เสียงกลองดังก้องกังวานทั่วสนาม เสียงเชียร์ของผู้ชมคละคลุ้งไปกับความร้อนระอุจากลาวาที่ล้อมรอบสนามประลอง ทุกสายตาจับจ้องไปยังสองนักสู้ที่ยืนประจันหน้ากันตรงกลางลานหินอัคนี อาคิระ เด็กหนุ่มจากต่างโลกที่ผ่านศึกหนักมาอย่างยากลำบาก และ ดราโก้ ดัสท์ฟลาร์ค ชายหนุ่มผู้มีชื่อเสียงพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือที่เก่งกาจใน่ไม่กี่การประลองที่ผ่านมา
ดราโก้ยืนเด่นเป็สง่า ดวงตาสีแดงราวถ่านเพลิงจ้องมองมาที่อาคิระราวกับจะทดสอบความแข็งแกร่งของเขา เสื้อเกราะหนังสีน้ำตาลเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีตเผยให้เห็นร่างกายกำยำทรงพลัง กล้ามเนื้อทุกส่วนของเขาราวกับถูกสร้างขึ้นเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะ ปลายแขนทั้งสองข้างมีเกราะหนา แต่ไม่มีอาวุธใดติดตัว มือเปล่าของเขาถูกขยับอย่างสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันรุนแรงราวกับนักมวยไทยที่พร้อมจะปล่อยท่วงท่าเด็ดทุกเมื่อ
“ดูเหมือนเ้าจะทนแรงกดดันจากรอบที่แล้วมาได้…เก่งมาก” ดราโก้กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ แต่หนักแน่นราวกับเปลวไฟใตู้เา “แต่เ้ารู้ใช่ไหม ว่าการประลองครั้งนี้จะไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา”
อาคิระสูดลมหายใจลึก ยืนหยัดมั่นคง แม้จะมีเหงื่อซึมอยู่ที่ขมับจากความร้อนและความกดดันตรงหน้า แต่ในแววตาของเขาก็ยังเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันไม่คิดว่ามันจะง่ายอยู่แล้ว แต่ฉันก็ไม่ถอยเหมือนกัน”
ดราโก้ยิ้มมุมปาก ดวงตาเปล่งประกายวาววับราวกับยอมรับความกล้าหาญของคู่ต่อสู้ตรงหน้า “ข้าชอบคนที่ไม่ยอมแพ้…” เขาพูดก่อนจะเข้าสู่ท่าพร้อมรบ มือยกขึ้นตั้งการ์ด สองเท้าก้าวย่อเล็กน้อย ท่าทางของเขาคล้ายกับท่ายืนของนักมวยไทยที่แข็งแกร่งและหนักแน่น
เสียงกลองสามครั้งดังขึ้น
ทันทีที่เสียงกลองเงียบ ดราโก้พุ่งเข้าหาอาคิระด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ เท้าของเขาตวัดไปที่ด้านข้าง อาคิระเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่แรงลมจากการเตะกลับทำให้เขาเสียหลัก
“เร็วเป็บ้า!” อาคิระพึมพำ ก่อนจะตั้งสติกลับมาตั้งท่ารับการโจมตีต่อไป
ดราโก้ไม่ปล่อยให้มีเวลาหยุดพัก หมัดขวาที่เปี่ยมด้วยพลังพุ่งเข้าหาใบหน้าของอาคิระอย่างฉับไว อาคิระยกแขนขึ้นรับ แต่แรงหมัดนั้นกลับทำให้เขาถอยหลังไปสองก้าว
“รับมือได้แค่นี้เหรอ?” ดราโก้เอ่ยพลางก้าวตามติดอย่างไม่ให้พักหายใจ เขาเปลี่ยนจากหมัดเป็ศอกพุ่งเข้าหาเป้าหมายทันที
“ไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมแพ้!” อาคิระะโออกมา เขาใช้จังหวะที่ศอกของดราโก้เข้าประชิด เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปในระยะประชิด หมัดของเขาแทงสวนไปที่ลำตัวของดราโก้อย่างเต็มแรง
ดราโก้รับแรงหมัดนั้นไปเต็ม ๆ แต่กลับไม่สะทกสะท้าน “ดีขึ้น… แต่แรงยังไม่พอ!”
