Love Status : รัก..แบบไหน?

    Love Status : รัก..แบบไหน ?  |  EP. 17

    ​รถคันสีดำมันวาวขับลัดเลาะไปตามถนนโล่งที่ตัดผ่านระว่างแนวเขา สองข้างทางถูกสลับสับเปลี่ยนจากวิวทิวทัศน์บ้านเรือน กลายเป็๲ทุ่งหญ้าโล่งกว้างมองออกไปได้จนสุดลูกหูลูกตาแล้วล่ะครับ

    บ้างก็เป็นสวนผลไม้ บ้างก็เป็นแปลงเกษตรที่ทำเป็นชั้นๆลาดลงไปตามเนินดิน ไม่มีเสาไฟฟ้าระโยงระยางมาบดบังความสวยงามของธรรมชาติอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นต้นไม้ใหญ่ที่ยืนตระหง่านกำบังความร้อนจากแสงแดดเอาไว้ขนาบทั้งสองข้างทางแทน ทำให้ตลอดเวลาที่รถเคลื่อนผ่านไปกลางถนน แสงแดดที่ลอดทะลุกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่ พากันทอดยาวลงมาสะท้อนกับรถจนดูกระพริบพรึบพับ ราวกับคนปิดเปิดไฟรัวเร็วไปทั่วทั้งคันเลยล่ะ....ทั้งที่แม้จะเป็นช่วงเวลาเกือบเที่ยงวัน..แต่อากาศของที่นี่ก็ดูสดใสไม่ได้ร้อนระอุแบบในเมืองใหญ่เลยสักนิดสายลมเอื่อยอ่อนคอยพัดโบกให้เหล่าดอกหญ้าสีทองอร่ามไหวเอนไปมา~ทะเลสาบกลางหุบเขาทอแสงระยิบระยับเป็นประกายต้องตาอยู่เบื้องล่างท้องฟ้าปลอดโปร่งแม้มีแดดจ้า..แต่ก็มองเห็นเมฆลอยเด่นกลางท้องฟ้าได้อย่างชัดเจนนี่มันราวกับภาพในโปสการ์ด ไม่ก็ฟุตเทจจากรายการท่องเที่ยวในทีวีไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริงๆ>//<...จากถนนเส้นหลักตัดเข้ามายังถนนเส้นเล็กๆ และใช้เวลาเดินทางต่ออีกเพียงไม่นานนัก พี่พีร์ก็ขับเลี้ยวรถเข้ามาจอดยังที่หมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับเสียงล้อบดกับพื้นกรวดเงียบลงพอดีกับรถที่จอดจนนิ่งสนิท ผมเปิดประตูก้าวขาลงไปก่อนจะปะทะเข้ากับไอ้ก็อต ที่โผล่พรวดมาเข้าในซีนแทบจะในทันที..แมมมมม๊..นี่ถ้าไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญล่ะก็ ผมคงคิดว่ามันต้องนั่งดักรออยู่แถวนี้แน่ๆ..หรือว่ามันจะรออยู่วะ = =?“มึงเป็นยังไงบ้างวะ..?” ไอ้ก็อตยิงคำถามใส่ผมทันทีที่เจอหน้ากัน จับหน้าผมหันซ้าย หันขวา และดูเหมือนตอนนี้..ไอ้พี่ควอตซ์มันจะลงมาจากรถแล้วเช่นกันครับ แถมยังมองมาที่ผมด้วยสายตานิ่งๆเหมือนคนเบื่อโลกอีกต่างหาก ก่อนจะเปิดประตูหลังรถยกเอาสัมภาระสะพายเป้ขึ้นบ่า พร้อมกับเดินผ่านพวกผมไปคล้ายกับคนเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดใจยังไงอย่างงั้น..เอ่ออออ.. = =?