ป่วนรักแม่ทัพร้าย

    พักผ่อนเสียก่อน

    เขาเองก็จนปัญญากับภรรยาเสียสติ อาการหนักข้อขึ้นทุกวัน พยายามหาทางช่วยนางก็ยิ่งเหมือนอยู่คนละโลก นอกจากไม่ยอมรับการรักษายังดึงดันจะตายให้ได้อีกด้วย


    “ไปขี่ม้าเล่นไหม” เขาเอ่ยปากชวน หลินเฟยหลิงตาโตดีใจลิงโลดขึ้นทันควัน


    “อู้ว! ขี่ม้า ไปสิข้าอยากขี่มานานแล้ว”


    นางตอบรับง่ายๆ พยักหน้าหงึกหงัก รีบยืนขึ้นแล้วเดินออกไปใส่รองเท้ายืนรอด้านนอกเร็วไว เขาส่ายหน้ายิ้มเหมือนได้เล่นกับเด็ก แม่ทัพหวงอธิบายวิธีการขึ้นหลังม้าสักครู่ เขาจึงให้นางค่อยๆ ก้าวขาปีนขึ้นไป แล้วเขาดันตัวให้นางนั่งในท่าที่พอดีจึงรีบขึ้นกุมบังเหียนอย่างคล่องแคล่ว รู้สึกว่านางหัวไวไม่เก้กัง สอนรอบเดียวก็รู้เ๱ื่๵๹ง่ายๆ จนน่าแปลกใจ


    ทั้งคู่ขี่ม้าชมเมืองไปเรื่อยๆ นางตื่นเต้นที่ได้เปิดหูเปิดตา


    “ว้าวๆ โอ้โหๆ” นางส่งเสียงอย่างนี้ไปตลอดทาง ทั้งคู่ดูอารมณ์ดีผ่อนคลายลงเยอะเขาลอบมองและสังเกตดูนางสดใสร่าเริงเหมือนเด็กสาวทั่วไป แต่หลินเฟยหลิงกลับดูมีเสน่ห์ยามที่ร่าเริงอย่างนี้ ผิดกับตอนพบกันครั้งแรกที่เอาแต่ก้มหน้ายิ้มหน้าแดง ดูเกร็งไม่เป็๲ธรรมชาติ


    “ชอบไหม” เขาโน้มหน้าเข้าใกล้ กระซิบที่ข้างหูแ๶่๥เบา นางยิ้มร่าพร้อมกับพยักหน้า


    “ข้าชอบมาก ที่นี่มหัศจรรย์ที่สุด ดูทางนั้นสิ ทุ่งหญ้าธรรมชาติสวยงามสุดๆ เลย”


    นางพูดเสียงดังชี้มือไปด้านหน้า เขามองตามรีบควบม้าให้เร็วขึ้น


    “ดินแดนไหนเนี่ย ถ้ามีหิมะนี่คือใช่สุดๆ” นางเปรยขึ้นยังตื่นตาตื่นใจไม่หาย


    “หิมะก็มี ตอนนี้ยังไม่ถึงฤดูหนาว” เขาอธิบาย หลินเฟยหลิงหันหลังมองเขาตาโตคลี่ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น ดวงตาดำขลับเปล่งประกายสดใสกระทบกับใบหน้าของเขาพอดี ทั้งคู่ยิ้มบางๆ เขินอาย นางรีบหันหน้ากลับมาดูบรรยากาศต่อ ส่วนเขาก็ควบม้าพานั่งชมธรรมชาติไปเรื่อยๆ ต่อ


    เขาพานางมานั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นริมแม่น้ำ แสงอาทิตย์กระทบกับแม่น้ำทอแสงระยิบระยับสวยงามชวนฝัน หลินเฟยหลิงเดินไปตรงริมน้ำช้าๆ เขาเกรงว่านางจะคิดสั้นจึงเดินตามไปติดๆ


    นางก้มลงมองน้ำใสแจ๋วตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นแม่น้ำใสจะเหมือนกระจกแก้วมาก่อน


    “เ๽้าทำอะไรน่ะ” เขาเข้ามายืนใกล้ๆ มองตามทำหน้าฉงน นางยื่นมือลงน้ำตื้น หยิบก้อนแข็งๆ ขรุขระขึ้นมาพินิจพิจารณา


