บทที่ 7 นายอำเภอคนใหม่
หนิงเฟิ่งเริ่มใบหน้าซีดเผือดจากหลายวันที่ผ่านมา เขาคงคิดจะซุ่มรอโอกาส เพื่อทำการสังหารนางกับมารดาเป็แน่ เมื่อคิดทบทวนดีแล้ว นางจึงนึกก่นด่าตนเองในใจไปหนึ่งที ที่คิดไม่ได้ในตอนแรก
จอมโจรเช่นเขามีบรรดาศักดิ์เป็ถึงท่านโหวจะกล่าวสิ่งใดผู้คนย่อมต้องเชื่อถือกว่านักเล่าเื่เช่นนาง จะมีสักกี่คนที่เชื่อว่านางบอกเล่าความจริงทว่าวันนี้ฤกษ์ไม่เป็มงคลเอาเสียเลย เห็นทีจะต้องหลีกหนีเสียแล้วเมื่อกำลังจะก้าวหนี..
“ช้าก่อน คุณหนูอู่หนิงเฟิ่ง” ฝีเท้าชะงักหยุดเดิน
จำหน้าข้าได้ยังไม่พอยังรู้ยังรู้จักแซ่ข้าอีก? จะว่าไปแล้วไม่มีใครจำหน้าศัตรูตนเองไม่ได้ ด้วยฐานะท่านโหวเช่นเขา หาก้ารู้จักใคร ย่อมให้คนตามสืบค้นได้หญิงสาวหลับตาแล้วหันมาฉีกยิ้มให้เขา ขณะที่ผู้คนเดินผ่านมา ต่างเฝ้าดูเหตุการณ์ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น
“ท่านโหว เห็นแก่ที่ท่านชอบข้า เื่ที่เกิดขึ้นข้ายกโทษให้ก็แล้วกันท่านเองก็ลืมๆ เื่ที่เกิดขึ้นไปเถิด คิดเสียว่าเป็เื่เข้าใจผิดกัน”
นางช่างกลับกลอกได้เก่งเช่นนี้มีหรือเขาจะปล่อยผ่านไปโดยง่าย
“เื่เข้าใจผิดเช่นนั้นหรือ? สำหรับเ้าอาจจะเป็เื่เล็กน้อยแต่สำหรับข้าคือชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลที่แบกรับไว้”
หนิงเฟิ่งหลับตาลงข่มโทสะ ‘เขาฆ่าคนแท้ๆยังจะกล่าวหาว่านางผิดอีก ในเมื่อศัตรูไม่ยอมรามือก็คงต้องใช้ไม้นี้ อยากรู้นักว่าคนอย่างท่านโหวจะกล้ารังแกแม้แต่คนบ้า’ หญิงสาวฉีกสูดลมหายใจเข้าปอด เรียกความกล้าให้กับตนเอง
“เมื่อวานท่านบอกว่าชอบข้าใช่หรือไม่”
“ท่านชอบนางจริงรึ?” ตงตงหลัวถามย้ำเสียงดัง
ขณะที่หญิงสาวทำทีท่าขวยเขินแทบจะกัดลิ้นดิ้นตายตรงหน้า ให้สมบทบาทของสาวงามที่มีใจต่อบุรุษในเมื่อพี่ชายอ้ำอึ้ง กลับมีผู้คนเอ่ยตอบขึ้นแทน
“เมื่อวันก่อนๆ ท่านโหว เป็คนพูดว่าชอบนาง ข้าได้ยินกับหู”
“ใช่ๆข้าก็ได้ยิน”
หากเขาบอกออกไปว่าไม่ได้ชอบนางนั้นเท่ากับว่าเป็บุรุษใจโลเล แล้วถ้าหากยอมรับว่าชอบมิเท่ากับว่าเขาเพลี่ยงพล้ำให้กับนางหรอกหรือ นี่เป็การบ้วนน้ำลายรดฟ้าโดยแท้
