Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 3 บทที่ 65 แผงสถานะสุดอลังการ

            ในยามนี้ อวี๋จื่ออวี๋รู้สึกสบายตัวยิ่งนักราวกับได้อาบแดดอุ่นๆ ในฤดูหนาวไปทั่วทั้งร่าง

            และในจังหวะนั้นเอง

            “ตูม!” เสียงกัมปนาทดังกึกก้องราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม พลังงานมหาศาลพลุ่งพล่านจากรากแก้วสู่ลำต้น

            ชั่วพริบตาอวี๋จื่ออวี๋สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์

            ในห้วงเวลานี้ เขาได้เห็น...

            กิ่งก้านมากมายของเขาผลิยอดอ่อนชูช่อระยิบระยับไปทั่วฟ้า ราวกับนกยูงรำแพนแพนหาง ช่างงดงามจับตา

            ทว่าเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือ‘แผงหาง’ ของนกยูงตัวนี้ได้ขยายใหญ่ขึ้นตามแรงลมชั่วพริบตาเดียวก็ใหญ่โตราวกับวงล้อมหึมา

            ในขณะเดียวกันลำต้นของเขาก็เริ่มเติบโตอย่างบ้าคลั่ง

            จากต้นหลิวสูงสามสี่สิบเมตรราวกับผุดยืดขึ้นจากพื้นดิน พุ่งขึ้นอีกกว่ายี่สิบเมตรในเวลาอันสั้น

            นอกเหนือจากกิ่งก้านและลำต้นแล้วหุบเขาเป่ยอวี่ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า

            รากฝอยนับไม่ถ้วนที่แผ่กระจายไปทั่วหุบเขาเป่ยอวี่ขยายตัวและชอนไชอย่างต่อเนื่องพวกมันพลิกหน้าดินพร้อมกับเจาะลึกลงไป ราวกับมังกรดินกำลังพลิกตัวแผ่ขยายออกไปในระยะทางที่ไกลขึ้นเรื่อยๆ

            เมื่อมองจากระยะไกลคลื่นดินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ปรากฏขึ้น

            ไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสัตว์เดินดินและนกนักล่าไปมากเท่าใด

            แต่ก่อนที่สัตว์เดินดินและนกนักล่าเหล่านี้จะทันได้หนีไปอวี๋จื่ออวี๋ก็นึกสั่งการรากฝอยนับไม่ถ้วนของเขาก็เข้าพันธนาการพวกมันในชั่วพริบตา

            “การแข่งขันของสรรพสิ่งชะตาชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว พวกเจ้ามาเป็นธาตุบำรุงของข้าเสียเถอะ”

            เขาสลัดความลังเลสุดท้ายทิ้งไปปล่อยให้เลือดสดๆ ชโลมย้อมรากฝอยจนกลายเป็นสีแดงฉาน

            ในห้วงเวลานี้อวี๋จื่ออวี๋ราวกับกลายเป็นต้นไม้ปีศาจที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง

            ทว่า ผลดีอีกประการหนึ่งก็คือ ในเวลาอันสั้นแต้มวิวัฒนาการของอวี๋จื่ออวี๋พุ่งทะลุถึงห้าพันแต้ม

            ภูเขาหนึ่งลูกอาจมีสัตว์กลายพันธุ์ไม่มากนัก

            หากสองลูก หรือสามลูกเล่า...

            ต้องบอกไว้ก่อนอวี๋จื่ออวี๋ที่กระตุ้นให้เกิดคลื่นดินนั้นได้กลืนกินสิ่งมีชีวิตในภูเขาหลายลูกไปในชั่วพริบตา

            หากไม่ใช่เพราะมีม่านหมอกปกคลุมดาวเทียมของมนุษย์คงตรวจพบวงแหวนสีเหลืองที่แผ่ออกไปคล้ายการระเบิดครั้งใหญ่อย่างไม่หยุดยั้ง

            และในขณะนี้รากไม้หลักของอวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่ได้อยู่เฉย

            เพราะมันคือส่วนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของอวี๋จื่ออวี๋และยังเป็นรากชีวิตที่เขาเฝ้าหล่อเลี้ยง

            การมีอยู่ของมันคือทุกสิ่งทุกอย่างของอวี๋จื่ออวี๋

            “ตูม!” รากไม้หลักพุ่งทะยานลงสู่ส่วนลึกของพื้นพิภพราวกับมังกรดินตัวมหึมา

            ในชั่วพริบตา มันก็พุ่งลึกไปถึงเก้าร้อยเมตรหินแข็งแกร่งไม่อาจขวางกั้นย่างก้าวของมันได้แม้แต่สายแร่ที่พบเจอโดยบังเอิญก็ถูกมังกรดินกลืนกินในพริบตา

