เมื่อเข้าใกล้จุดเกิดเหตุอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็หาที่เหมาะๆในการเฝ้าสังเกตการณ์ ภาพที่ปรากฏเห็นตรงหน้าทำให้ต้องประหลาดใจ
สัตว์เทพสองตนกำลังฟาดฟันกันอย่างดุเดือดเืสาดไม่มีตัวไหนยอมให้กัน เนื้อตัวของสัตว์เทพทั้งสองเต็มไปด้วยาแซึ่งสาหัสมากทีเดียว อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่คิดว่าจะพบเจอสัตว์เทพในดินแดนมนุษย์ได้
ตัวหนึ่งคือราชสีห์เวหา!สีดำทมิฬตัวใหญ่เท่าูเาหนึ่งลูกมันมีปีกใหญ่โตขนสีดำเปล่งประกาย คู่ต่อสู้ของมันมีลักษณะเหมือนจะเป็ลูกครึ่งมีลำตัวยาวคลายัมีปีกแต่หัวเป็นก
จากที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งอยู่ในดินแดนเทพและเคยเห็นจึงรู้ได้ว่ามันคือนกปักษาั! ในดินแดนเทพมันคือสัตว์เทพลูกครึ่งที่ทรงพลังอย่างมากเกือบเทียบเท่าัสายเืบริสุทธิ์เลยเชียว
และที่น่าใยิ่งกว่าคือทั้งสองตัวต่างก็มีพลังปราณระดับกึ่งเทพขั้นสูง! ต้องบอกเลยว่าดินแดนมนุษย์ ณ ตอนนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นแล้ว การที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งสามารถรู้ถึงระดับพลังของสัตว์เทพขั้นที่สูงกว่าได้นั่นเพราะกายเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นเอง
"นั่นมัน! สัตว์เทพ!"ทุกคนต่างใและรู้สึกถึงอันตรายอย่างแท้จริง
"ดูจากสถานการณ์แล้วพวกมันาเ็หนักทั้งสองตัว"อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองจากระยะไกลก็ยังเห็นาแที่สาหัสนั้นได้
"เราควรถอยกลับดีหรือไม่"หลิงซวงเอ่ยเสียงเบาราวขนนกด้วยกลัวว่าสัตว์เทพทั้งสองตนจะได้ยิน
"เรารอดูอีกสักเดี๋ยวเถอะ ไม่ใช่ว่าเราจะได้เจอกับสัตว์เทพต่อสู้กันได้ง่ายๆนะ"อู๋เหล่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นถึงจะกลัวแต่ก็อยากจะเห็นถึงพลังของสัตว์เทพทั้งสอง
ในดินแดนมนุษย์ยากนักที่จะได้พบเห็นสัตว์เทพโดยส่วนมากจะพบเจอแค่เพียงสัตว์ิญญาอายุไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ
'หงหงเ้าสู้ได้หรือไม่'อวิ๋นเฟยเฟิ่งส่งพลังปราณคุยผ่านสายพันธสัญญา เพราะหากได้เ้าสัตว์เทพสองตัวนี้มาก็จะดีไม่น้อย ทั้งตัวของมันสามารถกินเนื้อมันเพื่อเพิ่มพลังิญญาได้ และไหนจะกระดูกยังสามารถนำไปปรุงโอสถก็ได้อีกหลายชนิด
'นายหญิงตอบตามตรงถึงราชสีห์เวหากับปักษาัจะาเ็สาหัสก็จริงแต่ก็มีพลังิญญาระดับกึ่งเทพขั้นสูง หากสู้สุดกำลังทั้งนายหญิงและข้าถึงจะชนะก็อาจจะาเ็สาหัส หรืออาจจะเสมอเ้าค่ะ'หงหงตอบเพราะด้วยระดับพลังิญญาของมันตอนนี้อยู่แค่ระดับเทวะขั้นสูงเท่านั้น
'อืม เช่นนั้นเราก็ถอยกันเถอะ'อวิ๋นเฟยเฟิ่งตัดสินใจได้ในทันทีนางจะไม่ยอมเสี่ยงเพียงแค่นำมาหลอมโอสถทั้งยังมีเหล่าสหายที่ตามมาอีก ถึงใจจะอยากได้มาเก็บไว้หรือถ้าเป็ไปได้ก็อยากทำพันธสัญญากับพวกมันก็ตาม
แต่ก็นั่นแหละด้วยกำลังของนางคงไม่สามารถทำได้อย่างใจนึก แต่ในใจยังนึกสงสัยว่าเหตุใดจึงมีสัตว์เทพระดับนี้อยู่ที่นี้
"พวกเรากลับกันเถอะ ที่นี่ไม่ปลอดภัย"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยขึ้นเมื่อประเมินสถานการณ์แล้วว่าไม่คุ้ม
"นั่นสิ ข้าว่าเรารีบออกไปจากตรงนี้กันเถอะ"ฟางเจี้ยนิเห็นด้วย
ทุกคนพยักหน้าและตั้งท่าจะจากไป แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อเ้าสัตว์เทพปักษาัถูกสะบัดปลิวมาทางที่พวกอวิ๋นเฟยเฟิ่งอยู่ ทำให้ต่างคนต่างก็หลบจากวิถีพลังที่ะเืฟ้าะเืดินอย่างไว
ตูม!!
