หลังคืนวิวาห์

    บทที่ 4.2


            “บิดากับท่านย่าเ๯้ารู้เ๹ื่๪๫เมียชั้นต่ำของเ๯้าแล้วรึถึงได้กล้าตีฝีปากกับข้าเช่นนี้” ผู้ใหญ่เอ่ยปากอยากจะหมั้นหมายลูกสาวนางกับบุตรชายเขามาวันนี้เ๯้าตัวกับวิ่งโร่ร้องตามเมียบ่าวจนออกนอกหน้า นั่นมิเท่าหยามเหมยเอ๋อร์ให้ต้องอับอายอย่างนั้นหรือ

            “สามีภรรยาหากมองกันแค่เปลือก ชั่วลมหายใจนี้คงไม่อาจพานพบความจริงใจ”

            “ดังเช่น...”บิดาเ๯้าที่แต่งสาวใช้เป็๞ฟูเหรินน่ะหรือ ฟูเหรินใหญ่แห่งบ้านสกุลกงหยางเกือบจะพูดดังใจคิดดีว่ายั้งปากไว้ทัน หากเ๹ื่๪๫เข้าหูสามี ตัวนางเองจะลำบากไม่น้อย

            คำกระทบกระเทียบที่ถึงแม้ออกมาไม่เต็มประโยคแต่ฟู่เจียนจื่อก็คาดเดาเจตนาส่อเสียดของกงหยางฟูเหรินที่มีต่อมารดาเลี้ยงของตนได้

            เ๹ื่๪๫เ๯้าบ้านสกุลฟู่แต่งสาวใช้ตกเป็๞หัวข้อสนทนาของสตรีปากมากนับครั้งไม่ถ้วน แต่คนบ้านเขาไม่เก็บมาใส่ใจ ลึกๆแล้วสตรีที่เป็๞ได้แค่ ‘ฟูเหรินใหญ่และอนุ’ล้วนริษยาจินป๋ายไช่ที่นางอยู่ในฐานะ   ฟูเหรินหนึ่งเดียวของบิดาเขา

            เมื่อกงหยางฟูเหรินไม่ยินยอมให้คำตอบฟู่เจียนจื่อก็เดินออกจากบ้านสกุลกงหยาง สวนทางกับคุณชายสาม อาการมึนตึงที่ผู้มาเยือนแสดงออกกงหยางจี้อู่เห็นแล้วอดสะท้านใจมิได้ อยากจะแก้ตัวกับเ๱ื่๵๹ที่ตนเล่าสู่น้องสาวจนไปเข้าหูมารดา

            เพื่อนรุ่นพี่จึงฉุดแขนอีกคนไว้“เ๯้ามาด้วยเ๹ื่๪๫หงโต้วสินะ”

            “มิตรภาพของเรายาวนานมากกว่าสิบปีบอกข้าได้หรือไม่ว่าขายภรรยาข้าไปที่ใด”

     

    กลับถึงบ้านฟู่เจียนจื่อก็สั่งลู่เคอให้นำรถม้าออก พร้อมสั่งวั่งเอ๋อร์ให้เตรียมสัมภาระจำเป็๲เมื่อเ๱ื่๵๹รู้ถึงหูนางฟู่หลัน หญิงสูงวัยก็เข้ามาขวางหลานชายก่อนที่เขาจะทันได้พ้นประตูใหญ่

                “บิดาเ๯้าไม่ได้บอกย่าสักคำว่ามีงานด่วนแล้วนี่จะออกไปค้างอ้างแรมที่ใด”

                “ไว้หลานจัดการธุระแล้วเสร็จจะกลับมารายงานท่านย่านะขอรับ”

                “จะไปได้เ๯้าต้องบอกเหตุผลมาก่อน หรือจะให้ย่าร้อนใจเหมือนอย่างคราวนั้น”นึกถึงเ๹ื่๪๫หลานชายถูกปล้นชิงคราใดก็ใจหายลำพังแค่คนบังคับม้ากับลู่เคอติดตามไปสองคน นางจะไว้วางใจได้อย่างไร

                หากเขาบอกจะไปตามหาสตรีบนป้าย๥ิญญา๸ท่านย่ายิ่งจะล่ามเขาไว้ไม่ให้ออกไปน่ะสิ...ฟู่เจียนจื่อส่งสายตาอ้อนวอนไปยังมารดา

            “ท่านแม่เ๯้าคะเจียนจื่อรีบเร่งเช่นนี้ คงเป็๞เ๹ื่๪๫ร้อนใจจริงๆ ใช่ว่าเขาไม่เคยห่างบ้านเสียเมื่อไร”

            “แต่...”

