เมื่อยามที่หลี่ลั่วออกมาจากจวนอ๋องนั้น หลี่จงหมิงที่ติดตามอยู่ด้านหลังเขาก็หิ้วตะกร้าของว่างมาด้วยหนึ่งใบพร้อมกับตะกร้าอิงเถาอีกหนึ่งใบ หลี่ลั่วพอใจยิ่งนัก ผลอิงเถายังไม่ได้ล้างเขาก็หยิบมาผลหนึ่งส่งเข้าปาก
กู้จวิ้นเฉินยืนพิงขอบหน้าต่าง มองร่างหลี่ลั่วที่ค่อยๆ หายไปจากสายตาของตน “จวิ้นอี ไปตามเมิ่งเต๋อหลาง ให้เขามาพบข้าด่วน”
“พ่ะย่ะค่ะ” มีเพียงเสียงขานรับที่ลอยตอบกลับมา หากแต่ปราศจากเงาร่างของเจ้าของเสียงให้ได้เห็น
ณ จวนจงหย่งโหว
หลี่ลั่วกลับมาถึงจวนแล้ว ทันทีที่ลงจากรถม้าก็เห็นพ่อบ้านจี้รอเขาอยู่ที่หน้าประตู ท่าทางของพ่อบ้านจี้นั้นย่ำแย่อยู่บ้าง และดูจากสีหน้าแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องใหญ่
“คารวะโหวเหฺยขอรับ”
หลี่ลั่วเลิกคิ้ว “พ่อบ้านจี้ เป็นอันใดไป?”
พ่อบ้านจี้ลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง “เหล่าฮูหยิน...เหล่าฮูหยินเกิดเรื่องแล้วขอรับ”
“เข้าไปค่อยคุยกัน”
สภาพจิตใจของหลี่หลินในระยะนี้ไม่ค่อยดีนัก เกิดเรื่องขึ้นกับหลี่หยางซื่อ นางจึงตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดตลอดเวลา นางอยากจะไปเยี่ยมมารดา ทว่าหลี่เหล่าไท่ไท่ไม่อนุญาตให้นางออกจากจวน ในฐานะที่ยังเป็นหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือน หากผู้ใหญ่ในบ้านไม่อนุญาตแล้วละก็ นางย่อมออกไปไหนไม่ได้
วันนี้พี่ชายไปเยี่ยมมารดาแล้ว เหลือนางเพียงคนเดียวที่อยู่ในเรือน ทำได้เพียงแค่รอฟังข่าวคราว
“ท่านเข้าไปไม่ได้เจ้าค่ะ คุณชายหยวน ที่นี่เป็นเรือนที่พักอาศัยของคุณหนู ท่านเข้าไปไม่ได้นะเจ้าคะ” เสี่ยวฟางเข้าไปขัดขวางหยวนข่าย หยวนข่ายเป็นบุตรชายของหยวนเฉิง ปีนี้มีอายุสิบแปดปี เขาอยากได้หลี่หลินมานานแล้ว หยวนเฉิงเป็นบุตรชายของหลี่เหล่าไท่ไท่และสามีคนก่อน เขาเข้ามาทำการค้าในเมืองหลวง และอาศัยอยู่ในจวนโหวมาโดยตลอด
เมื่อก่อนมีหลี่หยางซื่ออยู่ หยวนข่ายจึงไม่กล้าเข้าหาหลี่หลิน ทำได้เพียงแค่แอบมอง และเมื่อมีโอกาสมักกระทำการปากว่ามือถึงอยู่เสมอ เขารู้ว่าหลี่หลินนั้นไม่มีความกล้าหาญ ไม่กล้านำเรื่องนี้ไปบอกกับหลี่หยางซื่อ ดังนั้นพฤติกรรมของเขาจึงยิ่งนานวันยิ่งขวัญกล้าขึ้นเรื่อยๆ ช่วงก่อนหน้านี้ไท่เหฺย[1]ของเขาถึงแก่กรรม ไท่เหฺยคือท่านปู่ของท่านพ่อ ส่วนท่านปู่ของเขาที่เป็นสามีคนก่อนของหลี่เหล่าไท่ไท่นั้นได้ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว
