ในขณะที่เสี่ยวเทียนซึมซับพลังเทพ รัชทายาท กับแม่ทัพจางซื่อเวิน ยืนมองอยู่นอกกำแพงวังเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“ นี่มันเป็พลังฝ่ามือยูไล ของท่านมหาเทพหลี่เทียนนี่ เป็ไปได้อย่างไร ท่านพ่อเคยบอกว่าท่านได้ละสังขารไปแล้วนี่ แล้วมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” รัชทายาทเอ่ยด้วยความใเมื่อเห็นเช่นนั้น
“ พลังฝ่ามือยูไล ไม่มีใครฝึกได้เลยรึ”
“ ในบรรดาลูกศิษย์ของท่าน ไม่มีใครฝึกฝ่ามือยูไล ระดับอัญเชิญองค์พระยูไลออกมาได้ มีแต่ท่านมหาเทพหลี่เทียนเท่านั้นที่ทำได้ เพราะว่าองค์พระยูไลเป็ผู้ถ่ายทอดให้ท่านโดยตรงเท่านั้น” รัชทายาทเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ แล้วท่านมหาเทพมาอยู่กับเสี่ยวเทียนได้อย่างไรกัน” แม่ทัพจางซื่อเวินเอ่ยด้วยความสงสัย
“ รีบไปเข้าวังไปดู เสด็จพ่อกันเถอะ” รัชทายาท เอ่ยจบแล้วก็รีบมุ่งหน้าเข้าสู่วังหลวงที่ถูกทำลายไปกว่าครึ่ง
แม่ทัพเหยียนคัง เห็นเหตุการณ์วุ่นวาย ก็พยายามหลบหนีออกจากวัง แต่ไม่ทันที่จะได้ออกจากวัง ก็ถูกพลังขุมหนึ่งดูดกลับมาอยู่ในท้องพระโรงอีกครั้ง กลับรองแม่ทัพที่มือขาดอีกคน
“ ข้ายังไม่ใครไปไหน เ้าก็ยังไปไม่ได้” เสี่ยวเทียนลองใช้พลังเทพดู ก็รู้สึกดีใจยิ่งนักที่มีพลังน่าอัศจรรย์เช่นนี้
“ เสี่ยวเทียน ขอบใจเ้ามากจริง ที่ได้ช่วยหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ของเมืองฉางอันเอาไว้ได้ ไม่เช่นนั้น คงถูกนางปีศาจนั้นทำบ้านเมืองล่มจมแน่เลย” เสนาบดีซุนรีบเดินเข้ามาขอบคุณ
“ ไม่เป็ไร ขอรับ เป็สิ่งที่ข้าควรทำแล้ว แล้วนี่จักรพรรดิฟงเลี่ยไปอยู่ที่ใดกัน”
“ คงอยู่ในพระราชวังด้านใน พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ” เหล่าเสนาบดีจะเข้าไปหาจักรรพรรดิฟงเลี่ย แต่ไม่ทันได้เข้าไป จักรพรรดิฟงเลี่ยก็รีบเดินออกมา โดยที่มีหญิงสาวออกมาพร้อมกันพระองค์หลายสิบคน และดูแล้วพระองค์ก็กำลังเมามาย มีสาวงามช่วยประคองพระองค์ออกมา
“ ถวายบังคม องค์จักรพรรดิ” เหล่าเสนาบดีคุกเข่า ถวายบังคมทุกคนยกเว้นเสี่ยวเทียน
“ เสด็จพ่อ” รัชทายาท เข้ามากับลุงสี่ เข้ามาคุกเข่าด้วยเช่นกัน
“ ลุกขึ้น ลุกขึ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครมันทำวังหลวงของข้าเสียหายยับเยินขนาดนี้ ไอ้หนูนี่ใคร รู้สึกข้าคุ้นๆ นะ! ”
