“บิดากับท่านย่าเ้ารู้เื่เมียชั้นต่ำของเ้าแล้วรึถึงได้กล้าตีฝีปากกับข้าเช่นนี้” ผู้ใหญ่เอ่ยปากอยากจะหมั้นหมายลูกสาวนางกับบุตรชายเขามาวันนี้เ้าตัวกับวิ่งโร่ร้องตามเมียบ่าวจนออกนอกหน้า นั่นมิเท่าหยามเหมยเอ๋อร์ให้ต้องอับอายอย่างนั้นหรือ
“สามีภรรยาหากมองกันแค่เปลือก ชั่วลมหายใจนี้คงไม่อาจพานพบความจริงใจ”
“ดังเช่น...”บิดาเ้าที่แต่งสาวใช้เป็ฟูเหรินน่ะหรือ ฟูเหรินใหญ่แห่งบ้านสกุลกงหยางเกือบจะพูดดังใจคิดดีว่ายั้งปากไว้ทัน หากเื่เข้าหูสามี ตัวนางเองจะลำบากไม่น้อย
คำกระทบกระเทียบที่ถึงแม้ออกมาไม่เต็มประโยคแต่ฟู่เจียนจื่อก็คาดเดาเจตนาส่อเสียดของกงหยางฟูเหรินที่มีต่อมารดาเลี้ยงของตนได้
เื่เ้าบ้านสกุลฟู่แต่งสาวใช้ตกเป็หัวข้อสนทนาของสตรีปากมากนับครั้งไม่ถ้วน แต่คนบ้านเขาไม่เก็บมาใส่ใจ ลึกๆแล้วสตรีที่เป็ได้แค่ ‘ฟูเหรินใหญ่และอนุ’ล้วนริษยาจินป๋ายไช่ที่นางอยู่ในฐานะ ฟูเหรินหนึ่งเดียวของบิดาเขา
เมื่อกงหยางฟูเหรินไม่ยินยอมให้คำตอบฟู่เจียนจื่อก็เดินออกจากบ้านสกุลกงหยาง สวนทางกับคุณชายสาม อาการมึนตึงที่ผู้มาเยือนแสดงออกกงหยางจี้อู่เห็นแล้วอดสะท้านใจมิได้ อยากจะแก้ตัวกับเื่ที่ตนเล่าสู่น้องสาวจนไปเข้าหูมารดา
เพื่อนรุ่นพี่จึงฉุดแขนอีกคนไว้“เ้ามาด้วยเื่หงโต้วสินะ”
“มิตรภาพของเรายาวนานมากกว่าสิบปีบอกข้าได้หรือไม่ว่าขายภรรยาข้าไปที่ใด”
กลับถึงบ้านฟู่เจียนจื่อก็สั่งลู่เคอให้นำรถม้าออก พร้อมสั่งวั่งเอ๋อร์ให้เตรียมสัมภาระจำเป็เมื่อเื่รู้ถึงหูนางฟู่หลัน หญิงสูงวัยก็เข้ามาขวางหลานชายก่อนที่เขาจะทันได้พ้นประตูใหญ่
“บิดาเ้าไม่ได้บอกย่าสักคำว่ามีงานด่วนแล้วนี่จะออกไปค้างอ้างแรมที่ใด”
“ไว้หลานจัดการธุระแล้วเสร็จจะกลับมารายงานท่านย่านะขอรับ”
“จะไปได้เ้าต้องบอกเหตุผลมาก่อน หรือจะให้ย่าร้อนใจเหมือนอย่างคราวนั้น”นึกถึงเื่หลานชายถูกปล้นชิงคราใดก็ใจหายลำพังแค่คนบังคับม้ากับลู่เคอติดตามไปสองคน นางจะไว้วางใจได้อย่างไร
หากเขาบอกจะไปตามหาสตรีบนป้ายิญญาท่านย่ายิ่งจะล่ามเขาไว้ไม่ให้ออกไปน่ะสิ...ฟู่เจียนจื่อส่งสายตาอ้อนวอนไปยังมารดา
“ท่านแม่เ้าคะเจียนจื่อรีบเร่งเช่นนี้ คงเป็เื่ร้อนใจจริงๆ ใช่ว่าเขาไม่เคยห่างบ้านเสียเมื่อไร”
“แต่...”
