ไป๋ลั่วอิงกะพริบตาช้า ๆ ...ก่อนจะลืมตาขึ้นเต็มที่ ท่ามกลางความมึนงง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่เพดานปูนเรียบ ๆ ที่เธอคุ้นเคย
แต่เป็...เพดานไม้ฉลุลวดลายอย่างประณีตม่านโปร่งบางสีงาช้างพลิ้วไหวแ่เบาตามแรงลม
กลิ่นหอมบาง ๆ ของกำยานโบราณลอยอบอวลในอากาศอบอุ่นนุ่มนวล แตกต่างจากกลิ่นสเปรย์ปรับอากาศที่เธอใช้ทุกวัน
“...นี่มันอะไรกัน?” ไป๋ลั่วอิงพึมพำเบา ๆ น้ำเสียงยังแหบพร่าจากความสับสน
นางยันตัวลุกขึ้นมานั่งช้า ๆ ปลายนิ้วัักับผ้าห่มนุ่มลื่นที่ให้ความรู้สึกผิดแปลกทันที
นี่ไม่ใช่ผ้าห่มผืนเก่าที่เธอซื้อจากร้านลดราคา ไม่มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มแรง ๆ ไม่ใช่ลายแมวน้ำตัวอ้วนที่เธอรักนักรักหนา
แต่เป็ผ้าไหมเนื้อดี ปักลายเมฆทองอย่างประณีตงดงามเนื้อผ้าเย็นสบายลูบไล้ปลายนิ้วราวกับมีชีวิต
ไป๋ลั่วอิงมองไปรอบๆ ห้อง ที่ตกแต่งในสไตล์โบราณ หรูหราราวกับฉากในซีรีส์จีนพีเรียดย้อนยุค
ปลายเตียงไม้แกะสลักวางผ้าทอลายหงส์มงคลพาดไว้อย่างเป็ระเบียบแจกันเคลือบหยกวางอยู่บนขาตั้งไม้สัก โต๊ะเตี้ยข้างเตียงวางพานทองคำและชุดน้ำชาหรูหรา
ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ดูหรูหราเกินงบประมาณชีวิตของเธอหลายสิบเท่า ไป๋ลั่วอิงนิ่งอึ้งหัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
นี่ไม่ใช่งานแฟนมีต ไม่ใช่ฉากแต่งเซ็ตงานหนังสือ ไม่ใช่กรุงปักกิ่ง และไม่ใช่โลกเดิมของเธอแน่นอน...
เธอก้มลงมองชุดที่ตนเองสวมอยู่ ชุดผ้าไหมปักดอกเหมยสีอ่อนบางเบาอย่างหรูหราประดับสายรัดเอวด้วยไหมทองละเอียด ไป๋ลั่วอิงยกมือขึ้นหยิกแก้มตัวเองแรง ๆ
"โอ๊ย" เจ็บจริงหญิงสาวตะลึงงันหัวใจพลันเย็นวาบ
"อย่าบอกนะ...ว่าฉันทะลุมิติมาในยุคโบราณ"
ร่างบางหน้าซีดเผือดไปทันที แววตาฉายแววลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเท้าเปล่าไปยังมุมห้องที่มีโต๊ะเครื่องแป้งแกะสลักลายเมฆหมอกวางอยู่คู่กับกระจกทองแดงที่ดูประณีตงดงาม แต่ที่ทำให้เธอใยิ่งกว่าความงดงามของกระจก...คือภาพสะท้อนในนั้น
หญิงสาวในกระจกผมยาวถึงเอว อายุประมาณสิบเจ็ดปี เส้นผมดำขลับถูกรวบหลวม ๆ ด้วยริบบิ้นผ้า ใบหน้าหวานเรียบเนียน ดวงตากลมโต ขนตายาว หน้าผากเนียนจนไม่มีแม้แต่รอยสิว สวมชุดผ้าไหมลวดลายละเอียดดูประณีตและมีราคา ทำให้ทั้งตัวเธอดูราวกับคุณหนูจากตระกูลใหญ่ในซีรีส์ย้อนยุคที่เธอเคยเขียนถึง
