“นายรู้เหตุผลดีนิว่าทำไม ขอโทษจริงๆ นะเพื่อน แต่ความลับนี้จะหลุดออกสู่สายตาประชาชนไม่ได้”
สิ้นสุดคำพูดนั้น อีกฝ่ายก็แทงเข้ามาที่ท้องของผมและต่อด้วยที่คอ เืของผมไหลไม่หยุดและสิ้นลมหายใจในทันที
‘กาเดี้ยนอันดับที่3 ฉายา ไดม่อนฮาร์ท [สกิลพลังxxx*xxxx*แรงค์สกิลS] ’
เป็เพื่อนสนิทของผม ั้แ่อายุ18+ เราเคยอยู่อาคาเดมี่เดียวกันถึงจะคนละสาย
ผมสะดุ้งตื่นในทันที เหงื่อของผมไหลออกเยอะมากรู้สึกเปียกและเหนียวเหงื่อไปทั้งตัว
ความฝันอันเลวร้ายกระตุ้นความทรงจำในตอนนั้นได้ดี
ผมค่อยๆ ลุกจากเตียงไปเปิดผ้าม่านที่หน้าต่าง เพื่อรับไออุ่นจากแสงแดดที่พระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า พร้อมกับชมวิวทุ่งนาที่เต็มไปด้วยต้นกล้าข้าว่นี้เป็ฤดูฝนในการทำไร่ทำนา ่เดือนมิถุนายน ในชีวิตก่อนผมเรียนจบมัธยมปลายอันดับที่2และเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำอันดับ1ด้วยทุนการศึกษาและกลับมาที่นี่แค่่เทศกาล
ผมหลับตาลงสักครู่เพื่อดื่มด่ำไปกับธรรมชาติและแสงพระอาทิตย์อ่อนๆ พร้อมกับกลิ่นทอดไข่เจียวจากครัว เป็บรรยากาศที่คิดถึงสุดๆ คนที่เกิดมาจากกองเงินกองทองแบบลูกคุณหนูต้องไม่เคยได้รับความรู้สึกที่ฟินแบบนี้แน่ๆ
ผมค่อยๆ เปิดประตูห้องนอนของผมไป เจอกับแม่กำลังเตรียมจานข้าวไว้3ที่และพ่อที่ก็กำลังนั่งดูข่าว ด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์
“อ่าวเลออนตื่นแล้วหรอ เอ๊ะ เป็อะไรไป”
เสียงแม่ของผมที่ทักทายผมในตอนเช้าด้วยรอยยิ้มและถามคำถามแปลกๆ
“อะไรหมายความว่าไงแม่”
“ลูกร้องไห้นะจ๊ะไม่ให้แม่ถามว่าไม่เป็อะไรได้ยังไง”
“เอ๊ะ”
ผมพึ่งรู้สึกถึงน้ำที่ไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลออกทองนิดๆ ของผม
อ่า จริงด้วยสินะครอบครัวมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ ทั้งคุณพ่อทั้งคุณแม่ยังอยู่ด้วยกันบรรยากาศมันน่าคิดถึงสุดๆ จนเผลอแสดงความรู้สึกดีใจแบบนี้ออกมา เป็ความรู้ที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจของผมเอง
ร่างกายมันไม่เคยโกหกสินะว่า เราก็้าความรักจากครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้
“ตื่นเช้าก็งี้ละครับตามันแห้งๆ ขี้ตามันเข้าตานะครับ”
“จ้าๆ ล้างหน้าแปรงฟันแล้วมากินข้าวเร็ว”
“ครับ”
ผมตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มกับแม่
แค่วันนี้เองสินะหลังจากนี้ครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้จะไม่มีอีกแล้ว สาเหตุที่ครอบครัวนี้จะหายไปไม่ใช่เพราะผมจะทำอะไรหรอกนะ มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชีวิตก่อนเหมือนกันที่
พ่อกับแม่จะหย่ากันในไม่ช้า แม่เองก็ไม่รู้เื่ที่พ่อนอกใจจนเผลอทำชู้ท้อง
ตอนนี้ผมอายุ13ปี ก็อีกไม่ถึงปีสินะ
แม่ของผมเป็ชาวนา พ่อของผมเป็พนักงานขายประกันต้องเข้าไปทำงานในเมือง
ผมอาศัยอยู่ต่างหวัด ไม่ใช่ตัวเมืองในจังหวัดด้วยซ้ำเป็หมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านห่างจากตัวเมือง20กิโล พ่อต้องใช้เวลาไปกับวันหนึ่งอย่างต่ำ1ชั่วโมง
