“กู้ชิงเฉิง ครานี้ ข้าจะเอาชีวิตเจ้าให้จงได้!” ฮองเฮากล่าวอย่างแค้นเคืองและกัดฟันแน่น
กู้ชิงเฉิงเห็นฮองเฮาเป็นเช่นนั้นนางก็ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดให้มากความ “อันที่จริงตอนนี้ไร้ผู้คน หากหม่อมฉันอยากจะเอาชีวิตเสด็จแม่ก็ย่อมได้เช่นกันเพคะ” นางเพียงแค่ขู่ฮองเฮาเท่านั้น มิฉะนั้นนางคงจะรู้สึกรำคาญใจยิ่ง
เป็นดังคาดใบหน้าของฮองเฮาพลันแข็งค้าง นางกวาดสายตามองไปรอบๆชั่วขณะนั้นความโกรธก็พลุ่งพล่าน แต่ฮองเฮาก็ไม่กล้าทำสิ่งใดเพราะนางไม่อยากตายด้วยน้ำมือของกู้ชิงเฉิง
“ทรงนอนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆ แล้วคิดให้ดีว่าจะทูลเรื่องนี้กับฝ่าบาทอย่างไรดีกว่าเพคะ” กู้ชิงเฉิงเห็นฮองเฮาไม่กล้าต่อต้านแล้วนางจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
ฮองเฮามองกู้ชิงเฉิงอย่างเย็นชาราวกับกำลังมองคนตาย กู้ชิงเฉิงเองก็มองฮองเฮากลับไปเช่นกันสายตานั้นเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ทำให้ฮองเฮารู้สึกไม่สบายใจนักแต่ก็ทำได้เพียงอดทน
ไม่นานฮ่องเต้ฉิน โม่หรั่นเทียนก็เสด็จมาถึง พระองค์ก็ทรงได้ยินว่าฮองเฮาฟื้นแล้วเช่นกัน
โม่หรั่นเทียนมองเข้ามาในห้องพลางกวาดสายตามองขันทีที่อยู่ข้างประตู แล้วเลิกคิ้วเล็กน้อยสายตาเต็มไปด้วยการพิจารณา
ความจริงแล้วที่เขามองขันทีที่ประตูนั้นเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวของขันทีผู้นี้ไม่ปกติทว่าเมื่อมองดูอย่างละเอียดแล้วก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ จึงหันไปมองกู้ชิงเฉิงเช่นเดียวกับฮองเฮา สายตานั้นไม่ต่างอะไรกับการมองคนตาย
“ฝ่าบาท” คราวนี้ฮองเฮาฟื้นคืนสติอย่างสมบูรณ์“ในที่สุดพระองค์ก็เสด็จมาหม่อมฉัน...หม่อมฉันเกือบจะไม่ได้พบพระองค์แล้วเพคะ!”
กู้ชิงเฉิงกระตุกมุมปากเล็กน้อยแล้วถอยไปที่ประตู นางยืนห่างจากขันทีผู้เฝ้าประตูเพียงเล็กน้อย
นางอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองขันทีผู้เฝ้าประตูอีกครั้งเขาไม่เพียงแต่มีรูปร่างสูงใหญ่ ทว่ากลิ่นอายรอบตัวยังแข็งแกร่งนักทำให้นางอดไม่ได้ที่จะมองหลายครั้ง
ทว่าขันทีผู้นั้นกลับยักไหล่แล้วยิ้มให้นางรอยยิ้มนั้นดูแล้วช่างชั่วร้ายนัก ทำให้หัวใจของกู้ชิงเฉิงเย็นเยือกนางมองออกว่าขันทีผู้นี้ต้องมีปัญหาแน่นางจึงหยิบเข็มเงินอาบยาพิษหลายเล่มขึ้นมาไว้ในมือ เพื่อใช้ในยามจำเป็น
“ข้าสามารถช่วยพระชายาให้หลบหนีจากที่นี่ได้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีผู้เฝ้าประตูย่อมเห็นการกระทำของกู้ชิงเฉิงเขาเงยหน้าสบตากับนางพลางกระซิบ
“เช่นนั้น เจ้าได้อะไรเป็นผลตอบแทน?” กู้ชิงเฉิงไม่มีทางหลงกลง่ายๆนางเงยหน้าลอบมองฮ่องเต้และฮองเฮาที่กำลังพูดคุยกัน เอ่ยถามเสียงเบา
ขันทีผู้เฝ้าประตูยิ้ม“จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ไม่สู้มีชีวิตอยู่”
“ข้าไม่คุ้นเคยกับเจ้า” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างชัดเจน“ข้าจะกล้าตามเจ้าออกไปได้อย่างไรเล่า?”
