ในยามนี้ อวี๋จื่ออวี๋รู้สึกสบายตัวยิ่งนักราวกับได้อาบแดดอุ่นๆ ในฤดูหนาวไปทั่วทั้งร่าง
และในจังหวะนั้นเอง
“ตูม!” เสียงกัมปนาทดังกึกก้องราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม พลังงานมหาศาลพลุ่งพล่านจากรากแก้วสู่ลำต้น
ชั่วพริบตาอวี๋จื่ออวี๋สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์
ในห้วงเวลานี้ เขาได้เห็น...
กิ่งก้านมากมายของเขาผลิยอดอ่อนชูช่อระยิบระยับไปทั่วฟ้า ราวกับนกยูงรำแพนแพนหาง ช่างงดงามจับตา
ทว่าเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือ‘แผงหาง’ ของนกยูงตัวนี้ได้ขยายใหญ่ขึ้นตามแรงลมชั่วพริบตาเดียวก็ใหญ่โตราวกับวงล้อมหึมา
ในขณะเดียวกันลำต้นของเขาก็เริ่มเติบโตอย่างบ้าคลั่ง
จากต้นหลิวสูงสามสี่สิบเมตรราวกับผุดยืดขึ้นจากพื้นดิน พุ่งขึ้นอีกกว่ายี่สิบเมตรในเวลาอันสั้น
นอกเหนือจากกิ่งก้านและลำต้นแล้วหุบเขาเป่ยอวี่ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
รากฝอยนับไม่ถ้วนที่แผ่กระจายไปทั่วหุบเขาเป่ยอวี่ขยายตัวและชอนไชอย่างต่อเนื่องพวกมันพลิกหน้าดินพร้อมกับเจาะลึกลงไป ราวกับมังกรดินกำลังพลิกตัวแผ่ขยายออกไปในระยะทางที่ไกลขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมองจากระยะไกลคลื่นดินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ปรากฏขึ้น
ไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสัตว์เดินดินและนกนักล่าไปมากเท่าใด
แต่ก่อนที่สัตว์เดินดินและนกนักล่าเหล่านี้จะทันได้หนีไปอวี๋จื่ออวี๋ก็นึกสั่งการรากฝอยนับไม่ถ้วนของเขาก็เข้าพันธนาการพวกมันในชั่วพริบตา
“การแข่งขันของสรรพสิ่งชะตาชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว พวกเจ้ามาเป็นธาตุบำรุงของข้าเสียเถอะ”
เขาสลัดความลังเลสุดท้ายทิ้งไปปล่อยให้เลือดสดๆ ชโลมย้อมรากฝอยจนกลายเป็นสีแดงฉาน
ในห้วงเวลานี้อวี๋จื่ออวี๋ราวกับกลายเป็นต้นไม้ปีศาจที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง
ทว่า ผลดีอีกประการหนึ่งก็คือ ในเวลาอันสั้นแต้มวิวัฒนาการของอวี๋จื่ออวี๋พุ่งทะลุถึงห้าพันแต้ม
ภูเขาหนึ่งลูกอาจมีสัตว์กลายพันธุ์ไม่มากนัก
หากสองลูก หรือสามลูกเล่า...