แน่นอนว่าอยู่นอกเมืองแบบนี้ฐานะของผมค่อนข้างจน แม่ทำไร่ทำนา พ่อคือเสาหลักของบ้าน
“ผมกินอิ่มแล้ว ผมไปทำงานก่อนนะ”
พ่อกินข้าวเสร็จก็รีบจะออกจากบ้านในทันที
“แต่คุณค่ะ วันนี้หยุดไม่ใช่หรอ”
“เ้านายผมเรียกให้ไปขับรถให้นะบอกจะไปเที่ยวนอกเมืองสักหน่อยเขาจะจ่ายเงินพิเศษมากกว่าวันปกติ3เท่า”
“โอเคค่ะ ่หลังนี้คุณไม่ค่อยมีเวลาเลยนะคะ กลับก็ดึกวันหยุดก็ไม่ได้พัก”
“จะหาเื่ทะเลาะรึไง ผมก็ทำเพื่อครอบครัวอยู่ไง เงินก็มาจากผมเป็หลักไม่ใช่หรอ ผมไปละไม่อยากมาเสียเวลาทะเลาะกับเื่ไม่เป็เื่”
อะไรของเอ็งวะ แม่แค่ถาม ก็สรุปไปเองว่าหาเื่ทะเลาะนี่มันเรียกว่ารำคาญแล้ว
พ่อเปิดประตูบ้านค่อยๆ สวมรองเท้าวันนี้เขาแต่งตัวสุภาพใส่สูทที่ดูมีราคาสีดำออกน้ำเงินหน่อยๆ เ้านายไปเที่ยวทำไมต้องแต่งตัวแบบดีๆ ด้วยนะควรชิวๆ ไม่ใช่หรอ
แต่ก็เอาเถอะผมพอรู้เหตุผลนั่นอยู่ว่าคือข้ออ้างที่ไปทำงาน
แม่หน้าตาดูเศร้าลงอย่างมาก ดูท่าแม่ก็เริ่มจะรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ และเปลี่ยนไปเกี่ยวกับพ่อ
ผมเองก็แทรกแซงเส้นเวลาในตอนนี้ไม่ได้มากเพราะถ้าผมแทรกแซงเวลานี้มากไป อาจส่งผลกระทบต่ออนาคต คงต้องปล่อยให้ครอบครัวนี้แตกไปอย่างช่วยไม่ได้
ผมเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้วทำใจได้ไม่ยาก แต่กับแม่ไม่ใช่
ถึงผมรู้ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งดี แต่ก็อดสงสารไม่ได้
อย่างน้อยตอนนี้เราควรทำหน้าที่ในฐานะลูกสักนิดก็ยังดี
เอาละ
“กินอิ่มแล้วใช่ไหมครับ แม่”
ผมเก็บจานที่กินเสร็จแล้วเอาไปล้าง
ระหว่างที่ผมล้างจานอยู่ จู่ๆ แม่ก็พูดออกมา
“ลูก ไปหาหมอไหม”
แม่!!!!!!!!
“แม่ว่าลูกไม่สบายแน่ๆ ั้แ่จู่ๆ ก็ร้องไห้ แล้วตอนนี้ก็เอาจานมาล้างหลังกินข้าว ทั้งๆ ที่แต่ก่อนกินเสร็จจะรีบไปดูการ์ตูนที่ชอบ่เสาร์อาทิตย์แล้ว”
ยุดนี้มือถือยังเป็แบบปุ่มกดใช้แค่โทรเข้าโทรออกเข้านั้นทีวีจึงเป็ความบันเทิงเดียวในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ในวันหยุด
“ผมแค่อยากลองทำเฉยๆ เอง”
“อ่อ อยากรู้อยากลองสินะ ลูกเราเข้าสู่วัยรุ่นแล้วสินะ”
ถ้าจะพูดให้ถูกคือวัยผู้ใหญ่ต่างหาก
“ข่าวต่อไป ไปที่ข่าวากันครับ”
เสียงรายการข่าวที่พ่อไม่ได้ปิดก่อนออกไป
“ตอนนี้กองทัพาาปีศาจกำลังเพิ่มพลังอำนาจอย่างมากคาดว่า สิ้นปีนี้อาจยึดเมืองxxxได้เป็เมืองที่3แล้วของอาณาจักรเซียมาได้ แม้ทางอาณาจักรจะมีการตั้งกองกำลังต่างๆ เพื่อสู้แล้ว…”
อ่าตอนนี้มีแค่เมือง3เมืองของประเทศเซียมา
ปีนี้ค.ศ.4001 แต่เทคโนโลยีไม่ก้าวหน้าเพราะนี้คือยุคที่เริ่มต้นใหม่ มีตำนานเล่าลือกันว่าเมื่อ2000ปีก่อนเคยมีมหาาครั้งใหญ่บ้างก็ว่าาเทพบ้างก็ว่าาโลกครั้งที่3 ที่พีคก็นั้นคือมีทฤษฎีแปลกๆ อย่างไททันบุกโลก บางก็ว่าโดนเอเลี่ยนบุก จะาอะไรก็ช่างแต่ที่รู้ๆ คือโลกนี้เคยล่มสลายมาแล้ว1ครั้งทุกอารยธรรมถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดีปีค.ศ.2030คือจุดจบของมวลมนุษย์และโลกใบนี้ แต่เหลือเพียงมนุษย์แค่หยิบมือและโลกก็พังไม่เหลือชิ้นดี ทุกอย่างกลับไปเริ่มจาก0ใหม่ ใช้ชีวิตจากยุคหินและสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่อีกครั้งแต่ถึงจะมีความรู้เดิมแต่มนุษยชาติในตอนนั้นมีน้อยเกินไป จึงทำอะไรไม่ได้มาก จากนั้นมนุษย์ก็ค่อยๆ เริ่มฟื้นฟูอารยธรรมอีกครั้งเคยมีหนังสือเกี่ยวกับโลกยุคเดิมเหลืออยู่ โลกเดิมนั้นแบ่งเป็หลายทวีป เอเชีย ยุโรป ออสเตรีย แอฟริกา แต่นั่นเมื่อ2000ปีก่อนแผนที่โลกก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปตอนนี้มีน้ำมากกว่าพื้นดินซะอีก
