8
แต่งออกไปด้วยความยินดีปรีดา
ตอนนี้ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านส่วนหนึ่งมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านิรวมทั้งสุ่ยเซียวหรงด้วย ผู้นำหมู่บ้านให้คนไปตามชายหนุ่มมาที่บ้านิ
"ตอนนี้เื่ที่เกิดขึ้นนำความเสื่อมเสียมาให้ตัวของิอี้หลินสุ่ยเซียงหรง รู้ใช่ไหมว่าต้องรับผิดชอบยังไง"ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยออกมาด้วยความเป็กลาง เื่ที่เกิดขึ้นนั้นมีคนรู้เห็น ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน
"เหอะยังไงก็ต้องแต่งอี้หลินเข้าสกุลสุ่ย ในเมื่อถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนี้แล้ว ยังไงก็ต้องรับผิดชอบ"จางลี่เหมียนเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ แต่ถึงยังไงก็้าให้อี้หลินแต่งออกไป
"แล้วทางบ้านิจะให้จัดการยังไง?"ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยถามิซานผู้นำสกุลิเขาพอรู้เื่ของหญิงสาวมาบ้าง ดีที่อีกฝ่ายนั้นสร้างบ้านท้ายเชิงเขาเอาไว้แล้วสุ่ยเซียวหรงก็เป็คนขยัน หนักเอาเบาสู้บางทีการที่ิอี้หลินแต่งงานออกไปก็เป็การดีกับหญิงสาวมากกว่าอยู่ที่บ้านิ
"ทางบ้านิไม่ขัดข้องยังไงเื่มันก็เกิดขึ้นมาแล้ว แต่อี้หลินนั้นเดิมก็ไม่เกี่ยวข้องกับบ้านิ เพราะพ่อของเธอนั้นได้ทำการแยกบ้านไปแล้ว ที่ให้อี้หลินอยู่ที่นี้เพราะเห็นแก่ลูกชายที่เสียไปเท่านั้น"ิซานเอ่ยออกมา ิอี้หลินถึงกับลอบเบ้ปาก ทำเป็มาพูดดีเอาหน้าเหอะสมแล้วที่เป็สามีภรรยากับผู้เป็ย่าอย่างจางลี่เหมียน
ชาวบ้านที่ได้ฟังก็เห็นใจทางบ้านิเพราะหลานสาวที่แยกบ้านออกไปแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่บ้านิก็ยังเลี้ยงดูสุดท้ายกลับนำความเสื่อมเสียมาให้บ้านิ ช่างน่าเห็นใจคนเป็ปู่เป็ย่าเสียจริง
ิอี้หลินสบตากับสุ่ยเซียวหรงเธอรู้ดีว่ามันเป็สถานการณ์บังคับ เขาจำใจต้องแต่งงานกับเธอแต่เธอไม่เสียใจหรอกที่จะได้แต่งงานกับเขา แต่กังวลความรู้สึกที่เขามีต่อเธอมากกว่าเธอแค่เอาสมุนไพรที่เก็บไปส่งให้ที่บ้านเขาเท่านั้นอยู่ที่บ้านเขาไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ
"ผมเต็มรับผิดชอบเื่ที่เกิดขึ้นโดยการแต่งงานกับอี้หลิน"สุ่ยเซียงหรงที่เงียบมาตลอดเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ลึกๆใจเขานั้นอยากจะปกป้องอี้หลิน
"งั้นก็ดีพาอี้หลินออกไปวันนี้เลยอย่าได้อยู่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของสกุลิ"จางลี่เหมียนเอ่ยออกมา นางไม่อยากเห็นหน้านางหลานเนรคุณคนนี้อีกแล้ว
