เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 24 ข่มขืนสาวบริสุทธิ์! (NC 25+)


    ผมจับยัยอิ๊งลากไปที่เตียง กดร่างเธอไว้ ใช้มืออุดปากแน่น อิ๊งใส่เสื้อยืดแขนสั้น ผิวขาวเนียนของเธอทำให้ผมหวั่นไหวอยู่บ้าง
    “คุณชอบด่าผมเสียๆ หายๆ ต่อหน้าคนอื่น ผมเหลืออดละนะ”
    อิ๊งส่งเสียงร้องอู้อี้ เธอดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
    อิ๊งเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยที่สุดในผู้หญิงทั้งหมดที่ผมรู้จัก ทั้งใบหน้าที่เป็นวงรี ริมฝีปากแดง จมูกโด่งตรง หน้าอกอวบอูมพอใช้ได้ ผิวพรรณขาวละเอียดสมเป็นคุณหนูลูกผู้ดี
    “ถ้าคุณเลิกยุ่งกับผม ผมจะเลิกยุ่งกับคุณ” ผมบอกเสียงเข้ม
    ผมค่อยๆ เอามือออกจากปากเธอ แต่มือยังไม่ทันจะออกจากปากได้เท่าไรยัยอิ๊งก็ตะโกน
    “ฉันจะฟ้องตำรวจ!”
    การถูกอิ๊งด่าแมงดาหลายครั้งต่อหน้าคนอื่น ล่าสุดยังถูกหลอกให้มาบ้านเธอแถมโดนด่าอีก อิ๊งข่มขู่ผมหลายครั้ง อธิบายเหตุฟังผลก็ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ทำให้ผมฉุนกึกสติขาดผึ่ง
    ผมซุกใบหน้ากับคออิ๊ง ผิวคอของเธอนิ่มมาก ยังนิ่มกว่าของพี่หลินอีก กลิ่นหอมของตัวเธอทำให้ผมมีอารมณ์ขึ้นมาจริงๆ
    มือหนึ่งผมปิดปากอิ๊งไว้ อีกมือผมเริ่มล้วงเข้าไปในเสื้อยืดเธอ สัมผัสถูกหน้าอกนุ่มนิ่มแต่เต่งตึง มันพอดีมือผมมาก
    มืออิ๊งจิกแขนอีกมือจิกไหล่ผม แต่ผมไม่สนความเจ็บใช้มือลูบคลำหน้าอกเธอและบีบเค้น
    เสื้อของอิ๊งถูกผมเลิกขึ้น เผยให้เสื้อในสีขาวพร้อมผิวที่ขาวสะอาดยิ่งกว่าผิวกายด้านนอก
    ผมไม่ได้ช่วยตัวเองมาหลายวันแล้วเนื่องจากเครียดกับงานบวกกับวันนี้ผมกะจะมีอะไรกับหลิน แต่ดันโดนยัยอิ๊งหลอกมาบ้านเธอ พอเรือนร่างขาวละเอียดของอิ๊งปรากฏต่อสายตาผม อารมณ์ผมอดพุ่งพล่านไม่ได้
    ผมใช้มือหนึ่งเลิกเสื้อยัยอิ๊งออกมาเผยให้เห็นหน้าอกเต่งตึง ไอ้หนูผมแข็งชันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
    ผมเริ่มใช้ปากดูดปลายยอดชมพูอิ๊งอย่างหื่นกระหาย พร้อมทั้งขบกัดปลายยอดสีแดง ร่างท่อนบนอิ๊งดิ้นรนหลบผมไม่หยุด
    มือข้างหนึ่งผมบีบเค้นหน้าอกเธอย่างรุนแรง ปากอีกข้างดูดหน้าอกเธออย่างดูดดื่ม อิ๊งยิ่งดีดดิ้น ผมยิ่งกระทำแรงขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าผมเหนือกว่า
    เมื่อเสพสุขกับหน้าอกเธอจนพอใจ มือผมก็เลื่อนลงไปปลดตะขอกางเกงขาสั้นของเธอ มือผมอีกข้างยังคงปิดปากเธอไว้แน่น เธอใช้สองมือดึงมือผมออกจากกางเกงแต่แรงผู้หญิงย่อมสู้ผู้ชายไม่ได้อยู่แล้ว
    เนินสามเหลี่ยมของอิ๊งปรากฏแก่สายตาผม ร่องมันไม่ใหญ่ไม่เล็กมีขนาดพอดี ขนถูกตัดเล็มพอดีอย่างสวยงาม
    อิ๊งรีบใช้สองมือปิดเนินร่องของเธอด้วยความอาย ผมใช้โอกาสนั้นถอดเสื้อและกางเกงผมออก เผยให้เห็นแท่งเอ็นแข็งและใหญ่ยาวมีสีคล้ำนิดๆ แม้จะไม่เห็นตัวเองแต่ผมก็ทราบดีว่าแววตาผมคงหื่นกระหายมาก อิ๊งสวยเกินไป เกินกว่าระดับนางฟ้า
    อิ๊งพอเห็นผมแก้ผ้าก็ทำตาโตตื่นตระหนก ผมล้มทับร่างเธออีกครั้ง ผมสองมือผมจับข้อมือทั้งสองเธอไว้ พอไม่มีมือปิดปาก ยัยอิ๊งก็ร้องออกมา
    “ช่วยด้วย!”