“เบื้องหน้าคือเหวลึกหมื่นจั้ง มีเพียงแต่ต้องถอยหลังกลับเท่านั้นแม้จะมีอสรพิษร้ายหรือสัตว์ดุร้าย ก็ยังดีกว่าตกลงสู่เหวลึกหมื่นจั้ง หากลองสู้ตายก็ยังมีโอกาสรอดชีวิต” ขันทีผู้เฝ้าประตูโน้มน้าวอย่างอ่อนโยน
กู้ชิงเฉิงมองขันทีผู้เฝ้าประตูขึ้นลงอีกครั้ง“ฟังจากคำพูดของเจ้าแล้วหมายความว่าข้าจะต้องตายอย่างแน่นอนใช่หรือไม่”
“พระชายาที่ฮ่องเต้และฮองเฮาต่างต้องการจะปลิดชีพข้าเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงของขันทีผู้เฝ้าประตูแฝงไปด้วยความดูถูกและเยาะเย้ย
กู้ชิงเฉิงเข้าใจดีว่าผู้นี้ไม่ใช่ขันทีธรรมดาอย่างแน่นอนเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดกัน? นางประมาทเกินไปแล้ว
จากนั้นนางก็หันไปยิ้มให้ขันทีผู้เฝ้าประตูทันที“เจ้าอยากจะอยู่เป็นเพื่อนข้าหรือไม่?”
ดวงตาและคิ้วเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของผู้คนละลายทำให้ขันทีผู้เฝ้าประตูแข็งค้างอยู่กับที่ ในตอนนี้เขารู้สึกว่าดวงตาของกู้ชิงเฉิงช่างงดงามยิ่งนัก ระยิบระยับเปล่งประกายสวยงามหาใดเปรียบ ราวกับสามารถทำให้เขาลืมความกังวลทั้งหมดได้
ขันทีเฝ้าประตูชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างแรง แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเขากัดข้อมือของตนเองอย่างรุนแรงเพื่อให้หลุดจากภวังค์ขึ้นมา
กู้ตงหลิงกล่าวไม่ผิดสตรีผู้นี้ช่างแปลกประหลาดนัก ต้องระวังป้องกันไว้ให้ดีเขาปรายตามองนางอย่างเย็นชา ถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง
ในขณะเดียวกันภายในห้อง โม่หรั่นเทียนซึ่งได้รับทราบทุกสิ่งที่เขาต้องการจากฮองเฮาแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองมาทางนี้เช่นกัน “ทหาร!พระชายากล้าวางยาพิษฮองเฮา สมควรได้รับโทษถึงตาย แต่ด้วยนางได้ช่วยชีวิตฮองเฮาไว้โทษตายจึงละเว้นได้ แต่โทษทัณฑ์สาหัสย่อมหลีกไม่พ้นจงส่งนางไปยังคุกหลวงจงเหรินฝู่ รอการตัดสินโทษซะ!”
องครักษ์สองนายเดินเข้ามาคนหนึ่งอยู่ซ้าย คนหนึ่งอยู่ขวา เพื่อกดดันกู้ชิงเฉิงให้เดินออกไปในขณะที่กู้ชิงเฉิงถูกคุมตัวออกไป ขันทีเฝ้าประตูเอ่ยเสียงเบาว่า“ไม่ต้องกลัว ข้าจะช่วยท่านเอง” จากนั้นเขาก็ยิ้มเผยให้เห็นฟันขาวจัด
กู้ชิงเฉิงคาดการณ์สถานการณ์เช่นนี้ไว้แล้วนางจึงไม่ได้แสดงความประหลาดใจหรือโวยวายนางเพียงต้องการรอคอยให้คนเหล่านั้นมารับตัวนางจากในคุก
สถานที่อย่างจงเหรินฝู่นั้นเต็มไปด้วยเชื้อพระวงศ์และขุนนางมากมายดังนั้นฐานะพระชายาจึงดูไม่โดดเด่นนักแต่ผู้ที่มาเยี่ยมนางกลับไม่มีใครกล้าแตะต้อง
ท่านหญิงหลิงหยางแทบจะจุดประทัดฉลองนางเคยพ่ายแพ้ต่อกู้ชิงเฉิงมาก่อน ประกอบกับนางต้องการตำแหน่งพระชายานางจึงเกลียดชังกู้ชิงเฉิงเข้ากระดูกดำมานานแล้ว