"แล้วเื่สินสอดและสินเดิมของอี้หลินละบ้านิจะว่าอย่างไร" ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยถามขึ้น
"เหอะ บ้านสุ่ยนั้นแสนจะยากจนจะมาสินสอดที่ไหนมาให้บ้านิเื่มันเสื่อมเสียขนาดนี้แล้ว เหอะถือว่าฉันยกหลานสาวให้โดยไม่เรียกสินสอดเพียงแต่นับจากวันนี้ไป อี้หลินไม่เกี่ยวข้องกับคนบ้านิอีก"จางลี่เหมียนสบมองสุ่ยเซียวหรงและมองิอี้หลิน แล้วพูดออกมา เชิญพวกมันไปกันก้อนเกลือกินตามสบาย
สุ่ยเซียวหรงที่กำลังจะอ้าปากพูดเื่สินสอดไม่ทันได้มีจังหวะเอ่ยออกมาเขาพูดไม่ทันผู้เป็ย่าของิอี้หลินเลย สุ่ยเซียวหรงสบตากับิอี้หลินเธอส่ายหัวไปมาเบาๆ ราวกับรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไรออกไป
"เอาตามที่ภรรยาฉันบอกเถอะเหอตง"ิซานเอ่ยออกมา เขาห็นด้วยกับความคิดของภรรยา ยังไงเสียเขาก็สัญญาแยกบ้านและมีหลานอีกหลายคน
"แล้วเงินชดเชยของบิดาอีหลินละ ในเมื่อบ้านินั้นแยกบ้านเงินส่วนนี้ก็ต้องเป็สินเดิมของอี้หลิน"ิอี้หลินมองผู้นำหมู่บ้าน เธอนึกชื่นชมเขา เขามีความเป็กลาง ไม่เอนเอียงเข้าฝ่ายไหน
"เงินชดเชยอะไรกันบ้านิให้ที่อยู่อาศัย เลี้ยงดูอี้หลินมาห้าปี เงินที่ได้มานั้นก็ใช่จ่ายจนหมดแม้แต่งานในแปลงนาบ้านิก็ไม่ให้อี้หลินทำ น้าเหอตงคิดว่ามันยุติธรรมแล้วหรือที่จะให้ทางบ้านิคืนเงินจำนวนนั้นให้อี้หลิน"ิอี้เฟิ่งลูกชายคนโตของบ้านิเอ่ยออกมา
"ใช่อี้เฟิ่งพูดได้ถูกต้อง" จางลี่เหมียนเห็นด้วยกับบุตรชายคนโต
"ได้ยังไง เงินนั้นจำนวน 1,800หยวน คุณพ่อผมว่ายังไงก็ควรแบ่งให้กับอี้หลินบ้าง" ิอี้หลงลูกชายคนรองรู้ว่าเงินที่ได้จากน้องชายสามนั้นยังไงก็ควรแบ่งให้อี้หลินเป็สินเดิม ถึงแม้เขาจะไม่ได้รักและไม่เคยดูแลหลานสาวคนนี้นักแต่นั้นก็เป็ลูกของน้องสามของเขา การแต่งงานออกไปกับบ้านสุ่ยนั้นคงลำบากมากอย่างน้องก็ควรมีเงินติดตัวไปด้วย
"เ้ารองหุบปากเดี๋ยวนี้"จางลี่เหมียนสบมองลูกชายคนรองด้วยความไม่พอใจ
"เอาละๆ ฉันตัดสินใจแล้วฉันจะให้เงินกับอี้หลิน 100 หยวนจากนี้ถือว่าอี้หลินนั้นไม่เกี่ยวข้องกับคนสกุลิอีกต่อไปท่านผู้หมู่บ้านช่วยเป็พยานให้ด้วย" ิซานเอ่ยออกมา เพื่อตัดปัญญาให้จบๆไป อย่างน้อยอี้หลินก็เป็ลูกของเ้าสาม เป็หลานของเขา
"ฉันไม่ยอม"จางลี่เหมียนเอ่ยออกมา นางไม่ได้เงินค่าสินสอดแล้วจะต้องมาเสียเงินให้กับนางหลานเนรคุณอีก100 หยวน นางจะยินยอมได้อย่างไร
"ลี่เหมียนทำตามที่บอก" ิซานเอ่ยออกมาเสียงเข้ม เขารู้จักภรรยาของตนเองดี