“เป็นอะไรวะ..?” ผมพึมพำใส่ไอ้พี่ควอตซ์มัน“ก็เรื่องเมื่อคืนไง.. ไอ้นี่.. กูเป็นห่วงมึงนะเว้ย?” ไอ้ก็อตถามย้ำอีกครั้ง“หะ.. อ๋อ.. เออ.. ไม่เป็นไรแล้ว” ผมหันกลับมาตอบไอ้ก็อต หลังจากละสายตาจากไอ้พี่ควอตซ์ ที่ตอนนี้เล่นเดินก้าวขายาวๆนำลิ่วห่างไปโน่นแล้ว เมื่อกี้ยังดีๆอยู่แท้ๆ..“แม่งงง.. ถ้าเมื่อคืนกูอยู่กับมึงด้วยนะ ไอ้ห่านั่นได้จมตีนกูแน่..” ไอ้ก็อตยังคงพูดต่อ แถมกัดฟันแน่นอีกด้วย “ว่าแต่.. ทำไมมึงมาเอาซะป่านนี้เลยวะ เมื่อเช้าตอนช่วงที่พวกพี่เค้าจอดรถหาของแดกกัน กูก็นึกว่ามึงจะตามมาทันซะอีก กูโคตรจะเป็นห่วงมึงนะเว้ย.. นี่กูก็รอมึงตั้งนานจนตอนนี้กูตั้งเต็นท์เสร็จไปแล้วเนี่ยะ..”“เอออออ..โทษทีว่ะ คือกูวะ.. แวะ..”“นี่เบอร์เต็นท์มึงกับกูนะ ของๆมึงกูขนไปไว้หมดละ” ไอ้ก็อตพูดรัวเร็วตัดบทก่อนจะยัดแผ่นป้ายเล็กๆที่มีหมายเลขและร้อยเชือกปอเอาไว้ให้กับผม จากนั้นจึงรีบหันไปร้องเรียกหา “พี่อาร์ต เฮ้ยพี่..รอผมด้วยดิ เดี๋ยวผมช่วย!!”“ไม่ต้อง..!!” คนตัวขาวที่พึ่งลงจากรถพูด พลางรีบจ้ำเท้าก้าวยาวๆตามไอ้พี่ควอตซ์ไปติดๆ“ให้ผมช่วยหน่า..” ไอ้ก็อตกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามไปประชิดแล้วเช่นกัน“มึงไปไกลๆตีนกูเลย” พี่อาร์ตยังคงยืนยันคำเดิม โดยไม่หันหน้ามามองไอ้ก็อตเลยสักนิด“ไม่หนักเหรอพี่ ให้ผมช่วยนะ..”“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง กระเป๋ากู กูถือเองได้”“หรือพี่จะให้ผมแบกทั้งพี่ ทั้งกระเป๋าพี่ดี.. อยากขี่หลังผมอ่ะดี๊ ?”“ไอ้..!!”“แล้วพี่จะรีบไปไหนเนี่ยะ.. ผมก็อยู่นี่แล้วไง.. นี่พี่เขินผมเหรอ? ฮ่าๆๆๆ~”“กูไม่ได้เขิน!” (คนอะไรวะ แม่งหลงตัวเองฉิบหาย  #พี่อาร์ตคงคิดในใจ)“งั้น.. ถ้าพี่ไม่เขิน.. พี่ก็มองหน้าผมดิ..!!” ไอ้ก็อตพูดขึ้นมาอย่างท้าทาย และก็เหมือนว่าจะได้ผลเสียด้วย“……..” พี่อาร์ตหยุดกึก ถอนหายใจเหือกใหญ่ และหันกลับไปยืนจังก้ามองหน้าไอ้ก็อตแบบคนเริ่มหมดความอดทนเอ่ออออ..แต่ไอ้ก็อตนี่สิ..แม่งกลับตรงกันข้ามขั้นสุดไปเลยจริงๆ..ก็เพราะตอนนี้มันเล่นยิ้มกว้างหน้าระรื่น แถมยังยื่นหน้าเข้าไปหาพี่อาร์ตมากกว่าเดิมซะอี๊กกกก....“คิดถึงพี่จัง~”.....เชี่ยยยยยยยย.. *0*//สิ้นเสียงไอ้ก็อต.. พี่อาร์ตหันควับซอยเท้ารัวเร็ว หูแดงแซงไอ้ก็อตไปโน่นแล้วล่ะครับ“เฮ้ยพี่.. รอด้วยดี๊.. พี่อาร์ตตตต~ พี่จะวิ่งทำไมเนี๊ยะ~ พี่อาร์ตตตตตตตตต~”ยิ่งไอ้ก็อตเร่งความเร็วเดินตามพี่อาร์ตเท่าไหร่ ดูเหมือนพี่แกก็จะเพิ่มความเร็วในการก้าวเท้าให้ออกห่างมากขึ้นไปเท่านั้น จนสภาพตอนนี้ไม่ต่างจากเล่นวิ่งไล่จับกันไปทั้งอย่างนั้น.. โอ้ยยยยยย.. นี่ถ้ากูไม่รู้มาก่อนว่ามึงชอบพี่อาร์ตเค้าจริงๆ กูคงคิดว่ามึงกำลังเล่นบทกวนตีนพี่เค้าเอามันส์อยู่แน่ๆ แม่งเอ้ยยยย.. ออกตัวล้อฟรีไปเลยเพื่อนกู = =“ว่าแต่.. เอ่อ.. ใช่ครับ !!