หนึ่งปีผ่านไป
ณ วันครบรอบวันแต่งงานระหว่างลิดากับทศวิทย์ ในภัตตาคารแห่งหนึ่ง
“ทำไมคุณไม่แต่งชุดราตรีที่ผมเตรียมให้ล่ะครับ” ทศวิทย์ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วรีบท้วงเมื่อเห็นภรรยามาในชุดทำงาน
“ดาขอโทษค่ะ ดาเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ กลัวมาไม่ทันก็เลยมุ่งตรงมาที่ภัตตาคารเลย” ลิดารู้สึกผิด
“เห็นทีผมคงต้องย้ายคุณกลับไปทำงานบัญชีเหมือนเดิมแล้ว ให้คุณมาทำงานเป็ผู้ช่วยท่านประธานแล้ว คุณก็เลยมีงานเยอะแบบนี้” ทศวิทย์กล่าว
“อ้าว! แล้วนักบัญชีที่เพิ่งรับมาจะทำยังไงคะ ไล่ออกงั้นหรือ” ลิดาสงสัย
“ผมล้อเล่น ผมสั่งอาหารไว้รอแล้ว คุณทานเลยนะครับ” ทศวิทย์เปลี่ยนเื่
“อาหารอร่อยมากค่ะ แต่แม่คุณทำอร่อยกว่า” ลิดาชิมอาหารเสร็จก็เลยวิจารณ์
“แบบนี้นี่เอง แม่ผมถึงเอ็นดูคุณมาก สงสัยจะรักคุณมากกว่าผมเสียอีก” ทศวิทย์พูดยิ้มๆ
“แม่คุณรักคุณมากค่ะ ไม่งั้นคงไม่ขอร้องให้ดาบีบบังคับให้คุณเลิกเหล้าหรอก” ลิดายอมเผย
“ผมก็ว่าแล้ว คุณคงไม่ได้ห่วงผมจริงหรอก” ทศวิทย์แกล้งทำเป็น้อยใจ
“เพราะดารักคุณมาก ถึงยอมทำตามคำขอร้องของแม่คุณไงคะ” ลิดากล่าวอ้าง
“ผมอยากมีลูกครับ ผมว่าวันพรุ่งนี้ ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลเพื่อไปตรวจสุขภาพ และปรึกษาเื่หาวิธีเพิ่มโอกาสมีลูก ถ้าปล่อยให้อายุมากไปกว่านี้ ลูกของพวกเราจะยิ่งมีความผิดปกตินะครับ” ทศวิทย์กล่าวแผน
“ตามใจคุณก็แล้วกันค่ะ แล้วนี่อะไรคะ มีจับฉลากปีใหม่ด้วยหรอคะ” ลิดาหันไปเห็นแก้วที่ภายในมีม้วนกระดาษเป็จำนวนมาก เหมือนจับฉลากเลย
“มันเป็เกม ผมอยากให้คุณเล่นเกมด้วย ผมคิดไว้หลายคำสั่งมาก ก็เลยเปลี่ยนเป็จับฉลากเลือกคำสั่งเสียเลย” ทศวิทย์กล่าว
“ถ้าอย่างนั้นคุณจับก่อนนะคะ” ลิดาไม่อยากจับก่อน
“กลัวหรอครับ” ทศวิทย์แอบยิ้ม
“ดาจะได้ดูแนวคำสั่งของคุณว่าเป็แบบไหนต่างหากค่ะ” ลิดาแก้ตัว
“ผมจับเลยนะ” ทศวิทย์จับฉลากคำสั่งแล้วส่งให้ลิดาอ่าน
“ชิ้นกระดาษนี้เขียนว่าให้คุณบอกความลับมาสองอย่างค่ะ” ลิดาอ่านให้ฟัง
“อ้าว! ผมอยากให้คุณจับได้ใบนี้ ผมดันจับได้เสียเอง” ทศวิทย์แอบผิดหวัง
“ว่ามาค่ะ ความลับของคุณคืออะไร” ลิดาอยากรู้
“อย่างแรกนะครับ ในวันลอยกระทง วันที่คุณตั้งเงื่อนไขว่า หากกระทงของพวกเราลอยไปด้วยกันตลอด คุณจะยอมตกลงแต่งงานกับผม ดังนั้นผมก็เลยแอบใช้เชือกที่มีตะขอเอามาเกี่ยวกระทงทั้งสองให้ผูกติดกันครับ” ทศวิทย์สารภาพ
