บทที่ 27 เซอร์ไพรส์
เนื่องจากเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทีมงานและกองถ่ายจึงถูกบังคับให้หยุดการถ่ายทำทันที
ขณะที่เหยียนซีกำลังพักผ่อนอยู่ในโรงแรม เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากเจียงโม่เฉิน
เมื่อหญิงสาวรับสาย เธอก็รู้สึกได้ว่า การแสดงออกของเขานั้นดูเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีสิ่งของใด ๆ เพื่อมาเพิ่มมูลค่าให้กับมันเลยแม้แต่นิดเดียว
น้ำเสียงของเขาสามารถทำให้เธอรู้สึกมึนเมาได้ราวกับเจือปนด้วยไวน์แดง “ผมคิดถึงคุณ คุณกำลังทำอะไรอยู่?”
“อ่านบทละครที่ห้องพักในโรงแรมค่ะ ส่วนพี่เซี่ยกำลังจะสั่งอาหารเย็น” เหยียนซีตอบเสียงเบา ๆ พลางกะพริบตา “จริงสิคะ ข้าวกล่องที่คุณส่งมาให้กองถ่ายอร่อยมากเลยค่ะ แต่เพื่อฉันแล้ว...คุณกลับต้องมาจ่ายมากขนาดนั้นมันก็ออกจะ…”
เจียงโม่เฉินวางกระเป๋าของตัวเองไว้บนพรมที่ประตูห้อง ก่อนจะเอ่ยพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “สำหรับคุณ ผมไม่สนใจเื่นั้นหรอก”
“ขอบคุณค่ะ ส...สามี…” เหยียนซีรีบกลืนสองคำหลังลงคอด้วยริมฝีปากสีแดง รู้สึกได้เลยว่าใบหน้าของเธอตอนนี้แดงก่ำราวกับเด็กสาวที่เพิ่งมีรักครั้งแรก
ซึ่งโชคดีที่เจียงโม่เฉินมองไม่เห็นสภาพของเธอในตอนนี้
“เื่เล็กน้อยครับ แล้วคุณคิดถึงผมหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความยั่วยวน ราวกับว่าอยากจะกลืนกินเหยียนซีให้หมดทั้งตัวและใจ
“ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ แต่เพราะฉันมีถ่ายละครสองเื่ในวันมะรืนนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงจะกลับบ้านพร้อมกับคุณแล้ว” เหยียนซีคว้าปกบทละครและถามอย่างกลัว ๆ “ถ้าในอนาคตฉันงานยุ่ง ฉันก็ต้องไม่อยู่แบบนี้ คุณจะโอเคเหรอคะ?”
ผู้ชายที่มีสถานะทางสังคมที่สูงส่ง และยังมีอำนาจอย่างเจียงโม่เฉินต้องหวังอยู่แล้วว่าจะมีผู้หญิงที่สุภาพเรียบร้อยมาดูแลชีวิตประจำวันของเขาที่บ้าน แต่เมื่อเหยียนซีกลับเข้าสู่วงการบันเทิง มันก็จะไม่มีเวลาอบอุ่นเช่นนั้น
และตัวเธอก็อาจไม่สามารถทำหน้าที่เป็ภรรยาที่ดีของเขาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
“ไม่มีทาง”
“จริงเหรอคะ?” เมื่อได้ยินคำตอบของเขา หัวใจของเหยียนซีก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น เจียงโม่เฉินจะไม่โกหกเธอ
“ก็เพราะว่าไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ถ้าผมอยากเจอคุณ ผมจะไปหาคุณเอง”
ขณะที่เขาพูดแบบนั้น เขาก็ชี้ไปที่พี่เซี่ยด้านข้างด้วยตา
พี่เซี่ยที่กำลังรูดการ์ดประตูก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
ทันทีที่ประตูเปิดออก เจียงโม่เฉินก็ก้าวเข้ามาและกอดผู้หญิงที่กำลังเป็ห่วงเขาอยู่
“ทำไม…” เหยียนซีเบิกตากว้าง และเธอก็รีบปิดหน้าทันที “ฉันเพิ่งล้างเครื่องสำอางเสร็จไปเองนะ เมื่อวานฉันนอนไม่ค่อยหลับ ใต้ตาฉันคล้ำหนักมาก!”
เธอไม่้าให้สามีหมาด ๆ ของเธอเห็นหน้าสดที่ไม่มีเครื่องสำอางแบบนี้
มีเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอของเจียงโม่เฉิน เขาจับข้อมือเธอเบา ๆ และจูบที่คอหญิงสาว “ผมยังไม่เคยเห็นหน้าคุณเลยว่าเป็อย่างไร...จริงไหม?”