ประเทศเรอาที่เราอยู่ในตอนนี้ก็อยู่ตำแหน่งของประเทศในอาเซียนสมัยก่อน เรียกว่าประเทศไทยรึเปล่านะหรือลาว เวียนนาม เื่นี้ไม่มีใครรู้เพราะแผนที่โลกมันเปลี่ยนไปไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ปัจจุบันโลกนี้แบ่งเป็ 5 ประเทศใหญ่ๆ ตามทิศต่างๆ
ทิศใต้เซียมา าาปีศาจเริ่มบุกมาจากตอนใต้สุด
ตรงกลาง อาณาจักรแอสเทเรีย
ทิศตะวันออก อาณาจักรโรมาเซีย
ทิศตะวันตก จักรวรรดิอาร์กัส
และทิศเหนือที่ผมอยู่ปัจจุบัน ประเทศเรอา
จักรวรรดิกับอาณาจักรเรอาเป็คู่แข่งในหลายๆ ด้านเรียกว่าศัตรูก็ว่าได้
พลังต้นกำเนิดทั้ง7ตอนนี้ปรากฎแล้ว3
[1.ต้นกำเนิดธาตุ (เทพเ้าแห่งพลังธาตุ) ] (าาปีศาจ)
[2.ต้นกำเนิดปัญญา (เทพเ้าแห่งปัญญา) ] (จักรวรรดิอาร์กัส)
[3.ต้นกำเนิดกายภาพ] (โรมาเซีย)
สกิล: [เทพเ้าแห่งพลังธาตุ] เป็สกิลที่โกงในระดับ1 โดยเฉพาะธาตุมืดของถนัดาาปีศาจมันจะกลืนกินทุกสิ่งเหมือนหลุมดำ แต่ผลเสียมันก็มี พลังจะหมดอย่างรวดเร็ว แบบนี้าาปีศาจจึงๆ ค่อยๆ เดินทัพอย่างช้าๆ
ที่ผมสงสัยในตัวเองว่าตัวเองมีพลัง1ใน7พลังต้นกำเนิดรึไม่จะจริงไหม
[พลังแห่งการควบคุมกาลเวลา]
แต่ว่า มันอาจเป็พลังที่แตกแขนงที่ [เวลาและจิตใจรวมกันก็ได้]
“ผมล้างจานเสร็จแล้ว ขอตัวเข้าไปในเล่นในห้องก่อนนะครับ อยากหาไรเล่นหน่อย”
ผมกลับเข้ามาในห้องนอนตัวเองอีกครั้งและหาสมุดเปล่ามาเล่มหนึ่ง
“นี่ไง เจอแล้ว”
ผมหยิบสมุดเปล่าๆ เล่มหนึ่งออกมาจากชั้นวางหนังสือและวางมันไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือพร้อมกับดินสอ
นี่ก็ผ่านมาไม่ถึงวันหลังจากตายและเกิดใหม่ทำต้องวางแผนให้รัดกุมแผนของผมคือแผนระยะยาว
“เอาละเริ่มต้นจากการหาเงินก็สินะ”
สำหรับเด็กอายุ13ปีการหาเงินเป็เื่ที่ค่อนข้างยาก
มันก็พอมีวิธีคลาสสิคๆ สำหรับการรวยอย่างรวดเร็ว
หวย ไม่ก็พนัน
หวยนี่เป็ไปได้ค่อนข้างยากเพราะผมเองก็ไม่ได้จำว่า่เวลานี้รางวัลที่1ออกอะไรผมไม่ใช่สุดยอดมนุษย์สะหน่อยถ้าเป็พวกที่มีสกิลสายปัญญาก็อาจจะจำได้ แต่ผมมันไร้พลังนี่น่า แต่ถ้าซื้อแล้วถูกขึ้นมาก็เป็ปัญหาอีก
การทำให้ตัวเองเด่นจะทำให้ตัวแปรต่างๆ ส่งผลกระทบต่ออนาคตมากแค่ไหนไม่อาจรู้วิธีการเล่นหวยจึงตัดตกไป
ต่อมาก็พนันสินะ กีฬาในยุคนี้คงเป็การต่อสู้ ดาบ เวทย์มนต์และแข่งขับรถมรณะ
การขับแข่งรถมรณะคือการที่เราสร้างรถให้แข็งแรงที่สุดเพื่อแข่งกันในสนามและระหว่างที่ขับสามารถทำลายรถอีกฝ่ายได้
เคยมีคนเสียชีวิตจากการแข่งนี้จนเป็เื่ธรรมดาสะแล้ว
งั้นก็เอาเป็การพนันนี้ละพอจะจำได้ว่าใครเป็ตัวเต็งในการแข่งขัน
“ยูริ นักแข่งสาวสวยอายุ20ปี
ยูริตอนนี้เธอเป็น้องใหม่ในการแข่งขันเธอเริ่มต้นจากลีคระดับ5 มันคุ้มที่จะลงทุนกับเธอเพราะอนาคตเธอจะก้าวเข้าสู่ลีคระดับ1ระดับประเทศ