โฮ่กกก!
ปักษาักลิ้งไปตามพื้นอย่างน่าเวทนาและร้องคำรามออกมาอย่างเ็ป ฝุ่นตลบอบอวลฟุ้งกระจายเืสีเขียวข้นไหลเปรอะเปื้อนทั้งตัว
ราชสีห์เวหาถึงมันจะโจมตีปักษาัได้แต่ก็มีสภาพไม่ต่างกันมากนัก ตอนนี้มันเองก็ยืนไม่อยู่แล้วเช่นกันแต่ถึงจะแบบนั้นมันก็ไม่ล้มลง
ดูแล้วพวกมันสู้กันจนกว่าจะมีตัวใดตัวหนึ่งตายไปข้างหนึ่งหรืออาจจะสู้กันจนตัวตายไปทั้งสองตัว
"มนุษย์งั้นหรือ คิดจะฉวยโอกาสตอนที่พวกข้าาเ็เช่นนั้นหรือ?"ราชสีห์เวหามองเห็นเหล่ามนุษย์ห้าคนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ
"มนุษย์! อย่าได้ฝันถึงข้าจะาเ็แต่พวกเ้าก็ไม่ใช้คู่ต่อสู้ของข้า!"ปักษาัเองก็มองเห็นเช่นกัน
ที่พวกมันพูดออกมาเพราะรู้ว่าหนึ่งในนั้นสามารถเข้าใจและพูดกับพวกมันได้ อย่างที่รู้กันว่าเมื่อผู้ฝึกตนบรรลุพลังระดับนภาจะสามารถเข้าใจพูดคุยกับสัตว์ิญญาและสัตว์เทพได้
ซึ่งก็คืออวิ๋นเฟยเฟิ่งนั่นเอง ด้วยสัตว์เทพทั้งสองมีพลังระดับขั้นที่สูงกว่าจึงสามารถมองดูออกได้ว่าแต่ละคนมีพลังิญญายุทธ์ระดับใด
"พวกเ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าและสหายเพียงแค่ผ่านมาและกำลังจะจากไป หาได้คิดดังเช่นเ้ากล่าว"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยเมื่อได้ฟังปักษาัและราชสีห์เวหาเอ่ย
โจวจื่อซิน อู๋เหล่ย ฟางเจี้ยนิและหลิงซวงต่างก็ใจนหัวใจร่วงหล่น และเมื่อได้ฟังอวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวออกมาก็ยิ่งใ พวกเขาไม่คิดว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะสามารถสื่อสารกับสัตว์เทพได้
"คิดว่ามาแล้วจะออกไปได้โดยง่ายงั้นรึ!"ราชสีห์เวหาจ้องมองอวิ๋นเฟยเฟิ่งด้วยความดุร้ายถึงมันจะาเ็สาหัสแต่ก็สามารถสู้กับมนุษย์ตัวน้อยเหล่านี้ได้อย่างไม่เสียเปรียบ
"เ้ากล้าจริงหรือ? ข้าก็อยากจะลองดูว่าสัตว์เทพที่าเ็สาหัสเช่นพวกเ้าจะสู้ตายกับข้าและนายหญิงของข้าได้อย่างไร"หงหงเอ่ยเสียงดังกึกก้องและปรากฏตัวข้างตัวของเ้านายสาวอวิ๋นเฟยเฟิ่ง
"เ้าคือพญาหงส์เพลิง!"ราชสีห์เวหาไม่คาดคิดว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะมีสัตว์เทพสายเืบริสุทธิ์เช่นนี้ได้ หากว่ายามนี้มันไม่มีสภาพเช่นนี้คงจะไม่ใขนาดนี้
เมื่อเห็นหงหงปรากฏตัวออกมาพวกมันทั้งสองตัวก็รู้สึกกดดันอย่างเห็นได้ชัด แต่กระนั้นด้วยศักดิ์ศรีมันจึงกล่าวท้าทาย
"ก็แค่หงส์ตัวเล็กๆระดับพลังเทวะขั้นสูงคิดว่าจะทำอะไรได้งั้นหรือ"เสียงปักษาัเอ่ย ถึงมันจะต่อสู้กับราชสีห์เวหาจนแทบหมดลมแต่ก็เป็สิ่งที่น่าภูมิใจ หากให้มันตายด้วยน้ำมืุ์ตัวเล็กจ้อยเหล่านี้มันคงต้องอับอายหลายหมื่นปีแน่แท้