    ผมรีบเอามือมาปิดปากเธออีก
    “อยากให้แม่บ้านมาเห็นหรือไง? ดูซิใครจะเสียชื่อเสียงกว่ากัน”
    คำขู่ทำให้อิ๊งหวาดกลัวและฉุกคิดได้ ผมเอามือออกจากปากเธอ
    “ไอ้ชั่ว..ปล่อย!” อิ๊งร้อง
    ผมเห็นแล้วก็สงสารนะ ที่จริงผมไม่ได้เป็นพวกโรคจิตขนาดนั้น แต่มาถึงขั้นนี้จะให้ผมทำยังไง ถ้าปล่อยไปเธอแจ้งความผมก็ซวย
    ผมต้องปิดปากเธอให้ได้!

    ผมเริ่มจูบริมฝีปากอันเรียวบางของเธอ แต่ผมไม่ได้ใส่ลิ้นเข้าไปนะ กลัวอิ๊งจะกัดลิ้นผม ปากผมจูบพรมลงใบหน้าของเธอทุกจุดราวกับเม็ดฝนตกใส่
    ผมใช้มือผมรวบข้อแขนอิ๊งไว้ทั้งสองข้าง ส่วนอีกมือใช้นิ้วชี้ล้วงเข้าไปในร่องกลีบชมพูอันงดงาม ใช้หนึ่งนิ้วแทงเข้าออก มันฟิตแน่นกว่าของพี่หลินมากนัก
    นิ้วผมแทงเข้าออกอย่างรุนแรง ขาอิ๊งดิ้นไม่หยุด เธอยังร้องบอกให้ปล่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เสียงดังมาก ผมเข้าใจว่าเธอห่วงใยหน้าตาตัวเอง
    น้ำอิ๊งเริ่มไหลย้อยออกมาตามธรรมชาติ ผมเริ่มใช้นิ้วที่สองนำร่องเข้าไป ผนังอ่อนในร่องกลีบขมิบตอดนิ้วมือผมแน่นอย่างไม่ตั้งใจ แต่น้ำเริ่มไหลออกมาเยอะขึ้น
    ผมก้มหน้าลงใช้ปลายลิ้นแตะสัมผัสเนินสามเหลี่ยม มันมีกลิ่นหอมอย่างแปลกประหลาด ผมตวัดลิ้นใส่ติ่งเสียวเธอไม่หยุด เธอดิ้นดีดท่อนล่างเพื่อหลบลิ้นผม
    แต่มันไม่พ้นหรอก
    “พอ..พอ..ปล่อย!”
    ลิ้นผมกวาดเลียร่องกลีบอิ๊งราวกับเลียลูกอมหวาน มันแหย่เข้าไปลึกขึ้น จนสุดท้ายคราบน้ำน่าอายของเธอก็หลั่งออกมาเลอะเต็มลิ้น ผมหวังให้น้ำลายผสมกับคราบน้ำเธอเพื่อเบิกร่องลับอิ๊ง
    ผมเห็นว่าได้ที่แล้วจึงจับขาเธออ้าออก อิ๊งหุบขาอย่างสุดฤทธิ์พร้อมใช้สองมือปิดเนินสามเหลี่ยม แต่อารมณ์ตัณหาของผมพุ่งขึ้นมาถึงที่สุด ผมกระชากขาเธอสุดแรง จนเนินร่องปรากฏแก่สายตาผมอีกครั้ง
    อิ๊งสั่นหน้าด้วยความหวาดกลัวพร้อมร้องเสียงดัง
    “ไม่!”