ยูริ: สกิล:ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมเครื่องกล
[สกิลนี้แตกแขนงมาจากการรวมกันของสกิลต้นกำเนิดระหว่าง [ปัญญา] [จิติญญา] รวมกันและแตกแขนงมาเรื่อยๆ จนซับซ้อนกัน”
อ่า ยังไม่อธิบายสินะว่าสกิลโลกนี้ทำงานยังไง
พลังแตกแขนงจากต้นกำเนิดทั้ง7

ก็ประมาณนี้และยิ่งพลังซ้อนทับกันมากแค่ไหนก็ยิ่งอ่อนลงเท่านั้น หลายคนอาจคิดว่าการผสมผสานระหว่างพลังทั้ง2อาจดีแต่ว่า
ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดๆ คือ
สกิล พูดโน้มน้าวใจ เกิดจาก
[สกิล:พูดปลุกใจ] (แตกแขนงมาจากเทพเ้าแห่งปัญญา)
+ [สกิล:ความคุมจิตใจ] (แตกแขนงมาจากเทพเ้าแห่งจิติญญา)
ผสมผสานกันการเป็โน้มน้าวจิตใจทั้งๆ ที่เราสามารถควบคุมจิตใจคนอื่นได้ง่ายๆ
แต่การทับซ้อนและการผสมทำให้สกิลนั้นอ่อนลง
แต่ก็มีกรณีที่สกิลต่างกันเพิ่มพลังให้กันยกตัวอย่าง
[สกิล:เกราะเหล็ก]
เกิดจาก [สกิล:เหล็ก] (แตกแขนงมาจากเทพเ้าแห่งธาตุ)
และ [สกิล:ั์] (แตกแขนงมาจากเทพเ้าแห่งพละกำลัง)
แต่มันก็ยิ่งใช้พลังในร่างกายมากกว่าเดิมและเพิ่มจุดอ่อนขึ้นเรื่อยๆ ตามการทับซ้อนของสกิล
ถ้าเป็สกิลั์เฉยๆ ก็มีแค่จุดอ่อนเดียวคือความคล่องตัว
แต่สกิลที่ผสมผสานเป็
สกิลั์เกราะเหล็ก ก็มีจุดอ่อนทั้ง2เพิ่มขึ้นคือ ขาดความคล่องตัวและแพ้ไฟ
นี่ละที่ทำให้สกิลที่ทับซ้อนกันมากขึ้นๆ ยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ
แต่สกิลพลังต้นกำเนิดแทบไร้เทียมทาน
เพราะมีแต่ต้องใช้สกิลต้นกำเนิดชนกันเท่านั้นละถึงจะสูสี
เพราะสกิลต้นกำเนิดสามารถควบคุมพลังแต่ละสาขาของตัวเองที่ไม่ผสมได้ เช่นต้นกำเนิดพลังธาตุ ควบคุม ดิน น้ำ ลม ไฟ แสง และความมืด สกิลควบคุมธาตุจริงๆ มันคือการควบคุมพลังงอะตอมของธาตุในตารางธาตุ เช่น H2+O1เป็น้ำมันสามารถควบคุมได้ถึงโมเลกุลเลยทีเดียว
นี่ละพลังของต้นกำเนิดทั้ง7
สำหรับผมแล้วคิดว่าสกิลของผมเมื่อชาติก่อนน่าจะมาจากการแตกแขนงของ
สมมติฐานแรก [พลังต้นกำเนิด:เทพเ้าแห่งการเวลา โคนอส]
สาขาแรกเลย การย้อนเวลา ไม่ก็ก็ผสมผสานระหว่าง
สมมติฐานสอง [เทพเ้าแห่งการเวลาและเทพเ้าแห่งจิติญญา]
ผมเองก่อนจะตายคงส่งจิตใจในอายุ30ปีมายังอายุ13ปีก็เป็ได้ เพราะผมอยู่ร่างเด็ก13ปี น่าจะเป็การส่งจิตของผมกลับมาในอดีตถ้าย้อนเวลาก็อาจจะมาทั้งร่างกายอะไรแบบนี้
ให้ตายเถอะ ไม่น่ารีบตายก่อนอ่านสกิลตัวเองจบเลย ปานนี้คงหายข้องใจแล้วละ
“เอาละยูริจัง เราของฝากอนาคตการเงินไว้กับเธอด้วยนะ”
วันหยุดผ่านไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้เป็วันแรกของการไปเรียนมัธยมต้นอีกครั้ง
ผมหวีผมของตัวเองที่หน้ากระจก
ส่วนสูงของผม 165เิเน้ำหนัก50กิโล รูปร่างสมส่วนในวัยนี้สินะ
ผมเอานิ้วจัดทรงผมด้านหน้านิดหน่อย สีผมของผมค่อนข้างดำเงากว่าคนปกติ นิดหนึ่งเพราะมันหนาด้วยรึเปล่านะ
ส่วนสีผิวของผมก็ค่อนข้างที่จะขาวบริสุทธิ์และเนียนตา
“จะว่าไปเราก็หน้าตาดีเหมือนกันนะ”
ผมชมตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจก่อนไปโรงเรียน
ผมเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง
จริงๆ นะ..