ณ ที่ประตูห้อง หูของพี่เซี่ยกลายเป็สีแดงเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว เธอหัวเราะคิกคักและปิดประตูลงเงียบ ๆ
ก่อนหน้าเธอกังวลว่าเหยียนซีจะนอนไม่ค่อยหลับนักเพราะเื่ปิดกอง แต่ตอนนี้มีเจียงโม่เฉินที่ถึงกับมาเยี่ยมเป็พิเศษแบบนั้นแล้ว แน่นอนว่าผู้จัดการอย่างเธอย่อมรู้สึกโล่งใจ
“คุณมาที่นี่ทำไมคะ? แล้วงานที่บริษัทล่ะ?” เหยียนซีเอียงศีรษะ พลางเอ่ยถามด้วยท่าทางไร้เดียงสา
มันยิ่งทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นดูมากขึ้นไปอีก ภายใต้เปลือกนอกที่ดูเข้มแข็งและกล้าหาญของเธอ
“ยุ่งสิ” เจียงโม่เฉินพยักหน้าอย่างจริงจัง “แต่คุณสำคัญกว่า”
เขาเลื่อนการประชุมออกไปสองครั้งและนำเอกสารมาเซ็นระหว่างทางเพื่อที่เขาจะได้ใช้เวลากับเธอทั้งคืน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากจับเธอไว้ก็ตาม…
“ประทับใจมากค่ะ”
เหยียนซีเป็คนอารมณ์ดี แม้ว่าเธอกับเจียงโม่เฉินเพิ่งจะเริ่มเข้ากันได้ แต่เธอก็เชื่อในความจริงใจของผู้ชายคนนี้ และเชื่อว่าพวกเขาจะมีตอนจบที่สมบูรณ์แบบ
“ระหว่างทางคงลำบากแย่ ไปอาบน้ำแล้วออกไปกินข้าวกันเถอะค่ะ” เหยียนซีพยุงไหล่ของเขาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“นั่นสินะ?” เจียงโม่เฉินขมวดคิ้วแสร้งทำเป็โกรธ “ผมตั้งใจมาเจอคุณโดยเฉพาะ คุณไม่อยากทำอะไรหน่อยเหรอ?”
“ไว้ตอนกลางคื...” ก่อนที่เธอจะพูดจบ ที่เอวของเธอก็ถูกดึงเข้าหา พร้อมกับแข้งขาที่อ่อนแรง เธอถูกเจียงโม่เฉินกอดแน่นโดยไม่รู้ตัว
“ผม้า...ตอนนี้” เจียงโม่เฉินไม่รอให้เธอตอบ เขากอดเธออย่างเอาแต่ใจ พาไปในห้องน้ำและจูบเธออย่างไม่อาจต้านทานได้
การกอดและจูบอย่างกะทันหันทำให้ร่างกายของเหยียนซีร้อนระอุขึ้นอย่างช้า ๆ เธอพิงหน้าอกของเจียงโม่เฉิน
ด้วยการกระทำของเขามันเป็เพียงแค่การอาบน้ำเท่านั้น และไม่ได้ไปไกลกว่านั้น
“โม่เฉิน…ฉัน…” เหยียนซียังคงมีสติแม้จะเหลืออยู่เล็กน้อยก็ตาม
มือของเจียงโม่เฉินไม่ได้ออกจากร่างของเธอ เสียงของเขามีเสน่ห์มาก และเขาเข้าหาเหยียนซีด้วยเสน่ห์ที่ดูร้ายกาจแต่ทว่าน่าดึงดูด “ว่าไง?”
เหยียนซีปิดตาของเธอ ขนตาที่สั่นเทาของเธอบ่งบอกถึงความคาดหวัง
เจียงโม่เฉินเข้าใจสิ่งที่เธอ้าจะสื่อ หลังใช้น้ำล้างตัวให้เธออย่างระมัดระวัง เขาก็ปล่อยเธอไป
เหยียนซีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและเอนตัวพิงหน้าอกอันอบอุ่นของเขา
ขณะที่เหยียนซีและเจียงโม่เฉินรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน พี่เซี่ยก็ได้รับโทรศัพท์จากไป๋ลั่วฝานที่โรงแรม
“มีอะไร?” พี่เซี่ยรับสายด้วยความโกรธ หากไม่ใช่ว่า่นี้เหยียนซีไม่ได้ต่อต้านไป๋ลั่วฝานขึ้นมาหน่อย การที่เธอตอบรับแบบนี้ เธอคงถูกเรียกและมีชื่ออยู่ในบัญชีดำอย่างแน่นอน
“เธอ…” ไป๋ลั่วฝานอดกลั้นความโกรธเอาไว้ในใจ “เหยียนซียังอยู่ที่ห้องไหม?”