“ดาว่าแล้ว แม่น้ำคลื่นแรงซะขนาดนั้น ไม่มีทางที่กระทงจะลอยไปด้วยกันได้ตลอดหรอก คุณหลอกฉันอีกแล้วนะ” ลิดากล่าว
“ก็ผมอยากแต่งงานกับคุณนี่ หากไม่ทำอะไรสักอย่าง อาจแก่จนหนังเหี่ยวเสียก่อน คุณถึงยอมแต่งงานกับผม” ทศวิทย์ใจร้อนอยากแต่งงานโดยไว
“มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นเสียหน่อยนี่คะ ว่าแต่อย่างที่สองล่ะคะ คุณมีความลับอะไรอีกว่ามาค่ะ” ลิดาทวง
“อย่างที่สองนะครับ ในคืนวันที่ผมไปค้างบ้านคุณ เพื่อไปจัดปาร์ตี้เล็กๆ ที่นั่น แล้วตกกลางคืน คุณแอบออกมาคนเดียว แล้วเอาสมุดอะไรบางอย่างมาเผา แล้วคุณก็อ้างว่าคุณออกมาผิงไฟแก้หนาวอะไรทำนองนี้ ตอนที่ไฟลุกโชน ผมตาลายเห็นเปลวเพลิงมีตัวหนังสือด้วยครับ” ทศวิทย์เล่า
“คุณเมาหรอคะ” ลิดาไม่เชื่อ
“คุณก็รู้ว่าผมเลิกเหล้าแล้ว และคืนนั้นพวกเราก็ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เลยสักนิด” ทศวิทย์มั่นใจว่าตนไม่ได้เมา
“ตัวหนังสืออ่านว่ายังไงคะ” ลิดาอยากรู้
“ฝากดูแลลิดาด้วย จงรักษาความรักที่สู้ทนฟันฝ่ามาหลายภพหลายชาติให้ดี” ทศวิทย์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ตัวหนังสือยาวขนาดนี้ คุณอ่านทันหรอคะ การจ้องเปลวเพลิงไม่ดีต่อสายตาคุณก็รู้” แต่ลิดาก็คิดในใจว่า “นี่คงเป็ข้อความที่คุณนพฤทธิ์ฝากให้กับทศวิทย์สินะ”
“นี่แหละความลับของผม ต่อไปถึงตาคุณแล้วครับ” ทศวิทย์ยื่นแก้วที่มีฉลากให้ลิดาจับ
ลิดาจับฉลากโดยหยิบม้วนกระดาษแล้วยื่นให้กับสามีอ่าน
“แผ่นกระดาษนี้บอกว่าให้คุณมอบของขวัญให้ผมครับ” ทศวิทย์ยื่นมือมารอรับของขวัญ
“อ้าว! ดาไม่ได้เตรียมมาด้วยนี่สิ” ลิดาทำเป็ยกมือทั้งสองให้ดู
“แบบนี้ผมก็น้อยใจแย่สิครับ” ทศวิทย์แกล้งทำเป็น้อยใจ
“ดาล้อเล่นค่ะ นี่ค่ะของขวัญ เปิดดูสิคะ” ดายอมหยิบของขวัญให้
ทศวิทย์แกะกล่องของขวัญ เขาก็พบว่าภายในกล่องมีซองใส่กระดาษอะไรบางอย่าง พอแกะซองมาดู เขาก็เห็นว่ามันเป็ผลตรวจครรภ์ที่แปลผลว่าลิดาตั้งครรภ์พร้อมกับมีภาพอัลตราซาวด์ของเด็กทารกด้วย ทศวิทย์ดีใจจนน้ำตาไหล เขาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปดึงตัวภรรยาให้ลุกขึ้น จากนั้นก็ดึงตัวเธอเข้ามากอดด้วยความดีใจ
“ทำไมไม่บอกผมล่ะครับ” ทศวิทย์กอดหญิงสาวเสียแน่น
“ก็ดาอยากเซอร์ไพรส์คุณไงคะ” ลิดากล่าวยิ้มๆ
“กี่เดือนแล้วครับ” ทศวิทย์อยากรู้