"เห็นที่จะไม่ได้ค่ะคุณปู่"อี้หลินเอ่ยค้าน ช่างใจจืดใจดำ แสร้งทำเป็เมตตาสงสารหลานสาวอย่างเขา เงินนั้นเป็เงินของพ่อและแม่ของเธอเธอจะต้องทวงคืนให้กับอี้หลิน
"นังอี้หลิน นังหลานเนรคุณนังหมาป่าตาขาว" จางลี่เหมียนตะคอกใส่อี้หลินด้วยความโมโห
"คุณปู่คุณย่าบอกกับทุกคนเองว่าครอบครัวของฉันนั้นได้แยกบ้านแล้วเฉพาะฉะนั้นเงินของพ่อและแม่ของฉันก็ต้องเป็ของฉันคุณปู่คุณย่าจะถือสิทธิ์ใดมากล่าวอ้างในสิทธิ์ของเงินจำนวนนั้นไม่ได้ลุงผู้นำหมูบ้าน คุณผู้ช่วยฝ่ายผลิตชาวบ้านทุกคนช่วยคืนความเป็ธรรมให้ฉันด้วย"อี้หลินเอ่ยออกมาด้วยความหนักแน่น เธอจ้องมองผู้เป็ย่าที่ตอนนี้คงอยากจะฉีกเธอออกเป็ชิ้นๆ
"แกนังอี้หลิน ฉันไม่น่าเลี้ยงหมาป่าตาขาวยังแกเอาไว้เลย"จางลี่เหมียนพูดด้วยความโกธรแค้น
"เอาละๆอี้หลินเธอมีหลักฐานมาแสดงต่อทุกคนไหมว่าเงินชดเชยของพ่อเธอเป็จำนวนเท่าไหร่"ผู้ช่วยฝ่ายผลิตเอ่ยถามออกไป หากว่าิอี้หลินมีหลักฐานบ้านิจะต้องคืนเงินจำนวนนั้นให้กับบ้านิ
"มีค่ะฉันมีเอกสารของพ่อและสัญญาการแยกบ้านมาแสดงด้วย"อี้หลินที่เตรียมเอาไว้อยู่แล้ว เอาเอกสารยื่นให้ผู้นำหมู่บ้านเอกสารนี้ิอี้หลินคนเก่าเก็บมันใส่หีบแล้วฝั่งเอาไว้อย่างดีเธอแค่ไปขุดมันมาแล้วนำมาแสดงต่อหน้าทุกคน
ตอนนี้สีหน้าของผู้เป็ปู่ ย่า ลุงใหญ่ป้าสะใภ้นั้นบิดเบี้ยวเอามากๆ นี้คือเวลาที่เธอรอคอยคิดว่าเธอจะเดินออกไปตัวเปล่าหรอ ฝันไปเถอะ เธอไม่ใช่นางเอกในนิยายเสียหน่อยเธอคือนักธุรกิจ สิ่งที่เธอคิดถึงก็คือผลประโยชน์
"ในเอกสารระบุจำนวนเงิน 2,000หยวน คนที่เซ็นรับก็คือิซานและภรรยาจางลี่เหมียน และจากสัญญาการแยกบ้านระบุไว้ว่าเมื่อิอี้เฟยเสียชีวิตลงบุตรของิอี้เฟยไม่จำเป็ต้องแสดงความกตัญญูต่อบ้านิอีกต่อไป"ผู้นำหมู่บ้านประกาศออกมาชัดเจน
"คืนเงินให้อี้หลินเถอะเพราะถ้าไม่คืนก็คงจะต้องแจ้งทางการแล้ว"จางลี่เหมียนที่จะได้ก็ถึงกับเข่าอ่อน สองพันหยวนเธอไม่ยินยอม ยังไงเธอก็ไม่คืนนั้นมันเงินของลูกชายเธอ ทำไมเธอจะไม่มีสิทธิ์
"เพื่อเห็นแก่ความกตัญญูของคุณปู่และคุณย่าที่เลี้ยงดูฉันมาถึงห้าปีเต็มฉันขอแค่ 1,000 หยวนอีกครึ่งหนึ่งถือเป็ความกตัญญูจากฉันที่มีให้ปู่และย่า" อี้หลินเอ่ยออกมา คนในยุคสมัยนี้เห็นเื่ความกตัญญูเป็สำคัญ
ชาวบ้านที่ได้ยินแบบนั้นก็มองอี้หลินเป็หลานกตัญญูยอมยกเงินให้ปู่และย่า 1000 หยวนช่างเป็หลานที่กตัญญูจริงๆ ความจริงอี้หลินแยกบ้านแล้ว เงินส่วนนี้ไม่ยกให้ก็ได้แต่อี้หลินก็ยกให้ช่างเป็คนที่กตัญญูรู้ความมากจริงๆ
เสียงชาวบ้านวิจารณ์ไปต่างๆนานาคนเริ่มพูดถึงคนบ้านิและิอี้หลิน โดยเฉพาะคนที่อยู่บ้านข้างๆที่เห็นความลำบากของิอี้หลิน
