บทที่ 29ห้องอาหาร
หลังจากลิเลียนจากไปเฮรัคก็เริ่มจัดระเบียบข้อมูลมหาศาลที่ได้รับมาผ่านการประมวลผลของ เชนหลาน สถาบันออกัสตัสนั้นมีรูปแบบคล้ายสถาบันการศึกษาทั่วไปเป็หลักสูตรระยะยาวถึงแปดปีที่ศิษย์ฝึกต้องเรียนตามแผนการสอน
หากใครฉายแววโดดเด่นก็อาจถูกพ่อมดอย่างเป็ทางการรับเป็ศิษย์สายตรงที่นั่นค่อนข้างสงบและมีกฎระเบียบชัดเจน ต่างจาก ป่าแสงจันทร์ที่เขาจะไปอย่างสิ้นเชิง
ในป่าแสงจันทร์ทุกองค์ความรู้และทรัพยากรล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายศิษย์ฝึกต้องดิ้นรนทำภารกิจเพื่อสะสมแต้มหรือหินเวทมาแลกเปลี่ยนแม้แต่คำชี้แนะจากอาจารย์ก็ไม่ใช่ของฟรี มันคือโลกแห่งการแก่งแย่งโดยแท้จริง
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูปลุกเขาจากภวังค์เมื่อเปิดออกก็พบลิเลียนยืนอุ้มผ้าห่มผืนหนาจนเกือบมิดตัวนาง
“นี่คือผ้าห่มกำมะหยี่ที่ข้ามีเกินมาน่ะอย่าใช้ผ้าห่มของเรือลำนี้เลย มันทั้งชื้น มีกลิ่นอับ แถมยังมีราขึ้นด้วย”
ลิเลียนเอ่ยพลางยื่นให้
เฮรัครับมาอย่างงงๆ
“ขอบคุณมาก”
ผ้าห่มผืนนี้ทำจากกำมะหยี่ชั้นเลิศหุ้มด้วยผ้าไหมขอบปักดิ้นทองััของมันนุ่มลื่นและให้ความรู้สึกสูงศักดิ์
เฮรัคเริ่มขมวดคิ้วสงสัย...ลิเลียนดูจะแข็งแกร่งกว่าเขาในหลายด้านเหตุใดนางจึงต้องพยายามแสดงไมตรีถึงเพียงนี้?
ในโลกของพ่อมดที่ความรู้มีราคาเขาไม่เชื่อว่ามิตรภาพจะเกิดขึ้นได้เปล่าๆ โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน
“อ้อ... ถ้าเ้าจะขึ้นไปกินข้าวอย่าลืมเรียกข้าด้วยนะ เราไปด้วยกันจะปลอดภัยกว่า”
ลิเลียนเตือนเสียงเบา
“คนบนเรือนี้บางคนชอบหาความสนุกด้วยการรังแกเด็กใหม่ข้าเคยได้ยินว่ามีคนโดนจับแขวนไว้หัวเรือเพื่อใช้เป็เหยื่อตกปลาถ้าพ่อมดดีโนไม่มาเห็นเข้า หัวของเขาก็คงกลายเป็อาหารปลาไปแล้ว”
ลิเลียนขึ้นเรือมาก่อนเขาหลายวันนางย่อมเห็นความโหดร้ายและรู้จักนิสัยใจคอของคนบนเรือลำนี้ดีกว่าใคร
เฮรัคนึกถึงภาพบนดาดฟ้าที่ทุกคนต่างระแวดระวังรักษาระยะห่างกันอย่างตึงเครียดเขาไม่อาจเชื่อใจลิเลียนได้ทั้งหมดและเขาก็มั่นใจว่านางเองก็ปิดบังความลับบางอย่างไว้เช่นกัน
เฮรัคกลับเข้าห้องนำผ้าห่มเดิมของเรือมาปูรองพื้นแล้ววางผ้าห่มกำมะหยี่ของลิเลียนทับ้าเพื่อเตรียมที่นอน
“ไปกันเถอะ ได้เวลามื้อค่ำแล้วข้าจะพาเ้าไปสำรวจรอบๆ เอง”
ลิเลียนส่งเสียงเรียกที่หน้าประตู
“ตกลง”
เฮรัคล็อกประตูห้องแล้วเดินตามนางมุ่งหน้าไปยังชั้นสอง
ระหว่างลงบันไดเฮรัคเหลือบมองไปยังชั้นห้าที่มืดสลัว แสงไฟส่องไปไม่ถึงมีเพียงกลิ่นคาวปลาและกลิ่นสาบของมนุษย์ลอยคลุ้งขึ้นมาลิเลียนยกมือปิดจมูกด้วยความรังเกียจ
“พวกลูกเรืออยู่ชั้นห้าน่ะพวกเขาค่อนข้างสกปรก...ส่วนลึกลงไปกว่านั้นเห็นว่าเป็ที่เก็บสินค้าและของถ่วงน้ำหนัก”
เมื่อผ่านชั้นสามเฮรัคเห็นร่างหนึ่งนั่งยองๆ อยู่ตรงหัวบันได เป็ชายหนุ่มหน้าตาซูบตอบดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องเขม็งมาที่ทั้งสองราวกับจะกินเืกินเนื้อ
“อย่าไปสบตามัน”
ลิเลียนกระซิบเร่งฝีเท้า
