ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่25 เอาคืน

    “ไอ้เวรนั่นมันไม่รู้หรือไงว่าควรปิดร้านไปซะ ไม่ใช่ไปซื้ออุปกรณ์มาใหม่แล้วเปิดร้านอีกวันแบบนี้!” สินชัยกล่าว เมื่อเห็นว่าเช้านี้พนักงานของเจมส์รวมถึงพ่อครัวได้ขนย้ายอุปกรณ์เข้าไปในร้าน แทนส่วนที่ถูกทำลายไปเมื่อวานเจษระบายควันบุหรี่จากปาก หัวเราะหน่อยนึง เสริมว่า “เถ้าแก่ พวกมันนี่วอนหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ ทั้งที่รู้ว่ามีคนจ้องเล่นงานแต่ดันกล้าซื้อของมาอีก คงกะจะเปิดร้านคืนนี้สินะ”“ฮึ่ม ไอ้เด็กโง่นั่นมันไม่มีหัวคิดหรือไง ถ้าหากเป็นคนที่มีความคิดสักหน่อยจะรีบปิดกิจการไปทันที ไม่อยากอยู่แล้วมีเรื่องกับเจ้าถิ่นหรอก!” สินชัยมีสีหน้าไม่พอใจ แต่เขาไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อยที่ใช้วิธีสกปรก“กำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอ ไม่เข้าไปในครัวช่วยเด็กล้างผักกันเลยนะหนุ่มๆ” ผู้หญิงที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น หล่อนเป็นแฟนสาวของสินชัย ชื่อหนิงอายุ 20 ปี หน้าอกขนาด 500 ซีซี สูงร้อยหกสิบกว่า ผิวขาวแปลกเหมือนใช้ยาเร่งขาว หน้าตาค่อนข้างธรรดมาสินชัยรวบตัวแฟนสาวอายุ 20 ปีเข้ามาแล้วใช้มือฟาดก้นแรงๆ หนึ่งที ทำเอาเจษและปิงอิจฉาน้ำลายสอ“เอามานี่หน่อย” หนิงกวักมือเรียกปิง ส่วนคำพูดของเธอนั้นหมายถึง ส่ง'บุหรี่'ที่แกกำลังสูบมาให้ฉันปิงรีบยื่นบุหรี่ที่ตนกำลังสูบให้ พลางเลียริมฝีปาก อดคิดไม่ได้ว่าหล่อนกำลังจูบตัวเอง“นิสัยไม่ดี ชอบแย่งของเด็กในร้าน แบบนี้ต้องโดนพี่ทำโทษคืนนี้แล้ว!” สินชัยขยำหน้าอกใหญ่ที่ตนอุตส่าห์เสียเงินค่าทำมากกว่าห้าหมื่นบาท“กลัวแล้ว กลัวแล้ว” หนิงทำท่าเหมือนจะกลัวเล่นๆ “ว่าแต่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่เหรอ ฟังดูน่าสนุกเชียว เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ”สินชัยไม่มีเรื่องปิดบังแฟนสาวอายุ 20 ปี หากให้พูดตามตรง เขาหลงเธอชนิดหัวปักหัวปำ ถึงขั้นทิ้งเมียและลูก 4 คนเพื่อจะอยู่กับหนิงสูตรน้ำจิ้มรวมถึงชื่อร้านศรีอัมพร นั่นเป็นสิ่งที่เมียคนเก่าสร้างมันมาเองกับมือ แต่สุดท้ายสินชัยก็หลงกลิ่นหอยใหม่ ไล่เมียและลูกออกไป ทิ้งคนที่ฝ่าฟันมาด้วยกันเพราะหนิงหลังจากได้ฟังเรื่องราวจากแฟนแก่วัยกลางคน หนิงหัวเราะหน่อยนึง เป่าควันใส่หน้าสินชัย“งั้นคืนนี้ก็สั่งให้ไอ้เจษกับไอ้ปิงไปจัดการอีกสิ ดูสิพรุ่งนี้มันจะกล้าซื้ออุปกรณ์มาใหม่ไหม”“เธอพูดถูกแล้ว” สินชัยเห็นด้วยกับความคิดนี้ ก่อนจะหันหน้าไปสั่งลูกน้อง “ไอ้ปิง ไอ้เจษ เดี๋ยวคืนนี้พวกมึงไปทำลายข้าวของร้านมัน อ้อและถ้าหากเจอหมูหรือกุ้งหอยปูปลา วัตถุเหี้ยอะไรก็ได้ที่อยู่ในร้านมันอย่าลืมขโมยมาให้กูด้วย”.......