ปรมาจารย์ไร้เดียงสา
บทที่ 13 ความเชื่อมั่น
เวลาผ่านไปมี่มี่ยังคงเผชิญหน้ากับเหล่าทหารที่ไม่ยอมรับการรักษา อี้เฉินที่เห็นดังนั้นคิดวิธีการขึ้นมาได้วิธีหนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นว่า
'ข้าเห็นซิ่งเหรินอยู่แถวๆนี้ ข้าจะเอาคาบมาโยนในน้ำแกงที่พวกนั้นกิน แล้วเ้าก็รีบเข้าไปรักษา แค่นี้ต่อไปก็จะมีคนกล้ามารักษากับเ้าแล้ว'
'มาวมาว นั่นมันยาระบายนะ แล้วนี่ก็ค่ายทหารนะ หากเ้าทำแบบนั้นแล้วเกิดข้าศึกบุกมาจะทำอย่างไร'
เฮอะ นั่นก็ไม่ดีนี่ก็ไม่ได้ งั้นก็เชิญเ้านั่งซึมต่อไปเถอะ ข้าไม่สนใจแล้วก็ได้ อี้เฉินคิดก่อนจะสะบัดก้นเดินจากไปอย่างงอนๆ มี่มี่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง แม้จะไม่มีาแต่ชายแดนมักเกิดการปะทะกันบ่อยครั้ง ต่างฝ่ายต่างมีการส่งทหารออกไปสอดแนมอีกฝ่าย บางครั้งก็ไปน้อย บางครั้งก็ไปเยอะ ทำให้มีทั้งผู้ป่วยและผู้าเ็ถูกส่งเข้ามาในห้องพักนี้ทุกวัน ส่วนหมอที่คอยดูแลรวมผู้ช่วยแล้วยังมีไม่ถึงสิบคน ทำให้ทหารที่อาการไม่หนักมากนักมักต้องทนรอเป็วันๆกว่าจะได้รับการตรวจ ระหว่างที่มี่มี่กำลังคิดถึงเื่ต่างๆก็ได้มีเสียงชายหนุ่มที่ฟังดูยังอายุไม่น่าเกิน 20 ปี เอ่ยขึ้น
"น้องสาว เ้าเป็หมอจริงหรือ"
"เ้าค่ะ ท่าน้าให้ข้าช่วยดูอาการไหมเ้าคะ"
ชามหนุ่มผู้นั้นลังเลใจนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า เขาปวดขาจนทนไม่ไหวมาสองวันแล้ว แต่กลับไม่มีหมอคนไหนว่างมาช่วยดูให้เขาเลย ในเมื่อไม่มีใครว่างมารักษาเขาให้สตรีที่มาใหม่ผู้นี้ช่วยดูให้ก็คงไม่เสียหาย
"พี่ชายป่วยตรงไหนหรือเ้าคะ"
ชายหนุ่มผู้นั้นจึงเล่ารายละเอียดให้นางฟังว่า
"ก่อนหน้านี้ข้าโดนดาบฟันที่ขาด้านขวาแต่ไม่ลึกมากนัก หลังรักษาแผลกลับไปสามวันก็เริ่มรู้สึกปวดจนกลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ไม่มีหมอคนไหนว่างมาช่วยดูอาการให้ข้าเลย"
"ข้าขออนุญาตตรวจดูนะเ้าคะ"
ชายหนุ่มพยักหน้า เมื่อนางกดโดนจุดที่ปวด เขาก็จะร้องออกมา จนคนทั้งห้องหันมองเป็ตาเดียวกัน แม่นางน้อยผู้นี้ดูแรงน้อยๆแต่ทำให้ทหารหนุ่มผู้นั้นร้องเสียงดังได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ เหล่าหมอและผู้ช่วยหมอต่างส่ายหน้าและไม่ได้สนใจสตรีนางนั้นอีก หลังมี่มี่ตรวจได้สักพักก็เอ่ยขึ้นว่า
"จากที่ข้าตรวจแผลของท่านน่าจะติดเชื้อ ทำให้มีหนองคั่งค้างอยู่ภายใน หากไม่รักษาให้ดีอาจต้องตัดขาทิ้งเ้าค่ะ"
"อะไรนะ!! ตัดขางั้นรึ ข้าไม่อยากถูกตัดขา ข้าต้องทำอย่างไร?"