จักรพรรดิฟงเลี่ย ยังคงเมามายไม่ได้สติ หรือ ว่ามนตร์ดำยังไม่คลายก็ไม่รู้ ขันทีเตี้ยนจื่อ รีบเข้าถวายน้ำชาแก้เมา ให้จักรพรรดิฟงเลี่ยให้คืนสติ
“ จักรพรรดิฟงเลี่ย พระองค์ถูกมนต์ดำ ของนางปีศาจจากลัทธิมารบัวทมิฬ จนสติเลอะเลือน แล้ว ออกคำสั่งปะาตระกูลจางทั้งตระกูล นี่พระองค์ลืมเื่นี้แล้วหรือ?” เสี่ยวเทียนเอ่ยเสียงดัง ทุกคนหันมามองหน้าเสียวเทียน ที่ยืนจังก้าหน้าบัลลังก์
“ เสี่ยวเทียน คุกเข่า อย่าเสียมารยาท” ลุงสี่เอ่ยเตือนเสี่ยวเทียนเสียงเครียด
“ อะไรนะ ข้าเนี่ยเหรอ ถูกนางปีศาจลัทธิมารทำมนตร์ดำ ฮ่า ฮ่า ไอ้เด็กน้อยเ้านี่บังอาจนัก ไม่กลัวข้าสั่งตัดหัวเ้าหรือยังไง” จักรพรรดิยกมือมาที่เสี่ยวเทียนเพื่อที่จะดึงร่างของเสี่ยวเทียนเข้ามาหาใกล้ ๆ อีกครั้ง
“ เ้าจักรรพรรดินี้มันถูกมนตร์ดำของนางปีศาจ ถึงมนตร์จะเสื่อมไปแล้ว แต่ว่าจิตใจมันอ่อนไหวเลยถูกครอบงำ ข้าจะขจัดมนตร์ดำให้มันก่อน” อาจารย์ลู่เอินเข้าร่างของเสี่ยวเทียน แล้วะโเข้าไป ทำเหมือนว่าถูกพลังดูด แต่ว่าพอไปถึง หน้าบัลลังก์ อาจารย์ลู่เอินก็ใช้ฝ่ามือ มากระแทกเข้าหน้าผากของ จักรพรรดิฟงเลี่ย ร่างของจักรพรรดิฟงเลี่ยเริ่มสั่น ไปทั้งตัว มีไอปีศาจสีดำค่อยๆ พุ่งออกมาจากร่าง แล้วส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน เหล่าขุนนาง รัชทายาทมองอย่างใ ไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะกล้าทำเช่นนี้กลับ จักรพรรดิฟงเลี่ย พอไอปีศาจถูกถอนจนหมด เสี่ยวเทียนก็ ถอยหลังมาสองสามก้าว จักรพรรดิฟงเลี่ย ก็ได้สติกลับคืนมาทั้งหมด
“ นี่พวกเ้ามาทำอะไรกันมากมายเช่นนี้”
“ เสด็จพ่อ ทรงหายดีแล้วใช่ไหมพระเ้าค่ะ” รัชทายาทเข้ามาประคอง
“ ข้าไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย นี่เ้ามาจากแดนใต้เมื่อไรกัน” จักรพรรดิฟงเลี่ยไม่รู้เื่อะไรเลย แล้วรัชทายาทก็เล่าเื่ทั้งหมดให้ จักรพรรดิฟงเลี่ยฟัง
“ อ้อ เื่เป็เช่นนี้เอง ถึงว่าข้าไม่รู้สึกตัว วิชานังปีศาจนี้ร้ายกาจจริงๆ”
“ ข้าว่า จิตใจของพระองค์อ่อนไหวมากกว่า” เสี่ยวเทียนย้อนกลับไป
“ เสี่ยวเทียน” ลุงสี่ต้องคอยปรามเสี่ยวเทียนเอาไว้
“ ต้องขอให้ทรงโปรดให้อภัยกับเสี่ยวเทียนด้วย เขายังเป็เด็ก” ลุงสี่รีบเอ่ย
