ต่อจ้า...
อาบน้ำเสร็จคนเจ็บก็ทำให้คนดูแลต้องเดือดร้อนช่วยหาเสื้อผ้าให้เปลี่ยนอีก เสื้อผ้าของเขาที่ติดกระเป๋าเป้มาดูหวานแหวและใส่ลำบาก ญาดาจึงไปค้นเสื้อผ้าของบิดามาให้ชายหนุ่มใส่แทน หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองดูแลลายเมฆไม่ต่างจากแม่กับลูก ร่างหนาของกะเทยตัวโตทำให้สาวร่างเล็กอย่างเธอต้องเสียเหงื่อไม่น้อย กว่าจะชว่ยประคองพาไปนู่นี่ แม้เขาจะพยายามช่วยตัวเอง แต่ก็ทำได้เก้ๆ กังๆ จนคนเห็นอดไม่ไหวต้องเข้าไปช่วยทุกที
“ทานยาก่อนนะคะ”
ญาดาหยิบยาและแก้วน้ำมาป้อนให้คนเจ็บ ลายเมฆอ้าปากรับเขาเป็คนกินยาง่าย จึงไม่ลำบากในการกินยาหลายเม็ดแบบนี้ เมื่อชายหนุ่มกลืนยาลงท้องไปแล้วคนป้อนก็หยิบผ้าห่มมาคลุมตัวให้ ร่างเล็กเดินไปปิดไฟกลางห้องเหลือไว้แค่ไฟหัวเตียง
“พี่เปิดไฟหัวเตียงไว้ให้นะคะ เวลาเข้าห้องน้ำจะได้มองเห็น ถ้ามีอะไรก็เรียกพี่ได้พี่อยู่ห้องข้างๆ นี่เอง ฝันดีราตรีสวัสดิ์จ้า” ญาดายิ้มให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูให้เรียบร้อย
ลายเมฆเอนกายนอนลงบนที่นอนนุ่ม กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ญาดาบอกว่านี่เป็ห้องเก่าของพ่อกับแม่ของเธอ การตกแต่งจึงเรียบง่ายมีข้าวของเครื่องใช้เท่าที่จำเป็ ไม่หรูหรามากมาย เตียงนอนเป็เตียงสี่เสาแบบโบราณขนาดใหญ่มีมุ้งครอบกันยุงกว้างขวางนอนสบาย มีห้องน้ำในตัวสะดวกหากเกิดอยากเข้าห้องน้ำในตอนกลางคืน หนุ่มหน้าหวานพลิกกายไปมาอากาศยามค่ำคืน เย็นสบายแต่เขากลับนอนไม่หลับ ยาที่กินเข้าไปเมื่อครู่คงยังไม่ออกฤทธิ์ ลายเมฆนอนรอให้ยาออกฤทธิ์นานสองนานก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ คืนนี้เป็คืนแรกที่นอนในห้องส่วนตัวไม่ใช่บนเตียงในโรงพยาบาล แผลบนร่างกายเริ่มตกสะเก็ดบางแห่งยังเจ็บอยู่ ทำให้ตอนเคลื่อนไหวมักจะปวดหนึบเป็บางครั้ง ยามหยิบจับอะไรก็ไม่ถนัดต้องให้ญาดาคอยช่วยเหลืออยู่ร่ำไป
“พี่แยม ทำไมพี่ถึงใจดีกับน้องเมย์จัง” เขานึกถึงใบหน้าสวยหวานของเธอด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ
ญาดาเป็ผู้หญิงตัวเล็กๆ รูปร่างหน้าตาสวยน่ารักจนต้องมองซ้ำ ช่างเอาอกเอาใจ มีนิสัยใจดีและชอบช่วยเหลือผู้อื่น อยู่ใกล้ๆ แล้วรู้สึกมีความสุข หากเขาเป็ผู้ชายแท้ๆ คงอยากได้ผู้หญิงลักษณะนี้เป็แฟน ลายเมฆอมยิ้มให้ความคิดของตัวเอง
หากเป็ผู้ชายแท้ๆ น่ะหรือคงไม่ต้องคิดมากสินะ... แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เป็ผู้ชายนี่นา เขาเป็กะเทยจะไปรักผู้หญิงแท้ๆ ได้อย่างไร...