            ทว่า ในตอนนี้อวี๋จื่ออวี๋กลับไม่ทันได้สังเกตเห็น...ขณะที่รากไม้หลักของเขาเจาะลึกลงไปในพื้นดินปราณสีเหลืองอ่อนๆ ก็ลอยขึ้นมาจากใต้นั้น

            และเมื่อปราณสีเหลืองอ่อนๆเหล่านี้สัมผัสได้ถึงรากไม้หลัก พวกมันก็พุ่งเข้าหาและหลอมรวมในชั่วพริบตาทั้งยังเกิดขึ้นในทันทีในไม่ช้ารากไม้หลักของอวี๋จื่ออวี๋ก็ห่อหุ้มด้วยปราณสีเหลืองอ่อนๆ เหล่านั้น

            ในขณะนั้นเองอวี๋จื่ออวี๋พลันตกตะลึงเมื่อพบว่าที่รากของเขาได้มีพลังงานที่หนักแน่นพลุ่งพล่านขึ้นมา

            ใช่แล้ว มันหนักแน่นราวกับผืนปฐพีกว้าง

            พลังงานนี้แผ่ลงมาจากด้านบนไปถึงลำต้นของอวี๋จื่ออวี๋ในชั่วพริบตา

            “นี่มันอะไรกัน?”

            ในน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยอวี๋จื่ออวี๋มองเห็นดอกไม้สีเหลืองนวลดอกหนึ่งกำลังผลิบานอย่างช้าๆบนยอดกิ่งของเขา

            ใช่แล้ว ดอกไม้สีเหลืองนวล

            และมันไม่ใช่ดอกไม้กลีบเล็กๆแบบเดียวกับดอกหลิว แต่มันคือดอกไม้สีเหลืองนวลที่ไม่รู้จักชื่อ

            ทว่า ในชั่วพริบตาที่มองเห็นดอกไม้นี้อวี๋จื่ออวี๋สัมผัสได้ถึงความรู้สึกประหลาดราวกับว่าเขาสามารถควบคุมบางสิ่งบางอย่างได้

            “ควบคุมงั้นหรือ?”

            ด้วยความสงสัยอวี๋จื่ออวี๋จึงเคลื่อนไหวจิตสำนึกเล็กน้อย

            “ฉึก!”

            พร้อมกับเสียงพุ่งแหวกอากาศอันแหลมคมหนามดินสูงหลายเมตรก็พุ่งทะลุผืนดินขึ้นมา

            “นี่คือการควบคุมพื้นดินงั้นหรือ?”

            ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกตะลึงอวี๋จื่ออวี๋ไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้น

            ตอนนี้เขาสามารถควบคุมพื้นดินได้แล้ว?

            นี่มัน...

            จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?

            แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่เขาก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นในใจได้

            การควบคุมพื้นดินสำหรับสัตว์ป่ากลายพันธุ์ชนิดอื่นอาจเป็นเพียงความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่ง

            แต่สำหรับเขาแล้ว มันบ่งบอกถึงความหวัง

            ใช่แล้ว ความหวัง

            บางทีเขาอาจจะไม่สามารถถอนรากที่ฝังลึกอยู่ในพื้นดินได้แต่ถ้าเขาสามารถควบคุมพื้นดินได้เขาก็มีความหวังที่จะใช้พลังของพื้นดินเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

            สาเหตุที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาเป็นเพราะอวี๋จื่ออวี๋ได้รับแรงบันดาลใจจากอนิเมะเรื่องหนึ่งในชาติที่แล้ว

            ในอนิเมะเรื่องนั้น มีวิชานินจาที่เรียกว่า‘คาถาม่านพฤกษา’ ซึ่งเป็นการหลอมรวมร่างกายเข้ากับพื้นดินและพืชพรรณเพื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกล่าวคือผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นดินแล้วเคลื่อนที่ความเร็วสูงไปยังที่ใดก็ได้ผ่านเครือข่ายรากไม้และกระแสน้ำใต้ดิน

            นี่คือวิชาพรางกายเฉพาะตัวเป็นวิชาแปลงร่างชนิดหนึ่ง แต่ทำให้อวี๋จื่ออวี๋รู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น