“เมื่อเข้ามาที่นี่แล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปอีก” ท่านหญิงหลิงหยางโบกมือให้คนสนิทออกไปแล้วยิ้มอย่างน่าขนลุก
“อะไรกัน? คำพูดของฮ่องเต้เจ้าถือเป็นสายลมบางเบาที่เป่าพัดผ่านหูงั้นหรือ?” กู้ชิงเฉิงนั่งอยู่ตรงนั้นนางเลิกคิ้วขึ้นมองท่านหญิงหลิงหยางอย่างเย้ยหยันมิน่าเล่าท่านหญิงหลิงหยางจึงมักถูกกู้ตงหลิงใช้ประโยชน์อยู่เสมอสติปัญญาช่างน้อยเหลือเกิน
ท่านหญิงหลิงหยางไม่สนใจน้ำเสียงเย้ยหยันของกูชิงเฉิงนางเดินเข้ามาพร้อมกับนางกำนัล นางกำนัลถือกล่องอาหารมาในมือและด้วยคำสั่งของกู้ตงหลิง นางจึงนำอาหารออกมาวางเรียงทีละอย่างสุดท้ายจึงประคองชามน้ำสะอาดออกมาอย่างทะนุถนอม
“นี่คือมื้อสุดท้ายของเจ้า มาเถิด กินอาหารเลิศรสเสียหน่อยเถิด” ท่านหญิงหลิงหยางกล่าวเสียงทุ้ม “ที่จริงแล้วการที่ข้าทำเช่นนี้ ดีกว่าการที่เจ้าตกอยู่ในกำมือของฝ่าบาท”
กู้ชิงเฉิงยังคงแย้มยิ้ม“เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณท่านหญิงหรือ?”
“แน่นอน” ท่านหญิงหลิงหยางเงยหน้าขึ้น “อย่างน้อย ข้าก็จะทำให้เจ้าไปสู่ปรโลกอย่างรวดเร็วไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมากนัก”
นางลงมือแยกจากกู้ตงหลิงตอนนี้กู้ตงหลิงไปจัดการกู้จิ่งเซวียนแล้ว ถึงแม้จะเป็นเพียงเด็กน้อยวัยห้าขวบแต่เมื่อคิดว่าเขาเป็นบุตรชายของกู้ชิงเฉิง ก็ไม่อาจปล่อยไปได้โดยเด็ดขาด
“อืม พูดเช่นนี้ก็ไม่ผิดนัก” กู้ชิงเฉิงมองท่านหญิงหลิงหยางรอยยิ้มที่มุมปากลึกซึ้งขึ้นเล็กน้อยสายตานางจับจ้องไปที่ชามกระเบื้องในมืออีกฝ่าย
ท่านหญิงหลิงหยางยิ้ม“ที่จริงแล้ว ท่านพี่ตงหลิงบอกว่าจะทำให้เจ้าตกต่ำจนย่อยยับแต่ในความคิดข้า ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนั้น แค่การที่เจ้าหายไปจากโลกนี้ดีกว่าความทุกข์ทรมานแสนสาหัสและตกนรกหมกไหม้เป็นไหนๆ” มีเพียงกู้ชิงเฉิงที่หายไปอย่างสิ้นเชิงนางจึงจะสบายใจ มิเช่นนั้นแล้ว ก็จะมีแต่เรื่องที่คาดเดาไม่ได้มากมาย
กู้ชิงเฉิงพยักหน้า“ท่านหญิงหลิงหยางฉลาดนัก” คำกล่าวนี้ทำให้ท่านหญิงหลิงหยางรู้สึกดีใจอย่างยิ่งรอยยิ้มมุมปากของนางลึกซึ้งขึ้น นางจ้องมองชามกระเบื้องในมืออย่างลึกซึ้งก่อนจะกล่าวอีกว่า “และข้าก็มีเมตตามากนักเจ้าจงอิ่มหนำสำราญก่อนจะไปสู่ปรโลกเถิด!”
แต่ไม่ทันที่คำพูดของนางจะจบลงกู้ชิงเฉิงก็ยกมือขึ้นฉวยชามกระเบื้องจากมือนางอย่างรวดเร็วการกระทำของนางรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ไม่ทันที่ท่านหญิงหลิงหยางจะทันได้ตอบสนองกู้ชิงเฉิงก็ใช้มืออีกข้างบีบคางนางบังคับให้ท่านหญิงหลิงหยางกลืนยาพิษทั้งชามจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวจากนั้นจึงโยนชามกระเบื้องลงพื้นอย่างแรง