สาเหตุที่ทำให้เธอตื่นมาในสภาพาเ็ปางตายนี้เป็เพราะก่อนที่เธอจะได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้นั้น หลี่หลันฮวาได้ถูกลอบทำร้ายจนาเ็หนัก
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นางต้องมาาเ็หนักขนาดนี้ก็เพราะถูกนางนั้นดื้อรั้นอยากจะมาดูดอกเหมยซึ่งบานอยู่บนเขาที่ทั้งไกลและอันตราย
ในหุบเขาดอกเหมยนี้ เดิมทีเป็สถานที่อยู่ของโจรป่าที่มีชื่อเสียง
เมื่อนางพาคนเข้ามาบุกรุกจึงต้องถูกโจมตี ทั้งทรัพย์สินที่นำมาก็ยังถูกขโมยไป ส่วนตนเองก็าเ็หนักปางตาย หากไม่ใช่เพราะเซียวฉีหลิงเป็คนพาหนีออกมา นางก็คงจะตายไปนานแล้ว
นี่คือเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ก่อนที่เธอจะได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้
และในตอนนี้เอง เซียวฉีหลิงก็คงจะพาหลี่หลันฮวามาหลบอยู่ที่นี่เพื่อพักผ่อนเอาแรง ก่อนที่จะพากันออกเดินทางต่อไป
จะว่าไปตัวละครตัวนี้ที่เธอเขียนขึ้นมาก็มีนิสัยที่แย่มากเลยทีเดียว
ทั้งขี้โวยวาย ขี้หงุดหงิด และอารมณ์เสียง่าย หากไม่ถูกใจอะไรขึ้นมาก็จะโมโหและขว้างปาสิ่งของ
ช่างเป็นิสัยตามสูตรสำเร็จของคุณหนูเอาแต่ใจ แต่สิ่งที่เหนือกว่าความเอาแต่ใจก็คงจะเป็การไม่นึกถึงใจของคน
และนี่ก็คือนิสัยที่เธอได้เขียนขึ้นมาให้เหมือนกับพี่สาวของเธอ
แต่อย่างไร นั่นมันก็แค่นิยายเื่หนึ่งที่เธอเขียนขึ้นมา ในความเป็จริง จากในความทรงจำของเธอ ทุกเื่ราวที่เกิดขึ้นกับหลี่หลันฮวาก็หาได้เหมือนกับหลี่หลันฮวาในนิยายไปทุกเื่
แม้ทั้งสองจะคล้ายกัน แต่มันก็ยังมีบางจุดที่ต่างกัน แม้จะเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เธอได้รู้ว่าหลี่หลันฮวาในนิยายกับหลี่หลันฮวาที่เธอเจอในความทรงจำนั้นหาใช่คนเดียวกัน
เพราะฉะนั้นเธอจึงยิ่งต้องระมัดระวังกับการใช้ชีวิตต่อจากนี้ของตน
ยิ่งกับเซียวฉีหลิงที่คาดเดาอะไรไม่ได้ เธอก็ยิ่งต้องระวัง
คิดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาที่เปิดประตูเข้ามา
“ภรรยา เช้าแล้ว เราทั้งสองสมควรออกเดินทางได้แล้ว” เขากล่าวกับเธออย่างสุภาพอ่อนโยน ทั้งดวงตาและปากก็ยังยกยิ้มราวกับใส่ใจหนักหนา
หากเป็หลี่หลันฮวาคนเดิมคงจะหลงนึกดีใจว่าเขาเอาอกเอาใจ แต่เธอที่เคยผ่านชีวิตแต่งงานและผ่านเื่ราวมาอย่างมากมายย่อมรู้ดีว่าเขาหาได้คิดเช่นนั้น
“เ้าค่ะ” เธอเลือกที่จะตอบรับอย่างง่ายๆ และลุกขึ้นตามเขาไป
เธอพยายามว่าง่ายกับเขาเพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร
อีกอย่างเธอก็ไม่แน่ใจว่าความนึกคิดของเขาเหมือนกับในนิยายหรือไม่ เพราะอะไรหลายๆ อย่างมันก็แปลกไม่เหมือนกับในนิยาย
เริ่มั้แ่ที่เธอสามารถเข้ามาอยู่ในร่างของหลี่หลันฮวาได้ั้แ่ตอนที่หลี่หลันฮวานั้นยังไม่สมควรตาย และฉากที่หลี่หลันฮวาหนีตายจากกลุ่มโจรในหุบเขาดอกเหมย หลี่หลันฮวากับเซียวฉีหลิงก็ไม่สมควรมาโผล่ที่วัดนี่
เพราะเดิมทีแล้ว ในนิยายที่เธอเขียน เธอเขียนให้หลี่หลันฮวากับเซียวฉีหลิงได้หลบเข้าไปอยู่ในบ้านของนายพราน ก่อนที่จะได้รับความช่วยเหลือจากพ่อของเธอกับหลี่เฟิ่งหรัน
นี่คือเนื้อหาที่ควรเป็ไปตามนั้น แต่ในเมื่อไม่เป็ไปตามนั้น เธอก็จำเป็จะต้องระวังตัว
“ภรรยา อากาศบนเขานั้นหนาวเย็น หากไม่ห่มผ้าให้ดีจะไม่สบายเอานะขอรับ” เขาผู้ซึ่งเดินอยู่ข้างๆ เธอนั้นยังคงกล่าวถ้วยคำอ่อนโยนและยิ้มอย่างเสแสร้ง