ต้องบอกไว้ก่อนอวี๋จื่ออวี๋ที่กระตุ้นให้เกิดคลื่นดินนั้นได้กลืนกินสิ่งมีชีวิตในภูเขาหลายลูกไปในชั่วพริบตา
หากไม่ใช่เพราะมีม่านหมอกปกคลุมดาวเทียมของมนุษย์คงตรวจพบวงแหวนสีเหลืองที่แผ่ออกไปคล้ายการระเบิดครั้งใหญ่อย่างไม่หยุดยั้ง
และในขณะนี้รากไม้หลักของอวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่ได้อยู่เฉย
เพราะมันคือส่วนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของอวี๋จื่ออวี๋และยังเป็นรากชีวิตที่เขาเฝ้าหล่อเลี้ยง
การมีอยู่ของมันคือทุกสิ่งทุกอย่างของอวี๋จื่ออวี๋
“ตูม!” รากไม้หลักพุ่งทะยานลงสู่ส่วนลึกของพื้นพิภพราวกับมังกรดินตัวมหึมา
ในชั่วพริบตา มันก็พุ่งลึกไปถึงเก้าร้อยเมตรหินแข็งแกร่งไม่อาจขวางกั้นย่างก้าวของมันได้แม้แต่สายแร่ที่พบเจอโดยบังเอิญก็ถูกมังกรดินกลืนกินในพริบตา
ทว่า ในตอนนี้อวี๋จื่ออวี๋กลับไม่ทันได้สังเกตเห็น...ขณะที่รากไม้หลักของเขาเจาะลึกลงไปในพื้นดินปราณสีเหลืองอ่อนๆ ก็ลอยขึ้นมาจากใต้นั้น
และเมื่อปราณสีเหลืองอ่อนๆเหล่านี้สัมผัสได้ถึงรากไม้หลัก พวกมันก็พุ่งเข้าหาและหลอมรวมในชั่วพริบตาทั้งยังเกิดขึ้นในทันทีในไม่ช้ารากไม้หลักของอวี๋จื่ออวี๋ก็ห่อหุ้มด้วยปราณสีเหลืองอ่อนๆ เหล่านั้น
ในขณะนั้นเองอวี๋จื่ออวี๋พลันตกตะลึงเมื่อพบว่าที่รากของเขาได้มีพลังงานที่หนักแน่นพลุ่งพล่านขึ้นมา
ใช่แล้ว มันหนักแน่นราวกับผืนปฐพีกว้าง
พลังงานนี้แผ่ลงมาจากด้านบนไปถึงลำต้นของอวี๋จื่ออวี๋ในชั่วพริบตา
“นี่มันอะไรกัน?”
ในน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยอวี๋จื่ออวี๋มองเห็นดอกไม้สีเหลืองนวลดอกหนึ่งกำลังผลิบานอย่างช้าๆบนยอดกิ่งของเขา
ใช่แล้ว ดอกไม้สีเหลืองนวล
และมันไม่ใช่ดอกไม้กลีบเล็กๆแบบเดียวกับดอกหลิว แต่มันคือดอกไม้สีเหลืองนวลที่ไม่รู้จักชื่อ
ทว่า ในชั่วพริบตาที่มองเห็นดอกไม้นี้อวี๋จื่ออวี๋สัมผัสได้ถึงความรู้สึกประหลาดราวกับว่าเขาสามารถควบคุมบางสิ่งบางอย่างได้
“ควบคุมงั้นหรือ?”
ด้วยความสงสัยอวี๋จื่ออวี๋จึงเคลื่อนไหวจิตสำนึกเล็กน้อย
“ฉึก!”
พร้อมกับเสียงพุ่งแหวกอากาศอันแหลมคมหนามดินสูงหลายเมตรก็พุ่งทะลุผืนดินขึ้นมา
“นี่คือการควบคุมพื้นดินงั้นหรือ?”
ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกตะลึงอวี๋จื่ออวี๋ไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้น
ตอนนี้เขาสามารถควบคุมพื้นดินได้แล้ว?
นี่มัน...
จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?
แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่เขาก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นในใจได้
การควบคุมพื้นดินสำหรับสัตว์ป่ากลายพันธุ์ชนิดอื่นอาจเป็นเพียงความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่ง
แต่สำหรับเขาแล้ว มันบ่งบอกถึงความหวัง
ใช่แล้ว ความหวัง
บางทีเขาอาจจะไม่สามารถถอนรากที่ฝังลึกอยู่ในพื้นดินได้แต่ถ้าเขาสามารถควบคุมพื้นดินได้เขาก็มีความหวังที่จะใช้พลังของพื้นดินเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
สาเหตุที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาเป็นเพราะอวี๋จื่ออวี๋ได้รับแรงบันดาลใจจากอนิเมะเรื่องหนึ่งในชาติที่แล้ว
ในอนิเมะเรื่องนั้น มีวิชานินจาที่เรียกว่า‘คาถาม่านพฤกษา’ ซึ่งเป็นการหลอมรวมร่างกายเข้ากับพื้นดินและพืชพรรณเพื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกล่าวคือผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นดินแล้วเคลื่อนที่ความเร็วสูงไปยังที่ใดก็ได้ผ่านเครือข่ายรากไม้และกระแสน้ำใต้ดิน
นี่คือวิชาพรางกายเฉพาะตัวเป็นวิชาแปลงร่างชนิดหนึ่ง แต่ทำให้อวี๋จื่ออวี๋รู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น
อวี๋จื่ออวี๋ไม่คาดหวังว่าจะต้องถอนรากออกไปวิ่งใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นอีกต่อไปแล้ว
แต่การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นดินแล้วเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงดั่งใจนึกแบบนี้กลับดึงดูดใจเขาเป็นอย่างมาก
ถ้าทำสิ่งนี้ไม่ได้ก็ลองพิจารณาหนทางทดแทนดู
ในประเด็นนี้อวี๋จื่ออวี๋ไม่เคยปิดกั้นความคิดของตนเองจนเกินไป
ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์ที่ต้องการมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
ดังนั้น ตราบใดที่สามารถเคลื่อนที่ได้ไม่ต้องสนหรอกว่าจะเป็นการถอนรากแล้ววิ่งใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นหรือการแหวกว่ายอยู่ใต้พื้นดิน...
