การเดินทางออกจากดินแดนรกร้างแห่งทะเลทรายโลหิตดำเนินไปอย่างเงียบสงบและโดดเดี่ยว ทว่าภายในจิตใจของหลินเฟยกลับเต็มไปด้วยความพลุ่งพล่านของพลังงานที่เพิ่งได้รับการปลดปล่อย หลังจากการปะทะอันดุเดือดกับอสูรพายุโลหิตระดับสี่และการหลอมรวมชิ้นส่วนที่สองของศาสตราไร้ลักษณ์เข้ากับกระดูกสันหลัง ร่างกายของเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของขอบเขตสร้างฐานขั้นต้น พุ่งทะยานขึ้นสู่ขอบเขตสร้างฐานขั้นสูงสุดอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกย่างก้าวที่เขาย่ำลงบนพื้นดิน ไม่ว่าจะแห้งแล้งหรือเขียวชอุ่ม ล้วนแฝงไปด้วยความหนักแน่นและมั่นคงประดุจขุนเขาที่หยั่งรากลึกลงไปในแกนโลก พลังปราณสีทองแดงที่อัดแน่นอยู่ในจุดตันเถียนของเขาบัดนี้กว้างใหญ่ไพศาลราวกับมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่สูดลมหายใจ พลังิญญาฟ้าดินรอบกายจะถูกดึงดูดเข้าสู่รูขุมขนอย่างตะกละตะกลาม หล่อเลี้ยงและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อและกระดูกทุกชิ้นจนทนทานยิ่งกว่าเหล็กกล้าพันปี
ทิวทัศน์รอบด้านเริ่มแปรเปลี่ยนจากผืนทรายสีเืที่ร้อนระอุ กลายเป็ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้สูงเสียดฟ้าแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา เสียงนกร้องและสัตว์ป่าดังระงมบ่งบอกถึงความมีชีวิตชีวาที่แตกต่างจากเมืองคนบาปศิลาดำอย่างสิ้นเชิง ทว่าความงดงามของธรรมชาติเหล่านี้ไม่อาจทำให้สายตาของหลินเฟยอ่อนโยนลงได้เลย ั์ตาของเขายังคงทอประกายความเยือกเย็นและดุดัน ลึกลงไปในรูม่านตามีเงาของคมดาบสีเืที่หมุนวนอยู่อย่างเงียบงัน มันคือสัญลักษณ์ของการผสานเจตจำนงแห่งการทำลายล้างเข้ากับิญญา การที่เขาได้รับรู้ความจริงจากปากของเฉินอวี้ นายน้อยแห่งตระกูลเฉินที่ถูกเขาสังหารไปเมื่อหลายวันก่อน ยิ่งตอกย้ำให้ไฟแค้นที่ลุกโชนอยู่ในอกลุกโชนรุนแรงยิ่งขึ้น ชายผู้เป็ดั่งพี่น้องร่วมสาบานของบิดา ผู้ที่ยิ้มแย้มและร่วมดื่มสุราในงานเลี้ยงของตระกูลหลิน กลับกลายเป็อสรพิษร้ายที่แว้งกัดและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารัก บัดนี้ชายผู้นั้นได้เสวยสุขอยู่บนกองเืและน้ำตา ก้าวขึ้นเป็ถึงอัครมหาเสนาบดีแห่งจักรวรรดิเมฆาสมุทร อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และเกรียงไกรที่สุดในภูมิภาคตะวันออก
ความทรงจำอันแสนเ็ปเมื่อสิบปีก่อนยังคงแจ่มชัดในทุกรายละเอียด ภาพของเปลวเพลิงที่ลุกโชนเผาผลาญคฤหาสน์ตระกูลหลิน เสียงกรีดร้องของมารดา รอยยิ้มเยาะเย้ยของเฉินเทียนอี้ และความรู้สึกที่เส้นชีพจรถูกตัดขาดจนร่างกายแหลกสลาย ทุกอย่างถูกสลักลึกลงไปในไขกระดูก หลินเฟยกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ แต่ไม่มีหยดเืใดๆ ไหลออกมา มีเพียงประกายปราณสีทองแดงที่แลบแปลบปลาบตามร่องนิ้ว ข้าจะกระชากหน้ากากของพวกมัน ข้าจะเหยียบย่ำความเย่อหยิ่งของตระกูลเฉินให้จมดิน และด้ามกระบี่ที่พวกมันแย่งชิงไป ข้าจะทวงคืนมาพร้อมกับชีวิตของพวกมันทุกคน เขาพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยจิตสังหารที่สามารถแช่แข็งิญญาของผู้ที่ได้ยิน