“สี่เดือนแล้วค่ะ” ลิดาอวดที่เธอสามารถปิดเขาได้นานถึงขนาดนี้
“โห คุณปิดผมมาตั้งนาน” ทศวิทย์นึกไม่ถึง
“ท้องดาใหญ่ขึ้นแล้ว คุณยังไม่สังเกตอีก” ลิดาแอบน้อยใจ
“ก็ผมนึกว่าคุณอ้วนขึ้น เพราะผมเลี้ยงคุณดีนี่ครับ” ทศวิทย์กล่าว
“แหม! ดาพยายามออกกำลังกายเป็ประจำ ดาไม่อ้วนง่ายขนาดนั้นเสียหน่อย ว่าแต่คุณผิดหวังมั้ยคะที่ลูกของพวกเราเป็ผู้หญิง” ลิดากลัวว่าสามีจะอยากได้ลูกชายไว้สืบสกุล
“เพศไหนผมก็รักทั้งนั้นแหละครับ” ทศวิทย์ไม่เกี่ยง
“นี่แหละค่ะ คือของขวัญที่ดามอบให้คุณ” ลิดากล่าว
“มันเป็ของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับผมเลยล่ะที่รัก” ทศวิทย์จูบหน้าผากภรรยา
“พวกเราไปนั่งปกติเถอะนะคะ คนอื่นมองมากันใหญ่แล้ว อายเขาค่ะ” ลิดามองไปรอบๆ ก็เห็นแต่คนมองมา เธอก็เลยอาย
“เมียผมท้องครับ ผมกำลังมีลูกครับ” ทศวิทย์ะโบอกให้ทุกคนรู้
ทุกคนพากันปรบมือแสดงความยินดีและกล่าวว่า “ดีใจด้วยครับ”
บางคนก็ว่า “ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ”
“คุณน่ะ” ลิดาตีสามีเบาๆ ด้วยความเขิน
“ขอบคุณมากครับทุกท่าน” ทศวิทย์ะโบอกทุกคน
แล้วทศวิทย์ก็ประคองภรรยาให้ไปนั่งดีๆ
“ผมเองก็มีของขวัญให้คุณครับ” ทศวิทย์กล่าว
“คุณไม่ได้จับฉลากได้เสียหน่อย” ลิดาแย้ง
“โอกาสพิเศษแบบนี้ก็ต้องให้ของขวัญเป็ธรรมดาอยู่แล้วนี่ครับ” ทศวิทย์ยื่นของขวัญให้ภรรยา
ลิดารับมาเปิดดูก็พบว่าเป็ตั๋วเครื่องบินไปกระบี่ ก็เลยว่า “พวกเราไปจะเที่ยวที่นี่หรอคะ”
“ใช่ครับ นานๆ ไปที” ทศวิทย์กล่าวแผน
“แต่ดาท้องแบบนี้ อาจจะไม่สะดวกน่ะค่ะ” ลิดากังวล เธอไม่อยากเดินทางไกล
“งั้นผมเปลี่ยนแผนก็ได้ พวกเราไปเที่ยวที่ใกล้ๆ เป็รีสอร์ทในปากช่องดีมั้ย” ทศวิทย์ยอมเปลี่ยนแผนเพื่อภรรยา เขาคิดว่าจะมอบตั๋วไปกระบี่ให้เพื่อนสนิทไปเที่ยวกับครอบครัวแทน
“ก็ดีค่ะ ดาเริ่มท้องโตแล้ว ไม่อยากเดินทางไกล ขอโทษด้วยนะคะ คุณเลยไม่ได้เที่ยวกระบี่เลย” ลิดารู้สึกผิด
“ผมไปไหนก็ได้ถ้าไปกับคุณครับ เอ่อ ผมมีเื่หนึ่งอยากจะขอครับ” ทศวิทย์กลัวภรรยาจะคิดมาก
“ว่ามาสิคะ” ลิดารอฟัง
“วันพรุ่งนี้ผมอยากทำบุญให้กาสะลองครับ คุณจะโกรธผมมั้ย” ทศวิทย์กล่าว
“ดาจะโกรธคุณเื่อะไรล่ะคะ ดีแล้วค่ะ งั้นดาขอไปทำบุญด้วยนะคะ” ลิดาเข้าใจความรู้สึกของทศวิทย์ เพราะเธอเองก็อยากทำบุญให้นพฤทธิ์เช่นกัน
“ขอบคุณที่เข้าใจผมนะครับ” ทศวิทย์รู้สึกดีใจที่ภรรยาเข้าใจเขา