ส่วนหนิงเฟิ่งเมื่อเห็นสีหน้าของโจรชั่วที่นางเรียกขาน จึงเริ่มจับจุดอ่อนของเขาได้ผ้าเช็ดหน้าผืนบางถูกนำมาสลัดออกสองสามครั้ง ก่อนจะยกขึ้นซับน้ำตาเพื่อเรียกความสงสารจากผู้คน
หากนางเอ่ยขอโทษก่อนยอมรับว่าตนเองผิด แน่นอนว่าจะต้องได้รับการให้อภัยและความเห็นใจจากผู้คนส่วนมาก จากนั้นจึงค่อยคิดบัญชีกับเขาย้อนหลังก็ยังไม่สาย สำหรับคนที่เฝ้ามองเหตุการณ์ การให้อภัยไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับพวกเขา นั้นเพราะเหตุไม่ได้เกิดกับตนเอง
“หลายวันที่ผ่านมา ข้าเฝ้าทบทวนความผิด ที่คิดปฏิเสธท่าน เดิมทีคิดจะไปขอขมาท่านที่จวน แต่ว่า อะฮึ อะฮึ ข้าไม่กล้าออกจากบ้านวันนี้เจอหน้าท่านนับว่าเป็วาสนาที่ตัดกันไม่ขาดวันนี้เฟิ่งเอ๋อร์ขออภัยที่ได้ล่วงเกิน อะฮึ อะฮึ หวังว่าท่านโหวจะให้อภัย”
‘พูดต่อหน้าคนเช่นนี้คิดจะบีบให้ข้ายกโทษเช่นหรือไม่’
ขณะที่หนิงเฟิ่งกำลังจะคุกเข่าเด็กน้อยตงตงหลัวรีบเข้าประคองไม่ให้คุกเข่าต่อหน้าฝูงชนส่วนหนิ่งเฟิ่งตีหน้าเศร้าระทมทุกข์
‘หากรู้จุดอ่อนเ้าโจรชั่วเร็วกว่านี้ คงไม่ตกลงหลุมพรางเ้าในวันนั้น’
ทางฝ่ายตงตงเฉียนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดยามนี้ขาของเขาตกลงไปในตกหลุมพราง ที่ตนได้ขุดขึ้นเสียแล้วแต่ยังไม่เท่ากับคนในครอบครัวเดียวหักหลัง
“เป็นางจริงๆด้วย พี่ใหญ่ท่านเก็บภาพเหมือนนางไว้ในห้อง ข้าแอบเห็น ใช่หรือไม่” ชายหนุ่มหันไปถลึงตาใส่น้องชายช่างจ้อ แต่ไม่ทันที่จะห้ามเสียงชาวบ้าน
คำกล่าวของเด็กย่อมบริสุทธิ์ไร้มลทินให้เคลือบแคลงแต่นั่นไม่ใช่กับตงตงหลัว เด็กน้อยจำหน้าของหนิงเฟิ่งได้ ั้แ่ครั้งแรกที่พบหน้าอาจเป็เพราะนางงดงามสะดุดตา ถ้าหากนางยินดีจะมาเป็พี่สะใภ้เขาย่อมไม่ติดขัด
หากทั้งสองลงเอยกันจริงหลานตัวน้อยที่เกิดมา ไม่ว่าจะเป็หญิงหรือชาย ย่อมมีรูปโฉมที่โดดเด่นสำหรับเด็กน้อย ชาติตระกูลไม่จำเป็ แต่หน้าเด็กที่จะเกิดมานั้นสำคัญเป็ที่สุด
“ท่านโหว ในเมื่อนางยอมขอโทษท่านแล้ว ท่านก็ควรจะยกโทษให้นาง ลืมเื่เก่าแล้วสร้างบุพเพรัก ปลาเก๋ากับตัวนาก ดีหรือไม่”