สิบห้าวันต่อมา หลังจากรอนแรมข้ามผ่านูเาและแม่น้ำนับไม่ถ้วน ในที่สุดหลินเฟยก็เดินทางมาถึงเขตแดนของจักรวรรดิเมฆาสมุทร ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือความยิ่งใหญ่อลังการที่เหนือกว่าจินตนาการใดๆ กำแพงเมืองหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้านั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากหินธรรมดา แต่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากศิลาหยกขาวและเหล็กนิลดำที่แข็งแกร่งจนยากจะทำลาย ความสูงของกำแพงทะลุหมู่เมฆขึ้นไปบนท้องฟ้า ราวกับเป็กำแพงที่กั้นระหว่างโลกมนุษย์และสรวง์ เหนือกำแพงเมืองมีค่ายกลป้องกันระดับสูงที่ทอประกายแสงสีรุ้งจางๆ ครอบคลุมทั่วทั้งมหานคร ค่ายกลนี้มีพลังมากพอที่จะบดขยี้ยอดฝีมือระดับแก่นแท้ที่คิดจะล่วงล้ำเข้ามาทางอากาศให้กลายเป็ผุยผงในพริบตา ประตูเมืองขนาดมหึมาที่ทำจากทองสัมฤทธิ์เปิดกว้างต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ทหารยามในชุดเกราะสีทองอร่ามยืนเรียงแถวอย่างสง่างามและเข้มงวด รังสีพลังของพวกมันแต่ละคนล้วนอยู่ในขอบเขตสร้างฐานขั้นต้น บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและอำนาจทางการทหารที่ยากจะหาผู้ใดเปรียบเทียบ
หลินเฟยหยุดยืนอยู่ห่างจากประตูเมืองเล็กน้อย เขาปะปนอยู่กับฝูงชนที่กำลังรอคอยการตรวจตราเพื่อผ่านเข้าสู่เมืองหลวง เขารู้ดีว่าหากเขาเดินเข้าไปด้วยระดับพลังสร้างฐานขั้นสูงสุดและกลิ่นอายความตายที่เข้มข้นเช่นนี้ ย่อมต้องดึงดูดความสนใจของหน่วยอารักขาและสายลับของตระกูลเฉินที่กระจายอยู่ทั่วเมืองอย่างแน่นอน เขาจึงหลับตาลงและใช้เคล็ดวิชาซ่อนเร้นที่เรียนรู้มาจากศาสตราไร้ลักษณ์ บีบอัดและสะกดรังสีพลังปราณสีทองแดงทั้งหมดให้จมดิ่งลึกลงไปในจุดตันเถียน ปล่อยให้มีเพียงกลิ่นอายลมปราณบางเบาเทียบเท่ากับผู้ฝึกยตนระดับรวมปราณขั้นสูงสุดเล็ดลอดออกมาเท่านั้น หากไม่มีผู้ฝึกยตนในขอบเขตที่สูงกว่าเขาถึงสองระดับขั้น ก็ไม่มีทางที่จะมองทะลุการพรางตัวนี้ได้ รูปลักษณ์ของเขาในเวลานี้กลายเป็เพียงเด็กหนุ่มนักเดินทางพเนจรที่ดูไร้พิษสง สวมชุดผ้าป่านสีเทาเรียบง่ายและหมวกฟางที่ปกปิดใบหน้า
เมื่อถึงคิวการตรวจตรา ทหารยามชุดเกราะทองกวาดสายตามองหลินเฟยั้แ่หัวจรดเท้า พวกมันััได้เพียงพลังลมปราณที่อ่อนด้อยจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก หลินเฟยจ่ายค่าผ่านทางด้วยเศษศิลาิญญาระดับต่ำเพียงไม่กี่ก้อน ก็สามารถเดินผ่านประตูเมืองหยกขาวเข้าสู่มหานครเมฆาสมุทรได้อย่างง่ายดาย ทันทีที่ก้าวพ้นซุ้มประตู เสียงจอแจของความเจริญรุ่งเรืองก็พุ่งเข้าปะทะประสาทัั ถนนสายหลักปูด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์กว้างขวางจนสามารถให้รถม้าสิบคันวิ่งสวนกันได้ สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารสูงตระหง่านหลายชั้นที่สร้างจากไม้หอมและประดับประดาด้วยอัญมณีล้ำค่า ร้านค้าขายโอสถวิเศษ โรงประมูล ศาสตราวุธ และภัตตาคารหรูหราตั้งเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าไหมชั้นดี รถม้าที่ถูกลากจูงด้วยสัตว์ิญญาระดับต่ำบินร่อนอยู่เหนือศีรษะ ช่างเป็ภาพที่แตกต่างจากความแร้นแค้นของเมืองศิลาดำราวฟ้ากับเหว