    ผมรีบสอดร่างแทรกหว่างขาเธอและรีบปิดปากเธอไว้อีกครั้ง
    ผมขยับสะโพกผมดันแท่งเอ็นเข้าหาอิ๊งอย่างสุดฤทธิ์ เธอหลั่งน้ำตาออกมา ผมอดหยุดกึกเล็กน้อยไม่ได้ด้วยความสงสาร
    เพี๊ยะ!!
    อิ๊งตบหน้าผมอย่างรุนแรง ผมโทสะพุ่งขึ้น ผมรวมสองมือเธอไว้และกระแทกแท่งเอ็นเข้าไปหาอิ๊งอย่างสุดกำลัง
    “อึก” เสียงอิ๊งร้องออกมาในลำคอพร้อมน้ำตาไหล
    ตอนนั้นโทสะบวกราคะทำให้ผมหน้ามืด ข้างในอิ๊งฟิตมาก มันทำให้ผมโคตรเสียว ผมค่อยๆ ถอดแท่งเอ็นออกและกระแทกแท่งเอ็นเข้าไปในร่องกลีบอิ๊งอีกครั้ง
    อิ๊งทำตาโตมีสีหน้าเจ็บปวด แต่สำหรับผมมันคือความสะใจและความเสียว
    ผมกระแทกแท่งเอ็นเข้าร่างอิ๊งอีกครั้งเป็นครั้งที่สามพร้อมครางเบาๆ ครั้งนี้มันสอดเข้าไปลึกกว่าเดิม ผนังอ่อนของอิ๊งฟิตคับแน่นมาก ทั้งนิ่มทั้งรัดโดยที่อิ๊งไม่ต้องขมิบตอดเลยแม้แต่น้อย
    เมื่อกระแทกเป็นครั้งที่สี่ ร่องอิ๊งก็เริ่มคุ้นเคยกับไอ้หนูผมมากขึ้น ผมขยับไอ้หนูเข้าออกได้ง่ายขึ้น ทุกครั้งที่กระแทกน้ำตาอิ๊งก็จะไหลออกมา
    สองมืออิ๊งตอนนี้อ่อนแรงเลิกขัดขืนผมไปแล้ว ผมจึงปล่อยมือเธอเปลี่ยนมาพร้อมขยำหน้าอกเธอแทน
    ผมปล่อยมือจากปากอิ๊ง เธอร้องไห้ออกมา ผมดันหัวเข่าอิ๊งให้ใกล้หน้าอกเธอ มันทำให้ผมสอดใส่ไปได้ลึกกว่าเดิม
    ตอนนี้ผมสามารถจับต้องอิ๊งตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ เธอไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย ผมขยับร่างอย่างรุนแรงจนหน้าขาผมกระแทกกับแก้มก้นเธอ
    “อา..ปล่อย!” อิ๊งเริ่มครางเบาๆ ตอบรับ เสียงนั้นเหมือนสัญญาณให้ผมกระทำรุนแรงขึ้น แรงขึ้น
    ป้าบ ๆ ๆ
    อิ๊งขมิบข้างในเธอบีบผมไว้ เพื่อไม่ให้ผมดันแท่งเอ็นเข้าไป
    “ท้าทายเหรอ?” ผมถาม
    ค่อยๆ ถอดแท่งเอ็นออกและกระแทกอย่างสุดกำลัง ทั้งโทสะทั้งราคะผมผสมกันจนไม่อาจแยกออก เรี่ยวแรงมีเท่าไรผมใช้หมดเท่านั้น
    “โอ๊ย” อิ๊งร้องขึ้น
