บทที่ 157 โรงละครสีเลือด
"ทุกอย่างถูกวางเอาไว้แต่แรกแล้ว" ซูหยินยกยิ้มยามเมื่อกระโจนหลบวิถีดาบของเขา ชิวเหวินเจี้ยนสามารถเห็นเส้นสายที่เชื่อมกับไพ่ทุกใบที่ซูหยินร่ายไว้ตามจุดต่างๆ ได้ เส้นนั้นคงทำจากเหล็กหรือลวดอะไรสักอย่าง ถ้าบาดเข้ากับกายเนื้อคงตกตายได้ไม่ยาก ชายหนุ่มเห็นทุกคนเดินผ่านเส้นนั้นมาแต่ว่าไม่เป็นอะไร คาดการณ์เอาไว้แต่แรกแล้วว่าคงรอเวลา
"เจ้า..." ชิวเหวินเจี้ยนจ้องมองรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมนั้น "เทพมาร เป็นพลังให้ข้าที"
เทพมารเลิกคิ้วก่อนจะยิ้มยินดี ปีศาจสีแดงพลันปรากฏขึ้นขยายตัวเองใหญ่กว่าทุกครั้ง ซูหยินมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่เคยมีโอาสได้เห็นเทพมารใกล้ขนาดนี้มาก่อน ตำนานที่ทุกเผ่าร่วมกันผนึกไว้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว และบัดนี้ชิวเหวินเจี้ยนก็ได้ครอบครองมัน
เทพมารสะบัดขวานทรงอำนาจไฟผลาญในมือไปรอบทิศ ด้วยดวงตาของมังกรมายาลวงจากชิวเหวินเจี้ยนที่เชื่อมต่อกันราวกับเป็นร่างเดียวทำให้เทพมารสามารถเห็นเส้นลวดที่ล่องหนได้ เทพมารปล่อยเปลวเพลิงออกจากขวานทำให้ลวดเหล่านั้นมอดไหม้กลายเป็นจุล
"สนุก...เจ้าทำให้ข้าสนุก" ซูหยินร้องบอก เขาเห็นไพ่ที่วางเอาไว้แต่แรกของตนมลายหายไปหมดแล้ว เด็กหนุ่มไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกในเมื่อชิวเหวินเจี้ยนสามารถเห็นพลังนั้นได้ เขาควักอะไรในแขนเสื้อออกมาระหว่างที่ตัวเองร่อนลงกับพื้น ชิวเหวินเจี้ยนกระโดดถอยห่างออกไป ลอบมองเห็นว่าซูเหยียนและซูสือคงพร้อมพรั่งด้วยทหารมากมายกำลังต่อกรกับพี่น้องทั้งสามคนของซูหยินอยู่
"มองไปทางไหนกัน" ซูหยินพูดพร้อมทั้งควักไพ่นับสิบออกมา ชิวเหวินเจี้ยนจดจ้อง เขาไม่รู้เลยว่ามันทำอะไรได้บ้างจนกว่าอีกฝ่ายจะโจมตี
"เจ้ามันบิดเบี้ยว ฆ่าได้แม้กระทั่งพ่อของตน" ชิวเหวินเจี้ยนตะโกนกู่ร้อง เขารู้สึกไฟในกายโหมปะทุอย่างรุนแรงด้วยความโกรธ เขาโกรธตนเองที่ไม่สามารถปกป้องชายชราตามคำที่ให้ไว้กับซูหยางได้ โมโหที่แผนการของเขามันไม่เป็นไปดั่งใจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคิดว่าทุกอย่างนั้นง่ายดายและเต้นเร่าอยู่ในกำมือของเขา แต่บัดนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว...เขาหลงลืมสิ้นว่าตนเองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา จะใช้พลังเช่นตอนที่เป็นจักพรรดิได้อย่างไรเล่า
"เจ้าเอง...ก็ไม่ได้ดีไปกว่าข้านักหรอก" ซูหยินยิ้ม นิ้วเรียวทั้งสิบกรีดกระจายไพ่สีเงินออกมาด้านหน้า ชิวเหวินเจี้ยนใช้สายตาเพ่งมองไม่เห็นเวทย์ที่เคลือบออกมาจากมัน ชายหนุ่มไม่ได้กระโดดหนีห่าง เมื่อมันปะทะเข้ากับร่างของเขาและระเบิดออกเกล็ดมังกรก็คุ้มครองเขาไว้เช่นเคย