หลินเฟยเดินลัดเลาะไปตามถนนสายหลักอย่างใจเย็น เขาไม่ได้ตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราเหล่านี้ เป้าหมายของเขาคือการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานประมูลนภาลัยและการเคลื่อนไหวของตระกูลเฉิน เขาเลือกที่จะแวะเข้าไปในโรงน้ำชาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โรงน้ำชาแห่งนี้มีชื่อว่าหอสดับเมฆา เป็สถานที่ยอดนิยมที่เหล่าผู้ฝึกยตนและชาวยุทธ์มักจะมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร หลินเฟยเลือกที่นั่งในมุมอับชั้นสอง สั่งชาราคาถูกมาหนึ่งกาน้ำ และนั่งหลับตาพริ้มทำทีเป็พักผ่อน ทว่าโสตประสาทของเขากลับเปิดกว้าง รับฟังทุกบทสนทนาที่เกิดขึ้นในรัศมีร้อยก้าว
ท่านได้ยินข่าวลือเื่นายน้อยตระกูลเฉินหรือไม่ เสียงของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่โต๊ะข้างๆ ดังขึ้นเบาๆ ข่าววงในบอกว่าป้ายิญญาประจำตัวของนายน้อยเฉินอวี้แตกสลายไปแล้ว นั่นหมายความว่าเขาถูกสังหารระหว่างการเดินทางไปทำภารกิจที่ทะเลทรายโลหิต ท่านอัครมหาเสนาบดีโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก สั่งให้หน่วยองครักษ์เงาดำออกค้นหาตัวฆาตกรทั่วทั้งทวีป หากผู้ใดสามารถให้เบาะแสได้ จะได้รับรางวัลเป็ศิลาิญญาระดับสูงนับหมื่นก้อน
เบาเสียงลงหน่อยเถิดท่าน สหายของชายผู้นั้นรีบเตือนด้วยความหวาดผวา ตระกูลเฉินในเวลานี้มีอำนาจล้นฟ้า แม้แต่ราชวงศ์ยังต้องเกรงใจ การพูดถึงความตายของนายน้อยเฉินในที่สาธารณะเช่นนี้อาจนำภัยมาสู่ตัวเราได้ ข้าว่าเรามาคุยเื่งานประมูลนภาลัยที่จะจัดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้าดีกว่า ได้ข่าวว่างานประมูลปีนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปี ท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินเป็ประธานจัดงานด้วยตนเอง และไฮไลท์ของงานคือสมบัติโบราณที่ไม่มีผู้ใดทราบที่มา มันเป็ด้ามกระบี่เหล็กขึ้นสนิมที่ดูไร้ค่า แต่กลับแผ่กลิ่นอายความกดดันที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับแก่นแท้ยังต้องหลั่งเหงื่อเย็น ว่ากันว่าหากผู้ใดสามารถไขความลับของมันได้ จะได้รับสืบทอดพลังอำนาจที่สามารถท้าทาย์
หลายสำนักใหญ่และตระกูลเก่าแก่จากทั่วทุกสารทิศกำลังเดินทางมารวมตัวกันที่มหานครแห่งนี้ เพียงเพื่อแย่งชิงด้ามกระบี่ชิ้นนั้น ชายวัยกลางคนกล่าวเสริม ทว่าตั๋วเข้างานประมูลนั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร เฉพาะผู้ที่มีสถานะเป็แขกวีไอพีระดับทองคำ หรือผู้ที่นำสมบัติล้ำค่าระดับ์มาประมูลเท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมงานประมูลในหอคอยชั้นสูงสุด มดปลวกอย่างพวกเราคงทำได้แค่มองดูความยิ่งใหญ่จากภายนอกเท่านั้นแหละ
หลินเฟยลืมตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ข้อมูลที่เขา้าได้รับมาอย่างครบถ้วน งานประมูลจะเริ่มในอีกเจ็ดวัน และเขา้าตั๋วเข้างานระดับสูงสุดเพื่อที่จะได้เข้าใกล้เป้าหมายมากที่สุด การบุกเข้าไปฆ่าฟันอย่างบ้าคลั่งกลางงานประมูลที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือนับพันคนไม่ใช่ความคิดที่ฉลาด เขาต้องเข้าไปในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติ เพื่อเข้าใกล้เฉินเทียนอี้และชิ้นส่วนของศาสตราไร้ลักษณ์ในระยะประชิดที่สุด หลินเฟยวางเหรียญเงินลงบนโต๊ะและลุกเดินออกจากโรงน้ำชา มุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่เขาสังเกตเห็นั้แ่ตอนเดินเข้ามาในเมือง
สถานที่แห่งนั้นคือ หอการค้าหมื่นสมบัติ สาขาใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิเมฆาสมุทร อาคารรูปทรงแปดเหลี่ยมสูงเจ็ดชั้นที่สร้างจากไม้หอมจันทน์แดงและประดับประดาด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่ริมจัตุรัสกลางเมือง ที่นี่คือศูนย์กลางการค้าขายสมบัติล้ำค่า โอสถวิเศษ และอาวุธระดับสูงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การจะเข้าถึงตั๋ววีไอพีของงานประมูลนภาลัยได้ ทางเดียวคือต้องนำสมบัติที่ประเมินค่ามิได้มาขายผ่านหอการค้าแห่งนี้ หลินเฟยเดินผ่านยามรักษาการณ์ร่างั์สองคนที่ยืนเฝ้าประตู พวกมันมองเขาด้วยสายตาประเมิน แต่ก็ไม่ได้ขวางทาง เพราะหอการค้าต้อนรับลูกค้าทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน หากมีของมาขายก็ย่อมเป็ลูกค้า
บรรยากาศภายในหอการค้าหมื่นสมบัตินั้นหรูหราและตระการตายิ่งกว่าภายนอกหลายเท่า พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์ิญญาสีแดงเข้มนุ่มสบายเท้า กลิ่นหอมของกำยานปรับสมดุลลมปราณลอยอบอวล พนักงานต้อนรับหญิงสาวสวยสวมชุดกี่เพ้ารัดรูปเดินขวักไขว่ให้บริการลูกค้าอย่างนอบน้อม เมื่อหลินเฟยเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ประเมินสินค้า พนักงานชายวัยรุ่นผู้หนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยหางตา สภาพเสื้อผ้าที่ดูซอมซ่อและกลิ่นอายลมปราณที่อ่อนด้อยทำให้พนักงานผู้นั้นแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างชัดเจน
ที่นี่คือหอการค้าหมื่นสมบัติ ไม่ใช่โรงทาน หากเ้า้าจะนำเศษเหล็กหรือสมุนไพรริมทางมาขายล่ะก็ เชิญไปที่ตลาดมืดท้ายเมืองเถิด พนักงานชายกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยและปัดมือไล่ราวกับไล่แมลงวัน
หลินเฟยไม่ได้โกรธเคือง เขาเพียงแค่วางมือขวาลงบนเคาน์เตอร์ไม้หยกอย่างแ่เบา รังสีความกดดันที่ถูกสะกดไว้ถูกปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยวของเสี้ยววินาที พลังปราณสีทองแดงที่แฝงไปด้วยความตายและความหนาวเหน็บพุ่งทะลวงเข้าสู่จิติญญาของพนักงานชายผู้นั้นโดยตรง ใบหน้าของพนักงานที่เคยเย่อหยิ่งเปลี่ยนเป็สีซีดขาวราวกับกระดาษ เหงื่อเย็นเยียบแตกพลั่กเต็มหน้าผาก ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่หลังเคาน์เตอร์ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกมัจจุราชเอาเคียวจ่อคอหอย