    แท่งเอ็นผมกระแทกรัวๆ ยิ่งอิ๊งขมิบช่องผนังต่อต้านผมเท่าไร ผมยิ่งกระแทกรุนแรงเพื่อแทรกช่องผนังเธอให้เข้าไปให้ลึกที่สุด
    อิ๊งเริ่มยอมแพ้ เธอไม่ขมิบช่องผนังเธอบีบแท่งเอ็นผมอีก เธอปล่อยให้ผมกระแทกเข้าออกตามสบาย
    หว่างขาผมรู้สึกเสียวมาก ผมซี๊ดปากครางเสียวอย่างไม่อาย ทุกครั้งที่ผมกระแทกท่อนเอ็นเข้าไป อิ๊งจะส่งเสียงร้องอึกๆ เป็นการตอบรับ
    แท่งเอ็นผมเข้าออกร่องอิ๊งอย่างรัวถี่ อิ๊งเริ่มขมิบผนังอ่อนตอดรับคล้ายเป็นสัญญาณจำนนและเริ่มเสียว มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเสียวและฟิตแน่น
    ผมคำรามเสียงดังพร้อมกระแทกแท่งเอ็นใส่อิ๊งอย่างสุดกำลัง ช่องผนังอิ๊งขมิบตอดรับไม่หยุด
    “เจ็บ” อิ๊งร้องเบาๆ
    ยิ่งได้ยินเสียงร้องของอิ๊ง ผมยิ่งรู้สึกเหมือนได้ชัยชนะ ผมถอนแท่งเอ็นออกมาและกระแทกเข้าไปอย่างหนักหน่วง ผมทำช้ำๆ เช่นนี้หลายสิบครั้ง สุดท้ายผมเสียวจนทนไม่ไหวเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น
    ป้าบ ป้าบ เสียงหน้าขาและพวงสวรรค์ผมกระทบกับเนินสามเหลี่ยมอิ๊งและหลังน่องเธอจนเสียงดัง
    “อย่า” อิ๊งร้องขอ
    ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ผมเร่งจังหวะให้เร็วแรงขึ้นอีก
    “อ่าส์!!” ผมคำรามครั้งสุดท้าย จากนั้นพวงสวรรค์ผมก็หดเกร็งปล่อยน้ำผ่านแท่งเอ็นฉีดเข้าไปภายในของอิ๊ง การถึงจุดสุดยอดรอบนี้ทำให้ผมเสียวสุดๆ จนร้องเสียงดัง
    ร่างผมยังกระตุกอีกสี่ห้าทีเพื่อหลั่งน้ำกามออกไปให้หมด ที่ไม่หมดคือน้ำตาอิ๊ง
    ผมแช่แท่งเอ็นอยู่ในถ้ำลับของอิ๊งสักพัก จากนั้นถอดออกมา มันมีเลือดอยู่เล็กน้อย สงสัยผมกระทำรุนแรงไป
    หรือนี่อาจเป็นความบริสุทธิ์ของเธอ?
    ผมมองอิ๊งที่กำลังขมิบกลีบสามเหลี่ยมเพื่อขับน้ำผมออกมา พออารมณ์ตัณหาและโทสะผมเริ่มจาง ผมก็รู้สึกสงสารเธอจับใจ
    “ขอโทษนะ”
    ผมบอกด้วยเสียงอ่อน ผมทำอะไรไปเนี่ย!