คืนนั้นปิงและเจษเข้ามาทำลายข้าวของเป็นครั้งที่สอง รวมถึงขโมยวัตถุดิบกลับไปให้เถ้าแก่ โดยส่วนหนึ่งลิงเก็บไว้กินเอง แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าขณะนั้นมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่ในความมืดทอยยืนอยู่ในร้านหมูกระทะด้วยสภาพเปลือยเปล่า โหมดร่องหน ต่อให้ถ่างตามองยังไงก็มองไม่เห็นนี่คือหนึ่งในฟังชั่นที่หุ่นยนต์แบนเนอร์มี โหมดล่องหนจะทำให้ร่างกายหายไปไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย เพียงแต่มันต้องถอดเสื้อผ้าทุกชิ้น ประเดี๋ยวจะเห็นเสื้อผ้าลอยอยู่ในอากาศ หุ่นต้องยืนนิ่งเป็นหินอยู่กับที่ ไม่งั้นจะออกจากโหมดดังกล่าวโดยอัตโนมัติทอยที่อยู่ในโหมดล่องหนอยากจะออกจากโหมดเต็มแก่ แล้วเข้าไปซัดไอ้เวรสองคนที่กล้ามาทำเรื่องเลวทราม ชนิดที่ว่าลงมือครั้งเดียวต้องหยอดน้ำข้าวต้มไปตลอดชาติทอยเป็นหุ่นยนต์จากศตวรรษที่ 41 กำลังความสามารถย่อมเหนือกว่ามนุษย์ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นถึงนักมวยหรือแชมป์โลก เมื่ออยู่ต่อหน้าทอยที่เป็นหุ่นยนต์ ถูกชกทีนึงไม่กระดูกหักก็ตายทันทีแต่ถูกเจ้านายสั่งไว้ว่าห้ามทำอะไร เพียงจับภาพอีกฝ่ายในขณะทุบตีอุปกรณ์ในร้าน ขโมยของไปกินด้วยใบหน้าสนุกสนาน.......เจมส์นั่งชมภาพจากทอยอยู่บนเรือ'AMERIA'เนื่องจากทั้งสองถูกสร้างโดยคนๆ เดียวกัน ไม่แปลกหากมันจะเชื่อมถึงกันได้ เขาไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพราะเวลามันกระชั้นชิดเกินไป อีกอย่างกล้องในปี 2010 ค่อนข้างห่วยและไร้ประสิทธิภาพ จึงให้ทอยเฝ้าที่นั่นแทนภาพคนสองคนที่อยู่ในร้านเจมส์จำหน้าได้แม่น เพราะตอนเอาของลงจากรถสองแถว เห็นพวกเขาจากอีกฝั่งถนนอยู่บ่อยครั้งเจมส์กระดกไวน์ที่อยู่ในมือลงคอ กล่าวเสียงขรึม “ไอ้เวร ที่แท้ก็คนจากร้านฝั่งตรงข้ามนี่เอง กูไม่ได้ไปละลานพวกมึงแต่มึงดันเล่นไม่ซื่อ ส่งให้คนมาทำลายข้าวของ แถมยังกล้าขโมยกุ้งจากร้านกูไป นี่มึงไม่กลัวว่ากูจะเล่นคืนเหรอ?”