ข้า้าพบหัวหน้าผู้ประเมินสมบัติระดับสูงสุดของหอการค้าแห่งนี้ หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ดังกังวานเข้าไปในโสตประสาทของพนักงาน ข้ามีสิ่งของที่พนักงานระดับล่างอย่างเ้าไม่อาจประเมินค่าได้ หากเ้ายังไม่อยากสูญเสียดวงตาและชีวิต ก็จงรีบไปตามคนที่มีอำนาจตัดสินใจมาพบข้าเดี๋ยวนี้
พนักงานชายพยักหน้ารัวๆ อย่างหวาดกลัวสุดขีด เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งเตลิดเข้าไปในห้องด้านหลังอย่างลนลาน การกระทำของหลินเฟยไม่ได้ดึงดูดความสนใจของลูกค้าคนอื่นมากนัก เพราะเขาควบคุมรัศมีพลังงานได้อย่างแม่นยำ ไม่ให้เล็ดลอดออกไปกระทบผู้ที่อยู่รอบข้าง เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป ประตูไม้แกะสลักด้านหลังเคาน์เตอร์ก็เปิดออก ชายชราผมสีดอกเลาผู้หนึ่งเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและน่าเกรงขาม ชายชราผู้นี้สวมชุดไหมสีม่วงเข้ม แววตาของเขาเฉียบคมดุจเหยี่ยวที่ผ่านการมองโลกมานับร้อยปี รังสีพลังของเขาอยู่ในขอบเขตแก่นแท้ขั้นกลาง บ่งบอกถึงสถานะที่ไม่ธรรมดา เขาคือ ผู้าุโหม่า หัวหน้าผู้ประเมินสมบัติสูงสุดแห่งหอการค้าหมื่นสมบัติสาขาเมืองหลวง
พนักงานโง่เขลาของข้าบอกว่ามีผู้าุโจำแลงกายนำสมบัติล้ำค่ามาเสนอขาย ผู้าุโหม่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยการจับผิด เขากวาดสายตามองหลินเฟยั้แ่หัวจรดเท้า พยายามจะมองทะลุการพรางตัวของเด็กหนุ่ม ทว่าเขากลับพบเพียงความว่างเปล่าและความลึกล้ำที่ไม่อาจหยั่งถึง ราวกับกำลังจ้องมองลงไปในบ่อน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง สิ่งนี้ทำให้ผู้าุโหม่าต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น เชิญท่านตามข้ามาที่ห้องรับรองพิเศษ้าเถิด ที่นี่พลุกพล่านเกินไปไม่เหมาะแก่การเจรจาธุรกิจระดับสูง
หลินเฟยพยักหน้าเล็กน้อยและเดินตามผู้าุโหม่าขึ้นบันไดหยกไปยังชั้นที่ห้าของหอการค้า ซึ่งเป็ชั้นที่สงวนไว้สำหรับแขกวีไอพีระดับสูงสุดเท่านั้น ภายในห้องรับรองตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยเครื่องเรือนที่ทำจากแก่นไม้หอมหมื่นปี บนโต๊ะมีชาทิพย์ที่แผ่กลิ่นอายพลังิญญาบริสุทธิ์ตั้งรออยู่ ผู้าุโหม่าผายมือเชิญให้หลินเฟยนั่งลง ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามและรินชาด้วยตนเอง
เอาล่ะ สหายหนุ่ม ท่านมีสมบัติอันใดที่ทำให้พนักงานของข้าต้องหวาดกลัวจนสติแตกถึงเพียงนั้น นำมันออกมาให้ข้าชมเป็ขวัญตาเถิด ผู้าุโหม่ากล่าวพร้อมกับจิบชาอย่างใจเย็น
หลินเฟยไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่ล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ และหยิบเอาวัตถุทรงกลมขนาดเท่าหัวมนุษย์ออกมาวางลงบนโต๊ะไม้หอมอย่างแ่เบา ทันทีที่วัตถุชิ้นนั้นปรากฏขึ้น อุณหภูมิภายในห้องรับรองพิเศษก็พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน แสงสีแดงก่ำที่เปล่งประกายออกมาจากวัตถุชิ้นนั้นสว่างจ้าจนทำให้ดวงตาต้องพร่ามัว กลิ่นอายของพลังิญญาที่ดุร้าย ป่าเถื่อน และทรงอำนาจอย่างถึงที่สุด แผ่กระจายออกมากดทับมิติภายในห้องจนถ้วยชาหยกบนโต๊ะเกิดรอยร้าว
เพล้งงงงงง
ถ้วยชาในมือของผู้าุโหม่าร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย ชายชราผู้ผ่านการประเมินสมบัติมานับแสนชิ้นตลอดชีวิต เบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ชี้นิ้วมือที่สั่นเทาไปยังวัตถุบนโต๊ะ ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับคนขาดอากาศ
นะ... นี่มัน... แก่นอสูร... ไม่สิ ความหนาแน่นของพลังิญญาระดับนี้ ความดุร้ายที่แฝงอยู่ในหมอกโลหิตนี่มัน... แก่นอสูรระดับสี่! ผู้าุโหม่าอุทานออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้งและสั่นเครือ และไม่ใช่ระดับสี่ธรรมดา มันคือแก่นอสูรของอสูรพายุโลหิตแห่งทะเลทรายต้องห้าม! ์โปรด นี่คือของล้ำค่าระดับ์ที่แม้แต่จักรพรรดิแห่งเมฆาสมุทรก็ยังต้องปรารถนาที่จะ!
ผู้าุโหม่ามองหน้าหลินเฟยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความระมัดระวังกลายเป็ความหวาดหวั่นและยำเกรงอย่างถึงที่สุด การที่เด็กหนุ่มตรงหน้าสามารถนำแก่นอสูรระดับสี่ออกมาขายได้อย่างหน้าตาเฉย ย่อมหมายความว่าเื้ัของเขาต้องมีขุมกำลังที่น่าสะพรึงกลัว หรือไม่ตัวเขาเองก็คือปีศาจจำแลงกายที่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสี่ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะทางใด บุคคลผู้นี้ก็ไม่ใช่คนที่หอการค้าหมื่นสมบัติจะสามารถล่วงเกินได้
แก่นอสูรระดับสี่ ธาตุลมและโลหิต สภาพสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ ข้า้านำมันเข้าสู่การประมูลนภาลัยที่จะจัดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า และข้า้าตั๋ววีไอพีระดับสูงสุดเพื่อเข้าร่วมงานประมูลในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติ ท่านคิดว่าหอการค้าของท่านสามารถจัดการเื่นี้ให้ข้าได้หรือไม่
ผู้าุโหม่าพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ เขารีบเช็ดเหงื่อที่หน้าผากและโค้งคำนับหลินเฟยอย่างนอบน้อมที่สุด ได้ขอรับ! แน่นอนที่สุดขอรับ! แก่นอสูรระดับสี่ชิ้นนี้จะเป็สมบัติชิ้นเอกที่สั่นะเืไปทั่วทั้งงานประมูลอย่างแน่นอน มูลค่าของมันไม่อาจประเมินเป็ศิลาิญญาได้ มันเพียงพอที่จะทำให้ท่านได้รับสถานะแขกวีไอพีระดับป้ายทองคำดำ ซึ่งเป็ระดับสูงสุดที่มีเพียงสิบคนในจักรวรรดิเท่านั้นที่ ข้าน้อยจะจัดการทำเื่ลงทะเบียนและเตรียมป้ายหยกประจำตัวให้ท่านเดี๋ยวนี้เลยขอรับ
