หยาดโลหิตอุ่นร้อนของเยี่ยฟานรินรดลงบนร่องอักขระโบราณของแท่นบูชาหยก มวลอากาศภายในถ้ำลับใต้ดินเริ่มบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็ระลอกคลื่นสีเขียวมรกตที่เข้มข้นจนเกือบกลายเป็ของเหลว เสียงหัวใจเต้นกึกก้องสะท้อนไปมาตามผนังถ้ำ "ตึกตัก... ตึกตัก..." มันไม่ใช่เสียงหัวใจของเยี่ยฟานที่กำลังโรยรา แต่เป็เสียงของสิ่งที่หลับใหลมานับหมื่นปี
เยี่ยฉินถอนมือที่เปื้อนเืออกมา ใบหน้าของเขาถูกอาบด้วยแสงสีเขียวเจิดจ้า ดวงตาสีทองและน้ำเงินของเขาทอประกายอย่างบ้าคลั่ง
‘มาเถิด... พลังแห่งการดำรงอยู่ แก่นแท้ที่ข้าโหยหามาตลอดห้าร้อยปี!’
ทันใดนั้น แสงมรกตพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ทะลุผ่านชั้นหินและลานประลองของสำนักเมฆาเขียวขึ้นไปบนท้องฟ้า เมฆาที่เคยเป็สีแดงจากไฟากลับถูกย้อมด้วยสีเขียวขจี ต้นไม้ใบหญ้าทั่วทั้งขุนเขาเติบโตอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ เถาวัลย์ขนาดั์งอกออกมาจากรอยแยกดิน พันธนาการอาคารและสิ่งก่อสร้างจนพังทลาย
ใจกลางแสงสว่างนั้น ภูตตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น มันมีลักษณะเป็หัวใจที่ทำจากผลึกมรกตใสบริสุทธิ์ มีรากไม้สีทองพันรอบดุจเส้นเื แผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตที่รุนแรงจนทำให้าแบนตัวเยี่ยฉินสมานกันในพริบตา
"ภูตแกนกลางชีวิต" (ระดับมหาเทพา - ขั้นเริ่มต้น)
"เ้า... เ้าฆ่าน้องชายตัวเองจริงๆ หรือ..." เสียงสั่นพร่าของหลิงเซี่ยดังมาจากมุมถ้ำ นางยังคงถูกพันธนาการด้วยพลังกาลเวลา แต่ั์ตาของนางเต็มไปด้วยความสยดสยอง "ปีศาจ... เ้ามันไม่ใช่คน!"
เยี่ยฉินปรายตามองนางด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ความเป็คนคือโซ่ตรวนที่ทำให้ข้าล้มเหลวในชาติก่อน หลิงเซี่ย... เ้าควรขอบใจข้าที่ทำให้เ้าได้เห็นวาระสุดท้ายของโลกที่แสนโง่เขลานี้
เยี่ยฉินไม่รอช้า เขาะโขึ้นไปบนแท่นบูชา นั่งขัดสมาธิเผชิญหน้ากับภูตแกนกลางชีวิต เขาเรียก ภูตแกนกลางกาลเวลา ออกมาสถิตที่มือซ้าย และเรียกปราณจาก ภูตพิรุณเยือกแข็ง มาคุ้มกันจุดชีพจรที่สำคัญ
"กาลเวลาคือจุดจบ... ชีวิตคือจุดเริ่มต้น... วันนี้ข้าจะทำให้จุดจบและจุดเริ่มต้นกลายเป็หนึ่งเดียว!"
เขาเริ่มกระบวนการ "สังสารวัฏย้อนรอย" วิชาต้องห้ามระดับสูงสุดที่เขาคิดค้นขึ้นใน่วาระสุดท้ายของชาติก่อน มือซ้ายที่เป็สีทองและมือขวาที่เริ่มกลายเป็สีเขียวมรกตค่อยๆ ประกบเข้าหากัน
ครืนนนน!
พลังงานที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้วะเิออกภายในร่างของเยี่ยฉิน ร่างกายของเขาร้าวราวดุจเครื่องเคลือบดินเผาที่กำลังจะแตกสลาย ิัหลุดลอกออกแล้วงอกใหม่ในเสี้ยววินาทีซ้ำแล้วซ้ำเล่านับพันครั้ง ความเ็ปนั้นรุนแรงยิ่งกว่าการถูกสับเป็หมื่นชิ้น แต่เยี่ยฉินกลับกัดฟันหัวเราะ
‘เ็ปสิ! ยิ่งเ็ปเท่าไหร่ ความมุ่งมั่นของข้าก็ยิ่งแกร่งกล้าเท่านั้น!’