มี่มี่ที่กำลังจะเอ่ยตอบก็ถูกแทรกขึ้นด้วยหมอที่ตรวจคนไข้ที่ไม่ไกลมากนัก
"ตัดขงตัดขาอะไรกัน สามวันก่อนข้ารักษาให้เรียบร้อย อาการปวดก็มักจะมีเกิดขึ้นเป็ธรรมดา ไม่กี่วันก็หายเองนั่นแหละ เ้าเชื่อนางงั้นหรือ"
ชายหนุ่มผู้นั้นมองซ้ายทีขวาที สุดท้ายก็ไม่เชื่อคำของมี่มี่ แล้วรอให้หมอคนอื่นมาตรวจอาการ ทำให้มี่มี่ที่ได้ยินรู้สึกเสียใจเป็อย่างมาก
"พี่ชายข้าพูดความจริงนะ หากท่านเปลี่ยนใจเรียกข้าได้ทุกเมื่อ ข้าจะช่วยรักษาให้ท่านเอง"
กล่าวจบนางก็เดินจากไปอย่างเศร้าซึม หลังเดินอยู่ในห้องพักครู่หนึ่งก็ยังไม่มีใครสนใจให้นางรักษานางจึงเดินออกไปข้างนอก ตรงที่พบเข้ากับท่านลุงเมื่อวาน วันนี้ท่านลุงยังคงอยู่ที่ที่นางได้พบเขา นางจึงเดินเข้าไปหาแล้วขอตรวจอาการ ท่านลุงผู้นั้นไม่ได้ปฏิเสธ เขายื่นมือมาให้นางตรวจทันที
"โอ้ ท่านดีขึ้นเยอะแล้วนี่เ้าคะ อีกไม่กี่วันต้องหายดีแน่นอน"
"เป็เพราะแม่หนูมี่มี่นี่แหละที่ทำให้ข้าหายไวขนาดนี้"
มี่มี่ยิ้มอย่างเขินอายที่มีคนชม นี่อาจเป็ครั้งแรกในรอบสิบปีเลยก็ว่าได้ที่นางได้รับคำชมจากการรักษาผู้ป่วย หมอใหญ่ลู่ที่เห็นมี่มี่มานั่งอยู่ที่นี่ก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"แล้วแม่หนูมาทำอะไรอยู่ที่นี่กัน??"
นางจึงบ่นให้เขาฟังเื่ชายหนุ่มที่นางได้ตรวจโรคให้ แล้วพบว่าเขาเป็หนองด้านใน หากปล่อยทิ้งไว้อาจติดเชื้ออย่างรุนแรงจนเป็เหตุให้ต้องตัดขาได้เลยทีเดียว
"แล้วเ้าคิดจะรักษาเขาอย่างไร?"
"แผลประเภทฝีหนองก็ต้องผ่านำเอาหนองทั้งหมดออกมา แล้วล้างแผลให้สะอาดก่อนปิดกลับไป หลังจากนั้นก็ให้ดื่มยาที่มีฤทธิ์บำรุงเื กระดูกและเส้นเอ็น แล้วเสริมด้วยตัวยาเปิดรูขุมขน สลายความเย็นและขจัดพิษเ้าค่ะ"
หมอใหญ่ลู่ที่ได้ฟังก็หยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามต่อไปว่า
"แล้วเ้ากล้าผ่าเอาหนองออกงั้นรึ"
มี่มี่ที่ได้ฟังถึงกับหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง นางเรียนแค่ในตำราแต่ไม่เคยปฏิบัติจริงมาก่อน นางไม่เคยคิดถึงประเด็นเื่นี้ เมื่อครู่ที่เห็นอาการก็รู้ได้ว่าต้องทำอย่างไร แต่หากเขาให้ลงมือทำ นางลืมคิดไปเลยว่าตัวเองยังไม่มีประสบการณ์จะกล้าทำหรือไม่กันนะ
"เ้าคงยังไม่เคยลงมือสินะ เอาเถอะคนเราย่อมมีครั้งแรกเสมอ ในเมื่อเ้าอยากเป็หมอ อย่างไรเ้าก็หนีไม่พ้นเื่แบบนี้ แม่หนูการจะเป็หมอที่ดีไม่ใช่ต้องให้คนไข้มาเชื่อใจเราเพียงอย่างเดียว เราต้องเชื่อใจตัวเองก่อนด้วย หวังว่าเ้าคงเข้าใจ"
มี่มี่ที่ได้ฟังก็พยักหน้ารับ ทำได้หรือไม่ได้ อย่างไรนางก็ต้องทำสินะ
"ท่านลุงก็เป็หมอหรือเ้าคะ"
