หลังจากเซนได้ใช้งานเ้างูั์เสร็จแล้วชายหนุ่มก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะสนใจมันอีกต่อไป และเหมือนว่าเ้างูั์จะรู้ตัวมันจึงทำตัวให้อยู่ต่ำบนพื้นดินที่สุดก่อนที่จะเลื่อนไปในทางอ้อมห่างจากตัวของเซนเพื่อกลับไปยังแหล่งที่อยู่อาศัยของมัน หรือบึงพิษนั่นเอง
ลักนั้นรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองนั้นทำตัวไม่ถูกเมื่อกำลังถูกสายตาของเซนจับจ้อง แต่โชคดีที่สายตาที่ฝ่ายตรงข้ามจับจ้องมานั้นเพียงเป็สายตาที่สงสัยและใคร่รู้ไม่ใช่สายตาที่เต็มไปด้วยตัณหาเหมือนกับที่ได้เผชิญจากชายสองคนก่อนหน้านี้ ซึ่งเธอที่เป็ผู้หญิงนั้นมักจะมีความไวต่อความรู้สึกเมื่อถูกสายตาจ้องมอง
ทั้งสองต่างตกอยู่ในความเงียบไม่มีใครกล่าววาจาใดๆ มามากกว่าสองนาที จนในที่สุดก็เป็ลักเองที่เป็คนเริ่มสนทนาก่อน
“ขอบคุณ คุณมากนะคะที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้…ถ้าไม่มีคุณแล้วฉันคง…”
ลักกล่าวขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางของผู้หญิงออกมา มันเป็เื่ปกติที่ผู้หญิงจะพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับการพบกันครั้งแรกกับชายหนุ่มที่มีหน้าตาที่ดี และยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามเธอกลับต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าเสน่ห์ของเธอนั้นไม่อาจดึงดูดหรือเปลี่ยนแปลงท่าทางของฝ่ายตรงข้ามได้เลย
เซนนั้นจ้องมองเธอด้วยสายตาใคร่รู้ในตอนแรกตอนนี้สายตาของชายหนุ่มกลับเปลี่ยนเป็เ็าอีกรอบด้วยความเคยชินโดยไม่รู้ตัว ลักษณะนิสัยเช่นนี้พึ่งจะปรากฏขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มได้ใช้ชีวิตอยู่ใต้ทะเลเป็เวลานาน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ว่าสิ่งนี้นั้นยิ่งทำให้ผู้คนที่เข้ามาพูดคุยกับชายหนุ่มรู้สึกอึดอัด
อย่างไรก็ตามบุคลิกท่าทางที่เ็าของเซนนั้นกลับสร้างความประหลาดใจให้กับหญิงสาวเมื่อเขาได้กล่าววาจาโต้ตอบออกมาอย่างนุ่มนวลว่า
“ผมไม่ได้ช่วยเหลืออะไรคุณสักหน่อย…เป็เ้าป่าเ้าเขาต่างหาก”
ท่าทางของเซนที่ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้นั้นค่อนข้างสร้างความประทับใจให้หญิงสาวอย่างไม่รู้ตัว เธอกลับมองว่ามันเป็ท่าทางที่น่ารักและหาได้ยากมากๆ ในหมู่ผู้คนเพราะโดยปกติแล้วผู้ชายที่เธอได้รู้จักมักจะเป็พวกหื่นกามและพูดแต่เื่ดีๆ เข้าตัวเองเสมอไม่มีการถ่อมตนใดๆ ทั้งสิ้นเพื่ออวดอ้างสรรพคุณของตน
“คุณ้าจะไปที่วอเตอร์ฟอร์ดใช่ไหม? ”
“….”
เซนไม่ได้กล่าววาจาแต่เลือกที่จะพยักหน้าเพื่อตอบว่าใช่แทน ลักแสดงรอยยิ้มอันข่มขืนออกมาโดยปกติแล้วนั้นชายหนุ่มหลายๆ คนมักจะพยายามเข้าหาและพูดคุยกับเธอให้มากที่สุดอย่างไรก็ตามคนเบื้องหน้าเธอกลับไม่ทำเช่นนั้น
‘บางทีคนที่แข็งแกร่งอาจจะไม่ได้สนใจพวกผู้หญิงสวยก็ได้’
หญิงสาวพยายามหาเหตุผลภายในใจของตนเองเพื่อสร้างความมั่นใจของตนเองให้กลับมาอีกครั้ง สำหรับในมุมมองของเซนที่มีต่อลักนั้นไม่ได้มีความประทับใจอะไรเป็พิเศษ ชายหนุ่มกลับประหลาดใจที่เหตุใดหญิงสาวคนนี้ถึงได้ฟื้นสภาพจิตใจได้เร็วมากๆ ทั้งๆ ที่พึ่งเผชิญหน้ากับเหตุการณ์โหดร้ายมา เขาเพียงชื่นชอบเวทมนตร์ของโลกใบนี้และ้ารู้เกี่ยวกับมันจากเธอเท่านั้น
“เพื่อเป็การตอบแทน…แม้ว่ามันจะน้อยเกินไปหน่อย แต่ฉันจะเป็คนนำทางคุณไปที่วอเตอร์ฟอร์ดเอง ฉันสัญญาว่าถ้าไปถึงเมืองเมื่อไหร่ฉันจะต้องตอบแทนคุณเพิ่มอีกแน่! ”
เซนเพียงพยักหน้าโดยไม่ได้สนใจข้อเสนอหรือสิ่งตอบแทนใดๆ จากเธอเลย ที่เขา้ารู้ก็คือเื่ซึ่งเกี่ยวกับโลกใบนี้…
ทั้งคู่เดินทางร่วมกันแม้จะเป็ระยะทางที่ไม่ไกลมากและเหมือนจะเต็มไปด้วยอันตรายอยู่หลายรอบจากพวกสัตว์ร้ายในป่า อย่างไรก็ตามดูเหมือนพื้นที่นอกเหนือจากบึงมรณะ ล้วนแล้วแต่เป็สถานที่ซึ่งไม่แตกต่างจากป่าที่โลกเก่าของเซนมากนัก อย่างมากก็อาจจะมีแค่สัตว์กินเนื้อที่ตามรอยมาและพยายามจะโจมตีพวกเขา แต่ผลสุดท้ายก็เป็ลักจัดการพวกมันทั้งหมดคนเดียว โดยที่เซนนั้นไม่ได้คิดจะลงมือช่วยเธอเลย
หญิงสาวจึงได้แต่คิดในใจว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าเธออาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิงและไม่มีความเป็สุภาพบุรุษเลยสักนิด อย่างไรก็ตามเซนนั้นมีคติอยู่ข้อหนึ่งนั่นก็คือ ความแข็งแกร่งเป็ของเขา และเขาไม่้าจะใช้มันเพื่อใครที่ไม่จำเป็
ดังนั้นแล้วลักที่เปรียบเสมือนคนแปลกหน้าแม้จะมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามขนาดไหนชายหนุ่มก็ไม่มีทางที่จะใช้พลังของเขาเพื่อเธอ ที่เขาช่วยเหลือเธอจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็เพราะเขาไม่อยากให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นโดยที่ตัวเขาทำเพียงยืนมองเฉยๆ หากเป็แบบนั้นตัวเขาคงห่างไกลจากคำว่ามนุษย์ไปเรื่อยๆ
ในระหว่างการเดินทางนั้นเซนก็ได้รู้เื่อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับวอเตอร์ฟอร์ดและโลกแห่งนี้จากปากของลัก ในโลกแห่งนี้นั้นจะมีกฎที่เหมือนๆ กัน นั่นก็คือตัวเลขของระดับนั้นจะตัดสินทุกๆ อย่าง หากเพียงแค่มีระดับสูงกว่าก็แสดงให้เห็นว่าคนผู้นั้นมีความแข็งแกร่งและจะได้รับความเคารพนับถือ
มนุษย์ในโลกนี้จะเกิดมาพร้อมกับระดับเริ่มต้นที่ศูนย์และไม่สามารถจะเลื่อนระดับของตนเองได้จนจะมีอายุครบ 12 ปีบริบูรณ์ เมื่อมีอายุถึงขอบเขตแล้วจำเป็ต้องไปที่วิหารเทพเ้าเพื่อรับคำอวยพรในครั้งแรก และในตอนนั้นเองผู้คนจึงสามารถเลื่อนระดับของตนเองได้ด้วยการดิ้นรนต่อสู้กับสัตว์ประหลาด และเก็บสะสมค่าประสบการณ์จากพวกมัน
ส่วนสิ่งที่เรียกว่าคลาสนั้นนับว่าเป็สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่พระเ้าเลือก การที่ได้รับคำอวยพรครั้งแรกนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับคลาส การได้รับคลาสนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็สายเืและความถนัดของคนๆ นั้น ยกตัวอย่างเช่น หากว่าคนนั้นเกิดในครอบครัวที่มีบรรพบุรุษเป็นักธนูและคนผู้นั้นยังฝึกฝนธนูมาจนชำนาญ คนๆ นี้จะมีโอกาสแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะได้รับคำอวยพรจากพระเ้าและกลายเป็คลาสนักธนู
พวกที่ได้รับคลาสมานั้นมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งและเติบโตเร็วกว่าพวกที่ไม่ได้รับคลาสแม้จะสามารถเพิ่มระดับด้วยวิธีเดียวกัน อย่างไรก็ตามผู้ได้รับคลาสนั้นไม่เพียงแต่จะได้รับคลาสมาเฉยๆ แต่มันจะมาพร้อมกับทักษะพิเศษประจำคลาส หรือที่เรียกว่าสกิล การใช้ทักษะพิเศษหรือสกิลนั้นแน่นอนว่ามันไม่ได้ใช้ได้ฟรีๆ มันจำเป็จะต้องแลกกับค่าพลังิญญาส่วนหนึ่งด้วย
"ขอถามคุณได้ไหมคะ? ทำไมคุณถึงได้ถามแต่เื่พื้นฐานที่คุณก็น่าจะรู้อยู่แล้ว คุณคงไม่ได้เป็พวกคนป่าหรือพวกมนุษย์หรอกใช่ไหมคะ?"
"...."
……
ในสถานที่อันไกลห่าง ซึ่งห่างไกลจากสถานที่ที่เซนในตอนนี้ได้ใช้ชีวิตอยู่ราวกับคนละโลก บนผืนผิวโลกที่มีขนาดใหญ่ซึ่งแน่นอนมันใหญ่กว่าพื้นที่ส่วนเล็กๆ ที่เซนใช้ชีวิตอยู่เป็ร้อยเท่า มันคือทวีปเอวาซึ่งเต็มไปด้วยเหล่ายอดมนุษย์และผู้มีความสามารถซึ่งพวกเขาล้วนแล้วแต่มีระดับสูงกันทั้งสิ้น
ณ ประเทศเซนทอร์ ในตอนนี้ภายในเมืองต่างเงียบสงบแตกต่างจากปกติที่มักจะคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนสัญจร ที่เป็เช่นนี้นั้นเป็เพราะว่าในวันนี้นั้นเป็วันที่สำคัญของประเทศแห่งนี้วันหนึ่ง ซึ่งผู้นำประเทศหรือจักรพรรดิได้ประกาศให้วันนี้เป็วันหยุดพิเศษหนึ่งวัน ผู้คนจึงต้องหยุดกิจการทุกอย่างเนื่องด้วยคำสั่งขององค์จักรพรรดิ ซึ่งเป็ผู้ปกครองและมีอำนาจชี้ขาดแต่เพียงผู้เดียวในประเทศแห่งนี้
ในพื้นที่ทางใต้ของประเทศเซนทอร์ซึ่งอยู่ห่างจากเขตอาศัยของผู้คนไม่กี่กิโลนั้น มีผืนป่าขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ต้นใหญ่มากมายจนนับไม่ถ้วน ปรากฏหมู่คนนับพันพร้อมกับธงสัญลักษณ์เซนทอร์ซึ่งเป็หนึ่งในเทพพิทักษ์โบราณที่เคยยิ่งใหญ่ในทวีปเอวาโบกสะบัดแสดงถึงความยิ่งใหญ่ ในหมู่คนนับพันนั้นล้วนแล้วแต่สวมเกราะหนักซึ่งสร้างจากโลหะที่มันวานจนสะท้อนแสงแสบตา
กองทัพส่วนหนึ่งของประเทศเซนทอร์ได้มุ่งหน้ามาที่ป่าแห่งนี้เนื่องด้วยจุดประสงค์สำคัญอย่างมาก สำคัญถึงขนาดต้องส่งองค์ชายสองซึ่งเชื่อกันว่าจะได้กลายเป็ผู้สืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิของประเทศนี้ในรุ่นต่อไปมาด้วย
ที่ได้กล่าวว่าวันนี้เป็วันสำคัญเป็เพราะว่าวันนี้เป็วันที่กองกำลังของประเทศเซนทอร์จะต้องลงไปสำรวจที่สถานที่ซึ่งเชื่อกันว่าเป็แหล่งรวบรวมของความมั่งคั่งและความปรารถนาทั้งปวงซึ่งมนุษย์จะสามารถหาได้ มันถูกเรียกว่า” ประตูสู่แกนโลก”
“ประตูสู่แกนโลก” เป็สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความลับและอันตรายมากมายเกินขอบเขตที่มนุษย์จะสามารถคาดเดาได้ ในตำนานมีบันทึกเอาไว้ว่า มันเป็สถานที่ซึ่งเหล่าทวยเทพและเหล่ามารชั่วร้ายได้ทำากัน อย่างไรก็ตามแม้จะถูกเรียกว่า” ประตูสู่แกนโลก” แต่มันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนชื่อของมัน และไม่มีใครรู้ว่าตำนานที่กล่าวนั้นจริงหรือไม่ เนื่องจากเพราะว่าสถานที่ที่เรียกว่า “ประตูสู่แกนโลก” นั้นก็เป็สถานที่ที่เหมือนกับถ้ำและเขาวงกตที่ซ้อนสมบัติเอาไว้ ขนาดทางเข้านั้นเล็กและไม่ต่างอะไรกับถ้ำหินย้อยที่หาได้ทั่วไปในโลกแห่งนี้