เสียงสนับสนุนเริ่มมีขึ้นบ้างปรบมือโห่ร้องยินดีกับความรักของทั้งคู่ ส่วนหนิงเฟิ่งยิ้มกระหยิ่มใจรู้สึกถึงชัยชนะที่ได้รับ ใบงดงามเชิดรั้นท้าทายอีกฝ่าย เพราะถึงอย่างไร โจรโหวผู้นี้คงไม่คิดจะแต่งให้นางจริงๆ
“พี่ใหญ่ในเมื่อท่านปักใจรักนางถึงเพียงนี้มิสู้ท่านไปบอกกล่าวกับแม่สื่อส่งหนังสือหมั้นหมายไปบอกกล่าวกับฝั่งผู้ใหญ่ของนางดีหรือไม่ขอรับ”
“คุณชายน้อยการแต่งงานเป็เื่ใหญ่ จะมาพูดเล่นที่กลางตลาดได้อย่างไร”
หนิงเฟิ่งรีบเสนอทางออกให้แต่ดูเหมือนว่าคนที่หมายตาพี่สะใภ้ จะไม่คล้อยตามนางเสียแล้ว
“ก่อนหน้าพี่ชายข้าได้นำภาพเหมือนท่านไปไว้ในห้องนอน นั้นก็นับว่าไม่เหมาะสมแล้ว พี่สาวท่านดูเอาเถิดพี่ชายมีความรักต่อท่านล้ำลึกเพียงนี้ และพี่สาวเองก็ไม่คิดจะปฏิเสธเช่นนั้น ข้าคิดว่า อุ๊บ!”
ตงตงเฉียนคว้าตัวน้องชายพร้อมกับเอามือปิดปากไว้ไม่ให้เด็กน้อยพูดเกินความจำเป็ เสียงตบมือดังขึ้นถี่ๆเรียกความสนใจจากผู้คนได้มาก ผู้คนแหวกเป็สองฝั่งข้างทางเพื่อให้ผู้าุโได้เดินผ่าน
ดูจากลักษณะท่าทางผู้าุโผู้นี้จะต้องเป็ขุนนางใหญ่หรือไม่ก็เป็อาจารย์ผู้มากความรู้ เมื่อมายืนอยู่ต่อหน้า ชาย-หญิง จึงอาสาเป็พยานรักให้
“ช่างเป็ความรักที่งดงามนัก ควรค่าให้กล่าวขานวันนี้ฤกษ์ดีข้าจะเป็พยานในความรักครั้งนี้ให้ก็แล้วกันหวังว่าท่านทั้งสองจะมีข่าวมงคลในเร็วๆวันนี้ อ้อ! ข้าลืมแนะนำตัวไป ข้ามีนามว่าเจียงโหล เป็นายอำเภอคนใหม่ของเมืองเฉียงตูนี้”
“นายอำเภอคนเก่ายังอยู่มิใช่หรือ” เสียงผู้คนลือหึ่งขึ้น
ข่าวใหม่ทำให้ผู้คนแตกตื่นผู้คนเริ่มซุบซิบ ส่วนตงตงเฉียน กลับท่านิ่งเฉย การมาของนายอำเภอคนใหม่เป็ไปได้ว่า เป็คนของทางการที่ส่งมาสอดแนมเขา
ขณะที่นายอำเภอคนใหม่มองชายหนุ่มสลับหญิงสาวพลันฉีกยิ้มที่เบิกบาน ส่วนคนที่หน้าเขียวคล้ำคงเป็หนิงเฟิ่งและตงตงเฉียนที่ถูกผลักลงหลุมพรางทั้งคู่
ชายหนุ่มหรี่ตาเล็กน้อยพร้อมวิเคราะห์เหตุการณ์ เป็ไปได้ว่าหนิงเฟิ่งจะต้องรู้จักกับนายอำเภอคนใหม่บางทีการนำนางมาไว้ใกล้ๆตัว เพื่อสืบความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายคงดีไม่น้อย
“ทุกท่าน ข้าไม่ค่อยสบายขอตัวก่อน” หนิงเฟิ่งออกแรงวิ่งหนี
“พี่สาวบ้านท่านอยู่ตรอกไหน ข้าจะได้ให้แม่สื่อเยี่ยมบ้าน!”
เด็กน้อยะโถามทว่าคนที่วิ่งหนีไป กลับไม่เหลียวหลังแม้แต่น้อยส่วนนายอำเภอหวงเจียงโหลได้แต่ส่ายหน้า แล้วหันมาสบตาชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้า ดูจากกิริยาท่าทางที่เย่อหยิ่ง เขาคงเป็ผู้สูงศักดิ์ของเมืองเฉียงตูนี้กระมัง
“คุณชายท่านนี้คือ ท่านโหวตงตงเฉียนใช่หรือไม่”
“ข้ามีธุระอีกมากต้องขอตัวก่อน”
อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะตอบหรือแนะนำตนเองแต่ไม่ได้ทำให้นายอำเภอเฒ่าโกรธเคืองหรือคิดเป็ศัตรูกับอีกฝ่ายชายชราได้แต่ยักไหล่ ทักทายผู้คนกระทั่งถึงจวนที่จัดไว้ให้
ณ บ้านซินยี่
เมื่อเห็นบุตรสาววิ่งหน้าตั้งมาแต่ไกลอดไม่ได้ที่ซินยี่จะเป็ห่วง ไม่รู้ว่าบุตรสาวไปเจอเหตุการณ์ใดเข้าถึงตื่นตระหนกเพียงนี้ หรือว่าถูกชาวบ้านโห่ไล่อย่างนั้นหรือ ซินยี่ถือไม้กวาดแน่นวันนี้หากใครกล้าทำร้ายบุตรสาวของนาง คงต้องข้ามศพนางไม่ก่อน
“ท่านแม่ ท่านแม่แย่แล้ว”
“เกิดสิ่งใดขึ้น หรือว่า เ้าถูกชาวบ้านเล่นงานใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่เ้าค่ะ ข้าเจอโจรโหวบนทางแคบมา ข้าเลยเล่นใหญ่ไปหน่อยท่านแม่เราต้องรีบย้ายบ้านแล้วเ้าค่ะ”
เสียงหญิงสาวดังทะลุข้ามกำแพงไปอีกฝั่งทำให้นายอำเภอผู้มาใหม่ ค่อยโผล่หน้าออกไปดูหวังจะทักทายเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างจวนเล็กๆของตน แต่ดูแล้วพวกนางทั้งสองไม่ได้เห็นนายอำเภอเช่นเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
“เ้าโจรโหวคิดจะสังหารพวกเราอย่างนั้นหรือไม่ได้การข้าจะต้องไปแจ้งนายอำเภอไว้ก่อน”
“ท่านแม่ช้าก่อน! นายอำเภอคนเก่าเป็พวกเดียวกันกับเขาแจ้งทางการไปก็ไร้ประโยชน์มิสู้เราย้ายบ้านไปตอนนี้ ดีกว่ารอโจรโหวให้มาสังหาร”
สองแม่ลูกพยักหน้าให้กันถึงอย่างไรจะต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อนสายตาของซินยี่มองไปทางประตูใหญ่ที่มีชายวัยกลางคนยืนอยู่หน้าประตูเรือนก่อนที่จะร้องถามขึ้นพร้อมกับวาดมือให้บุตรสาวไปยืนอยู่ด้านหลังของตน
“เ้าเป็ใคร! เหตุใดมาแอบฟังข้า”
‘เสียงดังทะลุกำแพงไปเช่นนั้น มีแต่คนหูหนวกเท่านั้นที่ไม่ได้ยิน’ หวงเจียงโหลได้แต่คิดก่อนที่จะแนะนำตนเอง