...หน้าตานั้นไม่ใช่ของเธอแน่นอน เพราะเธอ...ไป๋ลั่วอิง นักเขียนนิยายวายผู้อายุสามสิบเจ็ด สาวโสดผู้ใช้ชีวิตอยู่กับหมอนรองคอ คีย์บอร์ด และกาแฟเย็นเป็อาหารหลัก แถมขอบตาดำคล้ำเพราะแต่งตอนนิยายจนถึงตีสาม และแว่นหนาเตอะติดหน้าและใบหน้าก็ไม่ได้ใสจนแม้แต่สิวเสี้ยนยังไม่กล้าเกิดแบบนี้
ไป๋ลั่วอิงตื่นตระหนกใยกมือขึ้นแตะแก้ม ััเจอกับผิวนุ่ม ๆ เนียนลื่นแบบที่เธอเคยรีวิวสกินแคร์ไปหลายขวดแต่ไม่เคยได้จริง มืออีกข้างยกขึ้นดูแขนขา ผอมบาง เหมือนโดนดูดไขมันแล้วพ่นแสงรีทัชทั้งตัว
"เ้าของร่างนี้...หน้าตาไม่เลวเลย ออกจะดีมากด้วยซ้ำ"
เธอเอียงคอพิจารณาตัวเองอีกรอบ ในใจผุดคำเดียวขึ้นมาทันที “แล้วนี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในร่างของใคร?” เธอพึมพำเสียงเบายังไม่ทันคิดต่อให้จบ...
ทันใดนั้นเสียงประตูเปิดพรวดเข้ามา สาวใช้ในชุดโบราณกระโปรงยาวระพื้น สีอ่อนปักลายเมฆบาง ๆ เดินพรวดเข้ามาในห้อง ในมือข้างหนึ่งถือกาน้ำชา อีกข้างหิ้วถาดขนมอบกลิ่นหอมจาง ๆ
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องนางรีบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างเร่งรีบศีรษะโค้งต่ำจนแทบติดพื้น
“คุณหนูเ้าคะ ในที่สุดคุณหนูก็ฟื้นแล้วเ้าค่ะ เมื่อเช้านี้ นายท่านกับฮูหยินมาเยี่ยมคุณหนูั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง ตอนที่คุณหนูยังไม่รู้สึกตัวอยู่เลยเ้าค่ะ”
ไป๋ลั่วอิงนั่งแข็งทื่ออยู่บนเตียงในหูได้ยินเสียงทุกอย่างชัดเจน 'คุณหนูอย่างนั้นหรือ' ดวงตากลมโตของเธอกะพริบถี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ... สมองที่ยังเบลอ ๆ เริ่มประมวลภาพอย่างช้า ๆ
ย้อนกลับไปเมื่อวาน…เธอถูกแทง…ล้มในงานหนังสือ…ที่นักอ่านต่างก็สาปแช่งให้เธอทะลุเข้าไปอยู่ในนิยายเื่เสียงกระซิบรักจากวังหลัง ที่เธอเป็ผู้เขียน
นิยายเื่นี้อยู่ในโลกที่เธอสมมุติขึ้น...เป็โลกลมปราณที่เต็มไปด้วยพลังิญญา อำนาจ อาวุธวิเศษ และการ่ชิง มีการแบ่งชนชั้นเข้มข้นตามฐานะ วรยุทธ์ และแม้แต่เพศก็ยังไม่เท่าเทียมกัน
ที่นี่มี "เกอ"...เพศพิเศษซึ่งแม้จะมีรูปร่างชาย แต่สามารถตั้งครรภ์ได้ และถือเป็ชนชั้นที่ต่ำกว่าสตรีเสียอีก หลายคนถูกขาย ถูกจับ ถูกยัดเยียดให้เข้าสู่วังหลวง หรือจวนใหญ่ของตระกูลผู้สูงศักดิ์
ในวังหลวงอันซับซ้อนและเต็มไปด้วยเกมการเมือง มีบุรุษหนึ่งผู้เ็า ฉลาด ขี้ระแวง และอันตรายที่สุดในใต้หล้า...องค์ชายห้าจิ่นอวี่เขาคือผู้มีสายเืนักรบ มารดาของเขาเป็เกอผู้เคยเป็แม่ทัพใหญ่มาก่อน บิดาของเขาคือฮ่องเต้ผู้ชิงอำนาจมาด้วยเื