“ ไม่ต้อง เขาพูดถูก ข้าเสียทีที่มีพลังเซียน์ กลับถูกควบคุมจิตใจได้เสียนี่ ข้าผิดต่อตระกูลจางจริงๆ ข้าจะให้รัชทายาท ไปจัดการสร้างคฤหาสน์ตระกูลจางให้ใหม่ เ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะสร้างให้ใหญ่กว่าเดิมสองเท่าเลย” จักรพรรดิฟงเลี่ยเอ่ยจบ ก็มีเสียงอู๋ซางจวิน รีบวิ่งเข้ามา เสื้อผ้าขาดวิ่น
“ฝ่าา.. ฝ่าา ช่วยให้ความเป็ธรรมแก่กระหม่อมด้วย ตระกูลอู๋ของกระหม่อมถูกปีศาจน้อยนี้ทำลายบ้านของกระหม่อมจนย่อยยับ และมันยังฆ่า แม่ทัพอู๋เลี่ยงจนตาย แล้วมันยังนำทรัพย์สมบัติของตระกูลอู๋ไปจนหมด ได้โปรดให้ความเป็ธรรมกับกระหม่อมด้วยเถิดพระเ้าข้า” ทุกคนหันมามองหน้าเสี่ยวเทียนกันหมด
“ ข้าแค่ไปทวงหนี้ ที่แม่ทัพอู๋เลี่ยงทำกับ ตระกูลจางเท่านั้น” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
“ อู๋ซางจวิน ได้ยินแล้วใช่ไหม เสี่ยวเทียนแค่ไปทวงหนี้ ที่แม่ทัพอู๋เลี่ยง ไปทำกับตระกูลจางแค่นั้น เ้ายังไม่ตายก็นับว่าโชคดีแล้ว ต่อไปนี้ก็ให้มันแล้วกับไปเถอะ”
จักรพรรดิฟงเลี่ยเข้าข้างเสี่ยวเทียนเต็มที่
“ ฝ่าา แต่ที่แม่ทัพอู๋เลี่ยงทำไปนั้น เป็คำสั่งของฝ่าานะ พระเ้าค่ะ”
“ อย่ามากล่าวหาข้านะ นั่นเป็เพราะ คำสั่งสนมอู๋ลีฟาง บุตรีของท่านต่างหาก หาใช่ข้าเป็คนสั่งไม่” จักรพรดิฟงเลี่ยไม่ยอมรับ
“ ฝ่าา”
“ เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว ต่อไปเ้าก็กลับไปอยู่กับบ้านเลี้ยงดูบุตรหลาน ไม่ต้องมารับใช้ข้าอีกแล้วข้าปลดเ้าออกจากทุกตำแหน่ง ทหารพา อู๋ซางจวินออกจากวัง ต่อไปนี้ห้ามเข้าวังหลวงอีกเป็อันขาด" จักรพรรดิสั่งการไป
“ฝ่าา” เสียงร้องไห้คร่ำครวญของ อู๋ซางจวินดังออกมาตลอดทาง จนถูกโยนออกจากวังหลวงไป จึงเงียบเสียง
“ เสี่ยวเทียน เ้ามีความดีความชอบ ข้าไม่รู้จะให้อะไรเ้าดี เอาอย่างนี้ เ้าตามข้ามา ข้าจะพาเ้าเข้าไปในท้องพระคลัง เ้าอยากได้อะไร เ้าก็หยิบไปได้เลย”
พูดจบ จักรพรรดิก็จูงมือเสี่ยวเทียน เดินเข้าไปในท้องพระคลัง เสี่ยวเทียนดีใจมากที่ได้เห็นสมบัติของวังหลวง จนลืมความแค้นที่ จักรพรรดิสั่งปะาตระกูลของตนไปแล้ว พอประตูเปิด แสงสว่างจ้า ของทองคำ และเพชรนิลจินดา มีอยู่เต็มไปหมด
“ โอ้โห มากกว่าของตระกูลอู๋หลายสิบเท่าเลยนะเนี่ย” เสี่ยวเทียนใที่ได้เห็นท้องพระคลังที่มีสมบัติมากมาย