วันที่15 เดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.4001
ผมมาถึงหน้าโรงเรียนเวลา7โมงครึ่ง โรงเรียนประถม-มัธยมต้นประจำหมู่บ้าน ดูโทรมๆ ไปหน่อย โรงเรียนมีแค่2อาคารเรียน 1โรงอาหาร อาคารที่1 มีแค่ชั้นเดียว เป็ชั้นมัธยมปีที่ 1 2 อาคารที่2 มี2ชั้น ชั้นแรกจะเป็ชั้นของห้องสมุด ส่วนชั้น2 ห้องคอมพิวเตอร์1ห้องและห้องเรียนของมัธยมปี3
ช่างตลกจริงๆ ผมจบ คณะจิตวิทยาสาขาพัฒนาการมนุษย์เกียรตินิยมอันดับ1เหรียญทอง
ปริญญาตรีที่2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
ปริญญาโท คณะการวิวัฒนาการมนุษย์ขั้นสูง สาขาค้นคว้าพลังพิเศษ (ก็ค้นคว้าเกี่ยวกับพลังเป็หลัก)
ผมได้ปริญญาตั้ง3ใบ กับต้องมาเรียนมัธยมต้นอีกครั้ง ผมค่อยๆ ก้าวเข้าประตูไป โรงเรียนมัธยมต้นมีเสาธงหน้าเสาธงเป็สนามฟุตบอลเล็กๆ อยู่ตรงข้ามอาคารเรียนที่2
“ก่อนอื่นก็ต้องรื้อฟื้นความทรงจำ”
ผมตัดสินใจเดินสำรวจโรงเรียนมัธยมต้นของผม เป็บรรยาศที่คิดถึงจริงๆ ด้านหลังของโรงเรียนเป็ทุ่งนาสีเขียวถึงแม้จะมีลวดหนามกั้นไว้ระหว่างเขตโรงเรียนกับทุ่งนาแต่เด็กๆ ชอบมานั่งอยู่แถวนี้เพื่อชมบรรยากาศ
ผมสำรวจโรงเรียนไปเรื่อยๆ นักเรียนก็เริ่มมากันเยอะแล้ว โรงเรียนนี้มีนักเรียนแค่80คน คำว่าเยอะนี่ใช้ยังไงถึงจะถูก 80คน
เมื่อเทียบกับสิ่งที่ต้องเจอในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็…
เสียงเด็กๆ กำลังหยอกล้อกันมาจากทั้ง2อาคารผมสำรวจเกือบหมดแล้ว
“พอแค่นี้ ดีกว่า………โอ้”
“ฉิบหายแล้ว…..”
สิ่งที่แย่ที่สุดตอนเรียนกำลังเกิดขึ้นกับผม ผมใช้มือกุมที่ท้องของผม ใช่แล้ว
ผมปวดท้องอึ
การอึในวัยเรียนคือมิชชั่นหนึ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิตในโรงเรียน แค่เราไปอึในห้องน้ำถ้าใครเจอเราแค่คนเดียว ก็รู้กันทั้งโรงเรียนแล้ว…ยิ่งเป็โรงเรียนเล็กๆ อีกด้วย
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม ถึงจะมีใครผมตอนนี้มันก็ไม่สำคัญผมไม่แคร์กับโรงเรียนมัธยมต้นหมู่บ้านนี้มากเพราะผมจะอยู่อีกไม่นาน ผมเดินเข้าห้องน้ำอย่างสะบายใจ และได้ปลดทุกข์ของผมโดยไม่ได้สนใจอะไรรอบข้าง
ผมปลดทุกข์ของผมเสร็จและล้างมือเรียบร้อย จนผมสังเกตนาฬิกาข้อมือสีดำด้านด้านซ้ายของผมทันทีที่ผมเห็นเวลาผมรีบวิ่งตรงไปที่ห้องทันที
เสียเวลาไปกับการปลดทุกข์จนลืมเวลาตอนนี้8โมง40แล้วเลยเวลามา10นาที ขอให้ครูมาช้าทีเถอะ
เสียงฝีเท้าของผมดังสนั่นั้แ่บันไดผมวิ่งผ่านห้องม.3 ต่อด้วยป.2 ทุกครั้งที่ผมวิ่งผ่านด้วยเสียงของเท้าทำให้แต่ละห้องนั่นต้องหันมองออกมาที่ทางเดิน
“ม.1—-ม.1...”