ไอ้ก็อตมันทิ้งผม เพื่อนคนที่มันพึ่งบอกว่าเป็นห่วงเมื่อตะกี้ให้ยืนนิ่งค้างเติ่งตรงนี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปแล้วน่ะเซ่..!! = =““กูชักสงสารเพื่อนกูแล้วว่ะ ฮ่าๆๆๆ” พี่พีร์หัวเราะ“ผมก็คิดงั้นอ่ะพี่~”“ปะ.. งั้น.. เราก็ไปกันเถอะ”..รีสอร์ทเล็กๆแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นแห่งเดียวของที่นี่ครับ.. แต่จะว่าเป็นรีสอร์ทก็ไม่เชิงเท่าไหร่นัก ออกแนวเป็นลานกว้างๆบนที่ราบสูงท่ามกลางป่าเขาให้เหล่าบรรดาเต็นท์หลังน้อยใหญ่พากันมาตั้งหลักปักฐานกันอย่างเป็นระเบียบเสียมากกว่าทั้งด้านซ้าย และขวา ดูเหมือนจะเป็นสวนผลไม้ของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ส่วนด้านหลังมีอาคารไม้ 2 ชั้นรูปทรงคล้ายกล่องขนาดใหญ่วางซ้อนทับกันตั้งอยู่ 3 หลัง ถึงดีไซน์ของมันออกจะสมัยใหม่อยู่บ้าง แต่ก็กลมกลืน และเข้ากันได้ดีกับธรรมชาติ และต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลังอันเป็นเนินเขาได้อย่างเหลือเชื่อเลยล่ะครับพอหันกลับมามองด้านหน้าอีกที ก็เห็นเป็นวิวภูเขาสีเขียวขจีไล่ระดับสลับซับซ้อนกันอย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีทะเลสาบที่ทอแสงระยิบระยับอยู่เบื้องล่างอีกด้วยโอ้โหวววว์.. นี่มันยิ่งกว่าคำว่าที่พักหลักร้อย วิวสวยหลักล้านเสียอีก *0*//เล่นเอาอ้าปากค้างไปเลยล่ะครับ.. วิวมันสวยม๊ากกกกกกกกก.. ( ก. ไก่ล้านตัว ) เลยน่ะเซ่.. แว๊กกกกกก >//<ถึงที่นี่จะเป็นจังหวัดบ้านเกิดผมก็จริง แต่กับคนที่โตมาในตลาดอันเต็มไปด้วยคนพลุกพล่านตลอดเวลาแบบผม วิวธรรมชาติที่งดงามอย่างนี้ก็ใช่ว่าจะได้เห็นกันอยู่บ่อยๆหรอกจริงมั้ยครับ พูดแล้วน้ำตาแทบจะไหล สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดไปปื๊ดใหญ่จนจมูกบาน ฟืดดดดดดดดด~ >00<..ผมเดินมาตามทางกับพี่พีร์ มองเห็นบรรดาเต็นท์หลังน้อยใหญ่ที่มีทั้งสีเขียวเข้ม และน้ำตาล ดูเข้ากันกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ตั้งเรียงรายกันเป็นแถวครึ่งวงกลมล้อมกองไฟซ้อนกันอยู่ 3 ชั้นครับ ทุกหลังจัดระยะห่างกันไว้ได้อย่างพอเหมาะพอดี มีเว้นช่องว่างแบบสลับฟันปลาระหว่างกัน และทั้งหมดนั้น ต่างหันหน้าไปยังวิวภูเขา และทะเลสาบที่อยู่สุดสายตาเบื้องล่างอีกด้วยผมกับพี่พีร์เดินมาระหว่างแนวแถวของเต็นท์เหล่านั้น กล่าวทักทายกับพี่ๆพนักงานที่เดินสวนกัน รวมถึงพี่จุ๊บแจง..