. . ***************************************
เช้าวันต่อมา เด็กรับใช้ในบ้านทศวิทย์ช่วยกันขนอาหารขึ้นรถ เพื่อเตรียมไว้สำหรับทำบุญที่วัด
“คุณแม่ไม่ไปด้วยกันหรอคะ” ลิดากล่าวกับแม่สามี
“ไว้วันหลังเถอะนะ วันนี้แม่มีนัดกับเพื่อน ฝากทำบุญด้วยนะลิดา” แม่สามีกล่าว
“ค่ะคุณแม่”
แล้วทศวิทย์ก็ขับรถพาภรรยาไปที่วัดเพื่อทำบุญเลี้ยงพระในตอนเช้า
ทั้งสองได้ถวายภัตตาหาร ฟังพระให้ศีลให้พรและฟังเทศนาจนจบ จนกระทั่งกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
“ทำไมพวกเราต้องแยกกันกรวดน้ำด้วยล่ะครับ” ทศวิทย์ไม่เข้าใจ
“พวกเราต่างคนต่างอุทิศนะคะ แยกกันดีกว่า” ลิดา้าอุทิศส่วนกุศลให้นพฤทธิ์แยกต่างหาก
“ก็ได้ครับ” ทศวิทย์ยอมตามใจภรรยา
พอทั้งสองทำบุญเสร็จ ก็รีบไปขึ้นรถ จากนั้นลิดาก็นำของขวัญที่แอบเก็บไว้มามอบให้กับทศวิทย์
“เนื่องในโอกาสอะไรครับ” ทศวิทย์แปลกใจ
“ของขวัญวันครบรอบแต่งงานไงคะ” ลิดากล่าว
“ก็ผมได้ข่าวเื่คุณตั้งครรภ์เป็ของขวัญแล้วนี่ครับ” ทศวิทย์คิดว่าเขาได้ของขวัญล้ำค่าแล้ว
“ดาอยากให้เป็สิ่งของไว้เป็ที่ระลึกด้วยนี่คะ” ลิดากล่าวยิ้มๆ
ทศวิทย์เลยเปิดของขวัญก็พบว่าภายในกล่องเป็ผ้าพันคอสีคราม
“มาค่ะ เดี่ยวดาคล้องผ้าพันคอให้ ดาอุตส่าห์ถักเองกับมือเลยนะ” ลิดาอวด
“คุณแอบไปถักตอนไหน ผมไม่ยักจะเห็น” ทศวิทย์แปลกใจ
“ตอนที่ดาไปค้างที่บ้านแม่ของดาค่ะ” ลิดาเฉลย
“ถึงว่าคุณถึงชอบไปค้างที่นั่นอยู่บ่อยๆ” ทศวิทย์กล่าว
“แหม ดาก็อยากนอนกอดแม่บ้างนี่คะ” ลิดาอยากมีเวลาให้แม่บ้าง
“แต่ต่อไปผมมีแผนว่าจะให้แม่คุณย้ายมาอยู่กับพวกเราด้วยดีมั้ย ส่วนบ้านของคุณก็ปล่อยเช่าไป ผมว่าแม่คุณอยู่คนเดียวมันอันตรายเกินไปครับ” ทศวิทย์เป็ห่วงความปลอดภัยของแม่ลิดา
“เป็ความจริงหรอคะ ขอบคุณมากนะคะ ว่าแต่แม่คุณจะไม่ว่าหรอคะ” ลิดาดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“แม่ผมนี่แหละเป็คนเสนอความคิดเอง” ทศวิทย์กล่าว
“ท่านดีต่อดาเสมอเลยค่ะ ดาโชคดีจังที่ได้เป็สะใภ้ของท่าน” ลิดารู้สึกซึ้งใจ
“แม่ผมเคยเสียลูกสาวไปครับ เธอจมน้ำเสียชีวิตั้แ่เด็กๆ ดังนั้นแม่ผมจึงเห็นคุณเหมือนลูกอีกคน” ทศวิทย์เข้าใจแม่
“ดาเสียใจด้วยนะคะ” ลิดารู้สึกเห็นใจ
“ผมก็เลยทำบุญให้กาสะลองและน้องสาวผมไปพร้อมกันเลยครับ”
จากนั้นทศวิทย์ก็ขับรถพาภรรยากลับบ้าน