"หุบปาก" ชิวเหวินเจี้ยนเอ่ยพร้อมกับกำดาบแนบแน่น เขาเชื่อใจพวกที่เหลืออย่างแรงกล้าว่าจะสามารถต้านทานพี่น้องของซูหยางไปได้อีกสักพัก พวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์และคนที่อันตรายที่สุดก็คือคนที่อยู่ตรงหน้าเขา
"อะไรสำคัญกับเจ้ากันชิวหวินเจี้ยน คนที่สามารถครอบครองดาบได้มาตกอยู่ในดินแดนนี้ ทั้งที่จริงจะหนีไปที่อื่นก็ย่อมได้" ซูหยินถามอย่างใจเย็น เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องรีบฆ่าชิวเหวินเจี้ยนหรอก เสียอย่างไรด้วยพลังที่เขามีก็สามารถทำให้อีกฝ่ายตกตายอย่างง่ายดายอยู่แล้ว
"ไม่ใช่เรื่องของเจ้า" ชิวเหวินเจี้ยนไม่คิดจะมีความอาทรอีกต่อไป แสงสีขาวกระจายรอบฝ่าเท้า ชายหนุ่มกำลังเค้นพลังจากภายในที่มีอยู่ เฝ้าภาวนาต่อร่างของชายหนุ่มที่ถูกยกยืมมา
"เป็นสิ่งนั้นเองสินะ" ซูหยินกล่าวพร้อมทั้งเหลือบตาไปมองหญิงสาวที่ภาวนาต่อเวทย์คุ้มภัยอยู่ ชายหนุ่มรีบหันไปมองตาม นัยน์ตามังกรสว่างวาบ เห็นไพ่ลองหนคมกริบวิ่งไปฉิวไปที่นาง
"เทพมาร!" ชิวเหวินเจี้ยนตะโกนลั่นทั่วบริเวณนั้น ปีศาจสีแดงตัวใหญ่กระโจนไปเบื้องหน้า สะบัดขวานออกข้างลำตัวจนเกิดเปลวเพลิงโหมไหม้ไพ่นั้น แต่ทว่าไพ่ชุดใหม่ก็ถูกปาออกไป ชายหนุ่มเห็นมัน เขาใช้ลำตัวที่มีเกล็ดขวางเอาไว้ทว่ามารที่ใช้โล่วิ่งเขามาซัดร่างของเขาปลิวกระเด็นไปก่อน ผู้ใช้เวทย์อีกคนตามมาทีหลัง ชิวเหวินเจี้ยนไม่ทันได้เห็นว่าเป็นอาวุธแบบไหนแต่ทว่าแสงสว่างจ้าอยู่ในมือของพี่น้องซูหยิน
มีหรือที่ซูเหยียนจะไม่ได้มองเขาอยู่...นางเห็นเขาพลาดท่าก็รีบปล่อยมือข้างหนึ่งทันที ซูหยินคาดเดาเอาไว้ เห็นภาพนั้นก็รู้สึกพึงพอใจ เด็กหนุ่มเห็นแสงสีม่วงพุ่งมาที่ชิวเหวินเจี้ยน เป็นม่านพลังของซูเหยียนไม่ผิดแน่
"สวยงาม..." เด็กหนุ่มว่า เมื่อชิวเหวินเจี้ยนรอดพ้นจากการโจมตีเมื่อครู่มาได้ ชายหนุ่มดีดตัวเองให้ลุกขึ้นจากนั้นก็ปัดป่ายดาบ หมุนตัวกระโจนบั่นไปที่ลำคอของผู้ใช้เวทย์อย่างรวดเร็ว
เวทย์คุ้มภัยระดับสวรรค์ถูกหยิบขึ้นมาใช้ทำให้น้องของซูหยินไม่ตกตาย ชิวเหวินเจี้ยนภาวนาในใจ และเป็นดังคาด ลูกไฟสีดำของมังกรมายาลวงเกิดขึ้นรอบตัวเขา วิ่งวนชั่วเสี้ยววินาทีกระจะพุ่งไปที่ม่านนั้น กระแทกอย่างรุนแรงจนมองไม่ทันก่อนจะทะลวงเข้าไปในม่านพลัง ชิวเหวินเจี้ยนวาดดาบอีกครั้ง ตัดคอน้องของซูหยินอย่างไม่ปราณี
ชายในชุดคลุมถือโล่เข้ามาขวางทางชายหนุ่มทันทีในจังหวะนั้น ชิวเหวินเจี้ยนกระโจนถอยห่าง วิ่งตีออกข้างไปเพื่อช่วยซูเหยียน เขามองไกลออกไป เห็นซูหยินกำลังวิ่งไปเช่นกัน ผู้ใช้โล่อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน จากนั้นน้องคนสุดท้ายของซูหยินก็เข้ามา ชายคนนั้นกระโจนลงมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ เขาสกัดชิวเหวินเจี้ยนเอาไว้