            อวี๋จื่ออวี๋ไม่คาดหวังว่าจะต้องถอนรากออกไปวิ่งใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นอีกต่อไปแล้ว

            แต่การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นดินแล้วเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงดั่งใจนึกแบบนี้กลับดึงดูดใจเขาเป็นอย่างมาก

            ถ้าทำสิ่งนี้ไม่ได้ก็ลองพิจารณาหนทางทดแทนดู

            ในประเด็นนี้อวี๋จื่ออวี๋ไม่เคยปิดกั้นความคิดของตนเองจนเกินไป

            ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์ที่ต้องการมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

            ดังนั้น ตราบใดที่สามารถเคลื่อนที่ได้ไม่ต้องสนหรอกว่าจะเป็นการถอนรากแล้ววิ่งใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นหรือการแหวกว่ายอยู่ใต้พื้นดิน...

            ด้วยเหตุนี้เมื่อตระหนักได้ว่าตนสามารถควบคุมพื้นดินได้ เขาก็ไม่สามารถระงับความตื่นเต้นในใจตื่นเต้นยิ่งกว่าการทะลวงสู่ระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่สองเสียอีก

            พลังเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญที่แท้จริงคือเขามีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวได้แล้ว

            “เฮ้อ...”

            เขาถอนหายใจยาวระงับความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านในใจ อวี๋จื่ออวี๋พยายามดึงสติให้ตัวเองสงบลง

            “อย่าเพิ่งเพ้อฝันอย่าเพิ่งเพ้อฝันเลย...การเคลื่อนที่ผ่านพื้นดินเป็นเพียงความเป็นไปได้ทางทฤษฎีเท่านั้นยังห่างไกลจากการลงมือปฏิบัติจริง”

            ขณะพึมพำ อวี๋จื่ออวี๋ก็ค่อยๆกวาดสายตามองแผงสถานะของตนอีกครั้ง

            หากต้องการไขข้อสงสัยในใจ ย่อมต้องพึ่งพามัน

            เพียงนึกถึงอวี๋จื่ออวี๋ก็เห็นแผงควบคุมที่เรียกได้ว่าหรูหราอลังการ

             [เผ่าพันธุ์: วิลโลว์กลายพันธุ์

            แต้มวิวัฒนาการ: 5,432แต้ม (วิธีการได้รับ: 1. รับแสงแดดดูดซับพลังงานลึกลับเพื่อนำมากลั่นกรอง 2. ช่วงชิงจากสัตว์หรือพืชชนิดอื่นเพื่อสกัดออกมา)

            พรสวรรค์ประจำตัว: ฟื้นฟูขั้นสุดยอด(สามารถเลื่อนเลเวลได้) - พรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวเฉพาะตัวของพืชช่วยเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูได้อย่างมหาศาลแม้แต่กิ่งก้านซึ่งเป็นส่วนที่ค่อนข้างเปราะบางได้รับความเสียหายก็สามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้ในพริบตาด้วยพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านในร่างกาย

            ความสามารถ: กิ่งก้านกลายพันธุ์ (เลเวล 2)- กิ่งก้านที่ผ่านการเสริมแกร่งหลายครั้งจนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าสามารถขยายและบิดงอได้อย่างอิสระ ในขณะเดียวกันกิ่งก้านยังสามารถหลั่งสารพิษที่ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาต หรือแม้แต่หมดสติได้

            รากไม้กลายพันธุ์ (เลเวล 2)- รากไม้ที่แข็งแกร่งถึงขีดสุด ราวกับมังกรดินล้วนมีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถดูดซับพืชและสัตว์เป็นธาตุบำรุงได้ในระดับหนึ่ง

            ม่านหมอกหนาทึบ (เลเวล 2)- ปลดปล่อยม่านหมอกหนาทึบปกคลุมเทือกเขานับร้อยลูกสามารถบดบังการรับรู้ของศัตรูได้อย่างสมบูรณ์

            สร้างภาพหลอน (เลเวล 2)- สามารถใช้ม่านหมอกเพื่อรบกวนจิตใจของพืช สัตว์ และมนุษย์หลอกลวงประสาทสัมผัส และสร้างภาพมายา ทำให้ยากต่อการแยกแยะ

            ควบคุมธาตุดิน (เลเวล 1)- ความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวที่ได้มาจากการดูดซับหินวิญญาณธาตุดินจำนวนมากและการล่าอสรพิษศิลา บริวารผืนปฐพีมาเป็นธาตุบำรุง]

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน