หลายวันต่อมาหวงเฟิ่งเหยาเกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง นางถ่ายท้องั้แ่สายยันบ่ายจนต้องตามท่านหมอมาดูอาการทำให้ผิดนัดกับติงเฉิงคุนซึ่งมารับตามนัดหมาย สภาพอิดโรยของเด็กสาวไม่ใคร่น่าดูนักจึงไม่ยินยอมพบหน้าเขาก่อนกลับชายหนุ่มฝากคำพูดเยี่ยมอาการของนางไว้กับเหนียงเซียงที่คอยดูแลนางอยู่
แต่ยังมิทันที่ติงเฉิงคุนจะได้ก้าวขาออกจากบ้านสกุลหวงหลางเชียนอิงที่หาโอกาสจะออกไปข้างนอกกับเขา ได้ยืมมือนางหวางกุ้ยมาขอร้องเขาให้พาไปซื้อของแห้งมาทำอาหารบำรุงร่างกายหวงกว่างฝูชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่ก็น้ำท่วมปากเพราะหญิงชราให้เหตุผลว่าหญิงสาวไม่คุ้นเคยเส้นทางในถูหยาง
ส่วนอาการของหวงเฟิ่งเหยานั้นหากดีขึ้นตอนค่ำๆ นางจะอนุญาตให้ชายหนุ่มเข้าไปเยี่ยม เขารู้ว่านี่คือการติดสินบนจึงปฏิเสธรอให้เด็กสาวหายดีก่อนค่อยมาเยี่ยมนางวันหลังพร้อมของบำรุงแต่ยากจะปฏิเสธเื่หลางเชียนอิงจึงต้องจำใจพาหญิงสาวออกจากบ้านไปซื้อของในที่สุด
อาการท้องเสียของหวงเฟิ่งเหยาเกิดขึ้นอย่างปริศนาเหนียงเซียงได้คุยเื่นี้กับสืออวิ๋น
“เป็ไปได้หรือไม่ว่ามีคนวางยาคุณหนู”ชายหนุ่มตั้งข้อสันนิษฐาน
“เ้าอย่าลืมว่าแม่ทำกับข้าวมาค่อนชีวิตข้าวต้มหม้อนี้ก็ทำนับพันครั้งแล้วหากจะทำให้คนท้องเสียจริงก็ต้องเป็กันหมดทั้งบ้าน” ในฐานะคนทำอาหารจู่ๆ คนกินเกิดท้องเสียอาการย่ำแย่ เหนียงเซียงยิ่งรู้สึกไม่ดี
ลูกชายมองหน้ามารดา“ข้าวต้มถูกตักเป็ถ้วยๆ ออกไปจากครัว ก่อนมีสาวใช้ยกไปถ้วยแต่ละใบก็ล้วนมีเ้าของ ไม่ได้ใช้ปะปนกันอาจมีคนอาศัยจังหวะนั้นใส่ยาทำให้คุณหนูท้องเสียแล้วหมอที่มาตรวจว่ายังไงบ้างขอรับ”
“หยุดถ่ายแล้วแต่คุณหนูหมดเรี่ยวแรงคงต้องนอนพักสักสองสามวัน หากมีคนวางยาจริงก็อันตรายมากถ้าวันหน้าไม่ใช่แค่ท้องเสียเล่า” สองแม่ลูกคิดห่วงกังวลในเื่เดียวกันนายหญิงอี้หง คุณชายจื่อฉิน คุณหนูจิ่วหลิน ทุกคนล้วนไม่ได้อยู่ในบ้านสกุลหวงแล้ว
“ตอนนี้สายเืสกุลหวงก็มีแต่นายท่านกับคุณหนูนับแต่นี้ไปบ้านหวงจะมีแต่คนแซ่อื่นมายึดครองหรือ” เหนียงเซียงถอนหายใจนางเคยเห็นถึงความรุ่งเรืองของสกุลหวงและร้านหวงเสียงเป่ามาแล้วจึงไม่อยากเห็นความตกต่ำของสกุลหวงใน่ชีวิตของตน
“คุณชายน้อยก็คือสายเืของนายท่านนะขอรับ”สกุลหวงของนายผู้เฒ่าคงไม่สั้นกุดเพียงเท่านี้หรอก
“เขาก็แค่ลูกชายอนุภรรยา”นานครั้งเหนียงเซียงจะกล่าวน้ำเสียงดูแคลนผู้อื่น
“ท่านแม่ไม่ชอบนายหญิงหลางหรือขอรับ”