ผมเปิดประตูในทันที
ปัง!!!
ทุกสายตามองมาที่ผมอย่างไม่ต้องสงสัย ทุกสายตาจับจ้องผมระหว่างที่ผมก้าวเข้าห้อง โชคดีที่คุณครูยังไม่มาสอน
ผมเดินเข้าที่ด้านหลังห้องคุณคงสงสัยทำไมเด็กที่สอบได้ที่1ของชั้นถึงเป็เด็กหลังห้องกัน เปล่าไม่ใช่ ผมไม่ใช่เด็กหลังห้องที่เกเรแบบนั้นหรอก
ที่จริงผมไม่รู้ว่าโต๊ะตัวเองอยู่ไหน…
ถึงผมจะเก่งแค่ไหนแต่ผมไม่ใช่อัจริยะที่ถึงขั้นจำโต๊ะเรียนตอนมัธยมต้นตัวเองได้ตอนนี้คงทำได้แค่วางท่าไปก่อนจะรั่วั้แ่วันแรกไม่ได้ ผมมองไปรอบๆ ห้องเจอโต๊ะว่างอยู่2ที่ตรงแถวกลางริมหน้าต่าง และแถวหน้าห้อง
ผมเลือกไปนั่งแถวกลางริมหน้าต่าง ผมนั่งลงที่โต๊ะช้าๆ พร้อมสายตาที่กลับมาจ้องมองผมอีกครั้ง
“นี่ๆ เลออน”
อ่า ฉันเลือกผิดสินะ
“นั่นมันที่นั่งของฉันนะ”
ผมหันไปมองเ้าของเสียงนั้นช้าๆ เธอคนนี้คือรักแรกของผมเลย หรือเพราะผมไม่มีตัวเลือกกันแน่อย่างที่บอกโรงเรียนนี้มันเล็ก ผู้หญิงเลยน้อยเอามากๆ
เมย์ เด็กสาวผมสั้น ผิวคล้ำนิดหน่อย ใบหน้าที่น่ารัก
ถ้าเป็คนหลงตัวเองสุดๆ เธอคิดว่าผมชอบเธอ ซึ่งก็อาจจริงในชาติก่อน เพราะผู้ชายในชั้นปีมีไม่กี่คนต่างก็รุมจีบเธอ ผู้ชายมี5คน ผู้หญิงอีก8คนรวมแล้งชั้นปีผมก็มีแค่13คนเท่านั้นเอง
ยัยนี่หลงตัวเองสุดๆ บุคลิคผมในตอนนั้นค่อนข้างขี้อายเหมือนเธอจะมโนไปว่าผมชอบสินะ แต่ในอนาคตที่ฉันจากมาเหมือนเธอจะตกงานรึเปล่านะจนต้องไปทำงานผิดกฎหมาย
“อ่ออืม โทษทีเราสับสนนิดหน่อย”
ผมลุกออกมาด้วยท่าทางเ็าสุดๆ เมย์มองตามแผ่นหลังของผมด้วยความประหลาดใจ ที่วันนี้ผมดูแปลกๆ ไป ผมนั่งลงที่เก้าอี้ของผมที่อยู่ด้านหน้าชั้นเรียนข้างๆ ผมมีเพื่อนที่ผมค่อนข้างสนิทกันสุดๆ เลยในเวลานี้และมันจะเป็แบบนี้แค่อีกช่วยคราวเท่านั้น
“เลออน—--”
“นี่ๆๆ ทำไมนายไม่แวะมาหาฉันเลยละเสาร์อาทิตย์ไหนว่าจะมาเล่นด้วยกัน นี่ๆ พ่อฉันซื้อเลโก้มาด้วยก็ไม่อยากอวดเท่าไหร่นะ…………และก็นะๆ ประมาณนี้ละ”
ไม่อยากเชื่อเลยผมเคยสนิทกับหมอนี่จริงๆ หรอ ผีเจาะปากมาพูดรึไง
“แต่ก็นะ…งั้นนายมาเสาร์อาทิตย์นี้แทนละกันเพราะ…..”