“ เอาซิ เ้าอยากได้ของวิเศษ หรือ ทรัพยากรฝึกปรือ ก็หยิบไปได้เลย ข้าอนุญาต”
“ อาจารย์ ของวิเศษมากมาย ข้าควรจะเอาอะไรดี” เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ลู่เอิน
“ เ้าไปหยิบหินมิติสถานที่ ก้อนใหญ่ก้อนนั้นออกมา แล้ว หินมิติเวลา หยกสื่อสาร หยกค่ายกล หยกช่วยชีวิต หยกพลัง หยิบไปเยอะ เ้าต้องใช้อีกมาก แล้วนั้นหินอุกาบาต เอาไปด้วยข้าจะหลอมกระบี่ใหม่ให้เ้า ต้นสมุนไพรจักรพรรดิหมื่นปี มีอยู่เป็ร้อยกล่องเลยหรือนี่ เอาไปครึ่งเดียวก็พอ เม็ดยาไม่ต้อง ข้าหลอมได้ดีกว่ากันเยอะ เอ๊ะ นี่มันตะเกียงอะไรวะเนี่ย หน้าตาแปลกๆ”
“ ท่านจักรพรรดิ นี่คือตะเกียงอะไรหรือขอรับ”
“ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน มันถูกเก็บมานานั้แ่สมัย ท่านปู่ฟงเทียนอี้ หากเ้าอยากได้ก็เอาไปเถอะ อยู่นี่ก็ไม่มีใครใช้”
เสี่ยวเทียนก็เก็บเข้าไปในถุงมิติที่ตอนนี้เต็มแล้ว จักรพรรดิจึงมอบแหวนมิติให้อีกวงที่จุของได้มากกว่า เสี่ยวเทียนก็ไม่ปฏิเสธรับมาอย่างว่าง่าย เสี่ยวเทียนเอาหรียญทองใส่ไป แบบไม่มากนัก เพราะทองคำของตระกูลอู๋ก็มีไม่น้อยแล้ว คราวนี้
เสี่ยวเทียนกลายเป็เศรษฐีแล้ว
“ ขอบพระทัยองค์จักรพรรดิ ขอให้พระองค์ทรงมีอายุยืนหมื่นปี หมื่นปี” เสี่ยวเทียนหลังจากได้เงินทองของวิเศษจนจุใจแล้ว ก็ออกมากล่าวทำความเคารพต่อองค์จักรพรรดิต่อหน้าเสนาบดี ขุนนาง รัชทายาท ทุกคนเห็นแล้วก็ได้แต่อมยิ้มด้วยความเอ็นดู มีแต่ลุงสี่ผู้เดียว ที่ดูเหมือนจะมีสีหน้าออกจะกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ที่หลานตัวเอง พอได้ทรัพย์สมบัติแล้ว กลับเปลี่ยนจากหน้ามือ เป็หลังมือทันที
ถึงแม้ว่าจะผ่านเื่ร้ายไปแล้ว อาจารย์ลู่เอินยังรู้สึกว่า พวกลัทธิมารบัวทมิฬ ยังไม่หมดไปจากวังหลวง
“ เสี่ยวเทียน ข้าััิญญาของนางปีศาจควายป่าตนนั้น ข้าได้กลิ่นไอปีศาจจาก สาวกของมันอีกคนที่ยังเหลืออยู่ในวัง”
“ จริงดิ ใครกัน”
“ คนที่ยืนข้างฝ่าา เตี้ยนจื่อกงกง”
“ หา จริงดิ อาจารย์พูดเล่นหรือเปล่า”
“ พูดตามที่ข้าบอก”
“ ฝ่าา กระหม่อมมีเื่กราบทูล” เสี่ยวเทียนเอ่ยทันที
“ ว่ามาเถิด”