“ขนาดนายหญิงว่าร้ายยังอยู่ไม่ได้แม่ควรชอบนางหรือไม่เล่า ที่ทนๆ อยู่เพราะห่วงคุณหนูเท่านั้นเอง อยากให้แต่งๆไปกับคุณชายติงเสียวันพรุ่งวันมะรืน” มีคนดีๆ มารับ่ดูแลคุณหนูได้นางก็หมดห่วง
“จะได้แต่งอยู่หรือในเมื่อตอนนี้มีคนรอจังหวะจะเขี่ยคุณหนูให้พ้นทางอยู่” ซู่หงที่ไม่รู้ยืนแอบฟังมานานเท่าไรแล้วโผล่หน้าเข้ามาในห้องครัวทำให้เหนียงเซียงอยากตบปากตัวเองที่เผลอพูดเื่นี้จนได้ยินถึงหูคนอื่นนอกจากลูกชาย
“ระวังปากเ้าไว้บ้างข้าได้ยินน่ะไม่เป็ไร เพราะข้าเป็คนสกุลหวง แต่ถ้าเป็คนอื่นได้ยิน...” เหนียงเซียงตำหนิสาวใช้รุ่นลูกที่ปากกล้าเกินตัว
ซู่หงย่นคอทำสีหน้าขอลุแก่โทษ นางนั่งลงข้างสืออวิ๋นที่กินข้าวเสร็จแล้ว
“ข้าก็พูดตามที่ตาเห็นนะท่านป้าสือผู้หญิงคนไหนก็อยากแต่งกับคุณชายติง เพราะข้าห่วงคุณหนูหรอกนะถึงกล้าพูดข้าละกลัวคนที่แต่งกับคุณชายติงจะไม่ใช่นาง”
“เ้าก็พูดไปเรื่อย”สืออวิ๋นปรามซู่หงด้วยอีกคน
“เื่ที่ข้าพูดมีน้ำหนักพอให้เชื่อแน่ถ้าไม่มีคุณหนูเฟิ่งเหยาสักคน คุณชายติงก็อาจจะได้แต่งกับคุณหนูเชียนอิง ั้แ่เื่ตกน้ำเมื่อคราวก่อนวันนี้มีหลายคนซุบซิบกันเื่คุณชายติงพาคุณหนูเชียนอิงออกไปซื้อของ” และนางคิดว่าคงจะเป็เช่นนี้ไปเรื่อยๆ เพราะคุณชายติงมาบ้านสกุลหวงทีไรคนที่ออกมาต้อนรับหน้าชื่นตาบานกลับเป็น้องสาวนายหญิงรอง
“เ้าพูดมากเกินไปแล้วพอๆ เื่ของเ้านายทั้งนั้น” เหนียงเซียงทำเสียงดุซู่หงก็เลยช่วยสืออวิ๋นเก็บถ้วยชามบนโต๊ะ นางอยากเอาใจว่าที่แม่สามีหรอกนะถึงได้มาวนเวียนอยู่ใกล้สืออวิ๋นสาวใช้อายุสิบหกส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มหวังพิชิตใจเขา สืออวิ๋นยิ้มตอบแต่ในหัวกลับครุ่นคิดถึงแต่เื่เส้นทางรักของคุณชายติงว่าปลายทางจะจบลงที่สตรีนางใด หากมิใช่คุณหนูเฟิ่งเหยาแล้วนางหงส์น้อยของนายผู้เฒ่าจะมีเส้นทางชีวิตเช่นไรในภายหน้า
หลายวันผ่านไปเมื่ออาการท้องเสียของหวงเฟิ่งเหยาหายดี ติงเฉิงคุนก็มาที่บ้านสกุลหวงเขาคิดจะพาหญิงสาวออกไปไหว้พระขอพร แต่เหมือนทุกความเคลื่อนไหวของเขาจะล่วงรู้ไปถึงหูหลางเชียนอิงเพียงก้าวขาเข้าไปรอเด็กสาวยังโถงรับรองหลางรั่วอิ๋งก็อุ้มลูกน้อยเดินเคียงน้องสาวมาหาเขา
“ขออภัยคุณชายด้วยที่เฟิ่งเอ๋อร์ไม่ว่างกะทันหันตอนนี้นางกำลังนวดให้ท่านแม่อยู่ในห้องนอน”
ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็กลอุบายของหลางรั่วอิ๋งที่หลอกใช้นางหวางกุ้ยให้ส่งคนมาเรียกหวงเฟิ่งเหยาไปปรนนิบัติที่ห้องอย่าได้อยู่เปล่าเื่นายหญิงสกุลติงชื่นชอบคนบีบนวดนั้นเป็ที่รู้กันโดยทั่วในหมู่ฟูเหรินของเหล่าพ่อค้าคหบดีนางหวางกุ้ยคิดว่าหากหวงเฟิ่งเหยาแต่งไปเป็สะใภ้เอาใจปรนนิบัติแม่สามีได้ถูกใจก็จะเป็ผลดีกับสกุลหวงด้วย ตัวนางนั้นชำนาญว่าอย่างไหนนวดดีหรือไม่ดีจึงเรียกหลานสาวมาฝึกมือไว้