***************************************
ณ วันอาทิตย์ ลิดาว่างก็เลยจัดห้องนอนเสียใหม่ สักพักลิดาก็เหลือบไปเห็นสมุดไดอารี่ เธอรู้สึกใสุดขีด เพราะลักษณะภายนอกนั้นเหมือนกับสมุดไดอารี่ของนพฤทธิ์อย่างมาก ดังนั้นเธอก็เลยเปิดอ่าน แต่ทว่าพอเปิดดูกลับเห็นแต่หน้าว่างๆ เธอเลยรู้สึกโล่งใจที่ไดอารี่เล่มนี้ไม่ใช่ของนพฤทธิ์
“คุณทำอะไรน่ะดา” ทศวิทย์กล่าวทัก
ลิดาใเลยเผลอปล่อยสมุดไดอารี่ตกพื้น
ทศวิทย์ก็เลยก้มเก็บ
“ดาขอโทษค่ะ ดาไม่ได้มีเจตนาล้วงความลับของคุณ พอดีว่าดาเห็นว่าสมุดไดอารี่นั้นเหมือนกับ เอ่อ” ลิดาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
“เหมือนกับสมุดไดอารี่ที่คุณเผาเมื่อปีที่แล้วงั้นหรอครับ” ทศวิทย์เข้าใจ
“ใช่ค่ะ มันเหมือนกันมาก” ลิดากล่าวตรงๆ
“คุณเป็อะไรกับนพฤทธิ์งั้นหรอครับ” ทศวิทย์อยากรู้
“คุณรู้จักคุณนพฤทธิ์ด้วยหรอคะ” ลิดาแปลกใจ
“พวกเราเป็เพื่อนกันั้แ่เด็กแล้วครับ ส่วนสมุดไดอารี่ของนพฤทธิ์ ผมก็เป็คนมอบให้เขาเอง ผมรู้ว่าเขาเป็คนชอบจดบันทึก ส่วนผมนั้นเป็คนี้เี ดังนั้นผมจึงไม่ได้เขียนอะไรลงไปในไดอารี่ของผมเลย แล้วคุณล่ะ คุณรู้จักนพฤทธิ์ได้อย่างไรครับ” ทศวิทย์ถามกลับ
“ดา เอ่อ จะว่ายังไงดีล่ะ” ลิดาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
“คุณเป็คนรักของเขาหรอครับ” ทศวิทย์คาดเดา
“พวกเราไม่ได้คบกันค่ะ แต่เขาเป็ เอ่อ” ลิดาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงอยู่ดี
“ถ้าเช่นนั้นคุณก็เป็ภรรยาในอดีตชาติของเขาสินะครับ” ทศวิทย์คาดเดาอีก
“คุณรู้ด้วยหรอคะว่านพฤทธิ์ระลึกชาติได้” ลิดาแปลกใจ
“ผมเป็เพื่อนสนิทของเขาครับ ก็เลยรู้” ทศวิทย์เองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน
“แสดงว่าข้อความที่เห็นในเปลวเพลิง นั่นก็…” ลิดาสงสัย
“ผมไม่ได้เห็นตัวอักษรหรอกครับ แต่ดวงิญญาของนพฤทธิ์เป็ผู้บอกผมเองต่างหาก” ทศวิทย์ยอมพูดความจริง
“นพฤทธิ์บอกให้ดาเก็บเื่ราวระหว่างดากับเขาไว้เป็ความลับค่ะ” ลิดากล่าว
“งั้นผมจะไม่เค้นถามอะไรมาก” ทศวิทย์เข้าใจ
“คุณรู้สึกตะชิดตะขวงใจหรือเปล่าคะ” ลิดากังวล
“ปัจจุบันคุณเป็ภรรยาผมแล้วครับ ผมยึดปัจจุบันเป็หลัก” ทศวิทย์ไม่สนใจอดีตของภรรยา
“ปัจจุบันดารักคุณค่ะทศวิทย์” ลิดากล่าวอย่างมั่นใจ
“ผมก็รักคุณครับ ตอนนี้คุณไม่ต้องจัดห้องแล้วนะครับ ปล่อยให้เด็กรับใช้ทำให้ดีกว่า พวกเราลงไปดูสวนหลังบ้านกันเถอะครับ” ทศวิทย์ชวน