“ หลังจากปราบเ้าแม่ลัทธิมารบัวทมิฬแล้ว อาจารย์กระหม่อมได้ทำการสืบิญญานังปีศาจควายป่าตนนี้ พบว่า ยังมีสาวกของพวกมันยังหลงเหลืออยู่ ครั้งที่แล้ว พวกมันเชือดคอเด็กสาวบริสุทธิ์ ไปพร้อมกันทั้งเก้าคน เพื่ออัญเชิญิญญาเ้าแม่ลัทธิมารบัวทมิฬออกมา หากขืนปล่อยพวกมันเอาไว้ เกรงว่าพวกมันคงต้องอัญเชิญปีศาจสัมภเวสีตนอื่น เข้ามาในโลกใบนี้ได้อีก”
“ แล้วเ้ารู้ไหมว่าพวกมันเป็ใคร อยู่ที่ใดกันบ้าง”
“ กระหม่อมรู้แค่จักแค่เพียงคนเดียว แต่แค่คนเดียวก็พอแล้ว ใช่ไหมท่านเตี้ยนจื่อกงกง” ทุกคนหันมองหน้าเตี้ยนจื่อกงกง
“ คุณชายเสี่ยวเทียนล้อข้าเล่นอีกแล้ว ข้าจะไปรู้จักพวกมารนอกรีตเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ เหรอ?” เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเทพเข้าใส่ร่างของ เตี้ยนจื่อกงกง จนเสื้อผ้าขาดวิ่น แต่ไม่ปรากฏว่ามีสัญลักษณ์ดอกบัวสีดำเลยแม้แต่น้อย
“ เสี่ยวเทียนเื่นี้คงเป็การเข้าใจผิดกันหรือเปล่า ท่านเตี้ยนจื่อกงกง อุตส่าห์เจตนาดี มาบอกข้าว่าเสด็จพ่อถูกมนตร์ดำ แล้วท่านก็ไม่มีสัญลักษณ์ ดอกบัวสีดำด้วย" รัชทายาทยังเชื่อใจเตี้ยนจื่อกงกง
“ ใช่แล้ว คุณชายเสี่ยวเทียนเข้าใจตาแก่อย่างข้าผิดแล้ว”
“ ผิดหรือถูก ข้าจะเป็คนบอกเองไม่ใช่เ้า” เสี่ยวเทียนยกมือส่งยันต์เข้าไปใส่ร่างของขันทีเฒ่าอีกครั้ง คราวนี้ ขันทีเฒ่า ทนไม่ไหว ส่งเสียงร้องออกมา ผิวที่ขาวนวลเหมือนสตรี ก็ฉีกขาดออกเป็ชิ้นๆ กลายเป็ร่างผิวสีแดง หน้าอกมีรูปดอกบัวสีดำ ร่างกลายเปลี่ยนเป็ มนุษย์ 8 แขน
ทุกคนแตกตื่นใยิ่งนักไม่คิดว่าที่แท้คนที่อยู่เื้ัที่อัญเชิญปีศาจมารร้ายมาก็คือ เตี้ยนจื่อกงกง
“ เหอ เหอ ข้าอุตส่าห์ปลอมแปลงร่าง มาหลายร้อยปี แสร้งจงรักภักดี ต่อจักรพรรดิมานาน ไม่น่าเชื่อ ว่าจะถูกมนุษย์เด็ก 7 ขวบ จับได้ ฮึ ช่างน่าอายยิ่งนัก แกตายเสียเถอะเ้าเด็กน้อย”
“ ข้าไว้ใจเ้ามาตลอดแต่เ้ากลับ หลอกลวงข้า” จักรพรรดิฟงเลี่ยโกรธสุดๆ เห็นมันพุ่งตัวที่จะทำร้ายเสี่ยวเทียน แต่จักรพรรดิฟงเลี่ย ตระโกนออกมาลั่นว่า
“ พลังหมัดอัสนีสยบฟ้า” หมัดของจักรพรรดิปล่อยออกมา พร้อมกับพลังสายฟ้า พุ่งเข้าใส่ลำตัว เตี้ยนจื่อกงกง เต็มๆ ตูม !!! ร่างของเตี้ยนจื่อกงกง ะเิสลายหายไปสิ้น ทั้งิญญาก็ไม่เหลือ
“ โอ้ โห พลังหมัดขนาดนี้ ถึงว่า กระบี่อาญาสิทธิ์ อัสนี ถึงไม่มีความจำเป็เลย”
เสี่ยวเทียนเพิ่งเห็นพลังหมัดอานุภาพร้ายแรงขนาดนี้ต่อหน้าต่อตา