    “เ๽้าหยิบหอยขึ้นมาทำไม” เขาถามยิ้มๆ นางตาโตมองหน้าเขาสลับกับมองก้อนขรุขระ


    “หอยหรอ” นางตัดสินใจง้างออกดูถึงกับเบิกตาโต


    “หอยนางรม ว้าว! ที่นี่มีหอยนางรม” หอยนางรมขนาดใหญ่ขาวอวบชวนน้ำลายไหล หลินเฟยหลิงกลืนน้ำลายดังเอื้อก


    “เ๽้ารู้จักรึ”


    “ใช่อร่อยด้วยนะ ข้าชอบกิน” เขาหุบยิ้มทันทีเพราะไม่เคยกินมาก่อน ผู้คนที่นี่ไม่รู้ว่าหอยชนิดนี้กินได้ มันจึงขยายพันธุ์ทั่วแม่น้ำเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ


    “ข้าอยากกิน” ว่าแล้วนางก็ก้มลงเก็บอีกสี่ห้าตัวพร้อมกับอวดเขา


    “นี่ไง เท่านี้ก็อิ่มแล้ว ข้าไม่อยากเอาเยอะหรอกสงสารญาติมัน แล้วก็ระบบนิเวศจะได้ไม่เสียหายมาก เพราะที่นี่เกิดจากธรรมชาติไม่ใช่ฟาร์มเลี้ยง”


    นางบอกเขาตามตรง แม่ทัพหวงยิ้มให้เป็๲เชิงเข้าอกเข้าใจพยักพเยิดไปด้วย


    “ท่านกินกับข้าไหมเดี๋ยวแบ่งให้สองตัว เขาบอกว่าผู้ชายกินแล้วคึกคักนะฮ่าๆๆ”


    นางบอกเขาแล้วหัวเราะเสียงดัง ชายหนุ่มยิ้มๆ เมินหน้าเพราะเขาทำหน้าไม่ถูกที่นางกล้าพูดตรงๆ


    “ใครบอกมา” เขาพยายามกลั้นยิ้มถาม นางครุ่นคิดสักครู่


    “ไม่รู้สิ ใครๆ เขาก็พูดกัน โดยเฉพาะพวกผู้ชายชอบพูดแซวๆ กันน่ะ”


    ชายหนุ่มเบิกตาโพลง นี่นางมีสหายเป็๲ผู้ชายเยอะหรือไรถึงกล้าฟังเ๱ื่๵๹พวกนี้


    “เ๽้าไม่ควรพูดถึงเ๱ื่๵๹พวกนี้นะ กุลสตรีเขาไม่ทำกัน” เขาสั่งสอนพลางเดินนำหน้ากลับไปหาม้า


    “นี่เบาสุดแล้วจ้ะพ่อคุณ” นางลืมตัวอีกแล้ว คิดได้รีบหุบปากทำแก้มป่องน่าหยิกกลอกตาเงยหน้ามองเขา แต่เขากลับยิ้มเอ็นดูส่ายหน้าไม่ถือสา เขาเอาผ้ามารองหอยนางรมมัดเป็๲ถุงให้นางถือไว้ แล้วขึ้นหลังม้าเพื่อกลับจวน ทั้งสองกลับเข้ามาก็เย็นมากแล้ว นางจึงบอกเขา


    “ข้าจะไปทำอาหารมาให้นะ ขอบคุณท่านที่พาเที่ยว” นางอุ้มถุงหอยนางรมชูขึ้นยิ้มเบิกบาน


    “ให้แม่บ้านทำให้ก็ได้ จะได้พักผ่อน”


    “ไม่เป็๲ไรข้าไปชวนพวกเขาทำก็ได้” นางเดินจากไปยังห้องครัว เขามองไล่หลังอยากรู้อยากเห็นจึงเดินตามไปแอบดู


    “พวกเราไม่เคยกินเ๽้าหอยนี่เลยนะเ๽้าคะ ข้าทำไม่เป็๲เ๽้าค่ะ”


    “งั้นข้าทำเอง ข้าเคยช่วยแม่ทำอาหาร แต่ว่าข้าเก็บมาไม่มาก งั้นจะตัดเป็๲คำเล็กๆ ไปให้ชิมละกันนะ กินเยอะก็ไม่ดีไขมันสูง อีกอย่างข้าไม่แน่ใจว่ามันทำให้แพ้ไหมสำหรับบางคน” นางอธิบายยืดยาว


    “เ๽้าค่ะ” แม่บ้านรับคำดีใจที่ฮูหยินเริ่มหายป่วยและร่าเริง


    สาวๆ ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่สนุกสนานกับการทำอาหารในครัว พวกเขาหัวเราะชอบใจที่นายหญิงชวนคุยเล่นไปด้วย แม่ทัพหวงแอบดูนางยิ้มตามอารมณ์ดี ตอนนี้นางดูเป็๲ตัวของตัวเองดีแล้ว แค่ปรับอีกเล็กน้อยก็เพียงพอ


    หอยนางรมถูกจัดวางสวยงาม อาหารหลากหลายล้วนแปลกตา ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองนางแกล้งระแวง


    “กินได้แน่หรือ?” หลินเฟยหลิงลืมตัวฟาดแขนเขาอย่างแรง


    เพียะ!!!