ที่เข้ามาถามไถ่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะตบไหล่ผมเบาๆแบบคนโล่งอกเมื่อรู้ว่าผมไม่ได้เป็นอะไรมาก จากนั้นจึงขอตัวเดินแยกออกไปเพื่อตระเตรียมอุปกรณ์ไว้สำหรับทำกิจกรรมต่อไปที่จะมีขึ้นในยามเที่ยงวัน..ก็อย่างที่ไอ้ก็อตมันว่านั่นแหละครับกิจกรรมแรกของที่นี่คงเป็นการตั้งเต็นท์จริงๆนั่นแหละ >//<ผมมองดูบริเวณรอบๆทั้ง ซ้าย และขวา ตอนนี้เหมือนพวกพี่ๆเค้าจะตั้งเต็นท์กันเสร็จไปแล้วมากกว่าครึ่ง เต็ทน์ส่วนใหญ่ดูตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง และถึงแม้จะมีเต็นท์อยู่อีกเพียงไม่กี่หลังเท่านั้นที่ดูโงนเงนจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะร่าของบรรดาพี่ๆเค้า ทั้งแซวสภาพเต็นท์ที่ดูเอียงกระเท่เร่ในท่าทีแปลกตากันอย่างสนุกสนาน ผมว่า..นี่มันคงสร้างความบันเทิงใจให้กับพวกพี่ๆเค้ามากกว่าจะเป็นเรื่องหงุดหงิดซะแล้วล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ ^^//“แกว่า..มันจะไม่ล้มใส่ตอนชั้นนอนถูกมะ ?”“ถ้าล้มใส่.. ก็ได้ฟิลถุงนอนดีนะเว้ย..”“ย่ะ.. แต่มันใช่มั้ยห๊าาา!!”“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~” ..ผมเดินแยกจากพี่พีร์ มาหยุดที่เต็นท์หมายเลข 14 ตามป้ายหมายเลขเต็นท์ที่ไอ้ก็อตให้มา ก่อนจะเจอเข้ากับทั้ง จิ๊บ และบุ๋มบิ๋ม ที่มุดออกมาจากเต็นท์ที่ตั้งอยู่ข้างๆกันนี้ ดูเหมือนว่าเต็นท์ของพวกเธอจะตั้งกันเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยล่ะครับ#แถมยังดูมั่นคงแข็งแรงอีกต่างหาก *0*//“อ้าวดรีม เป็นไงยังบ้างอ่ะ..? เห็นก็อตบอกว่าเมื่อคืนดรีมมีเรื่องเหรอ.. แล้ว.. ตอนนี้.. โอเคแล้วใช่มั้ย?” จิ๊บรีบถามอย่างเป็นห่วง แต่ดูท่าแล้ว..ไอ้ก็อตคงไม่ได้เล่ารายละเอียดให้จิ๊บฟังเท่าไหร่นัก“อื้อ..ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ว่าแต่นี่เก่งนะเนี่ยะ ตั้งเต็นท์กันเสร็จแล้วด้วย” ผมยิ้มตอบกลับไปให้“หูยยยย..เอาอะไรมาเก่งคะ ตั้งตระหง่านได้ขนาดนี้ก็เพราะพ่อเทพบุตรเพื่อนเธอนั่นแหละที่มาช่วย คนอะไร๊..หล่อลามมายันการกระทำเลยอ่ะ แบบนี้จะไม่ให้ชั้นหลงได้ไงคะคู้นนนน~” บุ๋มบิ๋มพูดไป ก็ยิ้มไป“ฮ่าๆๆๆ ขนาดนั้นเลย..?”