เจมส์ไม่ได้สั่งให้ทอยจับกุมทั้งสองคน เนื่องจากเขาไม่อยากไกล่เกลี่ยหรือเข้าโรงพักตอนนี้ เพียงแต่อยากจะจัดการเองให้สาสม ก่อนจะส่งคลิปให้ตำรวจดำเนินคดีภายหลังทางตำรวจคงจะพยายามไม่ให้เรื่องมันใหญ่มาก พยายามไกล่เกลี่ยคงเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม แต่เจมส์ไม่คิดอย่างงั้น ในเมื่อมันกล้าทำถึงขนาดนี้คำว่าเพื่อนบ้านก็ไม่มีแล้ว“มาดูกันสิว่ามึงจะอยู่ได้หรือเปล่า หรือว่าจะกลัวจนหัวหด จนต้องปิดร้านย้ายหนีออกไป” เจมส์อมยิ้มหน่อยนึง หลังจากดื่มไวน์ได้ครึ่งขวดเขาได้หันมาสนใจกับหนังสือเก่าปี 2000 ชื่อเรื่องว่า'ราชันวิญญาณ'นี่คือหนังสือที่พ่อเต๋าซื้อให้เขาตอนเด็ก มันเป็นหนังสือสยองขวัญที่ไม่เข้ากับช่วงวัยเด็กของเขาเลย แต่ด้วยความที่เป็นมือสองราคาหนังสือจึงค่อนข้างถูก พ่อเต๋าจึงหยิบติดมือกลับบ้าน มอบให้เจมส์ในวันเกิดปกหนังสือด้านนอกยังอยู่ในสภาพดี แต่ด้านในค่อนข้างเหลืองเก่า ไม่ต่างจากกระดาษชำระในปั้มน้ำมันในระหว่างที่เจมส์กำลังหาของมาเล่นงานสินชัย ขณะเดียวกันเจษและปิงกำลังสนุกสนานกับการทำลายข้าวของ รวมถึงขโมยปูปลากุ้งไปจากร้าน.............วันต่อมาพนักงาน 4 คน รวมถึงพ่อครัวปั้นและหอยมีสีหน้าค่อนข้างแย่ เมื่อเห็นว่าร้านถูกคนมาพังยับไม่ต่างจากวันก่อน“แย่แน่ สงสัยคงไปทำให้เจ้าถิ่นไม่พอใจ ถึงได้ส่งคนมาทำลายข้าวของในร้านซะยับเยิน” หอยมีท่าทีหวาดวิตก กลัวว่าจะไปมีเรื่องกับเจ้าถิ่นหรือไม่ก็พวกมาเฟีย“คุณเจมส์ เราจะทำยังไงดีครับ ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปถึงจะมีเงินซื้ออุปกรณ์ที่เสียหายมาใหม่ทุกวัน แต่ใครจะรู้ละว่ามันจะกลับมาเล่นงานพวกเราอีกวันไหน” ปั้นมีท่าทีไม่ต่างจากหอย เขาเป็นเชฟที่มีอายุ ย่อมมองออกว่าร้านของเจมส์จบสิ้นแล้ว ไม่สามารถไปต่อได้ ต่อให้อาหารในร้านจะอร่อยมากก็ตาม“นั่นสิ ถ้าหากถูกมาเฟียเล่นงาน แล้วถูกโยนลงทะเล ไปอยู่บนเรือขายตัวไม่มีวันได้กลับออกมาอีก ตายอยู่ที่นั่นสถานเดียว” หอยคิดเตลิดไปไกล กลัวว่าจะถูกข่มขืนบนเรือ และถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงมันคงเป็นเรื่องที่แย่มาก ไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็นเจมส์เข้าใจเรื่องที่พ่อครัวเป็นกังวล ถ้าหากเขาไม่มีถุงมือฟ้าประทานก็คงมีความคิดไม่ต่างจากคนพวกนี้ โดยเฉพาะพวกขาใหญ่ชอบยัดเงินใต้โต๊ะ ต่อให้เรามีหลักฐานก็ใช่จะเล่นงานได้ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง มีเพียงเงินเท่านั้นที่เป็นความถูกต้องแต่ก่อนที่เจมส์จะได้บอกพวกเขาว่าไม่ต้องกังวล ชัย หนึ่งในพนักงานร้านบอกว่า“เดี๋ยวคืนนี้ผมจะเฝ้าร้านเอง ดูสิว่ามันจะมีใครกล้ามาอีกไหม!”