กะเทยหน้าหวานถอนหายใจแรงๆ สับสนกับความ้าของตัวเองจนกระสับกระส่าย ในที่สุดก็ทนไม่ไหวลุกขึ้นนั่ง เขานั่งคอตกนึกทบทวนคนหาตัวตนของตัวเองที่ลืมเลือนไป หากเขารู้ว่าเขาเป็ใคร คงไม่ต้องปวดหัวกับความคิดบ้าบอแบบนี้ แม้จะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่กะเทย แต่หลักฐานที่มีติดตัวบ่งชัดว่าเขาเป็ ตกลงเขาควรเชื่อความรู้สึกตัวเอง หรือเชื่อหลักฐานพวกนั้นดี ลายเมฆคิดจนหัวแทบแตกก็หาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้ เขาเริ่มปวดหัวขึ้นมาอีกแล้ว พร้อมๆ กับรู้สึกปวดปัสสาวะจึงลุกขึ้น เดินเข้าไปให้ห้องน้ำเพื่อปลดทุกข์
“ไอ้น้องชาย บอกเฮียหน่อยซิ ว่าแกแมนหรือตุ๊ดตู่วะ”
คนสับสนบ่นพึมพำ กับอวัยวะความเป็ชายของตัวเอง ขณะทำหน้าที่ปลดปล่อยสายธารของเสียสีเหลืองใสลงสู่โถชักโครก ดวงตาคมงามจ้องมองอาวุธคู่กายชายชาตรีอย่างพินิจ แล้วถอนหายใจหนักๆ
“ตกลงกูเป็กะเทยแน่เหรอวะ ทำไมรู้สึกว่ามันฝืนๆ พิกล” เขาสบถเสียงขุ่น
นึกโมโหตัวเองที่เป็อะไรไม่เป็ดันความจำเสื่อม หัวกบาลเ้ากรรมก็ปวดจี๊ดๆ ทุกครั้งตอนพยายามนึกถึงเื่ที่หายไป ร่างสูงเดินกระย่องกระแย่งออกมา ขาแข้งยังเจ็บแปลบยามลงน้ำหนัก ทำให้การทรงตัวไม่ดี อาศัยมือข้างที่ยังพอใช้การได้เกาะข้างฝาพยุงตัว ไม่ให้ล้ม แต่เคราะซ้ำกรรมซัด เมื่อมือไปจับถูกตัวอะไรตัวหนึ่ง เมื่อหันไปดู ก็ตาเบิกโพลง
“เฮ้ย ตุ๊กแก!”
ความใทำให้เขาะโตัวลอย ลืมนึกถึงสังขาร ร่างหนาเสียการทรงตัวหงายหลังตึง หัวฟาดขอบประตูเต็มเหนี่ยว ดาวระยิบระยับลอยเกลื่อนเต็มหัว ภาพต่างๆ พุ่งเข้ามาเต็มไปหมด จนหัวสมองตึงแน่น ก่อนความมืดจะวูบผ่านเข้ามาครอบคลุม พร้อมกับอนุสติสุดท้ายได้หลุดลอยไป...