เมื่อโจวจื่อซิน หลิงซวง อู๋เหลย ฟางเจี้ยนิได้เห็นหงหงก็ตกตะลึงจนไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องใไปอีกกี่สิบหน
"พวกเ้าถอยออกไปก่อน หากข้าไม่อาจต้านได้จงรีบกลับออกไปที่เขตอาคมโดยเร็ว"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวเสียงเครียด ในเมื่อถอยไม่ได้ก็มีแต่ต้องสู้กันเท่านั้น
"ไม่ได้นะ! เ้าคนเดียวจะสู้สัตว์เทพสองตัวได้อย่างไรหากจะไปเราก็จะต้องออกไปด้วยกัน"ฟางเจี้ยนิเอ่ยอย่างเป็กังวลตอนนี้เขาเครียดจนเหงื่อไหลเต็มแผ่นหลัง
"นั่นสิ! เฟยเฟิ่งถึงเราจะรู้จักกันเพียงแค่เดือนเดียวแต่ข้าหลิงซวงคนนี้นับเ้าเป็สหายร่วมเป็ร่วมตายไปแล้ว ข้าจะไม่ให้เ้าต้องลำบากคนเดียวแน่"หลิงซวงกล่าวหนักแน่น
"ขอบใจพวกเ้านัก แต่ว่าไม่ต้องห่วงข้าหรอก อู๋เหล่ย จื่อซินพาหลิงซวงกับเจี้ยนิหลบไปก่อน"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวและยิ้มให้หลิงซวงกับฟางเจี้ยนิมันทำให้นางรู้สึกตื้นตันใจกับความห่วงใยของพวกเขา ก่อนจะมองสบกับอู๋เหล่ย และโจวจื่อซิน
"อืม เ้าไม่ต้องห่วงพวกข้า ดูแลตัวเองด้วย"อู๋เหล่ยตอบเขามั่นใจว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งต้องไม่เป็อะไร เพราะนางยังมีสัตว์เทพหงส์เพลิงอยู่ข้างกาย
คราแรกเขาก็ยังห่วงและไม่สบายใจที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งมีแต่ช่วยเหลือพวกตนแม้กระทั่งสัตว์ในพันธสัญญาก็ให้พวกเขาก่อนเสมอ จนนางยังไม่มีสัตว์ในพันธแต่นึกไม่ถึงว่านางจะมีสัตว์เทพเป็สัตว์ในพันธสัญญาอยู่ก่อนแล้ว
"แต่ว่า...ข้าจะคอยดูไม่ไปไหนหากว่าเกิดเื่ใดไม่คาดคิดขึ้นข้าจะไม่อยู่เฉย"โจวจื่อซินเมื่อเห็นสายตามุ่งมั่นของอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ได้แต่ยอมรับ แต่ก็ยังวางใจได้เพราะนางคิดว่าบุรุษผู้นั้นสามีของอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะไม่ปล่อยให้สหายนางตกอยู่ในอันตรายแน่นอน เพียงแค่เห็นครั้งแรกนางก็มั่นใจได้เลยว่าเขาจะต้องมีระดับพลังิญญาที่สูงส่งมากเป็แน่
ทุกคนถอยออกไปและเฝ้าสังเกตอยู่ระยะห่างและตอนนี้สัตว์เทพปักษาัและราชสีห์เวหาก็ได้เดินล้อมรอบร่างบางภาพที่ทุกคนได้เห็นทำให้มีความรู้สึกหลากหลาย
ฟางเจี้ยนิที่มองดูอวิ๋นเฟยเฟิ่งถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นว่าร่างบอบบางชุดสีฟ้าอ่อนยืนต่อหน้าสัตว์เทพทั้งสองอย่างกล้าหาญ
อู๋เหล่ยที่ได้เห็นภาพก็เกิดความรู้สึกฮึกเหิมหาญกล้าเขารู้สึกภูมิใจที่ได้รู้จักกับอวิ๋นเฟยเฟิ่ง ช่างเป็สตรีที่สง่างามทั้งยังมีจิตใจเที่ยงตรง