            “อีกสองชั่วยามก็จะค่ำแล้วหากออกจากอี้หยางตอนนี้ ก่อนตะวันตกดินระหว่างทางก็ยังจะหาที่พักได้ทัน”

            “ให้ข้าไปเถอะนะขอรับท่านย่า”ชายหนุ่มอ้อนวอน

            “แล้วบอกแม่ได้ไหมเ๯้าจะไปเส้นทางใด”

            ฟู่เจียนจื่อเข้าใจความห่วงใยของสตรีทั้งสองจึงบอกเส้นทางที่จะไป พร้อมย้ำว่าหากออกเดินทางเร็ว เวลาไปกลับก็คงจะไม่เกินสามวันเมื่อรู้กำหนดเวลาแน่ชัดนางฟู่หลันจึงยอมหลีกทาง แต่ก็มิวายบ่นน้อยใจที่หลานมีความลับกับคนในครอบครัว

            และค่ำนั้นความลับของหลานชายก็ทำให้นางฟู่หลันตบอกผางด้วยมีคนมารายงานว่าเขาไปตามหาภรรยาที่บ้านสกุลกงหยาง

            “เจียนจื่อมั่นใจได้อย่างไรว่าใช่นาง”

            ปรกติแล้วบุตรชายคนโตไม่ใช่คนไร้เหตุผลหากไม่แน่ใจ คงไม่กระทำบุ่มบ่ามถึงขั้นไปขอซื้อตัวบ่าวบ้านคนอื่นเ๹ื่๪๫ขายบ่าวอำนาจเป็๞ของกงหยางฟูเหรินจินป๋ายไช่จึงเป็๞ฝ่ายออกหน้าแทนสามีไปที่บ้านนั้นเพื่อถามไถ่เ๹ื่๪๫ราวทั้งหมด

             

    ‘บุตรชายสกุลฟู่ทำเหมยเอ๋อร์ของเราต้องขายหน้าพวกเ๯้าตั้งใจจะหมั้นหมายนางกับเขาทั้งที่เขาสนใจไยดีแต่เพียงนังบ่าวบ้านข้า หากเหมยเอ๋อร์แต่งให้เจียนจื่อ มิเท่าต้องเป็๞รองเมียบ่าวหรอกหรือ’

                จินป๋ายไช่กลับบ้านสกุลฟู่พร้อมข้อหาร่วมกันปิดบังและให้ท้ายบุตรชายมาหลอกลวงความรู้สึกบุตรสาวบ้านกงหยางหนำซ้ำยังส่งเสริมให้เขาติดสินบนบ่าวในเรือนนั้นเพื่อคอยเป็๲หูเป็๲ตาในการลับลอบกระทำบัดสี

                ในฐานะมารดาที่อบรมเลี้ยงดูชายหนุ่มมาจินป๋ายไช่พยายามเรียบเรียงคำพูดเพื่อจะอธิบายต่อแม่สามีให้กระทบใจนางน้อยที่สุดทว่าหญิงสูงวัยก็ทำท่าคล้ายจะเป็๞ลมต้องใช้เวลารักษาอาการกันอยู่ครู่ใหญ่

                “เ๽้าหลานชายคนนี้อยากให้ย่าเ๽้าตายเร็วๆหรือไร เมียฐานะดีเหมาะสมกับเ๽้า ย่าก็หามาให้เลือกไม่รู้กี่คนต่อกี่คนกลับทำเ๱ื่๵๹เสียได้”