"ลี่เหมียน ไปเอาเงินมา 1,000หยวน" ิซานเอ่ยออกมาอย่างจำใจ
"ตาเฒ่า ฉันไม่ยอม"จางลี่เหมียนไม่ยินยอม นั้นมันเงิน 1,000 หยวน
"ไปเอามาจะได้จบๆเื่"ิซานส่งสายตาบังคับและข่มขู่จางลี่เหมียนนางจึงเข้าไปเอาเงินมาให้อี้หลินด้วยความจำใจ
เมื่อตกลงกันได้ชาวบ้านก็แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน สุ่ยเซียวหรงนั้นช่วยิอี้หลินถือของซึ่งก็ไม่ได้มีของมากมายอะไร มีแค่ห่อผ้าเท่านั้น
ิอี้หลินเดินตามหลังของสุ่ยเซียวหรงเงียบๆไม่มีบทสนทนากันระหว่างทาง จนกระทั่งเดินมาถึงบ้านของสุ่ยเซียวหรง
สุ่ยเซียวหรงเอาของมาวางไว้ตรงแคร่หน้าลานบ้านิอี้หลินเดินเข้ามานั่งบนแคร่ ก่อนจะสบมองสุ่ยเซียวหรงที่นั่งอยู่คนละฝั่ง
"ขอโทษนะคะพี่เซียวหรงเพราะฉันไม่ดีเอง ขอโทษด้วยจริงๆ" ิอี้หลินเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดในใจลึกๆก็รู้สึกเสียใจ เธอกลัวว่าสุ่ยเซียวหรงจะโกธรเธอในเื่ที่เกิดขึ้นอี้หลินอยากแต่งงานกับสุ่ยเซียวหรง แต่อยากให้อีกฝ่ายนั้นยินยอมพร้อมใจ
"ผมผิดเอง ขอโทษด้วยเช่นกันเพราะผมมันยากจน ไม่มีสินสอดไปสู่ขออี้หลิน ทำให้อี้หลินเสียหายและถูกคนนินทาผมขอโทษครับ" สุ่ยเซียวหรงเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิด
เขารู้สึกดีกับอี้หลินแต่ชีวิตของเขาตอนนี้คงทำให้อี้หลินลำบากไม่น้อย ตอนอยู่ต่อหน้าทุกคนเขาไม่มีโอกาสได้พูดเขาอยากจะเอาเงินเก็บที่มีน้อยนิดมาเป็สินสอดให้ แต่ทุกคนไม่เปิดโอกาสให้เขาเลย
"พี่ไม่ผิดหรอกต้องขอบคุณพี่ที่ทำให้ฉันได้ออกจากบ้านหลังนั้น ฉันดีใจที่ได้แต่งงานกับพี่นับจากนี้แทนตัวเองว่าพี่กับฉันนะคะ" เธอไม่นึกโทษเขาเลยแม้แต่น้อยเธอยินดีแต่งงานกับเขาด้วยความเต็มใจ
"พี่ไม่ต้องรู้สึกผิด ถือเสียว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นมันเป็พรหมลิขิตของเราสองคนฉันเองชอบพี่มากนะ ถึงจะพึ่งรู้จักกับพี่ได้ไม่นาน แต่ฉันเชื่อว่าพี่เป็คนดีฉันจะมีความสุขอย่างแน่นอนที่ได้แต่งงานเป็ภรรยาของพี่" พูดเองก็เขินเองิอี้หลินคิดอยู่ในใจ แต่เธอต้องบอกกับเขา เธอต้องบอกให้เขาได้รู้ว่าเธอเต็มใจ
"ขอบคุณที่ไม่รังเกียจคนอย่างพี่พี่จะพยายามเป็สามีที่ดีของอี้หลิน" สุ่ยเซียวหรงยิ้มให้กับิอี้หลินรอยยิ้มที่เธอส่งมาทำให้เขายิ้มได้ เขาเองก็ไม่ได้รังเกียจเธอรู้สึกอยากจะปกป้องเธออยากให้เธอมีความสุขและยิ้มได้ในทุกวัน
ไม่รู้ว่าความรู้สึกมันเรียกว่าอะไรถ้าหากเป็ความรู้สึกชอบ เขาก็ชอบที่จะเห็นอี้หลินอยู่ในสายตาของเขา