“คุณจัดสวนใหม่หรอคะ” ลิดาตื่นเต้นอยากเห็น
“ใช่ครับ หากคุณเห็นแล้วอารมณ์ดี ลูกสาวของผมจะได้อารมณ์ดีตามไปด้วย” ทศวิทย์อยากให้ลิดาและลูกในครรภ์มีสุขภาพจิตที่ดี
ทศวิทย์ประคองภรรยาค่อยๆ เดินไปที่สวนหลังบ้าน ที่ตอนนี้คนสวนได้จัดแต่งเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“โห สวยมากเลยค่ะ มองไปดูสบายตาจัง” ลิดาทึ่ง
“ผมจัดช่องทางให้คุณเดินชมสวนด้วย เวลาคุณเครียด สามารถมาเดินเล่นได้ครับ” ทศวิทย์ชี้ให้ดู
“มีต้นกาสะลองและจำปีด้วยหรอคะ” ลิดาหันไปเห็นเข้าพอดี ทำให้เธอนึกถึงภรรยาเก่าของทศวิทย์
“ทำไมหรอครับ คุณไม่ชอบงั้นหรือ” ทศวิทย์สงสัย
“ชอบสิคะ แต่ดาไม่ชอบมาเดินชมสวนคนเดียว ไว้ให้คุณพามาดีกว่า” ลิดากลัวว่าตัวเธอจะเห็นดวงิญญาของกาสะลอง
“คุณกลัวว่าจะเจอกาสะลองหรอครับ” ทศวิทย์กล่าวอย่างรู้ทัน
“ใช่ค่ะ” ลิดายอมรับตรงๆ เธอกลัวว่าหากเธอใกลัวอาจวิ่งหนีจนสะดุดล้มขึ้นมา และอาจมีผลต่อเด็กในครรภ์ก็เป็ได้
“ผมรื้อออกก็ได้นะ” ทศวิทย์สงสารภรรยา
“ไม่เป็ไรค่ะ ดาชอบกลิ่นดอกไม้” ลิดากล่าว
“ถ้าคุณอยากชมสวนเมื่อไหร่ค่อยบอกผม ผมจะพาคุณมาเดินเล่นเอง” ทศวิทย์อาสา
“กาสะลองชอบสวนดอกไม้หรอคะ” ลิดาสงสัย
“ใช่ครับ เธอชอบมาก ผมก็เลยคิดเอาเองว่าคุณก็น่าจะชอบเช่นกัน” ทศวิทย์คิดว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบดอกไม้
“ดาชอบค่ะ อย่าคิดมากเลยนะคะ” ลิดาไม่อยากให้ทศวิทย์กังวล
“ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยให้ผมปล่อยวางเื่ของกาสะลองลงได้” ทศวิทย์กล่าว
“ฉันดีใจค่ะที่คุณเลิกโทษตัวเองเสียที” ลิดากล่าวยิ้มๆ
“ผมคืนความเป็ธรรมให้เธอแล้ว คนผิดได้รับโทษไปแล้ว ดวงิญญาของเธอจะได้ไปสู่สุคติเสียที” ทศวิทย์รู้สึกโล่งใจ
“ดาหิวข้าวแล้วค่ะ” ลิดาจับไปที่ท้อง
“เข้าบ้านกันเถอะที่รัก แม่ผมเข้าครัวเองเพื่อคุณเลยนะ” ทศวิทย์อวด
“น้ำลายไหลแล้วค่ะ รีบไปกันเถอะ” ลิดาอยากทานอาหารฝีมือแม่สามี
ทศวิทย์ประคองภรรยากลับเข้าไปในบ้าน แล้วไปรับประทานอาหารที่มื้อนี้แม่สามีเป็ผู้แสดงฝีมือเองเพื่อเอาใจลูกสะใภ้ที่กำลังจะมีหลานที่น่ารักๆ ลิดารู้สึกมีความสุขมากที่ได้อยู่ในครอบครัวอบอุ่นของทศวิทย์ แม้ว่าทั้งลิดาและทศวิทย์ไม่สามารถลืมคนรักเก่าได้ แต่ต่างคนต่างก็เข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งสองคนจะเก็บพวกเขาไว้เป็เพียงความทรงจำที่ดีตลอดไป
จบบริบูรณ์