เฮรัครีบก้าวตามนางไปที่ชั้นสองทว่าเขายังรู้สึกได้ถึงสายตาที่ทิ่มแทงแผ่นหลังนั้นจนกระทั่งบานประตูห้องอาหารถูกเปิดออก
“หมอนั่นชื่อเฟการ์ มัลแลนเป็หนึ่งในศิษย์พ่อมดขั้นสองบนเรือลำนี้...คนที่จับศิษย์ใหม่แขวนหัวเรือก็คือเขานั่นแหละ ดูเหมือนสภาพจิตใจจะค่อนข้างวิปริตอย่าไปยั่วยุเขาเด็ดขาด”
ลิเลียนเอ่ยด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
เฮรัคพยักหน้าพลางถอนหายใจสายตาของเฟการ์คล้ายสัตว์นักล่าที่จ้องเหยื่ออย่างเ็าจริงๆ
ห้องอาหารชั้นสองค่อนข้างกว้างขวางมีขนมปังขาว เนื้อดอง และเนื้อรมควันจัดเตรียมไว้ในตะกร้าเฮรัคสะดุดตากับส้มเขียวหวานเปลือกสีสดที่กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
ในห้องนั้นมีศิษย์ฝึกอีกสามคนนั่งกินอยู่ประปรายทว่าท่าทางสนิทสนมของเฮรัคกับลิเลียนกลับตกเป็เป้าสายตาของทุกคนทันที
“ทำไมทุกคนถึงดูเ็าต่อกันขนาดนี้ล่ะ?ทั้งที่มีพ่อมดอย่างเป็ทางการคอยคุมเรืออยู่นะ”
เฮรัคถามขณะหยิบอาหาร
ลิเลียนยิ้มเยาะ
“พ่อมดดีโนไม่สนใจเื่ขี้ผงพวกนี้หรอกที่นี่ไม่มีกฎห้ามฆ่ากัน ตราบใดที่การเดินเรือไม่เสียหาย เขาก็ไม่สนใจ... อีกอย่างตราสัญลักษณ์พวกนี้ไม่ได้ระบุชื่อเ้าขององค์กรไม่สนหรอกว่าเ้าจะได้มันมาด้วยวิธีไหน บางคนบนนี้ไม่มีตราสัญลักษณ์ด้วยซ้ำ”
เฮรัคเข้าใจทันที... การมีตราสัญลักษณ์ล้ำค่าอย่างสถาบันออกัสตัสหรือป่าแสงจันทร์ติดตัวก็เหมือนกับการแบกขุมทรัพย์ล่อใจโจร ศิษย์ฝึกที่ไม่มีตราสัญลักษณ์ย่อมพร้อมจะฆ่าแกงเพื่อชิงโอกาสนั้น
บรรยากาศบนเรือจึงเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและกลิ่นอายของพลังเวทมนต์ ที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ
“ข้ามีตราสัญลักษณ์ของออกัสตัสหลายคนจ้องมันตาเป็มัน ข้าไม่มีทางเลือกนอกจากต้องดึงเ้ามาเป็พันธมิตร”ลิเลียนสารภาพด้วยสีหน้าตึงเครียด
“ดูเหมือนข้าจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบนะเนี่ยแค่เดินมากับท่าน พวกเขาก็คิดว่าเราอยู่ฝ่ายเดียวกันแล้วเท่ากับท่านโยนข้าเข้ากองไฟชัดๆ”
เฮรัคเพิ่งรู้ตัวว่ามื้ออาหารนี้คือกับดัก
ลิเลียนเชิดอกอิ่มขึ้นอย่างมั่นใจ
“ข้าแข็งแกร่งกว่าเ้า ข้าปกป้องเ้าได้!อีกอย่าง การเป็พันธมิตรกับองค์หญิงอย่างข้าน่ะ...”
เฮรัคยกมือขัด
“พอเถอะครับข้า้าสิ่งที่จับต้องได้มากกว่าคำสัญญา”
ลิเลียนกลอกตาเล็กน้อยก่อนจะหยิบแหวนเรียบๆวงหนึ่งออกมา
“นี่... แหวนมิติเ้าคงยังไม่มีไอเทมเวทมนต์แบบนี้สินะ”
“ของดีนี่!”
เฮรัครับมาตรวจสอบผ่านระบบ ชิปพันธุกรรม ทันที
“เ้าคิดว่าการแยกตัวไปอยู่คนเดียวจะปลอดภัยกว่างั้นหรือ?”
ลิเลียนเอ่ยเสียงจริงจัง
“ตรงกันข้าม เ้าจะยิ่งอันตรายบนเรือมีศิษย์ชั้นสองถึงสองคน หากเราสองคนร่วมมือกันต่อให้เป็ศิษย์ชั้นสองก็ต้องคิดหนักก่อนจะลงมือเพราะหากเขาสูญเสียพลังหรือาเ็ ศิษย์ชั้นสองอีกคนก็พร้อมจะขย้ำเขาทันทีการจับคู่กันชั่วคราวจึงปลอดภัยที่สุด”
เฮรัคครุ่นคิดเพียงอึดใจ
“ตกลงในเมื่อสายตาคนอื่นมองว่าเราพวกเดียวกันแล้ว ก็ร่วมมือกันไปจนถึงฝั่งเถอะ”