"เอาของไปเก็บในบ้านก่อนเถอะบ้านพี่นั้นคับแคบมีแค่สองห้องนอนเท่านั้น" สุ่ยเซียวหรงบอกกับิอี้หลินเขาเอาข้าวของของิอี้หลินที่เก็บมาจากิ เข้ามาในตัวบ้าน
บ้านดินสองห้องนอน หนึ่งห้องโถงส่วนครัวนั้นอยู่ด้านนอก เป็เปิงที่ทำจากไม้ไผ่ข้าวของในบ้านถูกเก็บอย่างเป็ระเบียบ
ก็อกๆ
"หนิงเออร์น้องตื่นอยู่หรือเปล่า พี่เข้าไปได้ไหม"สุ่ยเซียวหรงเอ่ยบอกกับน้องสาวของตนเอง
"เข้ามาเลยค่ะน้องตื่นแล้ว" เสียงเด็กสาวที่อยู่ในห้องตอบรับเสียงของพี่ชาย สุ่ยเซียวหรงส่งสายตาให้กับิอี้หลินเดินตามเข้ามาในห้อง
"หนิงเออร์นี้อี้หลินเธอเป็พี่สะใภ้ของหนิงเออร์นะพี่กับอี้หลินเราตกลงแต่งงานอยู่กินเป็สามีภรรยากัน"สุ่ยเซียวหรงแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน
"สวัสดีค่ะพี่สะใภ้ หนูชื่อสุ่ยหนิงหนิง เรียกหนิงเออร์หรือหนิงหนิงเหมือนพี่ชายก็ได้ยินดีที่ได้รู้จัก" เด็กสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสจ้องมองไปยังคนที่พี่ชายแนะนำว่าเป็พี่สะใภ้ด้วยความยินดี
ิอี้หลินส่งยิ้มให้เธอด้วยความเอ็นดู
"ยินดีที่ได้รู้จักนะหนิงหนิง พี่ชื่ออี้หลิน ฝากตัวด้วยนะ"ิอี้หลินเอ่ยออกมาด้วยความยินดี เธอพอรู้ว่าบ้างว่าหนิงหนิงนั้นเดินไม่ได้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กสาว ช่างน่าสงสารเสียจริงจากนี้เธอจะค่อยๆรักษาอีกฝ่าย
"หนิงเออร์สิต้องฝากตัวกับพี่สะใภ้จากนี้หนิงเออร์ต้องเป็ภาระให้พี่สะใภ้อีกคนแล้ว" สุ่ยหนิงหนิงเอ่ยออกมาถ้าเธอไม่ป่วยพี่ชายของเธอคงไม่ต้องลำบาก
"จะเป็ภาระได้ยังไงกันจากนี้พี่จะดูแลหนิงหนิงเอง พี่แต่งงานเข้ามาบ้านสุ่ยแล้วพี่เซียวหรงและหนิงหนิงก็คือครอบครัวของพี่พี่จะดูแลหนิงหนิงและพี่เซียวหรงเองนะ" ิอี้หลินเอ่ยออกมาด้วยท่าทีจริงจังเธอคิดอย่าที่เธอพูดออกไปจริงๆ
เธอจะทำให้ความเป็อยู่ของบ้านสุ่ยนั้นดีขึ้นเริ่มจากย้ายไปอยู่บ้านที่เชิงเขาที่เธอสร้างไว้ ซึ่งกำลังจะเสร็จในอีกไม่กี่วันเธอต้องไปบอกกับผู้นำหมู่บ้านให้ทำห้องเพิ่มอีกห้องหนึ่ง
เธอจะพาสองพี่น้องบ้านสุ่ยย้ายไปอยู่บ้านที่เชิงเขาไม่รู้ว่าเขาจะยอมไหม แต่ยังไงเธอจะลองพูดกับพี่เซียวหรงของเธอดูก่อน
คืนนี้จะต้องเข้าไปในมิตินับเงินที่ท่านเทพให้มาว่ามีอยู่เท่าไหร่เพราะั้แ่มาอยู่ที่นี้ เธอยังไม่ได้มีเื่ที่ต้องใช้เงินเลยไม่ได้เข้าไปนับว่าท่านเทพนั้นยินยอมให้เงินเธอมาเท่าไหร่ แถมวันนี้ได้เงินมาจากบ้านิอี1,000 หยวนป่านนี้ผู้เป็ย่าคงกระอักเืเพราะต้องเสียเงินจำนวนนี้ให้
เธอ สมัยนี้เงินใครมีเงินพันหยวนถือได้ว่าเป็ผู้ร่ำรวยในหมู่บ้านก็ว่าได้