อยากให้ไอ้หมอนี่หุบปากสักที ผมอยากยกเท้าสองข้างขึ้นมาแล้วยัดเข้าไปในปากไอ้หมอนี่จะแย่
“และก็ๆๆๆ …”
“นี่ครูกำลังเข้ามาอย่าพึ่งคุย”
ผมสังเกตเสียงฝีเท้าจากด้านนอกห้องเรียน ในที่สุดก็ทำให้หมอนี่หุบปากได้แล้ว
“นักเรียนทำความเคารพคุณครู”
“สวัสดีค่ะ สวัสดีครับคุณครู”
“อ่า นั่งลงได้”
คุณครูแซ็ก เป็ทั้งคุณครูและกล้องวงจรปิดข้างบ้าน
เพราะบ้านครูแซ็กติดกับบ้านผม ตระกูลครูแซ็กค่อนข้างมีฐานะสุดในหมู่บ้าน ถึงมีสกิลของเขาจะอยู่แค่แรงค์Fแต่บารมีครอบครัวเขาใหญ่จริงๆ บ้านที่ผมอยู่เขาก็ให้อยู่แบบฟรีๆ ด้วยซ้ำ ตระกูลเขายิ่งใหญ่สุดในหมู่บ้านและชอบเหยียดหยามคนอื่นบ่อยๆ โดยเฉพาะครอบครัวผม ส่วนลูกสาวของเขา เข้าไปเรียนในเมืองเพราะค่อนข้างมีเงินก็เลยพอส่งลูกไปเรียนได้ และเขาก็เหมือนกล้องวงจรปิดตามที่ผมพูดเขามักเอาเื่ของผมไปรายงานแม่
“เอาละโฮมรูมวันนี่ อ่อเลออน”
เขาเรียกชื่อผมแบบเป็กันเอง ผมพอจะรู้อยู่แล้วว่าเขาจะพูดเื่อะไร
“ได้ยินมาจากพ่อของเธอแล้วละ ว่าเขาจะย้ายเธอเข้าไปเรียนในเมืองตอนมัธยมต้นปี2หรือก็คืออีก1เทอม”
“เอ๋ จริงหรอครับผม ทำไมผมถึงไม่ทราบเื่นี้เลยละ”
จริงๆ ตอนชีวิตก่อนผมก็พึ่งรู้ตอนครูแซ็กมาบอกเองนี่ละ
“อ่าวเธอเองก็พึ่งรู้ เมื่อวานตอนครูเลี้ยงเหล้าเมื่อวานครูก็พูดเื่ลูกสาวที่น่ารักของครูว่าเขาไปเรียนในเมืองแล้วชีวิตดีขึ้น เรียนเก่งขึ้น พ่อเธอคงอิจฉา และอยากทำตามครูละมั้งนะ ก็มันช่วยไม่ได้นิ วาสนาเราเกิดมาไม่เท่ากันจากนี้ไปพ่อเธอคงต้องหาเงินมากกว่าเดิมเพราะมีภาระเพิ่มขึ้นอีกครูละสงสารจริงๆ เลย”
ครูแซ็กนี่เกินเยียวยา สาเหตุจริงๆ คือพ่อแค่้าพิสูจน์ว่าพ่อเองก็มีปัญญาส่งผมเรียนในเมืองได้ แต่มันก็เกิดมาจากการถูกเหยียดหยามของแกนั่นละ จำได้เลยเหตุการนี้ทำเอาผมน้ำตาไหลกลางห้องเรียน เพราะถูกเหยียดหยามต่อหน้าเพื่อนในห้อง ผมอบอายอย่างมากที่ตัวเองร้องไห้ต่อหน้าเพื่อนๆ ข่าวลือก็กระจายไปทั่วโรงเรียนผมยิ่งถูกนินทาหนักและถูกล้อ
แต่ว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกัน
“เอ๋ เป็ครูบาอาจารย์พูดแบบนั้นมันดีแล้วหรอครับ”
“หะ แกว่าไงนะ”
คนทั้งห้องตกตะลึงในคำพูดและเกร็งกันสุดๆ
“ครูเองก็อายุ40ปี อ๋อจริงสิเซลล์และระบบการทำงานของร่างกายเมื่ออายุ35ปีจะทำงานลดลง แบบนี้นี่เอง สรุปคือคุณครูหูหนวกเป็เพราะแก่ขึ้นนี่เอง”
“แกหาเื่ฉันใช่ไหม อยากโดนไล่ออกใช่ไหม ได้เลยแกจะได้เห็นดีกัน”
ผมค่อยๆ ประสานนิ้วมือทั้ง2ข้างและวางคางตัวเองเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยทำให้เห็นรอยยิ้มปีศาจเล็กน้อยที่มุมปากและพูดตอบกลับครูไป
“กฎหมายแพ่ง มาตรา 170 แห่งประเทศเรอา ผู้ใดที่พูดจาดูิ่บุคคลอื่นต่อหน้าบุคคลที่สามทำให้เกิดความอับอายต้องระวังจำคุก….ปี…ปรับไม่เกิน…”
“หา?”
“กฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชนไม่เกิน15ปี ผู้ใดที่กระทำความรุนแรงไม่ว่าทางกายและจิตใจต่อเด็กและเยาวชนต้องระวังจำคุกไม่เกิน10ปีปรับไม่เกิน 20,000เหรียญเงิน”
เด็กทั้งห้องต่างงงกับสิ่งที่ผมพูดออกไปเพราะเด็กในห้องนี้ไม่เคยเรียนเื่กฎหมายอะไรนี้เลย
“คะ…คำ…คำพูดของเด็กใครที่ไหนจะเชื่อ”
“ครู…ไม่สิ….แซ็ก แกนี่มันแก่แล้วจริงๆ มีตาก็ช่วยดูรอบๆ ด้วย ที่นี่มีประจักษ์พยานทั้ง12คน พร้อมกัน แซ็กแกเป็ครูจริงไหมครับเนี่ย สงสัยต้องร้องเรียนผอ.ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสะแล้วละ”
เด็กทั้งห้องต่างตกตะลึงในความกล้าของผม แต่ก็มีบางส่วนที่แสดงสีหน้าที่สะใจอย่างเห็นได้ชัด
“อย่…อย่ามาปากหน่….”
“หุบปากเน่าๆ ของแกไว้กินข้าว และรีบสอนหนังสือซะถ้าแกยังเป็ครูอยู่ ครั้งนี้ฉันจะปล่อยแกไป แต่ถ้าแกยังดูถูกครอบครัวฉันละก็….”
ผมลุกจากเก้าอี้ช้าๆ เดินตรงไปข้างหน้าชั้นเรียน ผมยืนต่อหน้าแซ็กแล้วตอนนี้
ผมใช้มือขวาเนกไทของแซ็กกระชากมันอย่างแรงและดึงลงมาให้หัวของแซ็กอยู่ในระดับเดียวกับผม และผมก็กระซิบข้างหูมันไปเบาๆ
“~~งบประมาณโรงเรียนปี….ปี…แกยักยอกไปบัญชีต่างประเทศชื่อบัญชี…..เลขที่บัญชี…..ชื่อผู้หญิงที่แกเคยนอกใจเมียมีทั้งหมด…และตอนนี้กำลังเล่นชู้กับเมียของอาจารย์…….~~”
ตอนนี้ทั้งห้องต่างตกอยู่ในความเงียบ ความมึนงง ประหลาดใจ และความหวาดกลัว ซัน และเพื่อนอีก2คนนั้นเข้าใจความหวาดกลัวของครูเป็อย่างดีถึงแม้จะไม่รู้ว่าผมพูดอะไรกับครูเขาััไปที่ใบหน้าที่โดนผมต่อยไปโดยไม่รู้ตัวเป็เพราะร่างกายเขาสั่งให้จดจำความหวาดกลัวนี้เอาไว้ และเมื่อมือััที่แผล ภาพในหัวของเขาก็มีรอยยิ้มอันสยดสยองในวันนั้นเกิดขึ้นมาในหัว
พอผมกระซิบเสร็จ ก็ค่อยๆ เอาใบหน้าห่างจากแซ็กและใช้มือซ้ายตบที่แซ็บเบาๆ อย่างอ่อนโยน
“เอาละผมจะทำเป็เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ถ้านายทำแบบเดียวกันกับเื่ของวันนี้”
“นั่…นั่นสินะ มันไม่เคยเกิดอะไรขึ้นหรอก เนาะทุกคน”
เขาพูดแบบนั่นไปทั้งๆ ที่มือของผมยังดึงเนกไทเขาไว้อยู่
ผมค่อยๆ ปล่อยมือไปและกลับไปนั่งที่พร้อมกับรอยยิ้มที่รู้สึกสนุกสนาน
“อ่ะ…เอาละเราจะเริ่มเรียนกันแล้วทุกคนเอาหนังสือออกมาเร็ว…”
ผมกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเองและมีสายตารอบๆ เริ่มมองผมใหม่ขณะเดียวกัน เมย์ก็มองผมด้วยสายตาสนใจในตัวผมสะงั้นแต่บอกตามตรงผมไม่ได้สนใจเพื่อนร่วมชั้นนี้เลยสักนิดเพราะอีกเดี๋ยวผมก็จะย้ายออกไปแล้ว
แต่ขณะเดียวกันหัวใจผมเริ่มต้นแรงอีกครั้งหนึ่ง
เหมือนตอนนั้นเลยไม่มีผิด หัวใจสูบฉีดเืเยอะขึ้น อะลินนาลีนกำลังไหลพล่านไปทั่วร่าง ความคิด ความรู้สึก มันตอบสนองได้ดีขึ้นกว่าเดิม10เท่า อ่า ความรู้สึกนี้ผมชักติดใจมันแล้วสิ ความรู้สึกที่ได้เอาคืนจากพวกสารเลวที่มันเคยทำกับเราไว้
อยากรู้สึกแบบนี้อีกจัง….