เช้าตรู่สาวน้อยแต่งกายทะมัดทะแมง กาเกงยีนขาแคบรัดรูปตามสมัยนิยม เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแค่ข้อศอกสีดำ รองเท้าผ้าใบสีชมพูหวาน เครื่องแต่งกายธรรมดาๆนี้ส่งให้สาวผู้นี้น่ามองยิ่งนัก
ผู้เป็พ่อตามมาส่งที่รถ
“ กระเป๋าเสื้อผ้า ของใช้จำเป็อยู่ท้ายรถเรียบร้อยแล้วหรือลูก ”
“ ค่ะคุณพ่อ หนูต้องถึงสนามบินแต่เช้าเพื่อพบกับทีมงานซักซ้อมความพร้อมก่อนเครื่องลง เราไม่รู้ว่าตาเกาหลีนั่นจะมีแฟนคลับมาต้อนรับมากน้อยขนาดไหน..ไปนะคะพ่อ ” สาวน้อยแต่อายุ
ไม่น้อยเขย่งเท้าจุ๊บแก้มบิดา แล้วเดินไปที่รถคันหรูขับออกไปทันที
เมื่อถึงแอร์พอร์ตยังมีเวลาอีกมากกว่าครื่องจะลง แต่ทำไมผู้คนถึงมากมายขนาดนี้ หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวามองหาทีมงานของบริษัทซึ่งนัดแนะกันไว้ ซึ่งก็หาไม่ยากนักเพราะทีมงานจะใส่เสื้อสีส้มทีโลโก้ของบรษัท และก็มีทีมงานคนหนึ่งซึ่งคุ้นเคยกับเธอเมื่อตอนประชุมงานกันอยู่หลายครั้งกวักมือเรียก
“ พี่หมอ..พี่หมอ ”
“ ทำไมคนเยอะจัง เค้ามารับใครกันเหรอ? ” หญิงสาวถาม
“ ก็รับซุปตาร์ของเรานั่นแหละพี่ ” ทีมงานตอบ
“ โห ! นายนั่นฮ็อตขนาดนี้เลยเหรอ” สาวน้อยในชุดสีดำทำตาโต
“ พี่ไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้ว่าเค้าดังขนาดไหน ?
“ เออ..จริงสินะ ”นางยอมรับโดยดุษฎี เพราะนางไม่เคยดูซีรี่ย์เกาหลีเลย อย่าว่าแต่เกาหลี ละครไทยยังแทบไม่เคยดู ก็อย่างที่พ่อว่า..ขึ้นเวรอุตลุด..มีเวลาว่างเมื่อไหร่ ห้านาทีสิบนาทีต้องรีบนอนทันที การนอนเป็รางวัลที่พิเศษสุดสำหรับเธอ
“ พี่ๆ ดูเหมือนบ๊อสใหญ่จะกวักมือเรียกพี่น่ะ ” มนต์ตรามองตามที่น้องในทีมงานชี้มือบอก
“ อ๋อ..เออ..ใช่ๆ ขอบใจนะพี่ไปล่ะ ” มนต์ตรารีบผละจากกลุ่มต้อนรับของทีมงาน วิ่งเหยาะๆไปพบบ๊อสใหญ่ซึ่งก็คือพ่อของนายหล่อนั่นเอง หญิงสาวยกมือไหว้
“ สวัสดีค่ะคุณลุง งานนี้ลงเล่นเองเลยหรือคะ ”
“ จ้ะ พอดีเพื่อนของลุงเค้าเป็บ๊อสของคิม กึนซอง อยากมาเที่ยวเมืองไทย ลุงก็เลยต้องมาต้อนรับเอง ทางทีมงานมานัดแนะว่า พอเครื่องลงให้เราสองคนขึ้นไปรับเค้าบนเครื่องเพื่อทักทายถามสภาพการเดินทางและนัดแนะชี้แจง ทำความเข้าใจกันก่อนจะลงมา เพราะแฟนคลับของเ้าหมอนี่หนาแน่นเหลือเกิน บอดี้การ์ดคงต้องทำงานหนักละคราวนี้ ”
“ ค่ะคุณลุง ”
“ พร้อมมั๊ยลูก ” ท่านถามอย่างผู้ใหญ่ใจดี
“ พร้อมค่ะ ”
เมื่อเครื่องบินแลนดิ้งเรียบร้อยแล้ว สองลุงหลานและสต๊าปของทีมงาน2-3 คน เดินไปขึ้นเครื่อง มีสาวงามแต่งชุดไทยถือพานซึ่งมีพวงมาลัยดอกมะลิหอมกรุ่นตามมา เมื่อถึงบันได บอดี้การ์ดในสูทดำแว่นดำยืนเรียงเป็สองแถวที่เชิงบันไดฝั่งละสิบนาย รวมยี่สิบนายล้วนร่างใหญ่บึกบึนส่วนสูงเท่ากันเปรี๊ยะ
มนต์ตราอดคิดไม่ได้ว่า พ่อไอ้หล่อนี่ยิ่งใหญ่จริงๆแฮ๊ะ ระเบียบวินัยเป๊ะ ยังกะจ้าวเสด็จ หญิงสาวเริ่มสั่น ให้ตายเถอะการเป็ล่ามนี่คิดว่าจะง่าย
นี่กูต้องทำทุกเื่นับจากเวลานี้ไปเลยเหรอนี่ โอ๊ยยย..ตายๆ
เมื่อถึงชั้น business first class บอสใหญ่เบี่ยงร่างให้หญิงสาวออกหน้าเพื่อทำหน้าที่แนะนำซุปตาร์ตัวพ่อ คิม กึนซอง ให้รู้จักกับผู้จัดคอนเสริตอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ อีกสามก้าวจะถึงตัว มนต์ตรามองเห็นชายหนุ่มผิวขาวร่างสูงต้อง180 ขึ้นไปแน่ๆ แต่งกายลำลองสบายๆแต่ดูเท่ห์แบบเคป๊อบเกาหลีทั่วไป สวมแว่นตาดำเลยทำให้มองไม่เห็นสายตาของเขาที่มองมายังสาวน้อยชุดดำ ผมยาวถึงบั้นเอว ที่มาดดูมั่นอกมั่นใจซะเหลือเกิน แว่บหนึ่งที่เขาคิดคือ..ใครเอาเด็กมาเป็ล่ามวะ..