“ก็ขนาดนั้นแหละค่ะ.. แต่จะยิ่งกว่านั้นถ้าคืนนี้เพื่อนเธอจะมานอนที่เต็นท์ชั้นด้วย นี่.. ยัยจิ๊บ.. เพื่อเพื่อนนะ.. คืนนี้แกไปนอนข้างนอกได้มะ..?” บุ๋มบิ๋มหันไปถามจิ๊บด้วยท่าทีเป็นจริงเป็นจัง ^^//“ฮ่าๆๆๆๆ~”“เรากำลังจะไปถ่ายรูปเล่นกันน่ะ ดรีมอยากจะไปด้วยกันมั้ย?” จิ๊บถาม“อืมมมม..” ผมมองดูเต็นท์หมายเลข 14 ที่ตั้งตรงหน้าอย่างชั่งใจ ไอ้ก็อตแม่งก็ตั้งเต็นท์ได้ดีจนไร้ที่ติเสียจริงๆ ดูแล้วก็พาลนึกไปถึงตอนเข้าค่าย รด. สมัย ม.ปลาย เพราะในตอนนั้น..ไอ้ก็อตมันก็เป็นตัวหลักในการตั้งเต็นท์เหมือนกันครับ ฮ่าๆๆๆ.. ^^//แต่ก็นั่นแหละนะ พอเห็นแบบนี้แล้วก็..“อืมมม.. ไปสิ.. ไหนๆก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วนี่นา เดี๋ยว..เราขอเอาโทรศัพท์แป๊บนะ”“อื้อ...” เธอยิ้มอย่างสดใสกลับมาให้เหมือนเช่นเคยผมมุดเข้าไปในเต็นท์ กวาดสายตามองเห็นที่นอนอยู่ 2 ชุด ถูกปูแผ่หราไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ตรงกลางมีกระเป๋าใบใหญ่ทั้งของผม และไอ้ก็อต ที่มันคงโยนเข้ามาไว้ในนี้อย่างไม่ใส่ใจนักวางอยู่ ผมควานหาโทรศัพท์ของผมที่ฝากมันเอาไว้เมื่อคืน ก่อนจะหยิบออกมาแล้วเดินไปถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนร่วมฝึกงาน~..อย่างที่บอกไปแล้วว่าวิวที่นี่สวยมากจริงๆครับ โอ้ยยยย.. พูดเป็นล้านรอบก็บรรยายได้ไม่หมด นี่ขนาดเวลาตะวันลอยเด่นกลางฟ้ายังสวยได้ขนาดนี้ แล้วถ้าช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน มันจะสวยได้ขนาดไหนกันล่ะเนี่ยะะะะ.. >//<..“จิ๊บอยากถ่ายเต็มตัวมั้ย..? เดี๋ยวเราถ่ายให้” ผมเห็นจิ๊บยื่นจนสุดแขนเพื่อถ่ายรูปตัวเองอยู่สองสามที ก่อนเสนอตัวเข้าช่วย“อื้อ..ขอบใจนะ” จากนั้นเธอจึงส่งมือถือมาให้ผม“สวยมากกกก.. ข้ามหน้าข้ามตากันสุดดดด.. นี่ผู้เค้าจะถ่ายรูปให้แล้วค่าาาา~คุณเพื่อน”“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ~”“เชิญจ้าาาา~ นำไปก่อนเลยจ้าาาาาา~”“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~”จากที่ได้เดินเล่นกวาดสายตามองไปโดยรอบอยู่แถวๆลานกิจกรรมกว้าง ณ บริเวณกองไฟด้านหน้าของเหล่าบรรดาพื้นที่ตั้งเต็นท์ เห็นว่าตอนนี้พี่ๆที่ออฟฟิตต่างอยู่ในช่วงพักผ่อนหย่อนใจกันแล้วครับ บ้างก็ออกมาเดินเล่นถ่ายรูปเหมือนกันกับพวกผม บ้างก็จับกลุ่มนั่งพักพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่หน้าเต็นท์ของตนเอง แล้วบ้างก็.. เอ่ออออ.. ยังตั้งเต็นท์กันไม่เสร็จอยู่ที่ด้านหลัง..คืออออ....“เดี๋ยว..เรามานะ ขอไปหาไอ้ก็อตมันหน่อย” ผมบอกจิ๊บ และบุ๋มบิ๋ม ก่อนจะแยกตัวเดินออกมา...“ผม.. เอาน้ำมาให้ครับ” ผมยื่นกระป๋องน้ำอัดลมเย็นๆให้กับพี่อาร์ต ก่อนจะโยนไปให้ไอ้ก็อต และเดินเลยเอามาให้พีร์ ที่อยู่ด้านหน้าเต็นท์อีกหลังซึ่งก็ตั้งอยู่เคียงข้างกันนี้ และ..