"อืม อีกไม่นานเราคงได้เจอกันล่ะนะ"
กล่าวจบเขาก็เดินจากไป ปล่อยให้มี่มี่คิดทบทวนสิ่งที่ต้องทำต่อไปเพียงลำพัง อี้เฉินที่ตามมาพบมี่มี่ก็เอ่ยถามขึ้นว่า
'เ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี่'
'เมื่อวานข้ามาช่วยรักษาอาการป่วยให้คุณลุงคนหนึ่ง วันนี้เลยมาตรวจดูอาการ'
'อาการคุณลุงท่านนั้นดีขึ้นมากเลยล่ะ'
อี้เฉินได้แต่งุนงง นางช่วยรักษาคน แต่เหตุใดไม่เห็นมีแจ้งเตือนคนที่นางรักษาเลย หรือนางรักษายังไม่หายกัน แต่ปกติแค่รักษาถูกโรคก็ได้คะแนนแล้วนี่นา เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่ากันนะ ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิด อะไรต่อ มี่มี่ก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินอย่างรวดเร็วไปที่ห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง
'เ้าจะรีบไปไหนกัน'
'ข้าจะไปรักษาผู้ป่วยของข้า'
มี่มี่เดินตรงดิ่งไปหาชายหนุ่มผู้นั้นอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"พี่ชาย ให้ข้าช่วยรักษาท่านเถอะ หากปล่อยไว้นานจะเป็อันตรายกับกระดูกและเส้นเอ็น หากข้ารักษาท่านไม่ถูกต้องตามที่ข้าบอก ข้ายอมให้ท่านทำอะไรกับข้าก็ได้ จะให้ข้าเป็วัวเป็ควายข้าก็ยอม"
ชายหนุ่มที่กำลังปวดขาถึงกับตกตะลึง นางยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อเขาเลยงั้นหรือ เขามีชื่อว่าต้าถง ยังไม่ได้แต่งงานเพราะถูกเกณฑ์มาเป็ทหารั้แ่อายุ16-17ปี เมื่อมีสตรีมาพูดกับเช่นนี้ทำให้เขาอดเขินอายขึ้นมาไม่ได้
"แม่นางน้อย ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก ข้าจะยอมให้เ้ารักษา แต่เ้าแน่ใจนะว่าสามารถรักษาข้าให้หายได้"
มี่มี่พยักหน้ารัวๆเป็การยืนยัน หมอคนเดิมที่ได้ยินถึงกับหัวเราะเยาะก่อนจะพูดค่อนแคะและเอ่ยออกมาว่า
"คิดจะให้แม่นางน้อยผู้นี้รักษาแน่หรือ ข้ารักษาคนมาตั้งเป็ร้อยเป็พันคนไม่เคยมีปัญหาแผลติดเชื้อ หากติดเชื้อจริงคนจะผ่าได้ก็มีแต่ท่านหมอใหญ่ลู่กับท่านหมอฮั่นเท่านั้นแหละ"
เมื่อได้ฟังคำของหมอที่เคยรักษาให้ตัวเอง ชายหนุ่มผู้นั้นก็เริ่มมีสีหน้าลังเลขึ้นมา เขาเริ่มปวดจนจะทนไม่ไหวแล้วในตอนนี้
"พี่ชายท่านต้องเชื่อข้านะ ข้าทำได้จริงๆ"
"ตกลง ข้าจะให้เ้าช่วยรักษาให้ข้า"
มี่มี่ที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างขึ้น ทำให้ห้องสว่างไสวราวกับฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ต้าถงที่ได้เห็นอย่างนั้นก็ไม่รู้สึกเสียใจที่ตอบรับการรักษาของนาง การได้เห็นรอยยิ้มที่งดงามเช่นนี้มันคุ้มค่าแล้วจริงๆ