“อีกสองชั่วยามก็จะค่ำแล้วหากออกจากอี้หยางตอนนี้ ก่อนตะวันตกดินระหว่างทางก็ยังจะหาที่พักได้ทัน”
“ให้ข้าไปเถอะนะขอรับท่านย่า”ชายหนุ่มอ้อนวอน
“แล้วบอกแม่ได้ไหมเ้าจะไปเส้นทางใด”
ฟู่เจียนจื่อเข้าใจความห่วงใยของสตรีทั้งสองจึงบอกเส้นทางที่จะไป พร้อมย้ำว่าหากออกเดินทางเร็ว เวลาไปกลับก็คงจะไม่เกินสามวันเมื่อรู้กำหนดเวลาแน่ชัดนางฟู่หลันจึงยอมหลีกทาง แต่ก็มิวายบ่นน้อยใจที่หลานมีความลับกับคนในครอบครัว
และค่ำนั้นความลับของหลานชายก็ทำให้นางฟู่หลันตบอกผางด้วยมีคนมารายงานว่าเขาไปตามหาภรรยาที่บ้านสกุลกงหยาง
“เจียนจื่อมั่นใจได้อย่างไรว่าใช่นาง”
ปรกติแล้วบุตรชายคนโตไม่ใช่คนไร้เหตุผลหากไม่แน่ใจ คงไม่กระทำบุ่มบ่ามถึงขั้นไปขอซื้อตัวบ่าวบ้านคนอื่นเื่ขายบ่าวอำนาจเป็ของกงหยางฟูเหรินจินป๋ายไช่จึงเป็ฝ่ายออกหน้าแทนสามีไปที่บ้านนั้นเพื่อถามไถ่เื่ราวทั้งหมด
‘บุตรชายสกุลฟู่ทำเหมยเอ๋อร์ของเราต้องขายหน้าพวกเ้าตั้งใจจะหมั้นหมายนางกับเขาทั้งที่เขาสนใจไยดีแต่เพียงนังบ่าวบ้านข้า หากเหมยเอ๋อร์แต่งให้เจียนจื่อ มิเท่าต้องเป็รองเมียบ่าวหรอกหรือ’
จินป๋ายไช่กลับบ้านสกุลฟู่พร้อมข้อหาร่วมกันปิดบังและให้ท้ายบุตรชายมาหลอกลวงความรู้สึกบุตรสาวบ้านกงหยางหนำซ้ำยังส่งเสริมให้เขาติดสินบนบ่าวในเรือนนั้นเพื่อคอยเป็หูเป็ตาในการลับลอบกระทำบัดสี
ในฐานะมารดาที่อบรมเลี้ยงดูชายหนุ่มมาจินป๋ายไช่พยายามเรียบเรียงคำพูดเพื่อจะอธิบายต่อแม่สามีให้กระทบใจนางน้อยที่สุดทว่าหญิงสูงวัยก็ทำท่าคล้ายจะเป็ลมต้องใช้เวลารักษาอาการกันอยู่ครู่ใหญ่
“เ้าหลานชายคนนี้อยากให้ย่าเ้าตายเร็วๆหรือไร เมียฐานะดีเหมาะสมกับเ้า ย่าก็หามาให้เลือกไม่รู้กี่คนต่อกี่คนกลับทำเื่เสียได้”
“เฟิ่งสือเป็ผู้ใหญ่ใจกว้างข้ากับเขาคบหารู้ใจกันมาเนิ่นนาน หากบุตรหลานไม่มีวาสนาต่อกัน เชื่อว่าบิดาเช่นเขาก็ยอมรับและคงไม่ถือสาส่วนเื่ว่าจะหมั้นหมายนั้นก็เป็เพียงการคุยภายใน ก่อนหน้าเจียนจื่อก็ไม่เคยทำรุ่มร่ามกับเหมยเอ๋อร์ให้เสื่อมเสียถึงหูตาคนนอก กงหยางฟูเหรินกล่าวหนักปากไปบ้างก็คงเพราะห่วงความรู้สึกของบุตรสาวน่ะขอรับ”
