ยามเมื่อาคืบคลานมาเคาะประตูบ้านอดีตที่พยายามหลบหนีก็พร้อมจะกระชากตัวตนเดิมให้กลับมาจับอาวุธอีกครั้งแต่ในครั้งนี้ ดาบศิลาไม่ได้กวัดแกว่งเพื่อการสังหารอย่างไร้ค่าหากแต่เพื่อปกป้องแสงสว่างดวงเดียวในชีวิต
รุ่งอรุณแรกหลังค่ำคืนพายุร้ายมาเยือนพร้อมกับไอหมอกสีขาวหนาทึบที่ลอยต่ำปกคลุมโพรงหินแคบๆรินลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางอ้อมกอดอันอบอุ่นของเอวาที่นอนซุกตัวอยู่ข้างกายผิวกายของแม่หมอสาวเริ่มมีสีเืฝาดและหายใจเป็จังหวะสม่ำเสมอาแไหม้จากมนตราที่ข้อมือทั้งสองข้างได้รับการสมานจนเกือบสนิทด้วยมนตราพรีไนท์ของตัวเธอเองและขี้ผึ้งสมุนไพรรินขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ เพื่อไม่ให้คนรักตื่นพลางจัดแจงจัดเสื้อคลุมและตรวจดูobsidian daggers ที่ข้อมือ
ทว่าความสงบสุขชั่วคราวนั้นมลายหายไปในทันทีที่เ้าหยกชะงักงัน
แมวั์ลิงก์ส่งเสียงขู่ต่ำในลำคอหูสามเหลี่ยมของมันตั้งขึ้นจ้องเขม็งไปทางทิศทางของหมู่บ้านพฤกษาศิลาในเวลาไล่เลี่ยกัน เสียงแตรสัญญาณเตือนภัยพฤกษาเวหาก็ดังก้องกังวานสะท้อนไปตามหุบเขาสลับซับซ้อนเสียงแตรนั้นแหลมสูงและรัวกระชั้น—มันคือสัญญาณแจ้งเตือนการบุกโจมตีของศัตรูระดับสูงสุด
"ริน... เกิดอะไรขึ้น..."เอวาที่ตื่นขึ้นจากเสียงแตรขยับลุกขึ้นนั่งแววตาสีเขียวพรีไนท์เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
"สภามืดบุกโจมตีกำแพงอาคมทิศเหนือแล้วค่ะ"รินเอ่ยเสียงต่ำ แววตาสีเทากลับมาเย็นเยียบแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณนักรบ"พวกมันตามรอยสัญญาณมาเร็วกว่าที่คิด"
"เราต้องกลับไปที่หมู่บ้าน!"เอวาลุกขึ้นสลัดความอ่อนล้าดึงผ้าคลุมสีเขียวของรินขึ้นมาห่มคลุมกายอย่างเด็ดเดี่ยว"ชาวบ้านไม่มีวันรับมือกองกำลังอัญมณีดำของกัปตันคาร์ลอสได้หากไม่มีกลยุทธ์"
รินสบตาเอวาชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าทั้งคู่ะโขึ้นหลังเ้าหยกที่ขยายร่างใหญ่จนเท่าสิงโตั์แมวั์ลิงก์ออกวิ่งฝ่าสายหมอกและพายุหิมะที่เริ่มละลายมุ่งหน้ากลับสู่ประตูหินทิศเหนือของหมู่บ้านอย่างเร่งรีบ
เมื่อมาถึงทางเข้าหมู่บ้านภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือความโกลาหลอย่างแท้จริงม่านพลังพรีไนท์สีเขียวมรกตที่เคยครอบคลุมหมู่บ้านบัดนี้สั่นไหวและมีรอยร้าวร้าวฉานราวกับแก้วที่กำลังจะแตกแสงไฟเวทมนตร์จากอาวุธธนูเพลิงพฤกษาสว่างวาบสลับกับเสียงะเิของผลึกดำทหารพิทักษ์ป่าหลายนายถูกหามกลับเข้ามายังแนวหลังสภาพร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าสีดำและไอพิษอัญมณีทมิฬที่ส่งกลิ่นเหม็นอับคล้ายเืเน่า
รินและเอวารีบก้าวเท้าเข้าไปยังหอประชุมศิลาโบราณกลางหมู่บ้านซึ่งโจนาธาน เลโอร่า และซีดริก กำลังถกเถียงกันด้วยความตึงเครียดแววตาของชาวบ้านที่เห็นอดีตนักฆ่าสาวเดินเข้ามาพร้อมเอวาแปรเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวและโกรธแค้นทันที
"เธอยังกล้ากลับมาที่นี่อีกเราริน!อดีตนักฆ่าอย่างเธอคือคนที่ชักศึกเข้าบ้าน!" ซีดริกะโก้องแววตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธปนความริษยาที่เห็นรอยแผลไหม้จากมนตราที่ข้อมือเอวาเชื่อมประสานสัมพันธ์กับพลังกายของรินอย่างชัดเจนเหยี่ยววายุ Swift บนบ่าส่งเสียงร้องทุ้มคำรามข่มขู่
"หยุดก่อน ซีดริก!"โจนาธาน ผู้นำหมู่บ้านยกมือห้าม เสียงทุ้มหนักแน่นทว่าเหนื่อยล้าสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อมองดูม่านพลังที่กำลังจะพังทลาย