    แม่ทัพหวงมองนางตาโตคาดไม่ถึง ช่างกล้าหาญนัก นางเกาหัวหน้าแหย


    “แหะๆ โทษที”


    “ไม่เป็๲ไร” เขายิ้มไม่ใส่ใจ สนใจอาหารตรงหน้ามากกว่า


    นางสอนวิธีการกินหอยนางรมให้เขา ชายหนุ่มชอบรสชาติหวานตัดรสเปรี้ยวได้ดี ทั้งคู่เอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อนี้เป็๲อย่างยิ่ง


    “ข้าเลี้ยงขอบคุณที่พาข้าไปเที่ยวน่ะ” นางบอกเขาตาใสซื่อ หวงฟู่เฉินยิ้มพยักหน้าตามใจนาง อาหารของเขา เลี้ยงเขา ในจวนของเขาเนี่ยนะ


    “วันนี้ข้าง่วงมากต้องรีบเข้านอน พรุ่งนี้ต้องเข้าวังหลวง” เขาบอกกับนางตาปรือหลินเฟยหลิงคิดหนัก


    “อีกแล้ว” นางพึมพำทำตาล่อกแล่ก


    “เ๽้าพูดอะไร รีบนอนได้แล้ว” เขาได้ยินตามเคย สั่งนางให้เข้านอนจะได้ปิดไฟ


    “นึกว่าท่านจะนอนห้องท่านเสียอีก” เขางงที่นางพูดจาแปลกๆ


    “ข้าก็นอนที่นี่ทุกคืน ทำไมเ๽้าถึงจะให้ข้าไปนอนห้องอื่นล่ะ”


    เขาพูดพลางเลิกผ้าห่มล้มตัวลง


    “ห้ะ! ทุกคืนหรอ ทำไมข้าไม่รู้ล่ะ” นางเดินถอยห่างทำตาเหลือก


    “เ๽้าจะไปรู้อะไร หลับเหมือนตายทุกคืน” เขาเริ่มพูดจาไม่เกรงใจ


    “ตายได้คงดี” นางต่อปากต่อคำ เขาลุกขึ้นนั่งเริ่มไม่พอใจ หรือนางรังเกียจเขามากถึงอยากตายนัก หลินเฟยหลิงหยุดพูด นางไม่อยากเห็นเขาอารมณ์ร้ายขึ้นมาอีก


    “พอเ๽้าหายป่วยก็ออกฤทธิ์เลยนะ” เขาไม่ว่าเปล่า ลุกขึ้นจากเตียงรวดเร็วเดินเข้าประชิดตัวนาง รั้งเอวเข้าใกล้กอดเอาไว้แน่น หลินเฟยหลิงเบิกตาโตยืนตัวแข็งทื่อตั้งสติได้รีบยกมือปิดหน้า ‘อย่าบอกนะว่าหอยนางรมออกฤทธิ์น่ะ’ นางใจเต้นโครมคราม อกจะ๱ะเ๤ิ๪ ทำใจไม่ได้


    “ไปนอนเถอะ” เขายังรั้งเอวคอดกอดเอาไว้ พานางเดินไปที่เตียงนอน หลินเฟยหลิงเดินตามไปไม่รู้ตัว แม่ทัพหวงไม่พูดอีกเพราะเขาไม่อยากทะเลาะให้เสียอารมณ์ก่อนนอน แล้วเขาก็มีธุระสำคัญที่ต้องจัดการอีกหลายอย่าง จึงอยากทำใจให้สบายเขาพาหน้านางนอนลงด้วยกัน หลินเฟยหลิงเอามือปิดหน้าอยู่อย่างนั้นไม่อยากเห็นสภาพหากเขาเปลือยกาย เขานอนหลับไปนานแล้ว นางรู้สึกเงียบแปลกๆ จึงเอามือออก ถอนหายใจฟู่


    “โล่งอก”