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เมื่อลายเมฆฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าตัวเองมานอนอยู่บนเตียงนอน เขากะพริบตาแรงๆ ไล่ความพร่าพรายออกจากสายตา รู้สึกปวดหนึบๆ ที่หัวจนต้องเอามือไปแตะดู หัวของเขาบวมปูดขนาดเท่าลูกมะกรูดลูกหนึ่ง ชายหนุ่มซี๊ดปากทำหน้าเหยเก เมื่อขยับลุกขึ้นนั่งแล้วปวดจี๊ดขึ้นมาอีก
“โอย... เจ็บ” เขาครางเสียงแ่
“น้องเมย์ ฟื้นแล้วเหรอ” เสียงหวานๆ คุ้นหูดังขึ้น
ร่างเล็กของญาดาเดินเข้ามาหา หญิงสาววางแก้วใส่น้ำดื่มและยาไว้ที่โต๊ะข้างเตียงแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ช่วยพยุงร่างคนเจ็บให้นั่งอิงพนักเตียงหยิบหมอนมารองหลังให้เอนสบายขึ้น ลายเมฆมองหน้าของหญิงสาวด้วยแววตาวาวระยับ กลิ่นกายของเธอหอมอ่อนๆ ด้วยกลิ่นแป้งเด็ก มือบางนุ่มนิ่มแตะบนแผลของเขาอย่างนุ่มนวล สีหน้าของเธอดูห่วงใยเขามาก ทำให้คนเจ็บรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด
“พี่ขอโทษนะ ที่ให้น้องเมย์นอนคนเดียว น้องเมย์เลยต้องเจ็บตัวแบบนี้” น้ำเสียงและแววตาของเธอแสดงความรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด
“มันเป็อุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก... ค่ะ”
ลายเมฆกุมมือเธอไว้เอ่ยปลอบโยน ไม่ให้เธอรู้สึกผิดมากไปกว่านี้ เขามองใบหน้างามนิ่งมือหนากระชับมือบางไว้แน่น ขณะดึงร่างเล็กมากอดไว้เกยคางบนไหล่มน
คนโดนกอดตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกเมื่อจู่ๆ ก็ถูกดึงตัวเข้าไปกอดไว้แบบนี้ ญาดาใจเต้นแรงแทบทะลุอก เมื่อมือหนาลูบไล้แผ่นหลังเธอแ่ๆ
“พี่แยมอย่าโทษตัวเองแบบนั้นสิคะ น้องเมย์แค่ใตุ๊กแกค่ะ เลยล้มหัวฟาด” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู
ลายเมฆไล้ฝ่ามือบนแผ่นหลังเนียน ชุดนอนของญาดาเป็ผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มค่อนข้างบาง ยามลูบผ่านไม่ต่างจากการััโดนผิวตรงๆ ริมฝีปากหยักขยับแย้มยิ้มเ้าเล่ห์ ขณะมองร่างงามในอ้อมแขนที่ตัวเกร็งแข็งทื่ออย่างเอ็นดู เขารู้สึกถึงสั่นๆ เล็กของเธอและหัวใจที่เต้นโครมครามนั้น รู้ได้ทันทีว่าอาการแบบนี้เป็อาการของผู้หญิงที่กำลังประหม่าเมื่อถูกผู้ชายแตะต้อง ลายเมฆซุกซบใบหน้าบนซอกคอขาว กดจมูกลอบสูดดมผมนิ่มหอมของเธอ
“พะ พี่ว่าน้องเมย์ ทานยาแก้ปวดก่อนไหม”
ญาดาดันตัวออกห่าง ขยับลุกจากเตียงเดินมาหยิบชามข้าวต้ม หญิงสาวหันหลังให้คนที่นอนอยู่ มือบางกุมหน้าอกข้างซ้ายที่กำลังเต้นตึกตัก พยายามสูดลมหายใจแรงๆ ระงับความรู้สึกประหม่าเขินอายในหัวใจตัวเองไว้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆ แต่ยังตื่นเต้นเขินอายอยู่ได้ เขาคงกอดเธอเพราะอยากปลอบใจ ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยแบบชายหญิงหรอก ญาดากัดฟันแน่นปรับสีหน้าให้เป็ปกติ ขณะหมุนกายเดินถือแก้วน้ำและถ้วยใส่ยามาหาคนที่อยู่บนเตียง
“ทานยานะ จะได้นอนพักต่อ” ญาดาหยิบยามาป้อนให้ พร้อมกับป้อนน้ำให้คนเจ็บ