"สำคัญมากสินะนางคนนั้น" ซูหยินถาม เขาเสกไพ่ขึ้นมาในมือ ซูสือคงรีบเข้ามากันซูเหยียนเอาไว้ เขายืนอยู่ตรงนั้นเป็นด่านปราการแรกที่ซูหยินจะต้องผ่านเข้าไป
"นั่นน้องของเจ้า!" ชิวเหวินเจี้ยนตวาดลั่น เขาใช้เท้าถีบน้องของซูหยินที่กระโจนลงมาให้พ้นทาง ชายหนุ่มสะบัดมือออกก่อจะกระโจนเต็มไปฝีเท้าไปด้านหน้า ลูกไฟสีดำแปลบปลาบของมังกรมายาลวงทำหน้าที่ต่อสู้กับคนที่กระโดดลงมาแทนเขา
"ข้าไม่ให้เจ้าขัดขวางท่านพี่" ผู้ใช้โล่กล่าวพร้อมทั้งวิ่งเข้ามาขวางระหว่างทาง กระแทกโล่หนาหนักอึ้งลงที่พื้น มันขยายใหญ่ออกเป็นกำแพง ชิวเหวินเจี้ยนสบถก่อนจะกระโดดเหยียบโล่นั้นเพื่อข้ามไป
ซูหยินรู้สึกหรรษา เขาชอบเห็นการตะเกียกตะกายของชิวเหวินเจี้ยนยิ่งนัก ยามที่ชายหนุ่มแสดงสีหน้าตระหนกออกมาช่างดีเหลือเกิน
ซูสือคงตั้งดาบ เขาออกไปนอกม่านพลังโดยมีซูเหยียนคุ้มกันอยู่ด้านหลัง นางจะคอยช่วยใช้เวทย์คุ้มภัยกันการโจมตีให้ ซูหยินยกยิ้ม เขาเสกไพ่ล่องหนไว้ทั้งหมดแล้ว เด็กหนุ่มกางมือทั้งสองออกด้านข้างก่อนจะกระชากกลับเข้าหาตัวเอง เส้นสายเหล็กกล้าที่มีไพ่เป็นตัวโยงปรากฏขึ้นก่อนจะบีบรัดทุกคนที่อยู่ในวงเวทย์ของซูหยินและเหล่าทหารทั้งของตนและอีกฝ่ายจนกลายเปนเพียงเศษเนื้อ…
ชิวเหวินเจี้ยนได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องของผู้คน จากนั้นก็เป็นเสียงของอาวุธที่ตกลงสู่พื้นอย่างพร้อมเพรียง ชิวเหวินเจี้ยนข้ามโล่นั้นมาได้แต่ก่อนที่สายตาจะเห็นภาพเบื้องหน้า ผู้ใช้โล่ก็ดึงขาของเขา มีดสั้นในมือของเขาแทงเข้าที่ข้อเท้าเพื่อตัดการเคลื่อนไหวแต่มันไม่ได้มีเวทย์อาบอยู่ทำให้ชิวเหวินเจี้ยนไม่ได้รับอันตราย น้องผู้ใช้เวทย์สิ้นไปแล้วดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสดี
ชิวเหวินเจี้ยนลอยกำลังจะหล่นสู่พื้น เขายกดาบขึ้นทั้งสองมือก่อนจะสะบั้นลงที่โล่ที่เขายกขึ้นมากัน ดาบที่มีเปลวเพลิงส่องสว่างจ้า บั่นทำลายโล่ละเอียดไม่มีชิ้นดี ร่างของเขาลอยขึ้นสูงถูกไฟสีดำทำลายร่างกลายเป็นเถ้าถ่าน
เทพมารใช้ขวานตัดเส้นลวดนั้นไม่ทันการ เขาไม่สามารถช่วยทุกคนเอาไว้ได้ในคราวเดียวเพราะความเร็วกว่าของอีกฝ่าย ชิวเหวินเจี้ยนรีบหันกลับไปมองภาพเบื้องหลัง เขาเห็นซูหยินยกยิ้มอย่างมีความสุข เป็นความหฤหรรษ์ที่เด็กหนุ่มต้องการ
ทั่วพื้นถูกละเลงด้วยเลือดของทั้งสองฝ่าย ไม่มีคนเหลืออยู่แล้วมีเพียงเศษเนื้อของเหล่าคนตายที่กระจายไปทั่ว ชิวเหวินเจี้ยนเห็นเทพมารยืนขวางซูสือคงและซูเหยียนเอาไว้ ใช้ไฟรุนแรงเผาเส้นลวดให้ขาดสะบั้น
แต่ทว่า..พลังที่ไม่ได้ฟื้นคืนเต็มที่และร่างกายมนุษย์ผู้อ่อนแอทำให้เทพมารไม่สามารถใช้พลังได้ถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์…
เพราะงั้นแล้วซูหยินถึงได้ยิ้มกว้างตอนที่ร่างของซูสือคงและซูเหยียนกลายเป็นเพียงเศษมนุษย์...ที่ไร้วิญญาณ
"ไม่!!!!"