เธออาสาเข้าครัวทำอาหารมื้อเย็นวันนี้มีตุ๋นไก่ป่าและผัดผัก มื้อนี้สองพี่น้องบ้านสุ่ยทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยหนิงหนิงเอ่ยชมพี่สะใภ้ไม่ขาดป่าว่าทำอาหารอร่อยมาก วันนี้เธอเจริญอาหารเป็พิเศษ
สุ่ยเซียวหรงเองก็เช่นกันเขาทานอาหารมื้อเย็นวันนี้ด้วยความสุขใจเขาได้เห็นรอยยิ้มของน้องสาวและภรรยาอย่างอี้หลินใจของเขาก็เป็สุขอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
"พี่ล้างเองอี้หลินไปอาบน้ำเถอะพี่ต้มน้ำเอาไว้ให้แล้ว" สุ่ยเซียวหรงบอกกับอี้หลิน
"ขอบคุณนะคะพี่เซียวหรง"ิอี้หลินส่งยิ้มให้กับเซียวหรง เขาดีต่อเธอขนาดนี้ ช่างน่ารักจริงๆอี้หลินนึกเอ็นดูอีกฝ่ายในใจ
สุ่ยเซียวหรงล้างจานเสร็จก็เข้ามาปูที่นอนเนื่องจากที่นอนมันแคบเขากลัวอี้หลินนอนไม่สบาย เขาเลยมาปูที่นอนนอนด้านล่างเขายกเตียงให้กับเธอ
อี้หลินที่เห็นการกระทำของเซียวหรงก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอนอนบนเตียงและเอาผ้าห่มผืนหนาให้กับเซียวหรง สวนเธอนั้นห่มผืนที่บางกว่า
"ฝันดีนะคะพี่เซียวหรง"
"ฝันดีเช่นกันนะน้องอี้หลิน"
อี้หลินที่พลิกตัวไปมาเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเซียวหรงเธอก็เข้ามาในมิติของเธอ เธอเดินไปที่ชั้นสองของตัวบ้านตรงไปที่ห้องที่ติดกับห้องนอน มันคือห้องนิรภัยที่เธอทำเอาไว้
จะเข้าห้องนี้ได้ต้องมีรหัสผ่านเธอกดมันอย่างคล่องแคล้ว ก่อนจะผลักประตูเข้าไป ในห้องนี้เก็บแต่ของที่มีค่าเอาไว้ พวกทองคำแท่ง ทองรูปประพรรณ หยกเพชร อัญมณีที่มีค่าต่างๆที่เธอมี
ในห้องนี้มีหีบเพิ่มมา 5 หีบเป็หีบโบราณมีลายแกะที่สวยงาม ท่านเทพคงเอามันมาไว้ในห้องนี้ เธอเดินไปเปิดหีบแรกก็พบเงินจำนวนเต็มหีบ เธอมองเงินหยวนที่ใช้ในสมัยนี้ ก่อนจะเปิดทั้งห้ากีบออกมาเธอนับแค่หีบแรก พบว่า ในหีบนั้นบรรจุเงินหีบละ 1 ล้านหยวนแสดงว่าเงินสดในบัญชีของเธอ 500 ล้านหยวน แลกมาได้ทั้งหมด 5ล้านหยวน ช่างเป็การแลกเปลี่ยนที่รู้สึกขาดทุนในความรู้สึกของเธอ
แต่ก็ดีกว่าแลกไม่ได้เลยสักหยวน เงิน 5 ล้านหยวนนั้นนับว่ามากมายในยุคนี้
"ขอบคุณท่านเทพที่เมตตา"ิอี้หลินเอ่ยออกมา ขอบคุณท่านเทพชราที่ให้เงินมาตั้ง 5 ล้านหยวน
เงินนี้เธอจะเก็บเอาไว้ใช้ในปลายยุค 70 เธอจะซื้ออสังหาริมทรัพย์เก็บเอาไว้ที่ดินที่เป็ทำเลทอง ที่ดินที่จะมีการพัฒนาเศรษฐกิจเธอจะต้องซื้อมันมาให้ได้
แต่ตอนนี้เธอต้องหาแหล่งหาทำเงินก่อนสบู่ที่เธอนำมาถึงคราวต้องนำออกมาขายและเปลี่ยนเป็เงินได้แล้ว รวยอยู่แล้วก็รวยได้อีก
------