ติงเฉินคุนพบกับความผิดหวังอีกคราเขาประสานมือกล่าวลา แต่หลางรั่วอิ๋งกลับรั้งตัวไว้
“ข้าจะให้น้องสาวนำเงินไปบริจาคที่วัดอู๋เหรินวานคุณชายติงไปเป็เพื่อนนางได้หรือไม่เส้นทางนอกเมืองถึงมีบ่าวในบ้านติดตามไปด้วย แต่ข้าก็ยังห่วง”
“เอ่อ...” คนถูกไหว้วานมีท่าทางลังเล หลางเชียนอิงจึงรีบออกตัวไม่ขอรบกวนเขา
“เื่นี้อย่ารบกวนคุณชายจะดีกว่าเ้าค่ะ”
“อาจี้อายุเลยสิบเดือนแล้วหากนำเงินนำสิ่งของไปมอบให้วัดที่อยู่นอกเมืองแล้วเอาเครื่องรางอวยพรของทางวัดกลับมาด้วยจะทำให้เขาสุขภาพแข็งแรง เลี้ยงง่าย คนเมืองหลวงอาจไม่คุ้นเคยแต่คนบ้านข้าถือเป็ประเพณีที่ต้องปฏิบัติ” หลางเชียนอิงรู้สึกนับถือพี่สาวยิ่งนักที่คิดคำโป้ปดออกมาได้เป็คุ้งเป็แคว
“ข้าไปเองได้นะพี่หากหลงทาง วันหลังก็ค่อยไปอีก”
เพราะเกรงจะถูกหาว่าไร้น้ำใจกับครอบครัวของว่าที่ภรรยาติงเฉิงคุนจึงตอบตกลงในที่สุดถือเสียว่าเดินทางไปนำเครื่องรางอวยพรสุขภาพมาฝากหวงเฟิ่งเหยาด้วยอีกอัน
ติงเฉิงคุนขึ้นรถม้าของสกุลหวงพร้อมบ่าวติดตามหนึ่งคนส่วนหลางเชียนอิงก็มีซานไฉไปด้วย คล้อยหลังพวกเขาได้ราวสองเค่อหวงเฟิ่งเหยาก็ถูกปล่อยตัวออกจากห้องนางหวางกุ้ยเด็กสาวพบอนุภรรยาของอามายืนดักหน้าอยู่ก่อนแล้ว
“คุณชายติงช่างมีน้ำใจกับเชียนเอ๋อร์นักพอรู้ว่านางจะไปทำธุระให้ข้า ก็ออกปากขันอาสาพานางไปทุกครั้ง”
เด็กสาวที่ไม่ได้ตั้งใจฟังแต่ได้ยินชัดทุกถ้อยคำ หัวใจจึงกระตุกเล็กน้อย ทุกครั้งที่ว่านั้นบ่อยขนาดไหนทำไมนางไม่เคยรู้
“จะว่าไปแล้วคุณชายติงกับคุณหนูเชียนเอ๋อร์ก็สมกันราวกับกิ่งทองใบหยกนะเ้าคะ” ซานไฉทำสีหน้าเพ้อฝันถึงวันชื่นคืนสุขของสองหนุ่มสาว
หลางรั่วอิ๋งเชิดหน้าปรายหางตามองหวงเฟิ่งเหยาที่ยืนแข็งทื่อส่วนสาวใช้ของนางก็เบ้ปากยิ้มเหยียดให้ไม่สนใจว่าเด็กสาวก็คือนายอีกคนของบ้านสกุลหวงเป็สายเืโดยตรงของบ้านหนึ่งในสองที่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้
เพราะเหตุใดคุณชายติงจึงไปกับหลางเชียนอิงหรือเขาเปลี่ยนใจจากนางแล้ว...หวงเฟิ่งเหยาครุ่นคิดด้วยใจไม่เป็สุขรู้สึกห่วงกังวลกับอนาคตของตนเองขึ้นมาทันใดเพระไม่ใช่แค่สองพี่น้องที่นางจะต้องรับมือด้วย หากแต่เป็ท่านย่ารองด้วยอีกคนหญิงชรารู้เห็นเป็ใจให้หญิงอื่นมาแย่งชิงคู่หมั้นหมายของหลานสาวตนหรือว่าเป็ฝ่ายที่ถูกหลอกใช้ นางจะต้องหาคำตอบให้ได้