“ขอบใจว่ะ”“ให้ผมช่วยนะพี่ ขับรถมาทั้งคืน..แถมยังต้องมากางเต็นท์อีก แบบนี้เหนื่อยแย่” ผมบอกพี่พีร์ เห็นแล้วก็แอบรู้สึกผิดอยู่ตะหงิดๆที่หลับยาวมาเหมือนกันแหะแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเสนอตัวเข้ามาช่วยช้าไปมั้ยน่ะสิครับ.. แอร็กกกก.. ก็ดันไปเดินถ่ายรูปเล่นซะนานเลยนี่นา ทั้งที่เมื่อคืนวานพวกพี่เค้าก็มาช่วยผมไว้แท้ๆ แถมกว่าจะวิ่งไปหาน้ำอัดลมจากพี่จุ๊บแจงแล้วเดินมาจนถึงที่นี่ เต็นท์ของพวกพี่พีร์ และพี่อาร์ต ( ที่ได้รับความช่วยเหลือจากไอ้ก็อต ) ก็ตั้งตระหง่านจนจะเสร็จไปแล้ว ~ T^Tว่าแต่.. สายตาก็พลันไปหยุดที่คนตัวสูง แล้วกูจะเอาน้ำไปให้ไอ้พี่ก็อตมันยังไงดีวะ อืมมมม..“ไม่เป็นไรๆ..นี่ก็ใกล้เสร็จแล้วล่ะ” พี่พีร์เงยหน้าขึ้นมาบอก..“นี่มึง.. มองอะไรวะ..?”“ปะ.. เปล่าพี่ ไม่มีอะไรครับ” ผมหันกลับมาคุยกับพี่พีร์ ที่กำลังนั่งคุกเข่าทำท่าจะตอกหมุดยึดกับพื้นดินอยู่“อยากเอาน้ำไปให้ไอ้ควอตซ์มัน.. มึงก็เอาไปให้มันเลยดิวะ..” พี่พีร์เอี้ยวตัวมองไปตามทางที่ผมพึ่งละสายตามาเมื่อกี้พลางยิ้มนิดๆ “มัวแต่ยืนมองแม่งอยู่แบบนี้.. เพื่อนกูมันจะรู้มั้ย..? ว่ามึงอุตส่าห์ตั้งใจหาน้ำเอามาให้มันน่ะ” พี่พีร์พูดหอบ พลางตอกหมุดยึดจนจมดินไปด้วย“คง.. ไม่ต้องแล้วล่ะมั้งครับ..” ยังไม่ทันที่พี่พีร์จะพูดจนจบคำ ดูเหมือนจะมีพนักงานสาวสวยฉ่ำเดินเอาน้ำมาเสริฟไอ้พี่ควอตซ์ที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ด้านหลังเต็นท์เป็นที่เรียบร้อยซะแล้วล่ะครับเหอะ..เสน่ห์แรงจริ๊งงงง..แม่งงงง..เอออออ..งั้นก็ดี..กูแกะแดกเองแม่งซะเลยละกัน..!!...“หึงพี่เค้าอ่ะดี๊~”“พรวดดดดดด.. เชี่ยยยะะ.. แค่กๆๆๆ” เสียงกระซิบของไอ้ก็อตจากด้านหลังผมเล่นเอาแทบสำลัก “นี่มึงพูดอะไรเนี่ยะห๊าาา!!” ผมหันกลับไปพูดกับไอ้ก็อตพร้อมทั้งกัดฟันแน่นถ้าคนอื่นเค้ามาได้ยินนะมึงเอ้ยยยย.. กูได้ตายแน่ๆ >//<“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ..ก็หน้ามึงมันฟ้องอ่ะ” ไอ้ก็อตยักคิ้วกวนตีนแบบคนรู้ทัน“กูไม่ได้หึงไม่ได้ห่าอะไรทั้งนั้นแหละ..!!”“แน่ใจเหรอครับ..? น้องดรีม” เชี่ยเอ้ยยยย..ไอ้ก็อตเลียนแบบเสียงเข้มๆของไอ้พี่ควอตซ์มันชนิดที่เหมือนเป๊ะจนน่าขนลุกอีกด้วย“นี่มึงอยากแดกตีนกูแทนมื้อเที่ยงใช่มั้ยห๊าาาา !!”..แต่ใครจะรู้ล่ะครับ..ว่าในช่วงวินาทีเดียวกันนั้น ไอ้คนตัวสูงที่ผมพึ่งทิ้งสายตามองมันไปเมื่อกี้มันจะมองกลับมาที่ผมด้วยเช่นกัน~