    อิ๊งยังคงสะอึกสะอื้น ผมเอื้อมมือไปแตะเธอ อิ๊งเอามือมาปัดมือผมออก
    “แกออกไป”
    ผมทราบดีว่าอิ๊งคงโกรธมาก เธออาจจะแจ้งความจับผม แต่ผมจะทำอะไรได้ล่ะ ผมหยิบทิชชู่มาเช็ดแท่งเอ็นผม แต่ผมพลันฉุกคิดได้เลยรีบบอก
    “ยาคุม ต้องกินยาคุมฉุกเฉินก่อน”
    ผมบอกอิ๊ง แต่อิ๊งยังไม่หายเศร้า เธอไม่ได้ตอบอะไรผม
    ผมพูดอีก “ผมจะบอกแม่คุณ ให้ทำเรื่องขอเงินคืน ผมจะโอนเงินคืนทั้งหมด ผมขอโทษสิ่งที่ทำไป”
    ผมบอกอย่างสำนึก แต่อิ๊งไม่สนใจ ผมหยิบเสื้อผ้ามาใส่และส่งเสื้อผ้าของเธอให้เธอ อิ๊งยังไงก็ยังอายจึงได้แต่รีบใส่เสื้อผ้า
    ผมนั่งอยู่กับอิ๊ง เธอก็ไม่ได้พูดอะไร ที่จริงผมควรจะออกไป แต่เรื่องวันนี้ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดี
    “คุณจะเรียกตำรวจมาจับผมก็ได้นะ” ผมบอก
    อิ๊งไม่ได้ตอบ ผมก็นั่งเงียบ บรรยากาศในห้องอึมครึมมาก
    “แกไปได้แล้ว เดี๋ยวแม่ฉันมา” อิ๊งพูดขึ้น
    ผมพยักหน้าลุกขึ้น ผมบอกอิ๊ง
    “อย่าลืมกินยาคุมฉุกเฉินล่ะ ผมขอโทษนะ”

    ผมกลับไปบ้านด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ผมไม่รู้ว่าอิ๊งจะทำอะไร มันทำให้ผมนอนไม่หลับ ผมจึงไลน์ไปหาคุณหญิงวิมลรัตน์
    ‘คุณหญิงเป็นยังไงบ้างครับ’
    ‘สบายดีจ๊ะ’
    ‘ผมมีหุ้นจะแนะนำให้ครับ’
    ‘หุ้นตัวไหน?’
    ‘ไว้ผมจะบอกให้ฟังอีกทีครับ’
    ‘ได้จ๊ะ ไว้มาบอกส่วนตัวก็ได้นะ’
    ‘ฮ่าๆ ครับ เดี๋ยวคุณอิ๊งก็ว่าผมอีก’
    ผมจงใจพูดถึงอิ๊งเพื่อสอบถาม
    ‘คงไม่ฟลุคเจอกันบ่อยๆ มั้ง’ คุณหญิงพิมพ์ตอบ
    ‘แล้วคุณอิ๊งเป็นไงบ้างครับ’
    ‘ก็สบายดีนะ วันนี้อยู่ในห้องทั้งวัน’
    ‘ครับ’
    ผมรู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่อิ๊งไม่ได้เป็นอะไรมาก ในใจผมมีแต่ภาพผู้หญิงคนนี้ ผู้สึกห่วงใยเธออย่างบอกไม่ถูก

    หลังผ่านวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ยังไม่มีตำรวจมาจับกุมผม ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
    เช้าวันจันทร์ผมเข้าไปที่ทำงาน ระหว่างนั่งทำงานหลินก็เดินมาหาผม
    “พล็อต งานยุ่งไหม?”
    “ก็ไม่เท่าไรนะ” ผมตอบ
    ผมมองหลินก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เหมือนผมทรยศหลินยังไงก็ไม่รู้
    “มีข่าวดีพล็อต หลินนัดพบคุณบุญยกรให้แล้วนะ”
    “บุญยกร?” ผมทวน
    “แหม พล็อต ผู้บริหารบริษัทโกลด์เด้นกราวด์ไง พล็อตจะซื้อบ้านไม่ใช่เหรอ” หลินตอบ
    ผมฉุกคิดได้ “เจอวันไหน?”
    “คุณบุญยกรว่างวันศุกร์สองทุ่ม นัดเจอยากนะอย่าปฏิเสธล่ะ”
    หลินพูดมาแบบนี้ผมก็ได้แต่พยักหน้า ผมมันตัวเล็กจะได้เจอผู้บริหารใหญ่จะนัดตีสองตีห้าผมก็ต้องยอมไป

    ระหว่างทำงาน ผมเห็นราคาหุ้นธนาคารรักเมืองไทยขึ้นจาก 60 บาท ไป 62 บาท ทั้งที่ปกติมันไม่ค่อยขึ้นแท้ๆ
    ผมตรวจสอบยอดเงินในกองทุนพบว่าโอนเข้ามารวมๆ ได้สองร้อยล้านบาทแล้ว คุณวรเดชเรียกผมให้เข้าไปหา
    คุณวรเดชถามว่า
    “เงินในบัญชีที่จะซื้อหุ้นธนาคารรักเมืองไทยมีเท่าไรแล้ว?”
    “มีสองร้อยล้านครับ”
    “เธอสั่งซื้อหุ้นได้เลย” คุณวรเดชบอก
    “แต่ราคาหุ้นอาจตกลงไปได้มากกว่านี้อีกนะครับ เรื่องหนี้เสียสามแสนล้านก็ยังอยู่”
    “ซื้อไปเถอะ”
    “ทยอยซื้อเหรอครับ?”