“ผมเองก็จะเฝ้าด้วย” ลิงเสริม“ผมเองก็เหมือกัน” ต้นเห็นด้วยกับเพื่อนสองคนทั้งสามคนไม่เหมือนกับดาวที่ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย เป็นคนไม่มีความรู้ มีเพียงวุฒิม.3 หรือไม่ก็ป.6 ดังนั้นจึงมีความผูกพันกับร้านมากกว่าดาวถ้าหากร้านหมูกระทะนายเจมส์ถูกปิดก็ต้องหางานใหม่ และนี่คือพัทยาใช่ว่าจะหางานได้ง่ายๆ แถมค่าใช้จ่ายแต่ละวันค่อนข้างสูง หากตกงานไม่แคล้วต้องกลับต่างจังหวัดไปเลี้ยงวัวด้วยคำพูดของพนักงาน 3 คนพลอยทำให้ปั้นและหอยเบาใจลงหน่อย แต่ใช่ว่าจะไม่คิดเลย ไม่แน่บางทีฝ่ายนู้นพอเห็นพวกลิง อาจเล่นแรงจนถึงขั้นมีคนตายในร้าน และพวกเขาอาจเดือดร้อนติดร่างแหไปด้วย“ขอบใจมากนะทุกคน เดี๋ยวผมจะรีบสั่งให้ช่างมาติดตั้งกล้องวงจรปิด ถ้าหากพวกมันกล้ามาอีกเดี๋ยวผมจะแจ้งดำเนินคดี ภาพและเสียงชัดขนาดนั้นถ้ายังไม่ยอมรับก็คงยาก ผมจะเล่นให้หนักๆ เอาชนิดที่ว่าไม่มีเงินจ่ายก็เข้าคุกยาว แต่คืนนี้ฝากด้วยนะ” เจมส์เข้าใจความกังวลทุกคน และในฐานะเจ้าของร้านเขาจำเป็นต้องแสดงความสามารถออกมา ให้ทุกคนมั่นใจทำงานที่นี่ต่อ.......“ไอ้เวรนั่นกล้าเปิดร้านอีกแล้ว เอาไงดีครับเถ้าแก่ วันนี้เล่นมันอีกไหม” เจษค่อนข้างกระตือร้นการพังข้าวของ ไม่สิหากพูดให้ถูกเขาค่อนข้างได้กำไรจากการขโมยของในร้านนายเจมส์ต่างหาก“วันนี้ยังก่อน” สินชัยส่ายศีรษะ“หมายความว่ายังไงครับ เถ้าแก่จะยอมแค่นี้เหรอ?”“ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น เพียงแต่คิดว่าคืนนี้พวกมันต้องเตรียมการบางอย่าง คงเข้าไปทำลายของง่ายๆ แบบเมื่อก่อนไม่ได้”“โอ๊ะ...นั่นสินะครับ น่าเสียดายจัง”“เว้นไว้สักระยะหนึ่ง สักสัปดาห์สองสัปดาห์ แต่ถ้าหากมันยังดื้อด้านก็เผาร้านแม่งเลย ดูสิว่ามันยังกล้าเปิดร้านอีกไหม”“ฮ่าฮ่า ถ้ากล้าเปิดคงถูกย่างดำเป็นตอตะโก ทั้งคนทั้งร้าน!”............เที่ยงคืนร้านหมูกระทะศรีอัมพรปิดร้านไม่ต่างจากฝั่งตรงข้าม สินชัยที่อยู่ในห้องน้ำ กำลังแปรงฟันอย่างมีความสุข เมื่อเห็นลูกค้าเริ่มทยอยกลับเข้ามาในร้านตน กอปรกับวันนี้ฝนตกฟ้าร้อง อากาศจึงเย็นสบายเป็นพิเศษ พรุ่งนี้เช้าคงมีเรื่องดีเกิดขึ้นทว่าในขณะที่กำลังแปรงฟันอารมณ์ดีอยู่ๆ ไฟในห้องน้ำก็ดับลง สินชัยเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ซ้ำๆ แต่มันยังคงไม่เป็นผล จังหวะนั้นด้วยแสงสว่างจากสายฟ้าด้านนอกลอดผ่านเข้ามาในห้องน้ำ ทำให้มองเห็นผู้หญิงตัวเปียก สวมชุดสีขาวยืนอยู่ด้านหลังผ่านบานกระจก หล่อนจ้องเขม็งมาที่เขา!