ฟู่เจียนจื่อแม้มิใช่คุณชายผู้มีคุณสมบัติดีพร้อมอันดับต้นๆของอี้หยางดั่งเช่นลูกหลานขุนนางข้าราชสำนัก แต่ฐานะ หน้าตาความรู้ความสามารถไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าลูกหลานพ่อค้าคหบดีบ้านอื่นจากความชิดเชื้อของสองบ้าน ทำให้กงหยางซีเหมยมีใจให้ก็คงไม่แปลก แต่เมื่อสุดท้ายแล้วบุตรชายมิอาจรักหญิงสาวได้เขาก็ไม่อยากจะบังคับจิตใจ ด้วยว่าตนก็เคยผ่าน่เวลานี้มาก่อน
“เฟิ่งสืออาจจะไม่เอาความแต่มารดาของเหมยเอ๋อร์เล่า แม่เกรงจะเป็ขี้ปากคนให้ต้องอับอาย นางตอบโตเราไม่ได้ต่อหน้าแต่ลับหลังน่ะไม่แน่”
“ช่างปะไรคิดเสียว่าเสียงกาสิขอรับ” ไว้บุตรชายกลับถึงบ้านเขาจะพาตัวไปยกน้ำชาขอขมากงหยางเฟิ่งสือกับฟูเหรินใหญ่ รวมถึงกงหยางซีเหมย
“ลองเกิดเื่นี้กับลูกสาวเ้าบ้างเถอะ...”พลั้งปากแล้วนาง ฟู่หลันพลันคิดได้รีบยกปลายนิ้วตีปากตัวเองเบาๆ เื่วกมาแช่งหลานสาวตนเอง
ฟู่หลิงเฉินกลั้นหัวเราะในลำคอ“ข้านึกว่าท่านแม่จะชินแล้วกับเื่ที่พวกข้าทำ”
ผู้เป็มารดาคิดอยากจะหยิกเนื้อบุตรชายกับวาจายอกย้อน“ดูเองเถอะป๋ายเอ๋อร์ พ่ออย่างไร ลูกก็อย่างนั้น”
เพราะกระทำไม่ได้ดั่งใจนางฟู่หลันจึงค้อนควักเข่นเขี้ยวเขาอยู่ลึกๆ
เพื่อเป็การไถ่โทษเล็กๆที่บุตรและสามีของตนต่างทำเื่ให้แม่สามีปวดหัวจินป๋ายไช่ที่นั่งใกล้จึงเป็ฝ่ายหยิกเนื้อฟู่หลิงเฉินแทนจนเขาสะดุ้งนั่นแล้วนางฟู่หลันจึงคลายโทสะลงบ้าง
“ถ้าเจียนจื่อหาตัวนางพบนั่นเท่ากับต้องรับเป็สะใภ้ พวกเ้าไม่กลุ้มใจบ้างหรือไร” จะดีชั่วบิดามารดาก็มีสิทธิ์ในชีวิตลูกมากกว่า ผู้เป็ย่า
“จะให้ทำอย่างไรเล่าขอรับท่านแม่เจียนจื่อเลือกรักนางผู้นั้น เราก็ต้องรักนางด้วย”
“หากนางทำตัวไม่ดีเ้าไม่เกรงสกุลฟู่จะเสียชื่อหรือไร”