องค์ชายห้าคือคนที่ใครต่างก็หวาดกลัว เนื่องจากมีวรยุทธ์สูงระดับปราณราชัน เขาไม่ไว้ใจใคร ไม่เปิดใจให้ใคร และขึ้นชื่อเื่ “เล่นกับใจคนได้อย่างเืเย็น”
แต่แล้ววันหนึ่ง เขาก็ได้พบกับเด็กหนุ่มหน้าหวานผู้หนึ่งโดยบังเอิญ...ชื่อของเขาคือ "อวี่หาน"เกอชนชั้นต่ำจากย่านชานเมือง
ถูกจับเข้าวังมาเป็คนรับใช้ในตำหนักขององค์ชายเจ็ดก่อนที่เกอหนุ่มจะหนีออกมาจากตำหนักและถูกช่วยไว้โดยองค์ชายห้าชีวิตเอาไว้ และพาเกอหนุ่มผู้นั้นไปไว้ในตำหนักหลงเยี่ยน
อวี่หานเป็เกอที่มีใบหน้าอ่อนหวานดั่งดอกท้อแรกแย้ม ผิวพรรณขาวผ่อง ดวงตากลมโตอ่อนโยนราวกับน้ำค้างในยามเช้า นิสัยเรียบร้อย แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความใจดีบริสุทธิ์อย่างที่หาได้ยากในโลกแห่งการแก่งแย่งนี้ และที่สำคัญที่สุด...เขาเกิดมาพร้อมกับ พลังแห่งโชคดีเหนือธรรมชาติ
ไม่ว่าเขาจะหลงทางไปที่ไหน ก็เจอของวิเศษ เก็บต้นสมุนไพรหายากได้ง่าย ๆ ราวกับเด็ดผักริมทาง เดินสะดุดก็สะดุดใส่หยกเทพ หยิบผ้าเช็ดมือก็กลายเป็ผ้าคลุมระดับเซียน
ความใสซื่อบริสุทธิ์ผสมกับโชคดีที่ดูไม่รู้ตัวของอวี่หานจึงกลายจึงเป็ที่หมายตาของเหล่าคนมีอำนาจในวังหลัง ฮาเรมทั้งหลายเริ่มเคลื่อนไหวเกมรัก เกมอำนาจ และเกมแย่งชิง...เริ่มเปิดฉากขึ้น
แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ทำให้องค์ชายห้าไม่อาจละสายตาจากอวี่หานได้ ไม่ใช่เพราะโชคดีเหนือธรรมชาติที่ห้อมล้อมตัวเกอหนุ่มผู้นี้ แต่หากเป็..ความอ่อนโยนที่ไม่เสแสร้ง ความเข้มแข็งที่แฝงอยู่ในรอยยิ้มอ่อนหวานและประกายบางอย่างในดวงตากลมโตคู่นั้นที่ทำให้องค์ชายห้าไม่อาจละเลยได้เลยั้แ่แรกพบ
พระองค์จึงเริ่มเฝ้าสังเกต เริ่มดึงตัวเข้ามาใกล้ เริ่มลองใจ และสุดท้าย...เริ่มตกหลุมรักแบบเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว จากความเ็า กลายเป็ความห่วงหา จากความหวาดระแวง กลายเป็การปกป้องอย่างเงียบงัน และในที่สุด...อวี่หานก็ได้ครองตำแหน่ง “เกอเอก” แห่งวังหลวงในวันที่หัวใจขององค์ชายห้าไม่สามารถแสร้งเ็าได้อีกต่อไป
...นิยายเื่นี้โรแมนติกสุด ๆ ใช่ไหม? ถ้าไม่นับตอนจบที่เธอบีบหัวใจแฟน ๆ ด้วยการเขียนให้องค์ชายห้าเสียชีวิตเพราะปกป้องนายเอกจากศัตรูของเขาอย่างประมุขพรรคมาร นั่นแหละ...นี่คือเนื้อเื่ต้นฉบับที่เธอเป็คนแต่งเองกับมือ แต่ปัญหาคือ...ไป๋ลั่วอิงตอนนี้ ไม่ได้ทะลุมาเป็ "อวี่หาน" นายเอกผู้เป็รักแท้ขององค์ชายห้าแต่เป็...
