มหัวให้”
“แต่กับเขาผู้นี้ กลับโค้งคำนับอ่อนยวบไร้เกียรติขุนนาง” ชวนอ๋องสามลุกขึ้นยืน เท้าซ้ายยกเหนือหลังับนแท่น ย่ำเหยียบบัลลังก์ทอง ชี้นิ้วด่ากราด ตราหน้าขุนนางทุกคน
“อะ หึ อะฮ่า...” เสียงหัวเราะอย่างไร้ทุกข์ไร้ร้อนดังขึ้นท่ามกลางหมู่คน
"เ้าอวิ๋นเทียน มีเื่ใดให้น่าขันงั้นเหรอ "ชวนอ๋องสามเหมือนคนบ้า ใช้อำนาจไปในทางที่ผิด ทั้งที่เขาเองไม่เคยมีอำนาจใดๆ เลยั้แ่ต้น เล็กจนโตโดนเครือญาติรังแกจนเสียคน
"ข้าผู้น้อยไฉเฉิงเสียมารยาทแล้วขอรับ "
“ข้าขำขันมิใช่เื่อื่นใด นอกจากท่าทางเก้งก้างของท่านที่เหมือนคางคกขึ้นวอ ชูคอบนแท่นทอง” คำพูดนิ่มๆ เฉือนคออ๋องสามจนพูดไม่ออก
“หึ... สมกับที่เป็เ้าอวิ๋นเทียนผู้ที่ใครๆ ต่างไม่กล้าต่อกรจริงๆ” ขุนนางชั่วอยู่เป็ สงบเสงี่ยมวาจา เฝ้ามองด้วยหางตา หัวเราะเล็กน้อยมุมปาก
“นี่เ้า!!” คำพูดของเขาทำอ๋องสามโกรธจัด ปาที่ฝนหมึกหวังทำร้ายร่างกายไฉเฉิงให้เสียเกียรติต่อหน้าผู้คน
แต่ชวนกู้ฝูผู้โง่เขลา คงลืมไปหรือไร ว่าโจวไฉเฉิงคือแม่ทัพใหญ่แห่งโฮ่วฉิน เพียงแค่ที่ฝนหมึกอันเล็กๆ หยุดเขาไม่ได้
ไฉเฉิงเพียงเอียงหัวหลบเล็กน้อย แท่นฝนหมึกสีดำหนักกระทบกระแทกพื้นเสาจนแตกละเอียด...
“ท่านเล่นสนุกจบหรือยัง” สีหน้าอันเ็าของเขากวัดเกวี่ยงเพียงหางตา พร้อมน้ำเสียงที่เพิ่มโทนหนักขึ้น
“หลง!!ชิงเจ๋อ!!” ชื่อนี้ถูกเรียกขานอีกครั้ง
"ข้าชักจะร้อนๆ หนาวๆ "ขุนนางเล็กๆ พูดซุบซิบกันให้หนาหู
"เป็อะไรของท่านน่ะ อยู่เงียบๆ ปากหน่อยเถอะ เดี๋ยวก็ได้ตายห่ากันหมดนี่หรอก "ขุนนางยศน้อยเตือนสติซึ่งกันและกัน
“นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าได้ััความน่าเกรงขามของเ้าอวิ๋นเทียน ช่างน่าหวาดกลัว สมกับเป็คนใกล้ตัวผู้ร่วมปกป้องปวงประชาเคียงฝ่าาจริงๆ”
“นอกจากนี้ ข้ายังได้ยินข่าวลือเล่าขานมาว่า ชื่อของหัวหน้าฝ่ายใน หลงชิงเจ๋อ ถูกเอ่ยจากปากเขาเมื่อใด จำต้องเกิดเื่ หรือมิเช่นนั้นก็มีคนตายเกลื่อนเื” ตำนานเื่เล่าปลุกใจที่ใส่ไฟเกินจริง ทำให้ไฉเฉิงยิ่งใหญ่ในสายตาขุนนางเล็กๆ ไปอีก
“ขอรับท่านพ่อ” ชิงเจ๋อยืนเทียบเคียงอยู่เื้ั เตรียมรับคำสั่งทุกเมื่อ
“จงนำราชโองการของฝ่าา ป่าวประกาศต่อทุกคนให้ทราบถ้วนหน้า” ไฉเฉิงลอยเหนือทุกความหนักหนา ดุจปุยนุ่นบางเบาที่ลอยลมบนอากาศ
“ขอรับ” ชิงเจ๋อกางราชโองการผืนใหญ่ประกาศต่อหน้าขุนนางนับร้อย
"เป็ไปไม่ได้ ฮ่องเต้สิ้นกะทันหัน จะมีราชโองการสั่งเสียก่อนตายได้อย่างไร "
“เื่นี้ต้องเป็เขาจัดฉากเสียเองแน่”