ดี หลินเฟยพยักหน้า แต่ข้ามีข้อแม้ประการหนึ่ง การนำแก่นอสูรชิ้นนี้เข้าประมูล ต้องปกปิดตัวตนของข้าอย่างมิดชิดที่สุด ห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าข้าเป็ผู้นำมันมาขาย แม้แต่ประธานจัดงานอย่างอัครมหาเสนาบดีเฉิน ก็ห้ามล่วงรู้ความจริงข้อนี้ หากข้อมูลรั่วไหล ข้าจะถือว่าหอการค้าหมื่นสมบัติเป็ศัตรู และข้าจะบดขยี้สถานที่แห่งนี้ให้ราบเป็หน้ากลอง
น้ำเสียงที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยจิตสังหารของหลินเฟยทำให้ผู้าุโหม่าต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารับรู้ได้ว่าคำขู่นี้ไม่ใช่คำพูดลอยๆ แต่ชายหนุ่มตรงหน้าสามารถทำได้อย่างที่พูดจริงๆ ข้าน้อยขอเอาชีวิตและเกียรติยศของหอการค้าหมื่นสมบัติเป็ประกันขอรับ ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บรักษาไว้ในระดับความลับสูงสุด จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ตัวตนของท่านอย่างเด็ดขาด
การเจรจาธุรกิจดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ผู้าุโหม่ารีบจัดการทำเอกสารและนำป้ายหยกสีดำขลับที่สลักลวดลายัทองคำมอบให้กับหลินเฟย ป้ายหยกชิ้นนี้คือบัตรผ่านระดับสูงสุดที่สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ของงานประมูลนภาลัยได้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ นอกจากนี้ ผู้าุโหม่ายังได้มอบแหวนมิติที่บรรจุศิลาิญญาระดับกลางจำนวนแสนก้อนให้กับหลินเฟยเพื่อเป็เงินมัดจำล่วงหน้าสำหรับแก่นอสูรชิ้นนี้ หลินเฟยรับป้ายหยกและแหวนมิติมาเก็บไว้ในสาบเสื้อ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องรับรองพิเศษไปโดยไม่เอ่ยคำอำลาใดๆ ทิ้งให้ผู้าุโหม่ายืนปาดเหงื่อและถอนหายใจด้วยความโล่งอกราวกับเพิ่งรอดพ้นจากปากเหวแห่งความตาย
แสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าเหนือมหานครเมฆาสมุทรถูกย้อมด้วยสีส้มอมแดงของยามอัสดง หลินเฟยเดินออกมาจากหอการค้าหมื่นสมบัติ เขาะโลอยตัวขึ้นไปบนหลังคาของเจดีย์โบราณเก้าชั้นที่สูงที่สุดในละแวกนั้น ท่วงท่าของเขาแ่เบาดุจขนนกที่ล่องลอยตามสายลม เขายืนนิ่งอยู่บนยอดเจดีย์ ทอดสายตามองลงไปยังทิศเหนือของเมืองหลวง สถานที่ที่ตั้งของคฤหาสน์อัครมหาเสนาบดีเฉิน คฤหาสน์ที่ยิ่งใหญ่และโอ่อ่ายิ่งกว่าพระราชวังของกษัตริย์บางแคว้นเสียอีก กำแพงหินสีขาวสูงตระหง่าน โคมไฟสีแดงสว่างไสวไปทั่วบริเวณ ทหารยามเดินลาดตระเวนอย่างแ่า
สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นดอกไม้หอมจางๆ มาปะทะใบหน้า แต่หลินเฟยกลับััได้เพียงกลิ่นคาวเืที่คุกรุ่นอยู่ในจิติญญา ั์ตาของเขาทอประกายสีแดงก่ำท่ามกลางความมืดมิด มือขวากำป้ายหยกทองคำดำแน่นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ เจ็ดวัน... เฉินเทียนอี้ จงเสวยสุขกับอำนาจและเกียรติยศจอมปลอมของเ้าต่อไปอีกเจ็ดวันเถิด เมื่องานประมูลนภาลัยมาถึง ข้าจะกระชากเ้าลงมาจากบัลลังก์ และใช้เืของตระกูลเฉิน ล้างหนี้แค้นสิบปีของตระกูลหลินให้สิ้นซาก พายุโลหิตแห่งการทำลายล้าง ได้ก่อตัวขึ้นแล้วเหนือมหานครแห่งนี้ และมันจะพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้สูญสลายไปตลอดกาล!