ด้วยเหตุนี้เมื่อตระหนักได้ว่าตนสามารถควบคุมพื้นดินได้ เขาก็ไม่สามารถระงับความตื่นเต้นในใจตื่นเต้นยิ่งกว่าการทะลวงสู่ระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่สองเสียอีก
พลังเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญที่แท้จริงคือเขามีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวได้แล้ว
“เฮ้อ...”
เขาถอนหายใจยาวระงับความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านในใจ อวี๋จื่ออวี๋พยายามดึงสติให้ตัวเองสงบลง
“อย่าเพิ่งเพ้อฝันอย่าเพิ่งเพ้อฝันเลย...การเคลื่อนที่ผ่านพื้นดินเป็นเพียงความเป็นไปได้ทางทฤษฎีเท่านั้นยังห่างไกลจากการลงมือปฏิบัติจริง”
ขณะพึมพำ อวี๋จื่ออวี๋ก็ค่อยๆกวาดสายตามองแผงสถานะของตนอีกครั้ง
หากต้องการไขข้อสงสัยในใจ ย่อมต้องพึ่งพามัน
เพียงนึกถึงอวี๋จื่ออวี๋ก็เห็นแผงควบคุมที่เรียกได้ว่าหรูหราอลังการ
[เผ่าพันธุ์: วิลโลว์กลายพันธุ์
แต้มวิวัฒนาการ: 5,432แต้ม (วิธีการได้รับ: 1. รับแสงแดดดูดซับพลังงานลึกลับเพื่อนำมากลั่นกรอง 2. ช่วงชิงจากสัตว์หรือพืชชนิดอื่นเพื่อสกัดออกมา)
พรสวรรค์ประจำตัว: ฟื้นฟูขั้นสุดยอด(สามารถเลื่อนเลเวลได้) - พรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวเฉพาะตัวของพืชช่วยเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูได้อย่างมหาศาลแม้แต่กิ่งก้านซึ่งเป็นส่วนที่ค่อนข้างเปราะบางได้รับความเสียหายก็สามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้ในพริบตาด้วยพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านในร่างกาย
ความสามารถ: กิ่งก้านกลายพันธุ์ (เลเวล 2)- กิ่งก้านที่ผ่านการเสริมแกร่งหลายครั้งจนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าสามารถขยายและบิดงอได้อย่างอิสระ ในขณะเดียวกันกิ่งก้านยังสามารถหลั่งสารพิษที่ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาต หรือแม้แต่หมดสติได้
รากไม้กลายพันธุ์ (เลเวล 2)- รากไม้ที่แข็งแกร่งถึงขีดสุด ราวกับมังกรดินล้วนมีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถดูดซับพืชและสัตว์เป็นธาตุบำรุงได้ในระดับหนึ่ง
ม่านหมอกหนาทึบ (เลเวล 2)- ปลดปล่อยม่านหมอกหนาทึบปกคลุมเทือกเขานับร้อยลูกสามารถบดบังการรับรู้ของศัตรูได้อย่างสมบูรณ์
สร้างภาพหลอน (เลเวล 2)- สามารถใช้ม่านหมอกเพื่อรบกวนจิตใจของพืช สัตว์ และมนุษย์หลอกลวงประสาทสัมผัส และสร้างภาพมายา ทำให้ยากต่อการแยกแยะ
ควบคุมธาตุดิน (เลเวล 1)- ความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวที่ได้มาจากการดูดซับหินวิญญาณธาตุดินจำนวนมากและการล่าอสรพิษศิลา บริวารผืนปฐพีมาเป็นธาตุบำรุง]