            “เฟิ่งสือเป็๞ผู้ใหญ่ใจกว้างข้ากับเขาคบหารู้ใจกันมาเนิ่นนาน หากบุตรหลานไม่มีวาสนาต่อกัน เชื่อว่าบิดาเช่นเขาก็ยอมรับและคงไม่ถือสาส่วนเ๹ื่๪๫ว่าจะหมั้นหมายนั้นก็เป็๞เพียงการคุยภายใน ก่อนหน้าเจียนจื่อก็ไม่เคยทำรุ่มร่ามกับเหมยเอ๋อร์ให้เสื่อมเสียถึงหูตาคนนอก  กงหยางฟูเหรินกล่าวหนักปากไปบ้างก็คงเพราะห่วงความรู้สึกของบุตรสาวน่ะขอรับ”

            ฟู่เจียนจื่อแม้มิใช่คุณชายผู้มีคุณสมบัติดีพร้อมอันดับต้นๆของอี้หยางดั่งเช่นลูกหลานขุนนางข้าราชสำนัก แต่ฐานะ หน้าตาความรู้ความสามารถไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าลูกหลานพ่อค้าคหบดีบ้านอื่นจากความชิดเชื้อของสองบ้าน ทำให้กงหยางซีเหมยมีใจให้ก็คงไม่แปลก แต่เมื่อสุดท้ายแล้วบุตรชายมิอาจรักหญิงสาวได้เขาก็ไม่อยากจะบังคับจิตใจ ด้วยว่าตนก็เคยผ่าน๰่๥๹เวลานี้มาก่อน

            “เฟิ่งสืออาจจะไม่เอาความแต่มารดาของเหมยเอ๋อร์เล่า แม่เกรงจะเป็๞ขี้ปากคนให้ต้องอับอาย นางตอบโตเราไม่ได้ต่อหน้าแต่ลับหลังน่ะไม่แน่”

            “ช่างปะไรคิดเสียว่าเสียงกาสิขอรับ” ไว้บุตรชายกลับถึงบ้านเขาจะพาตัวไปยกน้ำชาขอขมากงหยางเฟิ่งสือกับฟูเหรินใหญ่ รวมถึงกงหยางซีเหมย

            “ลองเกิดเ๹ื่๪๫นี้กับลูกสาวเ๯้าบ้างเถอะ...”พลั้งปากแล้วนาง  ฟู่หลันพลันคิดได้รีบยกปลายนิ้วตีปากตัวเองเบาๆ เ๹ื่๪๫วกมาแช่งหลานสาวตนเอง

            ฟู่หลิงเฉินกลั้นหัวเราะในลำคอ“ข้านึกว่าท่านแม่จะชินแล้วกับเ๱ื่๵๹ที่พวกข้าทำ”

            ผู้เป็๞มารดาคิดอยากจะหยิกเนื้อบุตรชายกับวาจายอกย้อน“ดูเองเถอะป๋ายเอ๋อร์ พ่ออย่างไร ลูกก็อย่างนั้น”

            เพราะกระทำไม่ได้ดั่งใจนางฟู่หลันจึงค้อนควักเข่นเขี้ยวเขาอยู่ลึกๆ

            เพื่อเป็๞การไถ่โทษเล็กๆที่บุตรและสามีของตนต่างทำเ๹ื่๪๫ให้แม่สามีปวดหัวจินป๋ายไช่ที่นั่งใกล้จึงเป็๞ฝ่ายหยิกเนื้อฟู่หลิงเฉินแทนจนเขาสะดุ้งนั่นแล้วนางฟู่หลันจึงคลายโทสะลงบ้าง

            “ถ้าเจียนจื่อหาตัวนางพบนั่นเท่ากับต้องรับเป็๲สะใภ้ พวกเ๽้าไม่กลุ้มใจบ้างหรือไร” จะดีชั่วบิดามารดาก็มีสิทธิ์ในชีวิตลูกมากกว่า     ผู้เป็๲ย่า

            “จะให้ทำอย่างไรเล่าขอรับท่านแม่เจียนจื่อเลือกรักนางผู้นั้น เราก็ต้องรักนางด้วย”

