第十九 章
หลังจากเขาตบหลังคนในอ้อมกอดกล่อมฟ่านเสวียนให้แน่ใจว่าหลับสนิทแล้วจึงเอ่ยปากเรียกคนที่เดินวนอยู่หน้าห้องมาได้สักระยะหนึ่งให้เข้ามาด้านใน ปู้เฉินเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยปากก็รีบเปิดและปิดประตูเข้ามาโดยเร็วและแ่เบาจนแทบไม่มีเสียง เขาค่อยบรรจงจับมือนุ่มที่จับสาบเสื้อของเขาเอาไว้แน่นออกช้าๆ ก่อนจะขยับตัวด้วยกิริยานุ่มนวลลุกขึ้นและเหน็บชายห่มผ้าให้ รอจนอีกฝ่ายไม่ขยับยุกยิกแล้วถึงวางใจยอมเดินออกมาจากม่านโปร่งสองชั้น
"นายท่าน"
"เกิดเื่อะไร เหตุใดถึงดูกระวนกระวาย"จื่อหลงเดินมานั่งที่โต๊ะปล่อยให้ปู้เฉินรินน้ำชาที่ยังร้อนพอดีลงใส่ถ้วยให้เมื่อเห็นจื่อหลงทรุดลงนั่งเรียบร้อยแล้ว
"มีข่าวมิสู้ดีขอรับ"
"หืม? หมายความเช่นไร"จื่อหลงขมวดหัวคิ้วเล็กน้อย
"เื่ของคุณชายน้อยขอรับ"
"เป็ไปได้ยังไงกัน มิใช่ข้าสั่งแล้วว่าให้จัดการให้เรียบร้อย"จื่อหลงคลึงถ้วยชาในมือไปมาเบาๆ แววตาครุ่นคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้น
"พวกเราจัดการเก็บกวาดจนสะอาดหมดจดแล้วขอรับ แต่นึกไม่ถึงว่าขุนพลฉั่วจะมิยอมเลิกรากลับพยายามสืบเสาะให้ได้ว่าเพราะเหตุใดคุณชายน้อยถึงได้ไปอยู่ตรงนั้นได้และเป็ผู้นำจากมา ถ้าหากว่าเห็นคุณชายน้อยมาอยู่ที่นี่พร้อมกับคุณชายฟ่านเื่จะมิไปกันใหญ่หรือขอรับ แบบนี้เกรงว่ามิต้องเดาก็เปิดหน้าให้เห็นกันแล้วว่าทารกน้อยมาจากที่ใด แล้วถึงแม้ว่าจะไม่มั่นใจแต่ก็พอคิดได้แปดถึงเก้าส่วนเพราะประจวบเหมาะจนเกินไปนั่นยิ่งมิทำให้คาดเดาได้ง่ายหรือขอรับว่านายท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วย"ปู้เฉินเอ่ยด้วยสุ้มเสียงไม่สบายใจ
"เอาเถอะเื่นี้ยังพอแก้ไขได้ สั่งคนของพวกเราทั้งหมดว่าให้พูดเื่เดียวกันว่าเด็กทารกผู้นี้ถูกวางทิ้งไว้ใกล้ร้านของข้า ดังนั้นข้าจึงรับเอามาชุบเลี้ยงให้ยืนยันเพียงเท่านี้ คนของเราในหมู่บ้านนี้มีถึงแปดส่วนเ้าสั่งคนให้ควบคุมให้ดี ระมัดระวังงคำพูด อีกอย่างข้ากำลังคิดจะกำจัดจวิ้นจื่อหลงให้ชื่อเสียงหายไปจากยุทธภพเหลือเพียงเหวินจื่อหลงเท่านั้น"
"เื่คุณชายน้อยมิต้องกังวลขอรับพวกเราควบคุมสถานการณ์ได้แน่ แต่ว่า...เื่กลับไปใช้แซ่เดิมนั่นข้าน้อยไม่เห็นด้วย สกุลเหวินยังมีข้อหาก่อฏอยู่เื่นี้.."ปู้เฉินแสดงถึงความวิตกแต่เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นของจื่อหลงแล้วได้แต่เก็บก้อนคำพูดลงคอหันไปสั่งให้คนด้านนอกเข้ามาพร้อมกับกระซิบข้างหูเพราะเกรงว่าคนที่นอนหลับสนิทบนเตียงจะเผลอได้ยิน จากนั้นก็โบกมือให้รีบออกไปจัดการกระจายข่าวทันที