“ประตูสู่แกนโลก” นั้นสามารถพบเห็นได้อยู่ทั่วทุกมุมโลก บางทีการเดินทางมั่วๆ อาจจะบังเอิญไปเจอมันได้ง่ายๆ ก็ได้ ประตูสู่แกนโลกจะนำพาผู้คนสู่โลกแห่งใต้ดินซึ่งโลกแห่งใต้ดินนี้นั้นได้เชื่อมต่อกันทั่วทั้งพื้นที่บนโลก หมายความว่าหากแม้ผู้คนจะเข้าสู่ประตูที่อยู่คนละมุมของโลกใบนี้แต่ในที่สุดก็สามารถมาพบกันได้หากบังเอิญมาเจอกันในพื้นที่ของโลกใต้ดิน
แม้ว่าจะเป็เช่นนั้นแต่มีโอกาสเพียงหนึ่งในล้านเท่านั้นเพราะโลกใต้ดินนั้นกว้างใหญ่อย่างมาก โลกใต้ดินนั้นเป็สถานที่ที่เป็ที่นิยมของนักผจญภัยที่มีประสบการณ์เนื่องจากสามารถหาวัตถุดิบและสิ่งล้ำค่าได้จากมัน ดังนั้นการที่ประเทศใหญ่ๆ ประเทศหนึ่งจะลงทุนกับกองกำลังทหารเพื่อที่จะสำรวจโลกใต้ดินจึงเป็เื่ปกติอย่างมาก
แทบจะทุกๆ ประเทศบนโลกล้วนแล้วแต่ส่งคนของตนเองเพื่อสำรวจสถานที่ลึกลับที่เรียกว่าโลกใต้ดิน โดยผ่านประตูสู่แกนโลก โดยไม่รู้เลยว่าที่มาที่แท้จริงของมันคืออะไรและมันปรากฏขึ้นได้ยังไง พวกเขาเพียงถูกสมบัติและความโลภนำพามาเท่านั้น
ในเวลานี้เองกองกำลังทหารของประเทศเซนทอร์ก็ได้มาหยุดอยู่หน้าปากถ้ำขนาดใหญ่ หรือเรียกกันว่า “ประตูสู่แกนโลก” เหล่าทหารที่เดินทางกันมายาวนานและเหน็ดเหนื่อยได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ซึ่งในขณะเดียวกันการสำรวจโลกใต้ดินในครั้งนี้ได้มีนักเรียนของสถาบันราชวงศ์เซนทอร์ได้เข้าร่วมด้วย ซึ่งนั่นก็รวมถึงเพื่อนร่วมห้องของเซนด้วย
ในตอนนี้เวลาพักของทุกคนได้หมดลงแล้วและดูเหมือนทุกคนจะรู้ได้ทันทีเมื่อทหารผู้มีธงของแม่ทัพติดเอาไว้บนเกราะของเขาได้ก้าวออกมาและยื่นบนแท่นหินที่สูงเด่น ทุกสายตาล้วนแล้วแต่จับจ้องมาที่แม่ทัพผู้นั้นทั้งสิ้น สายตาของทุกคนล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสและศรัทธา
แม่ทัพคนนี้นั้นมีชื่อเสียงในด้านการรบมามากมาย อย่างไรก็ตามไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่รู้หน้าตาที่แท้จริงของเขาผู้นี้เนื่องจากเขาผู้นี้มักจะสวมหมวกปกปิดใบหน้าเอาไว้ตลอดเวลา แต่ด้วยผลงานระดับวีรบุรุษทำให้เขาเป็ที่เคารพอย่างถึงที่สุด และมีคำกล่าวลือกันว่าคนผู้นี้นั้นแข็งแกร่งที่สุดในทวีปเอวาแห่งนี้
ผู้คนได้ตั้งฉายาให้แม่ทัพคนนี้ว่าจันทราสีเื เนื่องจากผลงานที่โด่งดังของเขา เขาได้สังหารกองทัพศัตรูท่ามกลางแสงจันทร์อันเจิดจ้าจนทั้งตัวถูกย้อมไว้ด้วยสีเื
“ทุกคนเตรียมพร้อม! ต่อจากนี้หนึ่งเดือนพวกเราจะต้องพิชิตโลกใต้ดินแห่งนี้! ”
“เฮ้! ”
“….”