เมื่อลายเมฆกินยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ช่วยประคองให้นอนลง เธอหันไปมองนาฬิกาบนผนังห้อง ตอนนี้เป็เวลาสี่ทุ่มเธอได้ยินเสียงโครมครามจึงวิ่งเข้ามาดู ตอนนั้นเป็เวลาสองทุ่ม กว่าจะลากร่างหนาหนักของคนที่นอนสลบมานอนบนเตียงได้หลังแทบยอก จะพาไปโรงพยาบาลก็เห็นว่าแค่สลบไป ไม่มีาแเืออก จึงรอดูอาการตอนฟื้นก่อน เมื่อกี้คนเจ็บยังพูดจารู้เื่คงไม่เป็อะไรมากพรุ่งนี้ค่อยพาเขาไปหาหมอจะสะดวกกว่า ญาดาคลายใจหายกังวลไป
“พี่ปิดไฟก่อนนะ น้องเมย์นอนได้เลย” เธอบอกเขาพร้อมกับเดินไปปิดไฟกลางห้อง
ลายเมฆถอนหายใจยาว หลับตาลงตามคำบอก หูแว่วเสียงปิดประตูคิดว่าเธอคงออกไปแล้ว แต่ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงอาการยวบลงของที่นอน ญาดาไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องของเธอ แต่มานอนห้องนี้แทน
“พี่กลัวว่าน้องเมย์จะเกิดอุบัติเหตุอีก เลยคิดว่าจะนอนเป็เพื่อนน้องเมย์จ้ะ” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นนิดๆ
ลายเมฆยิ้มกริ่ม พยักหน้ารับไม่พูดอะไร แม้แสงไฟจะไม่ค่อยสว่างมาก แต่เขาเห็นรอยเขินอายบนแววตาของเธอ จึงไม่อยากพูดมากให้เธอเขินมากไปกว่านี้ เขานอนนิ่งมองญาดาสอดตัวเข้ามาในผ้านวมผืนเดียวกัน ร่างเล็กขยับตัวห่างจากร่างของเขาเว้นระยะไม่ให้เนื้อตัวเบียดชิดกัน แต่ผ้าห่มไม่ได้ผืนใหญ่จึงออกห่างได้ไม่มาก ขยับนิดก็โดนตัวกันแล้ว
“ขอบคุณนะคะพี่แยม” ลายเมฆเอ่ยเบาๆ แล้วปิดเปลือกตาลง
ญาดานอนนิ่งไม่กระดุกกระดิกอยู่ร่วมชั่วโมง จนเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจของคนร่วมเตียงดังเข้าออกสม่ำเสมอ ก็ถอนหายใจพรูค่อยคลายความเกร็งลง หญิงสาวหยัดกายชะโงกหน้าดูเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ขยับเขยื้อนกายก็คลายใจ เขาคงหลับไปแล้วเพราะฤทธิ์ยา เธอจะได้นอนสบายๆ สักที ญาดาขยับตัวให้หายเมื่อยขบ นอนตัวแข็งมาตั้งชั่วโมงเมื่อยจนตะคริวแทบกิน แม้รู้ว่าเขาเป็ชายใจหญิง แต่อดใจเต้นแรงไม่ได้ ดวงตาคู่สวยทอดมองร่างหนาแสนล่ำบึกของกะเทยหน้าหวานแล้วทอดถอนใจ หากเขาเป็ชายแท้เธอคงไม่กล้าหาญมานอนร่วมเตียงกับเขาแบบนี้แน่
น้องเมย์ทำให้หัวใจของสาววัยใกล้แตะคานอย่างเธอเต้นแรงแทบทะลุออกมาจากอก ตอนที่อาบน้ำให้สายตาซุกซนของเธอก็แอบลอบมองหุ่นบึกบึนของเขา ผิวขาวเนียนไม่แพ้ผู้หญิง ชวนให้คนมองใจละลาย กล้ามเนื้อตึงแน่น ยามลูบไล้ช่างให้ความรู้สึกวาบหวิวเหลือเกิน ญาดากัดริมฝีปากตัวเองระงับอารมณ์ฟุ้งซ่านที่กำลังตีรวนในสมองให้สงบลง โพรงจมูกร้อนวูบๆ อาการชักจะไม่ค่อยดี หากเธอยังจ้องมองกะเทยบึกต่อไป ไม่แคล้วเืกำเดาต้องพุ่งกระฉูดแน่ หญิงสาวจำต้องเอนกายลงนอนหันหลังให้เขาพร้อมกับข่มตาหลับ ทั้งๆ ที่หัวใจยังเต้นโครมครามแบบนั้น
คุณพระคุณเ้า... อย่าทำให้ลูกใจแตกตอนนี้เลย ลูกไม่อยากอกหัก...
คำภาวนาของหญิงสาววัยใกล้แตะคาน ไม่รู้จะดังไปถึง์หรือเปล่า เทวดาฟ้าดินจะช่วยให้เธอไม่ต้องอกหักั้แ่เพิ่งหัดแอบรักผู้ชายหรือเปล่าหนอ...
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
มาอัพให้จบตอนแล้วนะคะ
น้องเมย์ทำพี่แยม ใจเต้นแรงอยู่เรื่อย
กว่าจะจบเื่น่ากลัวพี่แยมจะเป็โรคหัวใจเสียก่อน 555...
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา/ผการุ้ง