"เร็วเข้าทุกท่าน ร่วมแรงกับข้าประณามคนผู้นี้ ให้ถอยร่นออกจากเขตวัง "
“ข้ามั่นใจนัก ว่าผู้ที่ถือราชโองการฝ่าาไว้ในมือคือคนที่ข่มเหงฝ่าา ท้ายที่สุดนำไปสู่การปลิดชีพกระทั่งฮ่องเต้ของเราสิ้น” อ๋องสามพูดเป็ตุเป็ตะ
“ปั้นน้ำเป็ตัวงั้นเหรอชวนอ๋อง คิดดีแล้วหรือว่าจะลองดีกับข้าทั้งที่ในราชโองการระบุชัดเจนว่า ต่อจากนี้ข้าคือผู้สำเร็จราชการแทนไท่จื่อ อีกทั้งยังมีตราพยัคฆ์ในมือ ควบคุมกองทัพทุกหย่อมหญ้า” ฟังดูแล้ว ไฉเฉิงไม่ต่างอะไรไปจากเป็ผู้กุมอำนาจทั้งหมด
“ไม่ ข้าไม่ยอมแพ้เด็ดขาด แม้ราชโองการจะมีรอยพระหัตถ์สีชาดก็ตาม”
“ผู้ใดอยู่ข้างข้า ยอมร่วมเป็ร่วมตายกับข้าจงก้าวมาข้างหน้า” อ๋องสามยังคงดื้อดึง พยายามหลอกตัวเอง ไม่ปล่อยวาง
เขาหันมองไปรอบๆ ไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดย่างก้าวเท้าออกไปสักคน ทุกคนต่างเลือกข้าง ยอมสวามิภักดิ์กับผู้คุมตราอย่างโจวไฉเฉิงโดยไร้ข้อกังขา มิหนำซ้ำยังกล่าวเชิดชู คำนับลงเปล่งเสียงอวยยศพร้อมเพรียง
"ขอไท่จื่อ เจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆปี" เสียงขุนนางโห่ร้องสรรเสริญแซ้ซ้อง
"ไม่จริง... ไม่" อ๋องสามไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองพ่ายแพ้ให้กับคนนอกและเด็กแปดขวบ
ท่าทีสุดน่าเวทนาของเขา ทำให้ไฉเฉิงจำต้องหงายไพ่ใบสำคัญเสียที... ยกข้อมือเรียวที่ปกคลุมด้วยปลายอาภรณ์ยาว โบกกวัก ราวกับว่าเป็สัญญาณเรียกคน
ทันใดนั้น สาวงามล่มเมืองอย่างชู่ตันหรง เผยตัวเข้าโถงราชสำนัก อาภรณ์ขาวที่นางห่ม ทรงผมที่เรียบงามสลวย แววตาคมงามงอนดั่งหมู่ดาวสะกดทุกสายตา
ผ้าปิดหน้าลายดอกโบตั๋น ชวนให้บุรุษหวั่นไหว แม้กระทั่งไฉเฉิงเอง ได้พบนางในคราบสตรีแสนงาม ทำใจน้ำแข็งหวั่นไหวได้ชั่ววูบเช่นเดียวกันกับชายอื่น
“หึ... ข้าจะหลงใหลนางได้อย่างไร ในเมื่อข้า้าให้นางติดตามก็เพื่อหลอกใช้ประโยชน์” ไฉเฉิงรู้สึกใจเต้นรัวแรงมิอาจหักห้าม เขาพยายามเบี่ยงเบนสายตาหนีห่างจากนางผู้งดงาม ซ้ำยังพร่ำพูดในใจผู้เดียว เพื่อเตือนสติตนให้แน่วแน่ในแผนการ
" ห่ะ!!! นั่นมัน แม่นางผู้ที่ช่วยเหลือข้า "
“ข้าจำได้ ข้าจดจำนางได้ชั่วชีวิต แม่นางโบตั๋นแดง” เห็นรักแรก อ๋องสามอ่อนน้อม ไม่ว่าเื่ใดในใต้หล้าต่างยอมแลก ขอเพียงได้นางข้างกาย
" ว่าอย่างไรท่านอ๋อง... "
“แม่นางผู้นี้ คือคนแซ่ชู่ ผู้ที่ปรารถนาในตัวท่าน”