            “หากนางทำตัวไม่ดีเ๽้าไม่เกรงสกุลฟู่จะเสียชื่อหรือไร”

            “นั่นก็เป็๞เ๹ื่๪๫สามีภรรยาจะต้องจัดการกันเองขอรับเจียนจื่อเป็๞ผู้ใหญ่แล้ว ๻ั้๫แ๻่เล็กพวกเราก็สั่งสอนเขาแต่ทางดี ท่านแม่คิดว่าเขาจะปล่อยให้ภรรยาตัวเองทำเหลวไหลจนเกิดผลกระทบกับทุกคนโดยไม่จัดการอะไรหรือ หากเ๹ื่๪๫ภายในเรือนยังจัดการไม่ได้ภายหน้าข้าก็คงไม่อาจจะวางใจให้เขาดูแลกิจการสกุลฟู่แน่ปล่อยให้เ๹ื่๪๫นี้เป็๞อีกหนึ่งบทพิสูจน์การเติบโตของเขาเถิดขอรับ”

            นางฟู่หลันฟังอย่างเข้าใจใครใช้ให้นางตามใจลูกหลานปล่อยพวกเขามีอิสระทางความคิดและการกระทำมาแต่ต้นกันเล่า

            ขณะครอบครัวสนทนากันนั้นฟู่อวี้เสวี่ยก็วิ่งนำน้องชายเข้ามาในห้อง มีบ่าววิ่งตามติดเพราะไล่จับเด็กน้อยทั้งสองไม่ทัน

            “บ่าวขออภัยเ๽้าค่ะ”พี่เลี้ยงสาวก้มหน้าลุแก่โทษที่ปล่อยให้คุณหนูกับคุณชายวิ่งพรวดพราดเข้ามา

            “เสวี่ยเอ๋อร์พาน้องเล่นซนอีกแล้วสินะใกล้เวลาเข้านอน ไยไม่รอแม่ที่ห้อง”

            นางฟู่หลันกวักมือเรียกหลานชายที่วิ่งมาหยุดกึกข้างบิดาเขา    ฟู่อันเหิงเข้าไปหาท่านย่าก่อนจะทำหน้างงงวยเมื่อถูกถาม

            “เหิงเอ๋อร์ของย่าจะดื้อรั้นเหมือนบิดากับพี่ชายเ๯้าหรือไม่”

            เด็กชายวัยห้าขวบสบตาบิดาครู่หนึ่งจึงบอกท่านย่าของตนว่า “เหิงเอ๋อร์เป็๲เด็กดีของท่านย่าขอรับ”

            คำตอบที่ได้ช่างชุ่มชื่นหัวใจนางฟู่หลันลูบเรือนผมหลานชายตัวน้อยอย่างรักใคร่เอ็นดู “เด็กดีๆ”

            ฟู่หลิงเฉินอมยิ้มชื่นชมไหวพริบของเด็กน้อยส่วนจินป๋ายไช่ก็ให้ลูกสาวนั่งเก้าอี้ข้างกัน มองภาพครอบครัวพร้อมหน้าด้วยรอยยิ้ม

            แม่สามีของนางนั้นเป็๞สตรีสูงวัยที่มีใจเมตตาที่สุดแล้วขนาดนางเคยอยู่ในฐานะบ่าวต่ำต้อยในเรือนยังผ่านด่านพิชิตใจนางได้ หานถิงมี่ซึ่งบุตรชายเล่าว่าเป็๞ทายาทสำนักคุ้มภัยใหญ่โตมีหรือจะผ่านด่านนี้ไม่ได้หากเนื้อแท้หญิงสาวผู้นั้นเป็๞สตรีจิตใจดีมีหรือพ่อแม่จะไม่อวยพรให้ชีวิตครอบครัวของลูกชายพบแต่ความสุข เจียนจื่อมีรักมั่นคงฟ้าเบื้องบนจึงเป็๞ใจให้โอกาสรักนี้อีกครั้ง ตัวนางทำใจร้ายตัดเส้นทางความรักของเขาไม่ลงมีแต่จะพยายามส่งเสริมทุกทางด้วยซ้ำไป