“ เฮอะ ถ้าเ้าอยากเรียน ไว้เ้าฝึกถึงพลังเซียนเมื่อใด ข้าก็สอนให้เ้าก็ได้” อาจารย์ลู่เอินกล่าวเหมือนเป็เื่ธรรมดา
“จริงๆ นะอาจารย์” เสี่ยวเทียนอยากมีพลังหมัดแบบนี้ เสี่ยวเทียนเห็นจักรพรรดิฟงเลี่ยทำการสืบิญญาของ เตี้ยนจื่อกงกง แล้วก็บอกรังลับของพวกมัน ให้รัชทายาทไปจัดการกับพวกมารลัทธิบัวทมิฬทั้งหมดรวมทั้ง แม่ทัพเหยียนคังทียืนตัวสั่นเมื่อเห็นพลังของจักรพรรดิฟงเลี่ย
เสี่ยวเทียนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้อีก จึงขอตัวกลับบ้านพร้อมกับ ลุงสี่ ตลอดการเดินทางลุงนี่ก็สอนให้เสี่ยวเทียนรู้จักให้ความเคารพรัชทายาทให้มากกว่านี้ แต่เสี่ยวเทียนก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาออกไป กลับมาถึงบ้าน เสี่ยวเทียนก็วิ่งไปหาท่านแม่ แล้วกระซิบว่า
“ ท่านแม่เวลานี้เรารวยแล้ว ตระกูลอู๋กับจักรพรรดินำเงินมาให้ลูกมากมายเลย ต่อไปเราสามคนแม่ลูกไม่ต้องลำบากอีกแล้ว ต่อไป หลิงน้อยอยากกินอะไร ก็ได้กินแล้ว ดีไหมหลิงน้อย” เสี่ยวเทียนลูบหัวหลิงน้อย
“ หลิงน้อยไม่หิวแล้ว หลิงน้อยอยากเจอท่านพ่อ พี่ใหญ่พาท่านพ่อกลับมาได้ไหม”
เสี่ยวเทียนตอบไม่ได้ เลยหันไปมองหน้าท่านแม่แทน แม่ก็เลยกอดหลิงน้อยแล้วบอกว่า
“ ท่านพ่อทำงานอยู่ พอท่านพ่อทำงานเสร็จก็กลับมาเองแหละ”
“ ไว้ข้าโตกว่านี้ ข้าจะไปหาท่านพ่อ ที่พิภพชั้นสาม ท่านแม่รอให้ลูกโตกว่านี้หน่อยนะ” แม่อดน้ำตาคลอไม่ได้ จึงดึงร่างเสี่ยวเทียนมากอดที่อกด้วยอีกคน
ทันใดนั้น ต้าเกินก็วิ่งเข้ามาหาเทียนกับแม่
“ ท่านอาหก มีคนจากพิภพชั้นสาม มาหาท่าน เขาบอกว่าชื่อ เฉินซื่อหลาง
ท่านพ่อให้เขารอที่ตีนเขา ไม่ให้เขาขึ้นมา ให้ข้ามาถามก่อนว่าท่านอาหกรู้จักเขาไหม”
“ น้องสี่ รีบเชิญขึ้นมา เขาเป็น้องชายของเฉินคุณ” แม่รีบเอ่ยด้วยความตื่นเต้น อาจมีข่าวของเฉินคุนมาบอกก็ได้
“ ลูกแม่ อาซื่อหลาง เป็น้องชายคนที่สี่ พ่อของเ้าเป็คนโต เขาอาจมีข่าวของพ่อเ้ามาบอกก็เป็ได้”
“ เป็เช่นนั้นก็ดี พวกเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันเสียที” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างดีใจเช่นกัน จากนั้นชายหนุ่มวัย ยี่สิบห้าปี ก็มาถึง
“ พี่สะใภ้ใหญ่”
“ น้องสี่ เ้ามีข่าวพี่ใหญ่เ้าแล้วไช่ไหม?”