“เ้าค่ะ ข้าจะระวัง” เธอเลือกที่จะตอบรับอย่างเชื่อฟัง
พูดก็พูดเถอะ แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจความคิดเขาอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยเธอก็พอจะรู้ว่าตอนนี้ในใจของเขากำลังคิดอะไร
เขาก็แค่กำลังรู้สึกรำคาญที่จะต้องมาคอยดูแลเธอ เพราะหากเธอล้มป่วย มันก็จะกลายเป็ภาระของเขา
อีกอย่างเธอก็ยังตายไม่ได้ เพราะหากเธอจากตายไป ตระกูลของเขาจะต้องแย่แน่ เพราะตระกูลของเธอนั้นมากอำนาจ ส่วนตระกูลของเขาก็เป็แค่ตระกูลเก่าๆ ที่กำลังจะล่มสลาย ดังนั้นทุกวันนี้จึงถูกตระกูลของเธอกดหัวเอาไว้จนไม่สามารถทำอะไรตามใจได้
มันคงจะเป็เื่แย่สำหรับเขาที่ทำให้ทั้งตระกูลต้องถูกฆ่าล้างเพราะตัวเขาดูแลเธอไม่ดี
เธอคิดในขณะที่เดินตามหลังของเซียวฉีหลิงไป ก่อนที่จะต้องสะดุดเพราะเขาหยุดชะงักลง
“ก้มลง” น้ำเสียงของเขาดูตึงเครียดขึ้นจนเธอแปลกใจ
แต่สัญชาตญาณของเธอก็เร็วพอที่จะรีบก้มตัวลงตามคำกล่าวของเขา
และในทั้งทีที่ก้มตัวลง กลุ่มคนซึ่งสวมชุดหนังสัตว์และขี่ม้าก็วิ่งผ่านหน้าไป
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็กลุ่มโจรป่า อีกอย่างสองมือของพวกเขาก็ยังถืออาวุธและดูป่าเถื่อน ในนิยายเองเธอก็เขียนเอาไว้แบบนั้น แต่เพื่อความมั่นใจ หลังจากที่กลุ่มคนเ่าั้วิ่งผ่านไป เธอก็รีบถามเขาในทันที
“นั่นโจรป่าหรือ?” เธอเอ่ยปากถามเขาด้วยสีหน้าสงสัย
ดวงตากลมตาของเธอกะพริบมองเขาปริบๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ พูดออกมาว่า
“ท่านฉลาดมาก เป็ดั่งที่ท่านคิดจริงๆ ขอรับ” เขาตอบพร้อมกับยกยิ้มอ่อน
แม้ว่าเขาจะยังคงยกยิ้ม แต่ในใจคงจะด่าเธอว่า โง่ อยู่แน่ๆ
มันก็จริงที่เธอสมควรจะดูออกั้แ่แรก แต่นี่มันไม่ใช่โลกของเธอนะ เธอจะไปมั่นใจได้ยังไง
“ใช่ เพราะข้าฉลาดมาก ข้าจึงดูพวกเขาออกั้แ่แรกเลยล่ะ” เธอกล่าวประชดพร้อมกับกลอกตามองบนเร็วๆ
“ดีแล้วขอรับ” เขากล่าวตอบพร้อมกับคิดจะยกมือขึ้นลูบหัวของเธอ
แต่เพราะมีปมฝังใจกับการกระทำนี้ เธอเลยหดคอลงพร้อมกับรีบถอยออกมา
“พวกเรารีบไปกันเถอะ” เธอแสร้งกล่าวเื่อื่นกลบเกลื่อน ก่อนที่จะหลบสายตาที่จ้องมองมาของเขา
เขาเองก็สงสัยและหรี่ตามองเธออยู่แวบหนึ่ง แต่มันก็แค่แวบเดียวเท่านั้น เพราะในทันทีที่หัวน้อยๆ นั้นเงยขึ้นมา เขาก็รีบหันหน้ากลับไป
“มันควรจะเป็เช่นนั้นจริงๆ ขอรับ” เขากล่าวยิ้มๆ พร้อมกับยืนมือออกมาให้เธอจับ
เธอเองก็รีบจับมือของเขาเอาไว้ ก่อนที่จะค่อยๆเดินตามแรงจูงของเขาไป
เธอกับเขาเดินลัดเลาะมาตามชายป่าเรื่อยๆราวสองสามวัน จนกระทั่งมาถึงเมืองท่าแห่งหนึ่ง และที่นั่นเองก็มีทหารของทางการ เซียวฉีหลิงจึงรีบเข้าไปหาเพื่อแจ้งบางอย่างกับพวกเขา
และไม่นานหลังจากนั้น ขบวนรถม้าที่ดูเหมือนจะหรูหราก็ได้ขับเข้ามาจอดอยู่ด้านหน้าของเธอ
พวกเขาบอกว่าเป็คนจากจวนตระกูลหลี่ มาเพื่อรับเธอกับเซียวฉีหลิงกลับไป
ในเมื่อรู้แล้วว่าพวกเขาเป็ใคร เธอเองก็ไม่ได้คิดขัดขืนอะไร ทั้งยังให้ความร่วมมือกับพวกเขาเป็อย่างดี ดังนั้นหลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ เธอจึงสามารถเดินทางมาถึงจวนตระกูลหลี่ได้อย่างรวดเร็ว
และเมื่อเดินทางมาถึง เธอที่ยังไม่คุ้นเคยกับอะไรก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย
แต่เพราะมีเซียวฉีหลิงที่อยู่ด้วยกันมามากกว่าหนึ่งอาทิตย์ เธอถึงได้รู้สึกผ่อนคลายลง
“หลันเอ๋อร์!!”