    “ซื้อให้หมดในสองวัน” คุณวรเดชสั่ง
    ผมงงกับคำสั่งคุณวรเดช พวกโบรกเกอร์ต่างออกบทวิเคราะห์ว่าธนาคารรักเมืองไทยจะขาดทุนถึงห้าพันล้านในไตรมาสหนึ่งปีนี้ แต่คุณวรเดชยังสั่งให้ผมซื้อ

    วันต่อมา ผมเริ่มส่งคำสั่งให้ซื้อหุ้นธนาคารรักเมืองไทย ทำให้ราคาหุ้นจาก 62 บาท ขึ้นไป 63-64 บาท
    เงินร้อยล้านสำหรับการซื้อหุ้นในกิจการที่ใหญ่หลายแสนล้านแบบนี้มันแทบจะทำหุ้นขยับขึ้นไม่ได้เลย
    ผมเริ่มแจ้งในไลน์กลุ่มลูกค้าว่ากองทุนเราค่อยๆ ซื้อหุ้นธนาคารรักเมืองไทยแล้วนะ
    วันต่อมาผมซื้อหุ้นธนาคารรักเมืองไทยอีก จากราคา 64 บาท ขึ้นไป 65 บาท แต่จู่ๆ มันก็ตกพรวดลงมาเหลือ 62 !
    ผมรีบถามพี่เอ็กซ์หัวหน้าฝ่ายข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น พี่เอ็กซ์บอกว่า
    “เราเข้าไปซื้อหุ้น ทำให้หุ้นธนาคารรักเมืองไทยขึ้นมาก็จริงแต่อย่าลืมว่าหุ้นตัวนี้ตกมาจากร้อยกว่าบาท ทำให้มีคนติดดอยมาก พอราคามันขึ้นก็เจอแรงขายเยอะ แม้แต่พวกกองทุนต่างๆ ที่ติดดอยก็ยอมขายขาดทุน”
    “แบบนี้ราคาหุ้นก็ขึ้นไม่ได้เลยสิ” ผมรีบถาม
    พี่เอ็กซ์บอก “คนติดดอยเยอะเกินไป ถ้าพื้นฐานกิจการไม่ฟื้นจริง หุ้นไม่มีทางขึ้นได้ง่ายๆ หรอก นี่มันหุ้นตัวใหญ่ไม่ใช่ตัวเล็กแบบหุ้นคุณธีรโรจน์ จะได้ปั่นได้ง่ายๆ”
    ผมใจหายวาบ ผมใส่เงินสองร้อยล้านลงไปแต่หุ้นกลับตก คราวนี้ไม่ใช่ตกเพราะคนหักหลัง แต่มันตกเพราะพื้นฐานมันไม่ดีจริงๆ
    วันต่อมาหุ้นธนาคารรักเมืองไทยตกไปเหลือ 58 บาท ซึ่งต้นทุนของผมประมาณ 63 บาท ขาดทุนจะ 10 เปอเซนต์แล้ว คือเกือบ 20 ล้านบาท ลูกค้าโทรมาสอบถามไม่หยุดเพราะเห็นหุ้นธนาคารตก บางคนด่าโวยวายใส่ผม
    เรื่องนี้ทำให้ผมใจสั่น ผมกำลังตกที่นั่งลำบาก!!

    จบตอนที่ 24พล็อตแย่แล้ว การเล่นหุ้นจะเอาแต่เก็งกำไรโดยไม่สนพื้นฐาน มันทำให้เสียหายหนัก นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นขอบคุณมากๆ ที่ติดตามและโดเนทมานะครับ ชอบให้มี ฉาก NC ในเรื่องหรือเปล่าก็บอกได้นะครับ ติชมได้เต็มที่
    *เกร็ดความรู้ ติดดอย คือศัพท์ในวงการหุ้นที่ใช้เรียกคนที่ติดหุ้นราคาสูงๆ เป็นการเปรียบเทียบว่าเหมือนอยู่ในยอดดอยนั่นเอง


    error loadedภาพประกอบ ติดดอย Cr. https://tcgold.com