"เื่าแของนายท่านล่ะขอรับ"จื่อหลงก้มลงมองแผลของตัวเองภายใต้เสื้อผ้าแพรแล้วยกยิ้มมุมปาก
"ไม่เป็ไรแผลแค่นั้นไม่ทำให้ข้าเจ็บไข้ได้หรอก"เขารำลึกถึงเื่ราวเร่าร้อนที่ผ่านมาอีกทั้งฟ่านเสวียนเองก็มิได้สังเกตาแของเขาที่พาดอยู่ตรงไหล่ โชคดีที่เขาให้หมอเหยียนตกแต่งาแซ่อนเอาไว้จนมองไม่เห็น เมื่อนึกถึงขั้นนั้นแล้วก็อดนิ่วหน้าไม่ได้ ยามที่เขากำลังร่วมภิรมย์ฟ่านเสวียนทั้งหยิกทั้งกัดทว่าสิ่งเ่าั้ก็มิได้ทำให้เขาเจ็บมากไปกว่าเดิมเท่าใดนัก
"พวกเราไปที่ห้องหนังสือเถอะ สั่งให้คนมาเดินยามคอยฟังเสียงเขาด้วยมีอะไรให้รีบรายงานข้า"จื่อหลงตัดสินใจเดินไปที่ห้องหนังสือด้วยเกรงว่าเสียงสนทนาจะทำอีกฝ่ายสะดุ้งตื่นเอาได้
"ให้ตามหมอเหยียนมาหรือไม่ขอรับ"
"อืม"สิ้นเสียงปู้เฉินก็พยักหน้าให้คนไปเชิญท่านหมอ ระหว่างที่รอหมอเหยียนมาดูแผลเขาและปู้เฉินก็ไล่วางแผนที่จะกลบรอยของจอมโจรจวิ้นจื่อหลงให้หลงเหลือแค่บุรุษที่ชื่อเหวินหลงเท่านั้น ทว่าเื่นี้มิใช่เื่ง่ายดายเช่นเื่ของจิวฮุ่ย ทั้งเขายังนำพาเอาคนที่เขารักมาเกี่ยวข้องด้วยก่อนเวลา ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขรึม ปู้เฉินเองก็อดถอนหายใจไม่ได้ เื่นี้ไม่ง่ายแท้จริง
"จริงอย่างเ้าว่าเื่นี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีวิธี เพียงแต่ข้ากังวลถึงเสี่ยวเสวียนหากเขาจะต้องมาเกี่ยวพันด้วยเกรงว่าสกุลลู่อาจจะมีปัญหา"จื่อหลงเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาที่ปู้เฉินสั่งให้สาวใช้นำเข้ามาให้ใหม่
"ถ้าเช่นนั้น..."
"ท่านหมอเหยียนมาแล้วขอรับ"เสียงพูดด้านนอกทำให้ทั้งคู่หยุดบทสนทนานี้เอาไว้ก่อน หมอเหยียนเดินเข้ามาพร้อมล่วมยาปรี่เข้ามาดูแผลที่เขาใช้หนังเทียมโป๊ะเอาไว้เผื่อว่ามีคนผิดสังเกต
"อาการกำเริบหรือขอรับ"จื่อหลงยกยิ้มมุมปาก โบกมือไปมาตรงหน้า
"ดูให้ข้าหน่อยเถอะ แผลอาจจะเปิดเพราะเสี่ยวเสวียนไม่ออมมือให้ข้าเลยแม้แต่น้อย"ปู้เฉินได้ยินถึงขั้นเหลือบสายตาขึ้นมอง้า มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่านายท่านและคุณชายฟ่านเสวียนร้อนแรงต่อกันแค่ไหน หมอเหยียนเองอดระบายยิ้มบนใบหน้าไม่ได้เช่นกัน
"าแเช่นนี้ยังไม่หายดี นายท่านอย่าหักโหมจะเป็การดีนะขอรับ"