“นั่นก็เป็เื่สามีภรรยาจะต้องจัดการกันเองขอรับเจียนจื่อเป็ผู้ใหญ่แล้ว ั้แ่เล็กพวกเราก็สั่งสอนเขาแต่ทางดี ท่านแม่คิดว่าเขาจะปล่อยให้ภรรยาตัวเองทำเหลวไหลจนเกิดผลกระทบกับทุกคนโดยไม่จัดการอะไรหรือ หากเื่ภายในเรือนยังจัดการไม่ได้ภายหน้าข้าก็คงไม่อาจจะวางใจให้เขาดูแลกิจการสกุลฟู่แน่ปล่อยให้เื่นี้เป็อีกหนึ่งบทพิสูจน์การเติบโตของเขาเถิดขอรับ”
นางฟู่หลันฟังอย่างเข้าใจใครใช้ให้นางตามใจลูกหลานปล่อยพวกเขามีอิสระทางความคิดและการกระทำมาแต่ต้นกันเล่า
ขณะครอบครัวสนทนากันนั้นฟู่อวี้เสวี่ยก็วิ่งนำน้องชายเข้ามาในห้อง มีบ่าววิ่งตามติดเพราะไล่จับเด็กน้อยทั้งสองไม่ทัน
“บ่าวขออภัยเ้าค่ะ”พี่เลี้ยงสาวก้มหน้าลุแก่โทษที่ปล่อยให้คุณหนูกับคุณชายวิ่งพรวดพราดเข้ามา
“เสวี่ยเอ๋อร์พาน้องเล่นซนอีกแล้วสินะใกล้เวลาเข้านอน ไยไม่รอแม่ที่ห้อง”
นางฟู่หลันกวักมือเรียกหลานชายที่วิ่งมาหยุดกึกข้างบิดาเขา ฟู่อันเหิงเข้าไปหาท่านย่าก่อนจะทำหน้างงงวยเมื่อถูกถาม
“เหิงเอ๋อร์ของย่าจะดื้อรั้นเหมือนบิดากับพี่ชายเ้าหรือไม่”
เด็กชายวัยห้าขวบสบตาบิดาครู่หนึ่งจึงบอกท่านย่าของตนว่า “เหิงเอ๋อร์เป็เด็กดีของท่านย่าขอรับ”
คำตอบที่ได้ช่างชุ่มชื่นหัวใจนางฟู่หลันลูบเรือนผมหลานชายตัวน้อยอย่างรักใคร่เอ็นดู “เด็กดีๆ”
ฟู่หลิงเฉินอมยิ้มชื่นชมไหวพริบของเด็กน้อยส่วนจินป๋ายไช่ก็ให้ลูกสาวนั่งเก้าอี้ข้างกัน มองภาพครอบครัวพร้อมหน้าด้วยรอยยิ้ม
แม่สามีของนางนั้นเป็สตรีสูงวัยที่มีใจเมตตาที่สุดแล้วขนาดนางเคยอยู่ในฐานะบ่าวต่ำต้อยในเรือนยังผ่านด่านพิชิตใจนางได้ หานถิงมี่ซึ่งบุตรชายเล่าว่าเป็ทายาทสำนักคุ้มภัยใหญ่โตมีหรือจะผ่านด่านนี้ไม่ได้หากเนื้อแท้หญิงสาวผู้นั้นเป็สตรีจิตใจดีมีหรือพ่อแม่จะไม่อวยพรให้ชีวิตครอบครัวของลูกชายพบแต่ความสุข เจียนจื่อมีรักมั่นคงฟ้าเบื้องบนจึงเป็ใจให้โอกาสรักนี้อีกครั้ง ตัวนางทำใจร้ายตัดเส้นทางความรักของเขาไม่ลงมีแต่จะพยายามส่งเสริมทุกทางด้วยซ้ำไป