“คุณหนูเป็อะไรไปหรือไม่เ้าคะ? ทำไมเงียบไม่ตอบบ่าวเลย...สงสัยบ่าวต้องไปรายงานท่านแม่ทัพใหญ่แล้วเ้าค่ะ?”
เสียงของเสี่ยวเหมยดังแทรกขึ้นมา ปลุกไป๋ลั่วอิงให้หลุดออกจากภวังค์ความคิดที่กำลังจมดิ่ง พร้อมเสียงน้ำชาอุ่นที่ถูกรินลงในถ้วย
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาเขียวสดใหม่แตะปลายจมูก เสมือนมือที่คว้าคอเธอดึงกลับสู่โลกแห่งความจริงอย่างไม่ปรานี
มือบางที่กำลังจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ ชะงักกลางอากาศทันที ปลายนิ้วแข็งค้างราวกับรูปสลัก แม่ทัพใหญ่...คำคำนี้กระแทกเข้าใส่หัวใจเธอเหมือนเสียงฆ้องดังสนั่น
แม่ทัพใหญ่ในเื่นี้ คือบิดาของคุณหนูไป๋ลั่วอิง...ผู้เป็ตัวประกอบในนิยายที่ถูกวางไว้ให้เป็ "ว่าที่ชายาองค์ชายห้า"
เป็ตัวละครที่นิสัยดุร้ายถูกวางไว้เป็ตัวประกอบให้อยู่ในระดับ “ลบได้ เพื่อไม่กระทบเนื้อเื่หลัก”
และถ้าเธอมาอยู่ในร่างนี้จริง...ไป๋ลั่วอิงรู้สึกเหมือนชาในถ้วยกลายเป็น้ำแข็งทันที
“อย่าบอกนะ...ว่าฉันคือตัวประกอบที่จะต้องแต่งงานกับองค์ชายห้า...”
คำว่า “ว่าที่ชายา” ลอยขึ้นในหัว ต่อด้วยฉากในตอนที่ 9 ที่เธอเป็คนเขียนเองกับมือ ตอนที่องค์ชายห้าสั่งให้คนปลอมเป็โจรลอบฆ่า “ว่าที่พระชายาชายาผู้ล่วงเกินเกอคนโปรดของพระองค์”
ไป๋ลั่วอิงกลืนน้ำลาย รู้สึกว่าเหงื่อที่ซึมกลางหลังไม่เกี่ยวกับอุณหภูมิในห้องแม้แต่น้อย
“ถ้าเป็อย่างนั้นจริง...ฉันก็ซวยแล้วสิ”

มาให้กำลังใจน้องกันค่ะ อยู่ๆก็ได้ทะลุมาในนิยายที่ตัวเองเขียน
แถมยังต้องมาตายตอนบทที่ 9มาเอาใจช่วยน้องให้หลุดรอดจาก
การตามฆ่าของพระเอกธงแดงให้ได้นะคะ