เขาจับไหล่อาคิระไว้แน่น ก่อนจะใช้หัวเข่าพุ่งกระแทกเข้าที่ท้อง อาคิระเบี่ยงตัวหลบทันเวลา แต่แรงเสียดจากการโจมตีนั้นทำให้เขาเซถอยไป
เสียงเชียร์จากผู้ชมดังกระหึ่มทั่วสนาม บรรยากาศร้อนระอุยิ่งขึ้นเมื่อทั้งสองแลกเปลี่ยนการโจมตีอย่างดุเดือด การโจมตีของดราโก้ดูหนักแน่นและช่ำชองราวกับมวยไทยที่ถูกฝึกฝนมาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาใช้หมัด ศอก เข่า และเท้า โจมตีอาคิระอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อาคิระใช้ความคล่องตัวและเทคนิคที่เขาเคยฝึกมาในการหลบหลีกและสวนกลับ
“เ้านี่มีเทคนิคดีใช้ได้… แต่เมื่อยืนระยะนาน ๆ เ้าไม่มีทางสู้ข้าได้” ดราโก้กล่าวพลางโจมตีอย่างไม่ยั้ง
อาคิระหายใจหอบเล็กน้อย แต่ในแววตาของเขายังไม่มีแววถอดใจ “แรงของนายกดดันฉันจริง ๆ แต่ฉันเคยเจออะไรที่หนักกว่านี้มาแล้ว!”
อาคิระเริ่มใช้ “เพลงดาบดาว” แบบมือเปล่าของเขาอีกครั้ง คราวนี้เขาเคลื่อนไหวเป็วงกว้าง หลบการโจมตีที่ดุดันของดราโก้ได้มากขึ้น พร้อมกับแทงหมัดสวนในจังหวะที่อีกฝ่ายเปิดช่องว่าง เสียงหมัดปะทะเข้ากับร่างดราโก้ดัง “ปั้ก!” หลายครั้ง แต่ดราโก้ก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง
“เ้ากล้าหาญมาก ชื่ออาคิระ สินะ…” ดราโก้พูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม ก่อนจะเข้าสู่ท่วงท่าที่หนักหน่วงกว่าเดิม “แต่ถึงเวลาจบแล้ว!”
ดราโก้พุ่งเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้การโจมตีของเขาเร็วและหนักหน่วงราวกับพายุ อาคิระพยายามหลบและรับมือสุดความสามารถ แต่ในที่สุด หมัดขวาของดราโก้ก็พุ่งเข้าใส่เขาเต็มแรง
เสียงของฝูงชนเงียบลงไปครู่หนึ่ง อาคิระล้มลงกับพื้น หอบหายใจหนัก เืซึมออกจากมุมปาก แต่เขายังไม่ลุก
“เ้าควรยอมแพ้ได้แล้ว…” ดราโก้กล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงความห่วงใย
อาคิระกัดฟัน ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล “ฉันไม่ยอมแพ้…” เขาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง และมองตรงไปที่ดราโก้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ดราโก้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา “ดี… เ้าชนะใจข้าแล้ว”
ผู้ชมในสนามเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงเชียร์จะดังขึ้นดังกว่าครั้งไหน ๆ
“แมตช์นี้มันสุดยอดที่สุดเลย!” เสียงจากผู้ชมะโดังลั่น
กรรมการประกาศชัยชนะให้กับดราโก้ แต่เสียงปรบมือกลับดังขึ้นให้กับทั้งสองคน
ดราโก้ยื่นมือไปหาอาคิระเพื่อพยุงเขาขึ้น “เ้าทำได้ดีมาก อาคิระ ข้ายอมรับเ้าแล้ว”
อาคิระจับมือดราโก้แน่น พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ครั้งหน้าฉันจะไม่แพ้นายอีกแน่”
ดราโก้หัวเราะเบา ๆ “ข้าจะรอวันนั้น”
และนี่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่แข็งแกร่งท่ามกลางสนามประลอง การต่อสู้อันดุเดือดของทั้งสองคนไม่ได้สร้างเพียงชื่อเสียง แต่ยังสร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ได้ชมการประลองครั้งนี้…