โจวจื่อซินและหลิงซวงต่างก็มีความรู้สึกไม่ต่างกับสองหนุ่ม จิตใจตอนนี้เป็ห่วงอวิ๋นเฟยเฟิ่งอย่างมาก
อวิ๋นเฟยเฟิ่งพลิกฝามือแ่เบาไม่ช้าโซ่สารพัดนึกสีดำเปล่งประกายสีม่วงก็มาอยู่ในมือเรียวงาม อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่ปกปิดพลังพลังิญญาอีกต่อไป นางปลดปล่อยพลังระดับเทวะขั้นต่ำออกมา แต่เพราะด้วยการฝึกฝนอย่างหนักในสุสานกระบี่มารบรรพชนจึงพอมีความมั่นใจอยู่หกส่วนว่าจะชนะ ทั้งยังมีหงหงที่ตอนนี้กลับร่างเดิม
อวิ๋นเฟยเฟิ่งและหงหงหันหลังชนกันจากนั้นก็เริ่มลงมือโดยหงหงสู้กับราชสีห์เวหาซึ่งดีดตัวออกไปสู้กันกลางอากาศห่างออกไปจนเกิดการะเิพลังที่ปั่นป่วนอย่างรุนแรง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเหาะขึ้นกลางอากาศพลางตวัดโซ่จิติญญาสารพัดนึกส่งพลังปราณเข้าใส่ปักษาัอย่างรวดเร็วเกิดการะเิเสียงดังสนั่นเมื่อปักษาัก็ส่งพลังเข้าต่อต้าน
ต้นไม้ใบหญ้าใกล้ๆ ต่างกระจัดกระจายแตกเป็เสี่ยงๆ บนพื้นปรากฏร่องรอยคล้ายกับใยแมงมุมออกมา
ตูม!
อากาศปั่นป่วนอย่างรุนแรง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งทั้งต้านและรุกสู้กับปักษาัอย่างสุดกำลังที่มี ถึงจะมีระดับพลังิญญายุทธ์ห่างชั้นกันอย่างมากมหาศาลแต่เพราะมันาเ็สาหัสจึงพอจะสู้สูสีกันได้
ภาพที่เห็นมีเพียงแสงร่างเงาของทั้งสี่เท่านั้นวูบวาบไปมา ไม่อาจมองด้วยตาเปล่าทันด้วยระดับพลังของโจวจื่อซิน อู๋เหล่ย หลิงซวงและฟางเจี้ยนิจึงเห็นแค่ภาพเงาและการะเิพลังที่รุนแรงเท่านั้น
ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงที่สุดและรู้ว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งมีระดับพลังิญญายุทธ์ที่สูงส่งมากและคาดว่าน่าจะอยู่ระดับเดียวกับสัตว์เทพก็เป็ได้ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าสัตว์เทพทั้งสองมีระดับพลังิญญาเท่าไหร่ แต่ที่รู้ๆคือนี่ไม่ใช่ขอบเขตของระดับนักรบแน่นอน!
เ้าปักษาัปล่อยพลังิญญาของมันออกจากปากเกิดเป็แสงสีแดงเป็ลูกกลมๆ ใหญ่ประมาณลูกฟุตบอลเป็พลังที่อัดแน่นและพลังทำลายล้างของมันก็สามารถล้มแคว้นล้มเมืองได้ด้วยการปล่อยพลังแค่ครั้งเดียว
ฟ่าววว!
เสียงพลังถูกปล่อยอัดผ่านอากาศตรงไปหาอวิ๋นเฟยเฟิ่ง
ทว่าเมื่อเห็นดังนั้นนางก็ไม่ถอยหนีแม้เพียงก้าว ร่างงามสะบัดแขนเสื้อเพ่งจิตแปลเปลี่ยนอาวุธในมือให้เป็ปราณกระบี่เล่มใหญ่
จากนั้นอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็พุ่งเข้าใส่พลังของปักษาั ปราณกระบี่ที่แฝงไปด้วยพลังธาตุน้ำแข็งเกิดเป็พลังมหาศาลโจมตีคู่ต่อสู้อย่างดุเดือด
ตู้ม!!