“แน่นอน พวกเรายังอยู่ เหยียนซีเป็คนที่ทุ่มเทที่สุด ไม่เหมือนกับดาราสาวบางคนที่ทำตัวไม่ดีหรอก ยุ่งอยู่กับการกินของชาวบ้านและเข้าสังคม พึ่งพาหน้าคนอื่นไปวัน ๆ แล้วก็อ้อ...บางทีมันอาจจะไม่ใช่แค่พึ่งหน้าของพวกเขาก็ได้นะ”
“ฉันไม่มีเวลามาฟังเธอพูดจาไร้สาระหรอกนะ ให้เหยียนซีมารับสายซะ”
พี่เซี่ยทำหน้าบึ้งและอยากจะโม้เกี่ยวกับเจียงโม่เฉินจริง ๆ แต่เหยียนซี ไม่้าทำอย่างนั้น เธอจึงไอสองครั้งแล้วพูดอย่างประชดประชันว่า “เหยียนซีกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ เรามีนัดคุยกับผู้กำกับไว้น่ะ คืนนี้เธอไม่มีเวลาคุยกับคุณหรอก”
หลังจากพูดจบ พี่เซี่ยก็วางสายทันที
“คงโทรมาเพราะคลิปนั่นสินะ ฮึ ฉันไม่ให้โอกาสนายได้ทำลายวันดี ๆ ของเหยียนซีหรอก!”
ไป๋ลั่วฝานไม่สามารถติดต่อกับเหยียนซีได้ ดังนั้นเขาจึงนั่งอยู่ในสำนักงานกลางดึกเหมือนมดบนกระทะร้อนอย่างกระสับกระส่าย
ข่าวบนหน้าเว็บยังคงหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ แต่วิดีโอข่าวของเขากับเจียงอวี้เิยังคงอยู่ในสามอันดับแรก
“บัดซบ พวกแผนกประชาสัมพันธ์กำลังทำอะไรอยู่!” เขาปัดมือและวางเอกสารลงบนโต๊ะ
หน้าจอมือถือยังคงกะพริบอยู่ ซึ่งทั้งหมดเป็ข้อความที่เจียงอวี้เิส่งถึงเขา แต่ไป๋ลั่วฝานไม่ได้เปิดอ่านแม้แต่ข้อความเดียว
เขาหยิบเสื้อสูทขึ้นมา และเดินตรงไปที่ไนต์คลับ
เขา้าพักผ่อนเพื่อที่เขาจะได้หายใจหายคอได้คล่องขึ้นหน่อย
……
เมื่อเทียบกับความวิตกกังวลของไป๋ลั่วฝานแล้ว เหยียนซีมีค่ำคืนที่สงบสุขและหอมหวาน เธอกอดอกนั่งลงบนโซฟาพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนและถอนหายใจ “ดีจังที่อยู่ที่นี่นะ เพราะฉันจะจับมือคุณและกอดคุณได้…”
ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าจะถูกปาปารัสซี่แอบถ่าย และไม่ต้องกังวลกับข่าวบันเทิงเ่าั้
“คุณจะกลับเลยก็ได้นะ” เจียงโม่เฉินอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา และเมื่อทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น เขาหวังว่าเหยียนซีจะได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเพื่อเธอ
และเสียงพูดของเขาก็เย้ายวนอย่างมาก “ตราบเท่าที่คุณตอบตกลง ผมจะประกาศการแต่งงานของเราทันที”
เขามอบการตัดสินใจให้เหยียนซี มันไม่ง่ายเลยที่คนอย่างเขาจะทำสิ่งนี้
“คุณตามใจฉันแบบนี้ ฉันก็นิสัยเสียแย่สิ” เหยียนซีพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้ฉันรู้แค่ว่าััที่แท้จริงคืออะไรและความรักที่แท้จริงคืออะไร”
เธอไม่ได้หวั่นไหวง่ายเหมือนเมื่อก่อน แต่ชายคนนี้จะสปอยล์เธอจนนิสัยเสียเหมือนเ้าหญิงน้อย
“ถ้าผมไม่ตามใจคุณ แล้วจะตามใจใครล่ะ?”
เจียงโม่เฉินจับมือเธออย่างจริงจัง “ผม้าเปิดเผยความสัมพันธ์ของเรามากกว่าที่คุณรู้นะ แต่ผมรู้ดีว่ามีแค่เราเท่านั้นที่ห่วงใยกัน และเราจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขตลอดไป”
เหยียนซีเงยหน้าขึ้นมองเขา “ฉันไม่นึกเลยว่าชายผู้มีฐานะสูงส่งอย่างคุณจะปรารถนาการแต่งงานแบบนี้ ฉันคิดว่าคุณ..."
“คุณคิดว่าผมเป็อะไร?” เจียงโม่เฉินหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งแล้วกดริมฝีปากของเหยียนซีอีกครั้ง “ผมเป็ของคุณคนเดียว เพราะฉะนั้นอย่าสงสัยอีกเลย”
เหยียนซีหลับตาลงอย่างมีความสุข ยอมรับการนอนทอดกายให้คนที่อยู่ข้างบนตัวเธอนั้น
มันเพียงพอแล้วที่จะมีเจียงโม่เฉินอยู่เคียงข้างเธอ เขา…ผู้ที่เธอรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ใช้เวลาด้วยกัน!