"ขอบใจท่านหมอมาก ต่อไปข้าจะระวัง เกรงว่ายามเฉินขุนพลฉั่งคงกลับมาแล้ว ช่วยดูแลแผลข้าเสียใหม่ด้วยเถอะ"หมอเหยียนจึงจัดการทำหนังเทียมขึ้นมาปกผิดแผลเสียใหม่ ข้อดีของหนังเทียมที่เอามาแปะไว้สามารถทนน้ำได้ถึงเจ็ดวันแต่หากมีรอยขีดข่วนมากเกินมันอาจจะหลุดออกมาได้เช่นกัน ปู้เฉินเฝ้ามองหมอเหยียนรักษาอาการของจื่อหลงด้วยความระมัดระวัง แท้จริงแล้วหมอเหยียนเป็หมอจากวังหลวง เขาเองก็ถูกปรักปรำเช่นกันแต่ไม่อาจจะไว้วางใจได้โดยสนิทเพราะเขาเองเป็คนของเสนาฝ่ายซ้าย หมอเหยียนเองก็รับรู้ได้ในระดับหนึ่งว่าตนเองก็มิได้เป็ที่ไว้วางใจเท่าใดนัก ของเช่นนี้คงต้องใช้เวลาในการเชื่อใจ หมอเหยียนเองก็ไม่แตกต่างหากจื่อหลงเท่าใดนัก ตัวเขาเองแท้จริงแล้วทำงานให้กับผู้เป็บิดาของจื่อหลงแอบสอดแนบโดยนำตัวเองเข้าไปเป็คนของฝ่ายซ้ายแล้วลักลอบส่งข้อมูลออกมาให้ แต่วันเกิดเื่ผิดพลาดเข้าทำให้มิอาจส่งข่าวสารได้ เมื่อเกิดเื่ขึ้นเขาจึงเร้นกายออกมาเพื่อช่วยเหลือเหวินจื่อหลง
"เสร็จแล้ว ระวังตัวเอาไว้ก็ดีนะขอรับ พยายามอย่าขยับตัวมากาแอาจกลบเกลื่อนได้แต่กลิ่นคาวเืไม่สามารถปิดบังได้ จริงสิแล้วคุณชายฟ่านละขอรับยาที่เตรียมเอาไว้ให้ได้ใช้หรือไม่"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าหรือจะพลาด"จื่อหลงรู้ดีว่าปู้เฉินไม่ยอมไว้วางใจใครง่ายๆ แต่เขารู้ดีว่าท่านหมอเหยียนผู้นี้ภักดีต่อใครแน่ ขอเพียงท่านหมอผู้นี้เปิดปากปู้เฉินคงจะเข้าใจแต่ดูเหมือนว่าหมอเหยียนเองไม่อยากเอ่ยถึงเื่ราวแต่หนหลังเขาจึงปล่อยผ่านไป
"อย่างนี้ต้องดื่มสุรามงคลเสียแล้ว"หมอเหยียนยิ้มกว้างเอ่ยอย่างยินดี
"ยังก่อน ตอนนี้ข้ามีเื่ที่คิดไม่ตกคงต้องขอแรงหมอเหยียนช่วยออกความคิดอีกเื่หนึ่งจะได้หรือไม่"
"ย่อมได้ ย่อมได้ ขอให้ท่านเอ่ยปากข้าจะพยายามเต็มที่"หมอเหยียนพยักหน้า เป็ปู้เฉินที่ขมวดหัวคิ้วเสียเอง
"แต่ว่าเื่นี้..."ปู้เฉินพยายามค้าน
"เชิญท่านนั่งลงก่อนเถอะ ปู้เฉินเ้าก็นั่งลงด้วย"จื่อหลงสั่งให้ทั้งคู่นั่งลงแล้วจึงปรึกษาเื่ที่เขาจะกลับมาเป็เหวินจื่อหลง
"ข้าว่าไม่ใช่เื่ยาก บัดนี้คุณชายฟ่านก็เป็คนของท่านแล้ว เขาคงช่วยเหลือเต็มที่ที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้แก่ท่าน"หมอเหยียนลูบเคราขาวของตัวเองขึ้นลง
"ไม่ง่ายเช่นนั้น อีกอย่างข้าไม่อยากให้เสี่ยวเสวียนเอาตนเองมาพัวพัน ทั้งเสนาฝ่ายซ้ายก็ยังอยู่และยังมีบุตรีเป็พระสนมอีกด้วย"
"ลองคุยก่อนดีหรือไม่ขอรับ"ปู้เฉินออกความเห็น
"พวกเราลองจัดการกันเองก่อนถ้าอับจนหนทางแล้วจริงๆ คงต้องพึ่งเสี่ยวเสีวยนแล้ว"
"เช่นนั้นควรเริ่มจากที่ใดขอรับ"ปู้เฉินทั้งกังวลทั้งเป็ห่วง
