คืนนั้นเซียวม่านเหลียนนึกถึงแต่ใบหน้าของหย่งซีเฉินและผิงอัน จะเป็นอย่างที่นางคิดหรือว่า จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ รอให้บุตรชายกลับมาถึง นางต้องคาดคั้นเอาความจริงให้ได้ กว่านางจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบรุ่งสาง
“เจ้าว่าไงนะแม่นมจางฮองเฮาให้หลิวหลีไปร่วมโต๊ะดื่มชาหรือแล้วเสี่ยวอันล่ะ” ฉางกงถาม
“คุณชายน้อยก็ไปเจ้าค่ะ พระนางยังประทานประคำศักดิ์สิทธิ์ให้คุณชายน้อยเจ้าค่ะ”
“ตอนนี้ท่านพ่ออยู่ที่ไหน”
“อยู่ในห้องหนังสือเจ้าค่ะ”
ฉางกงรีบร้อนออกไปทันที
“แค่คุณหนูไปดื่มชากับฮองเฮา ทำไมท่านแม่ทัพถึงได้ร้อนใจขนาดนั้น”
“ท่านพ่อข้าเข้าไปได้ไหมขอรับ”
“เข้ามา มีอะไรหรือฉางกง” ท่านฉางผิงถามบุตรชาย
“ท่านรู้หรือไม่ว่าวันนี้ฮองเฮาเจอผิงอันแล้วขอรับ”
“มู่หรงบอกข้าแล้ว”
“ลกไม่ทราบว่าพระนางจะเสด็จมา เลยไม่ได้บอกให้แม่นมข้าวถอดกระพรวนอันนั้นออกลูกเกรงว่า” ฉางกงหยุดคำพูดไว้แค่นั้น
“ข้าก็ไม่รู้ล่วงหน้า ต่อให้ไม่มีกระพรวนอันนั้น หน้าตาของผิงอันก็คล้ายคนผู้นั้นถึงเจ็ดแปดส่วน หากเป็นชะตาลิขิตเราก็คงฝืนไม่ได้”
“คนผู้นั้นทั้งเย็นชาและโหดเหี้ยมนัก เรื่องที่เกิดขึ้นก็ใช่ว่าทั้งสองจะมีใจเสน่หากันลูกเกรงว่าเขาจะต้องการแค่ใช้ผิงอันเป็นสะพานไต่ขึ้นไปที่สูงเท่านั้น ถึงเวลานั้นหลิวหลีคงทำใจจากลูกของนางไม่ได้แน่ขอรับ” ฉางกงเป็นห่วงบุตรสาว
“เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องหลานกับเหลนของข้าจนถึงที่สุด” แม้จะเคยผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีครั้งไหนที่อดีตแม่ทัพใหญ่จะหวาดหวั่นเท่าครั้งนี้ เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวพันถึงทุกชีวิตในตระกูลฉางนั่นเอง
หย่งซีเฉินเดินทางกลับถึงเมืองหลวงตามรับสั่งของฮ่องเต้ เหล่าบรรดาขุนนางต่างชื่นชมผลงานที่เมืองหลินโจวเป็นอย่างมาก
“วันนี้ที่ท้องพระโรงเหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นต่างชื่นชมเจ้า หลายปีนี้เจ้าอยู่ชายแดนคงลำบากไม่น้อย”
“กระหม่อมอยู่หลินโจวได้รับการดูแลอย่างดีจากเหล่าแม่ทัพและชาวบ้าน จึงไม่รู้สึกลำบากแต่อย่างใดพะยะค่ะ”
“เอาล่ะเจ้าเดินทางมาหลายวันคงจะเหนื่อยไม่น้อย ช่วงนี้เจ้าก็ยังไม่ต้องเข้าประชุมขุนนาง พักให้หายเหนื่อยก่อนค่อยกลับมาทำงานต่อ”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อพะยะค่ะ”
“ท่านเจ้าเมืองขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” หลี่กงกงรายงาน
“ให้เข้ามา”
“กระหม่อมกู้เหว่ยถิงถวายบังคมพะยะค่ะ”
“ลุกขึ้นๆไม่ต้องมากพิธี พูดเรื่องของท่านมาเถอะ”
กู้เหว่ยถิงหันมาทำความเคารพหย่งซีเฉิน
“กระหม่อมมาขอพระราชทานสมรสพะยะค่ะ”
“ใครจะแต่งงานหรือ"ฮ่องเต้ถาม
“บุตรชายของกระหม่อมพะยะค่ะ”
“ที่เป็นองครักษ์น่ะหรือ”
“ถูกแล้วพะยะค่ะ”
“จะแต่งกับตระกูลไหนหรือจะให้ข้าเป็นคนเลือกให้”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ แต่บุตรชายของกระหม่อมมีหญิงในดวงใจแล้วพะยะค่ะ”
“ลูกสาวบ้านไหนหรือ”
“บุตรสาวตระกูลฉางพะยะค่ะ” คำตอบของเจ้าเมืองทำให้ฮ่องเต้คิดหนัก
“ถ้าเป็นตระกูลฉางข้าคงยังรับปากท่านไม่ได้ แต่ท่านไม่ต้องกังวล ข้าเพียงอยากถามความเห็นของท่านฉางผิงก่อน
ข้าจะให้หลี่กงๆไปแจ้งท่านอีกที”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ”
“คงเป็นน้องสาวของฉางหลิวหลี ที่เคยเจอเมื่อครั้งไปล่องเรือเมื่อหลายปีก่อน” หย่งซีเฉินคิด
ออกจากตำหนักใหญ่ หย่งซีเฉินก็ตรงไปตำหนักฮองเฮาทันที
“ท่านอ๋องกำลังเสด็จมาเพคะ” จื่อซางรายงาน
“พี่ใหญ่มาแล้วหรือ” ฟ่านเสียนดีใจจนออกนอกหน้า
“ของว่างที่เฉินเอ๋อชอบเจ้าเตรียมไว้หรือยัง”
“เตรียมไว้ตามรับสั่งแล้วเพคะ”
แค่หย่งซีเฉินโผล่หน้าเข้าประตูเสียงฟ่านเสียนก็ดังมาก่อน
“เสด็จแม่พี่ใหญ่มาถึงแล้ว”
“เจ้ายังเหมือนเดิมนะฟ่านเมื่อไหร่เจ้าจะโตเป็นผู้ใหญ่เสียที”
หย่งซีเฉินทำความเคารพมารดา
“หลายปีมานี้เสด็จแม่สบายดีหรือไม่พะยะค่ะ”
“ข้าจะสบายดีได้อย่างไรในเมื่อลูกชายคนโตของข้ายังลอยไปลอยมาอยู่เช่นนี้”
“ฟ่านเสียนเจ้าทำให้เสด็จแม่โกรธอีกแล้วหรือ” หย่งซีเฉินแกล้งดุน้องชาย
“ไม่ใช่นะพี่ใหญ่ ตั้งแต่เสด็จแม่กลับจากงานเลี้ยงที่จวนแม่ทัพฉาง เสด็จแม่ก็ดูไม่มีความสุขเลยขอรับ”