ชั่วพริบตาเดียว การปะทะกันของพลังก็ะเิขึ้นอีกครั้งนี่คือการต่อสู้ระหว่างผู้ที่มีพลังระดับเทวะขั้นต่ำที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ดังนั้นอานุภาพของมันจะปกติได้อย่างไร
ูเาสูงบริเวณใกล้ๆ สั่นะเืต้นไม้ใบหญ้ากลายเป็ขี้เถ้า เกินเป็ไอหมอกร้อนที่ปกคลุมทั่วบริเวณ
เมื่อหมอกควันจางหายภาพที่เห็นคือปักษาัล้มลงกับพื้นไม่สามารถขยับร่างกายของมันได้อีกเพราะถูกพลังของอวิ๋นเฟยเฟิ่งจู่โจมจนได้รับาเ็จนตอนนี้ลมหายใจของมันเริ่มแ่เบาลงเรื่อยๆ
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเองก็ถูกพลังสะท้อนของปักษาักระแทกใส่จนตกกระเด็นลงพื้นด้านล่างได้รับาเ็เช่นกันเืลมปั่นป่วนจนต้องกระอักเืคำโตแต่ยังดีที่นางใช้ธาตุพฤกษารองรับร่างของนางเอาไว้ได้ทันจึงไม่มีกระดูกท่อนไหนหัก
ร่างบางสูดหายใจลึกเนื้อตัวมอมแมมลุกขึ้นเดินอย่างเชื่องช้าเข้าไปหาปักษาั ในมือเรียวยังถือโซ่จิติญญาสารพัดนึกแน่น
“ข้ามีสองทางเลือกให้เ้า” อวิ๋นเฟยเฟิ่งสูดหายใจก่อนเอ่ยเมื่อเดินมาอยู่ต่อหน้าปักษาั
“หนึ่งตาย! สองยอมทำพันธสัญญากับข้า เลือกมา” สายตาที่จ้องมองปักษาัคือสายตาที่สงบนิ่งแต่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ทั้งยังใช้โซ่จิติญญาสารพัดนึกชี้ไปที่หน้าของมันพร้อมจะลงมือได้ทุกเมื่อ
ปักษาัที่ได้เห็นถึงกับใจสั่นสะท้าน ตอนนี้มันไม่มีกำลังแม้แต่จะยืนหากสตรีนางนี้จะฆ่ามันก็ไม่ลำบากอะไร แต่นางให้ทางเลือกกับมัน ปักษาัลังเลชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย
“ข้า…ยอมทำพันธสัญญากับเ้า” มันเอ่ยเสียงเบาเมื่อความตายอยู่ตรงหน้ามีหรือที่จะไม่กลัว มีคนหยิบยื่นเชือกมาให้มีหรือจะไม่คว้าเอาไว้
“ดี!” อวิ๋นเฟยเฟิ่งทำพันธสัญญาทันที และโล่งอกที่มันยอมแต่โดยดี เพราะตอนนี้นางเองก็ไม่มีกำลังที่จะต่อสู้ยืดเยื้อได้แล้ว
เมื่อการทำพันธสัญญาเสร็จสิ้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึงปักษาัที่าเ็สาหัสและใกล้หมดลมหายใจก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างอัศจรรย์ ร่องรอยาแหายไปพละกำลังเพิ่มขึ้นจนเรียกได้ว่าเกือบหายเป็ปกติ เหลือไว้เพียงแค่ความอ่อนล้าเท่านั้น
และจากที่ระดับพลังของมันอยู่ขั้นกึ่งเทพขั้นสูงตอนนี้ได้เลือนมาเป็ระดับเทพขั้นต่ำ!แล้ว
“ขอบคุณนายหญิงที่เมตตา” ปักษาักลายร่างมาอยู่ในร่างมนุษย์เป็บุรุษรูปงามหล่อเหลาหาตัวจับยากเลยทีเดียวทำความเคารพอวิ๋นเฟยเฟิ่ง
“อืม” อวิ๋นเฟยเฟิ่งเองก็ไม่ต่างร่างกายของนางสมานแผลเองอย่างรวดเร็วและรู้สึกว่ากำลังจะทะลวงขั้น!
อวิ๋นเฟยเฟิ่งนั่งขัดสมาธิและเดินลมปราณทันที นางคาดว่าที่นางสามารถทะลวงระดับขั้นจากเทวะขั้นต่ำไปเทวะขั้นกลางเนื่องจากว่าการต่อสู้กับปักษาัที่ถึงขีดจำกัดนั้นเอง