“ ข้าได้ข่าวว่า พี่ใหญ่หนีออกจากชั้นสามมาแล้ว เกรงว่าไม่อยู่ชั้นสอง ก็ คงมาหาพวกท่านที่พิภพชั้นที่ 1 นี่แหละ ข้าเองก็อยากพบเขาเช่นกัน นี่เสี่ยวเทียนกับหลิงน้อยใช่ไหมเนี่ย”
“ เสี่ยวเทียน หลิงน้อย คำนับท่านอาสี่ซะ”
“ ท่านอาสี่”
“ อืมเ้าเสี่ยวเทียนนี่ โตแล้วนะ ท่านพ่อให้ข้ามาก็เื่ เสี่ยวเทียนนี่แหละ”
“ ทำไม มีเื่อะไรเกี่ยวกับเสี่ยวเทียนรึ” แม่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ท่านพ่อให้ข้ามารับเสี่ยวเทียน กลับตระกูล เพื่อเตรียมตัวเข้าไป เรียนที่สำนักเทพธรรมยุทธ์ หากให้เขาอยู่ที่นี่ เขาไม่มีพลังเทพ ต่อไปขึ้นไปอยู่พิภพที่สาม จะเรียนตามเขาไม่ทัน ่นี้ท่านพ่อได้เตรียงว่าจ้างอาจารย์พิเศษจากสำนักเทพธรรมยุทธ์ มาสอนพิเศษให้เรียบร้อยแล้ว”
“ แต่ว่า เสี่ยวเทียนเป็คนของสำนักสะท้านฟ้าแล้ว พรุ่งนี้ต้องทดสอบไปเรียนที่พิภพชั้นที่สอง หากให้เขาขึ้นไปพิภพ ชั้นที่สามเลยเกรงว่าเขายังไม่ แกร่งพอ
ข้าว่าอีก 6 เดือนค่อยมารับเขาไปจะดีกว่า แต่เื่นี้ ราชสำนักหลงเขาไม่ตามล่าท่านพี่เฉินคุนแล้วรึ” แม่เริ่มสงสัย
“ คนที่ตามล่าพี่ใหญ่ คือองค์ชายสี่ กับองค์ชายแปด ราชสำนักไม่รู้เื่พวกมันแอบอ้าง จักรพรรดิหลงอู่ตี้มากกว่า เวลานี้จักรพรรดิกักตนมาสามปีแล้วท่านไม่ยุ่งเื่ราวภายนอก ปล่อยให้รัชทายาทจัดการเองทั้งหมด แล้วเวลานี้พวกองค์ชายสี่กับองค์ชายแปด กำลังร่วมมือ เพื่อหาทางโค่นล้มองค์ชายใหญ่รัชทายาท ซึ่งหนุนหลัง ตระกูลเฉินของเรา ตราบใดที่รัชทายาทครองอำนาจอยู่ พวกมันทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก”
“ เฮ้อ แต่ก็พวกเขาก็ยังคงจ้องทำร้ายเสียวเทียนอยู่ดี หากเสี่ยวเทียนขึ้นไปตอนนี้
บอกท่านพ่อข้าส่งให้เสี่ยวเทียนไปเรียนที่พิภพชั้นสอง พอเขาเรียนจบจะให้ขึ้นไปหาท่านพ่อโดยทันที”
“ ก็ได้ ่นี้ก็วุ่นวายจริงๆ ที่ท่านพ่อให้ข้ามาส่วนหนึ่ง ก็เพราะว่าท่านย่าคิดถึงเสี่ยวเทียนกับเสี่ยวหลิงมาก จากมาสองสามปีแล้ว นี่เสี่ยวเทียนเ้าจำท่านย่าได้หรือเปล่า”
เสี่ยวเทียนต้องค่อยๆ นึก ในเวลานั้นเสี่ยวเทียนยังเด็กนัก เลยจำไม่ค่อยได้เท่าไร
“ เอาล่ะไม่ต้องนึกแล้ว พรุ่งนี้เ้าไปสอบเลื่อนขั้น ถ้าสอบไม่ได้ ก็ไปกับท่านอาสี่ขึ้นไปเรียนบนพิภพชั้นสามเลยก็แล้วกันดีไหม” แม่ตัดสินใจให้แล้ว
“ ขอรับ” พรุ่งนี้ได้เวลาทำการทดสอบเข้าสำนักสะท้านฟ้าพิภพที่สองเสียที...