“กว่าค่อนคืนที่ข้าฟังเสียงร้องขอของนางหน้าอวิ๋นเทียน นางอ้อนวอนเพื่อให้ข้านำนางติดตามเข้าวัง หวังพบพานโฉมหน้าของท่าน” ว่าแต่คนอื่นปั้นน้ำเป็ตัว ตัวเองเก่งกว่าใครๆ ซะอีก ไฉเฉิงพูดปลด กล่าวความเท็จ เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปในทิศทางที่หวังไว้ โดยไม่สนนางแม่แต่น้อย
“เดี๋ยวนะ !!! นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ข้ากระทำเสียหน่อย เหตุใดใส่ความข้านัก”
“บัดนี้ข้าได้รู้ธาตุแท้ของคนแซ่โจวก็วันนี้เอง” ตันหรงทำหน้ามุ้ยคิ้วขมวดใต้ผ้าปิดหน้าสีขาว นางบีบมือตัวเองแน่น กล่าวตำหนิไฉเฉิงเพียงในใจ ไม่กระโตกกระตากให้แผนแตก
"ดี ดี อะไรข้าก็ตกลงทั้งหมด " อ๋องสามดีใจจนตาเหลือก ไม่เป็อันนั่ง รอยยิ้มบนใบหน้าหุบยิ้มไม่ลงจริงๆ
“อะฮ่า ไม่คิดว่าท่านจะชมชอบนางเร็วถึงเพียงนี้ เห็นท่าว่า ท่านทั้งสองคงมีวาสนาตรงกัน”
“เช่นนั้นข้าไฉเฉิงคงมิอาจขัดขวางลิขิต์ ให้พวกท่านครองรักสุขสม จัดงานแต่ง ให้นางแต่งเข้าวังปรนนิบัติท่านเป็อย่างไร” หลังจากที่ไฉเฉิงพูดประโยคนี้ออกไปทำนางใหนักมาก ตันหรงค่อยๆ เขยิบเข้าใกล้ แอบมือหยิกลำแขนของเขาจากนอกอาภรณ์ แม้จะมีความรู้สึกอยู่บ้าง ไฉเฉิงกลับไม่แสดงอาการใดๆ
อ๋องสามตอบตกลงแบบไม่ยั้งคิด ยอมเดินจากบัลลังก์แต่โดยดี เข้าจับอาภรณ์ หวังโอบเนื้อตัวของนางในทันใด
“ช้าก่อนท่านอ๋อง” ไฉเฉิงเห็นท่าทางกระหายกามอารมณ์ของอ๋องร่างอวบ ก็เกิดเป็ห่วงเป็ใยนางขึ้นมาเสียได้ เขารีบเอาร่างใหญ่เข้ากำบังชวนอ๋อง โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของเขาเบาๆ เพื่อต่อรอง
“หลบไปสิท่าน” อ๋องสามอยากได้เมียจนตัวสั่นไม่สนโลก
“ท่านอ๋อง... ท่านก็รู้ว่าเื่น้อยใหญ่ จากนี้ล้วนขึ้นอยู่ที่วาจาข้า จงอย่าทำให้ข้ามิพอใจแม้แต่น้อย ดีหรือไม่” ไฉเฉิงรู้จักต่อรอง เลือกใช้คำพูดกล่อมเกลาคน
“เช่นนั้นข้าจะต้องทำสิ่งใดบ้าง โปรดชี้แนะเถิด” อ๋องสามยอมเชื่อฟังไฉเฉิงไปโดยปริยาย
“ข้า้าให้ท่านอยู่ในวังอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว อย่าได้คิดตั้งตัวเป็ปฏิปักษ์ ขัดขวางความปรารถนาของฝ่าา ยอมหลีกทางให้ข้าลงมือทุกเื่ในเขตวัง” คำขอขอที่ใช้แลกเปลี่ยนของไฉเฉิงดูเหมือนจะไม่มากนัก แต่มันทำให้เขาได้เปรียบทุกคน และเป็การปูทางให้ฝ่าาพระองค์ใหม่
“อะฮ่า ได้สิ เื่เล็กน้อยเท่านั้น” อ๋องสามยินดีทำตามทุกข้อเสนอ ขอเพียงได้นางในดวงใจมาครอง
ในเมื่อเื่ในราชสำนักถูกสะสาง และจัดแจงโดยเขาผู้เดียว ไฉเฉิงจูงมือไท่จื่อน้อยขึ้นนั่งบนแท่นทองลายั โดยเขาและชิงเจ๋อ ยืนประกบสองข้าง
ช่างเป็ภาพที่ยิ่งใหญ่และน่าขนลุกหาใดเปรียบ