รินก้าวออกมายืนบังหน้าเอวาไว้แววตาสีเทาสงบและเยือกเย็นจ้องสบตากับซีดริกและผู้นำหมู่บ้าน"ถ้าพวกคุณอยากจะลงทัณฑ์ฉันหลังจากนี้... ฉันยินดีรับทุกข้อหา แต่ตอนนี้กองทัพเกราะอัญมณีทมิฬของมาสเตอร์ซีลอนกำลังบุกเข้ามาและถ้าพวกคุณยังใช้วิธีรบเดิมๆ หมู่บ้านนี้จะถูกล้างเผ่าพันธุ์ภายในสองชั่วโมง"
"เธอรู้รึไงว่าพวกมันจะรบยังไง?"เลโอร่า แม่ของเอวาเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะหวาดระแวงทว่าแฝงความหวังชิ้นสุดท้าย
"ฉันโตมาในค่ายฝึกของพวกมัน"รินเอ่ยเสียงเรียบ "ทหารเกราะดำเ่าั้ไม่ใช่ทหารมนุษย์ธรรมดาแต่เป็ตุ๊กตาศิลาอัญมณีทมิฬที่ไม่มีวันเ็ปหรือกลัวตายพวกมันหุ้มเกราะศิลาหนาที่ทนทานต่อลูกธนูเวทมนตร์พฤกษาทั่วไปแต่จุดอ่อนของพวกมันคือข้อต่อ... เพื่อให้ร่างกายขยับขยับได้ ข้อต่อบริเวณหัวเข่าข้อศอก และหลังคอจะไม่มีเกราะหนาหุ้มหากเราใช้พลธนูพฤกษาเวหายิงธนูวายุศิลาเจาะเข้าไปที่ข้อต่อเข่าพวกมันจะล้มลงทันที"
รินหันไปชี้ที่แผนที่หุบเขาพฤกษาศิลาบนโต๊ะไม้"นอกจากนี้ กองกำลังพวกนี้ขยับเขยื้อนตามคำสั่งของ 'ผลึกแกนกลางบัญชาการ'(Commander's Crystal) ที่กัปตันหน่วยจะฝังไว้ในหน้าอก หากเราไม่สลายแกนกลางนั้นพวกมันจะฟื้นตัวกลับมาสู้ใหม่ได้เรื่อยๆ ฉันเสนอให้พลธนูซุ่มยิงอยู่บนชะง่อนผาหินทิศเหนือล่อให้พวกมันเข้ามาในช่องแคบลาดชันซึ่งเกราะหนาและน้ำหนักตัวของมันจะทำให้การขยับตัวลื่นไถลลงมาจากนั้นฉันและหน่วยลาดตระเวนของซีดริกจะเข้าโจมตีจากด้านข้างเพื่อทำลายผลึกแกนกลางของพวกมัน"
คำอธิบายแผนการรบและกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งและเฉียบคมของรินทำให้อาการตึงเครียดในห้องประชุมเงียบกริบลงทันทีโจนาธานก้มมองแผนที่หุบเขาตามที่รินชี้สีหน้าของผู้นำหมู่บ้านเริ่มเห็นพ้องต้องกันว่านี่คือโอกาสรอดเดียวของพวกเขา
ซีดริกกัดฟันกรอดแววตาเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ในชั้นเชิงการทหาร เขาพยักหน้าช้าๆ อย่างจำนนต่อเหตุผล"ถ้าแผนนี้ใช้ไม่ได้ผล... ฉันจะเป็คนเด็ดหัวเธอเอง ริน"
"ถ้ามันไม่ได้ผล...ฉันคงตายก่อนที่นายจะได้ทำแบบนั้นเสียอีก" รินเอ่ยตอบน้ำเสียงสงบนิ่ง
โจนาธานถอนหายใจยาวก่อนจะทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ"ตกลง! เราจะใช้แผนของริน ซีดริก...นายคุมพลธนูพฤกษาเวหาประจำตำแหน่งบนชะง่อนผาทหารยามทั้งหมดเตรียมดาบพฤกษาศิลาประจำที่ลาดชัน ส่วนริน...เธอและเ้าหยกจะเป็กองทะลวงฟันด้านข้างเพื่อทำลายผลึกบัญชาการ"
"ฉันจะอยู่แนวหลังเพื่อรักษานักรบที่าเ็ร่วมกับแม่ค่ะ"เอวาประกาศกร้าว แววตาของเธอเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ใคร
รินหันกลับมาสบตากับเอวาชั่วครู่แววตาสีเทาอ่อนแสงลงและเต็มไปด้วยความอบอุ่น "ดูแลตัวเองด้วยนะคะ"
"เธอก็เช่นกัน...ห้ามผิดสัญญานะริน" เอวากระซิบตอบเบาๆ
พลรบหมู่บ้านพฤกษาศิลากว่าร้อยนายรีบเคลื่อนกำลังเข้าประจำตำแหน่งตามแผนการของรินอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวที่พัดกรรโชกและเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาทหารเกราะดำกลุ่มแรกเริ่มปรากฏตัวที่ปลายหุบเขาเสียงโลหะปะทะหินผาและกลิ่นอายอัญมณีทมิฬอันมืดมนแผ่ขยายเข้ามาอย่างช้าๆ รินกระชับobsidian daggers ในมือแน่น แววตาสีเทาเพ่งมองไปยังแนวรบเบื้องหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวพร้อมรับมือกับการปะทะที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น