"อันดับแรกพกเราต้องกลับไปยังเมืองหลวงเป็พ่อค้าวาณิชตามที่ตกลงกันไว้ แล้วส่งสายของพวกเราเข้าไปในราชสำนัก ข้าจะเขียนจดหมายไปถึงพระอาจารย์คาดว่าเื่ส่งคนเข้าไปแทรกซึมคงไม่ใช่เื่ยาก เอาเถอะพวกเราก็แค่โยนอิฐเพื่อล่อหยกค่อยๆ คิดแผนไปทีละขั้น ข้าเกรงว่าถึงแม้พวกเราจะวางแผนรัดกุมเพียงใดมันยังจะต้องมีช่องโหว่ แก้กันไปตามสถานการณ์จะเป็ผลดีมากกว่า ข้าขอบใจหมอเหยียนมากที่ช่วย"
"เื่นี้หาได้เหลือบ่ากว่าแรงข้าน้อยไม่ ข้ามั่นใจว่าท่านเองย่อมรู้แก่ใจดีว่าข้าเป็เช่นไรกันแน่"จื่อหลงยิ้มอย่างจริงใจให้หมอเหยียนดวงตาคมเข้มสบตากับผู้ชราตรงหน้าอย่างซื่อตรง
"แน่ใจ ข้าเชื่อใจท่านและขอบคุณท่านเสมอมาท่านหมอเหยียน"ปู้เฉินได้ยินบทสนทนาเช่นนี้ก็ยอมละวางความไม่ไว้วางใจลงไปได้เช่นกัน
"เอาล่ะเื่วันนี้ก็ให้ผ่านไปก่อน จริงสิปู้เฉินพรุ่งนี้ขุนพลฉั่วกลับมาที่นี่ให้เ้าระวังรองแม่ทัพของเขาด้วย ข้าดุแล้วคนผู้นี้ไม่น่าไว้วางใจ สั่งคนของเราให้ระวังตัวเอาไว้ให้ดีด้วยล่ะ เื่ของฟ่านเสวียนข้าจะเป็คนจัดการเอง ประเดี๋ยวเ้าให้คนมานำจดหมายของข้าส่งม้าเร็วไปถึงพระอาจารย์ด้วย ให้เรียนท่านว่าข้าจะเข้าไปพบหลังจากเข้าเมืองหลวงแล้วเพื่อแจงเื่ศิษย์น้องหญิงและเ้ารอง"
"ขอรับ"ปู้เฉินประสานมือเร่งรีบออกไปจัดการตามสั่ง
"รอเดี๋ยวก่อนหมอเหยียน"หมอเหยียนที่กำลังเตรียมออกไปตามปู้เฉินชะงักเท้า
"นายท่าน"
"เชิญท่านนั่งลงก่อนเถอะ"หมอเหยียนกลับมานั่งลงตามคำบอก
"ข้ารู้ว่าเื่เป็เื่เหลวไหล แต่ข้ากลับไม่รู้วิธีจริงๆ ที่จะทำให้เสี่ยวเสวียนยอมแต่โดยดี ข้าไม่อยากฝืนใจเขาอีกแล้ว"ที่แท้จื่อหลงเฝ้ากังวลตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเขาสามารถจะทำให้ฟ่านเสวียนเป็ของตนเองแล้วก็ตามทีแต่ก็มิใช่ว่าอีกฝ่ายยินยอมคบหาเขาแต่โดยดีเสียเมื่อไหร่กันเล่า
"ข้าว่าท่านอย่าคิดมากไปเลยขอรับ เื่ของจิตใจมิใช่จะบังคับกันง่ายดาย ถ้าท่านจริงใจต่อคุณชายฟ่านเขาเองก็คงจะรับรู้ถึงเื่นี้แน่นอนเพียงแต่ต้องอาศัยเวลาเท่านั้น"เพราะหมอเหยียนผ่านเื่ราวในอดีตมามากทั้งจื่อหลงเองก็ไม่มีญาติผู้ใหญ่คอยนำทางอาศัยความรู้สึกนึกคิดของตัวเองมาตลอด และต่อให้เขามาพระอาจารย์คอยให้คำแนะนำแต่ก็หาใช่เื่ของหัวใจไม่ ดังนั้นคนที่ใกล้ชิดเขาที่สุดก็คงไม่พ้นหมอเหยียนนั่นเอง เื่นี้หมอเหยียนเองก็รู้เต็มอกเช่นกัน ข้อความสุดท้ายที่ท่านเสนาเหวินได้ขอร้องเอาไว้ก็คือ ขอฝากบุตรชายคนเดียวของเขาในความดูแล เื่นี้ใครจะกล้าผิดคำต่อคนตายได้อีก ใบหน้าของหมอเหยียนยิ้มแย้มเต็มที่ดวงตาเป็ประกาย สุดท้ายแล้วเหวินจื่อหลงก็ยอมรับเขาแล้วเื่น่ายินดีเช่นนี้ต้องฉลองใช่หรือไม่!