หมับ!!
หญิงสาวนางหนึ่งะโเข้ามากอดเธอทันทีหลังจากที่เธอเดินลงมาจากรถม้า
เธอเองก็ออกจะอึ้งๆ อยู่บ้าง แต่ก็พอจะเรียกสติกลับมาได้
“ท...ท่านแม่ ท่านช่วยปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ ข้าหนัก” เธอกล่าวพร้อมกับผลักร่างบางๆ นั้นออกไป
หญิงสาวเองก็ดูเหมือนจะรู้ตัว ดังนั้นจึงปล่อยเธอออกไปอย่างรวดเร็ว
“แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ หลันเอ๋อร์ของแม่เพิ่งจะเจอเื่ร้ายมา คงจะเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว ไหน มาให้แม่ดูซิว่าเ้าได้รับาเ็ตรงไหนมั่ง”
มารดากล่าวพร้อมกับหมุนตัวของเธอไปมา
หลังจากที่สำรวจไปอย่างคร่าวๆแล้ว จู่ๆ ก็กล่าวพูดขึ้นเมื่อเห็นาแตรงหลังมือของเธอว่า
“แผลนี่ได้มาอย่างไร?”
แน่นอนว่าคำถามนั้นไม่ได้ถามเธอ แต่กำลังถามเซียวฉีหลิงซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของเธอ
“เป็ข้าที่ดูแลนางไม่ดีเองขอรับ” เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
เพียะ!!
เธอถึงกับอ้าปากค้างเมื่อมารดาผู้นั้นตบเซียวฉีหลิงจนหน้าหัน
เธอคิดอยู่แล้วว่าจะต้องเป็อย่างนี้ เพราะฉะนั้นตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอถึงได้พยายามดูแลรักษาร่างกายของตนเองเป็อย่างดี
เพราะเธอรู้ว่าครอบครัวที่รักหลี่หลันฮวานั้นจะต้องโกรธเซียวฉีหลิงแน่เมื่อเห็นาแบนร่างกายนี้
แต่เธอก็ไม่คิดว่าแค่าแเล็กๆ หลังฝ่ามือก็จะถึงกับทำให้หญิงสาวนางนี้โกรธจนตบเซียวฉีหลิง
เธออุตส่าห์พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เซียวฉีหลิงโกรธแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ยังพลาดจนได้
ดังนั้นเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตนเองเอาไว้ เธอถึงได้ตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปขวางมารดาซึ่งกำลังจะต่อว่าและตบเซียวฉีหลิงอีกครั้ง
“ท่านแม่ เซียวฉีหลิงไม่ผิด ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นมันเป็ความผิดของลูก และหากท่านหรือใครก็ตามคิดจะลงโทษเขา ข้าก็จะทำโทษตนเองให้เจ็บมากยิ่งกว่าเขา” กล่าวจบก็มองไปยังมารดาด้วยสีหน้าจริงจัง
มารดาที่เห็นว่าทำอะไรเธอไม่ได้ก็ชี้มือมาที่เธอด้วยสีหน้าที่โกรธจนตัวสั่น
“ช่างเถอะ เ้าเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ก็รีบกลับเข้ามาพักผ่อนเสียเถอะ แม่จะเรียกให้คนยกอาหารที่เ้าชอบเข้ามาให้”
มารดาที่ไม่เคยโกรธหลี่หลันฮวาลงเลยสักครั้งยอมวางอารมณ์โกรธของตนลง
ส่วนเธอที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาเล็กน้อยๆ แต่ก็เพราะกลัวว่าจะมีคนมาทำอะไรเขาอีก เธอถึงไม่ยอมปล่อยมือจากเขา ทั้งยังเป็ฝ่ายที่ลากจูงเขาให้เดินตามมาอย่างระมัดระวัง
...