“ไสหัวไป เจ้าเป็นแค่สาวใช้กล้ามาขวางทางข้า ไม่รักชีวิตตัวเองแล้วรึ” บ่าวรับใช้ของหยวนข่ายเข้าไปฉุดกระชากเสี่ยวฟางลากออกไปอีกด้านหนึ่ง
ภายในเรือนยังมีสาวใช้ของหลี่หลินอีกหลายคน แต่พวกนางต่างกลัวหยวนข่าย ไม่กล้าเข้าไปขวาง เรือนของหญิงสาวไม่มีบ่าวรับใช้ชาย จึงได้แต่ปล่อยให้หยวนข่ายทำตามอำเภอใจ
หยวนข่ายเดินเข้าไปในห้องของหลี่หลิน หลี่หลินกำลังปักผ้าเพื่อฆ่าเวลา เมื่อได้ยินเสียงจากข้างนอกนางที่กำลังเตรียมตัวลุกขึ้นก็ถูกหยวนข่ายที่เพิ่งเข้ามาขวางทางเอาไว้ หลี่หลินรีบถอยไปข้างหลัง “เจ้า...เจ้าออกไปนะ เจ้าจงออกไปเดี๋ยวนี้”
“ออกไปรึ?” หยวนข่ายหัวเราะ รอยยิ้มนั้นช่างชั่วร้าย “ข้าเพิ่งมาถึง ไฉนน้องสาวจึงจะให้ข้าออกไปเล่า? ช่วงนี้ข้าไม่อยู่ น้องสาวคิดถึงข้าหรือไม่?”
“ใครก็ได้...เสี่ยวฟาง...เสี่ยวฟางเจ้ารีบเข้ามาเร็ว”
“เสี่ยวฟางรึ? เสี่ยวฟางยังเอาตัวเองไม่รอดเลย”
“เจ้า...”
เสี่ยวฟางถูกบ่าวรับใช้ของหยวนข่ายลากไปอีกด้านหนึ่ง นางคิดจะบุกเข้าไป แต่เรี่ยวแรงนางมีไม่มากพอ ทำเช่นใดดีเล่า? จะทำเช่นใดดี? ในใจเสี่ยวฟางหวาดกลัวและตึงเครียดยิ่ง
เมื่อบุกเข้าไปข้างในไม่ได้ นางจึงได้แต่วิ่งออกไปด้านนอก ตอนนี้คุณชายรองไม่อยู่ จึงทำได้เพียงไปหาพ่อบ้านจี้เท่านั้น พ่อบ้านจี้อยู่ที่ไหน...พ่อบ้านจี้อยู่ที่ไหน?
เสี่ยวฟางวิ่งอย่างไม่รู้ทิศทาง นางเริ่มออกวิ่งสะเปะสะปะอย่างสับสน จากนั้นก็มีเสียงดัง ‘ปัง’ ขึ้นครั้งหนึ่ง นางชนถูกคนจนร่างกระเด็นล้มลงไปด้านหลัง เป็นเพราะว่านางวิ่งเร็วเกินไป แรงที่กระแทกจึงไม่เบานัก
เสี่ยวฟางล้มลงบนพื้นพร้อมส่งเสียงคราง “โอ๊ย” แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น นางพลันเห็นว่าเบื้องหน้านางคือพ่อบ้านจี้ “พ่อบ้านจี้” เสี่ยวฟางฟุบลงเบื้องหน้าพ่อบ้านจี้ ร้องไห้พลางตะเบ็งเสียงออกไปว่า “พ่อบ้านจี้ ท่านรีบไปช่วยคุณหนู...รีบไปช่วยคุณหนูของข้าทีเจ้าค่ะ”
[1] ไท่เหฺย (太爷) คือ ทวด หรือปู่ของพ่อ