ในส่วนลึกของจิติญญา ทะเลลมปราณที่เคยมีความจุเพียง 42% บัดนี้กำลังขยายตัวอย่างบ้าคลั่ง ปราณสีทองและเขียวหลอมรวมกันกลายเป็สีดำขลับที่ลุ่มลึกดุจหลุมดำ—ปราณอนธการกาลชีวิต
วินาทีสุดท้ายของสำนักเมฆาเขียว
เบื้องบนพื้นดิน ผู้าุโมู่เฉิงและเหล่าศิษย์ที่เหลืออยู่ต่างมองดูความพินาศของสำนักด้วยความสิ้นหวัง สำนักเมฆาเขียวที่ยืนยงมานับร้อยปีบัดนี้ถูกรากไม้ขนาดใหญ่สูบกินพลังปราณจนกลายเป็เพียงซากปรักหักพัง
"มันเกิดอะไรขึ้น... ใครเป็คนทำ..." มู่เฉิงพึมพำก่อนจะถูกรากไม้พุ่งทะลุอก กลายเป็ปุ๋ยหล่อเลี้ยงแท่นบูชาเบื้องล่าง
เยี่ยฉินในถ้ำลับััได้ถึงการล่มสลายของสำนัก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ครั้งสุดท้าย พลังของภูตทั้งสองถูกหลอมรวมเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างสมบูรณ์ แสงสว่างจางหายไป เหลือเพียงความมืดมิดที่ทรงพลัง
"ระดับที่ 5: ิญญา์... บรรลุ!"
เขาข้ามผ่านจากระดับแก่นแท้มนุษย์สู่ระดับิญญา์ในเพียงอึดใจเดียว ความสำเร็จนี้หากแพร่ออกไปจะสั่นะเืไปทั้งทวีป
เยี่ยฉินเดินไปหาเยี่ยฟานที่นอนจมกองเื ร่างกายของน้องชายเขายังไม่ตายสนิทด้วยอานุภาพการเยียวยาจากภูตชีวิตที่เพิ่งตื่นขึ้น เยี่ยฉินใช้นิ้วแตะที่หน้าผากของน้องชาย
"ข้าจะให้เ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปเยี่ยฟาน... แต่ในฐานะ 'ภาชนะ' ที่ไร้ความทรงจำ"
เขาใช้พลังกาลเวลาผนึกความทรงจำทั้งหมดของเยี่ยฟานไว้ และส่งพลังชีวิตส่วนหนึ่งเข้าไปหล่อเลี้ยงเพื่อให้ร่างกายนี้คงอยู่เป็เบี้ยในอนาคต จากนั้นเขาหันไปหาหลิงเซี่ยที่สิ้นหวัง
"ส่วนเ้า... หลิงเซี่ย วังวารีศักดิ์สิทธิ์คงจะส่งคนมาตามหาเ้าในไม่ช้า จงกลับไปบอกพวกเขาว่า จอมมารหวนคืนมาแล้ว และข้าจะไปเยี่ยมเยียนพวกเ้าถึงหน้าประตูวังในวันข้างหน้า"
เขาเด็ดปีกแห่งกาลเวลาออกมา และหายตัวไปในม่านหมอกสีดำ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของสำนักเมฆาเขียวที่กลายเป็ป่าทึบในชั่วข้ามคืน
เยี่ยฉินปรากฏตัวขึ้นที่ยอดเขาห่างไกล เขามองย้อนกลับไปที่สำนักที่ล่มสลาย บัดนี้เขามีทั้งพลังกาลเวลาและพลังชีวิตอยู่ใน
‘ก้าวแรกของการทวงคืนเสร็จสมบูรณ์... ต่อไปคือการมุ่งหน้าสู่ "นครไร้ใจ" เพื่อตามหาชิ้นส่วนที่เหลือของมรดกปีศาจ’
เขาสะบัดมือ แสงสีดำสนิทแผ่ออกมาปกคลุมร่าง กลิ่นอายของศิษย์ขยะระดับน้ำหายไปสิ้น เหลือเพียงจอมมารผู้เ็าที่พร้อมจะย้อมโลกทั้งใบด้วยสีเืและกาลเวลาที่หยุดนิ่ง
จุดจบของหนึ่งชีวิตคือการเริ่มต้นของอีกอำนาจ และผู้ที่กล้าทำลายทุกสิ่งแม้แต่สายเืเดียวกัน คือผู้ที่คู่ควรกับการเป็เ้าแห่งนิรันดร์ เยี่ยฉินก้าวเดินต่อไปในความมืด พร้อมกับความทะเยอทะยานที่ไม่มีวันมอดดับ กงล้อโชคชะตาบัดนี้ถูก
เขาบิดเบือนจนเสียรูปทรงไปตลอดกาล