“ สวัสดีค่ะ คุณคิม กึนซอง” หญิงสาวพนมมือไหว้อย่างสวยงาม
“ ดิฉันชื่อ มนต์ตรา สารศาสตร์ ในทริบนี้ดิฉันรับหน้าที่เป็ล่าม เป็ไกด์ และอำนวยความสะดวกให้แก่คุณและคณะตลอด่เวลาที่คุณอยู่เมืองไทย และผู้ใหญ่ใจดีท่านนี้คือ ท่านประธานพจน์ กุลกิจเจริญวงศ์ ซึ่งเป็ผู้ที่ทำให้คอนเสริตในครั้งนี้เกิดขึ้น”
หญิงสาวจึงเบี่ยงตัวให้ซุปตาร์หนุ่มััมือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ทั้งสองกล่าวคำยินดีที่ได้รู้จักกันเป็ภาษาของตน ท่านประธานจึงถามถึงเพื่อนของท่านที่ว่าจะมาเที่ยวด้วย มนต์ตราจึงแปลให้เขาฟัง
“ ท่านป่วยกระทันหัน แพทย์สั่งห้ามขึ้นเครื่อง ” เขาบอก
“ อ้าวเหรอ! ไม่เห็นโทรบอก ”
“ ก่อนขึ้นเครื่องนิดเดียวครับท่าน ” ล่ามเด็กในสายตาของชายหนุ่ม แปลให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง กึนซองถามว่าท่านทั้งสองใช้ภาษาอะไรสนทนากัน บ๊อสใหญ่ชาวไทยหัวเราะชอบใจบอก
“ จีนกลาง ” ถึงคราวกึนซองหัวเราะบ้าง ทักทายกันพอสมควร ท่านจึงสวมพวงมาลัยดอกมะลิหอมกรุ่นให้ พร้อมทั้งอำนวยพรให้การแสดงครั้งนี้ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงโด่งดัง สาวน้อยแปลตามโดยไม่ต้องรอให้พูดจบ ทำให้เหมือนกับว่าแขกทั้งสองสนทนากันได้โดยไม่เสียจังหวะ ท่านประธานค่อนข้างทึ่งในความสามารถของเพื่อนลูก แต่กึนซองทึ่งกว่า
“ นี่มันสำเนียงเกาหลีชัดๆเพี้ยนบ้างนิดหน่อยในบางคำ แต่บางคำชัดจนน่าใ ”
สต๊าฟมืออาชีพของทีมงานเข้ามานัดแนะทำความเข้าใจ ว่าจะมีบอดี้การ์ดสามคนนำหน้า กึนซองอยู่กลางตามติดด้วยล่ามซึ่งต้องคอยแปลทุกคำพูดของบรรดาแฟนคลับชาวไทยที่ะโเข้ามา สองข้างซ้ายขวาจะเป็การ์ดข้างละห้าคน จะเป็กำแพงกั้นไม่ให้บรรดาผู้คลั่งไคล้ซุปตาร์เกาหลีเข้าถึงตัว ปิดท้ายขบวนอีกสามคน
ในขบวนก็จะมีเพียงล่ามตัวน้อยที่จะติดหลังเคป็อบคนดังไปเท่านั้น เมื่อเข้าใจกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานเข้ามาสวมกอดมนต์ตราอย่างให้กำลังใจ กึนซองยืนมองอย่างไม่ค่อยเข้าใจ หญิงสาวจึงบอกว่า
“ ท่านบอกว่า จะแยกตัวออกไปไม่ต้องห่วง ท่านถามกลัวมั๊ย ดิฉันบอกว่าไม่กลัว ท่านให้กำลังใจน่ะค่ะ” ทั้งหมดเคลื่อนขบวนมาถึงลานทางออกของผู้โดยสาร เสียงแฟนๆชาวไทยกรี๊ดกันให้สนั่นฮอล์
“ ผมไม่คิดว่าจะมีคนมารอรับผมมากมายขนาดนี้” ชายหนุ่มหันมาพูดกับคนตัวเล็ก
“ ก็ว่างั้น” เธองึมงำตอบ แฟนนายเกาหลีนี่มากมายเกินคาด ทั้งเสียงะโโห่ร้อง ทั้งป้ายไฟชูกันให้สลอน บ้างเป่าปากวี๊ดวี่กันให้ดังแซ่ดไปหมด ทั้งช่อดอกไม้ พวงมาลัย ตุ๊กตาของฝาก ทีมงานรับต่อจากกึนซองไม่หวาดไม่ไหว บอดี้การ์ดทำงานหนักมากเรียกว่าเสียหลักไม่ได้เลยห้ามล้มเด็ดขาด
ดีนะที่ฝ่ายผู้บริหารคัดสรรมาแต่ทหารร่างใหญ่มืออาชีพที่เป็กำแพงกั้นให้ซุปตาร์และมนต์ตราผ่านไปได้โดยไม่ยากเย็นนัก หลายครั้งที่เขาหันมาถามว่าเค้าพูดถึงผมว่าอย่างไร มนต์ตราจึงรู้สึกตัวสำนึกในหน้าที่ เพราะมัวแต่ตื่นเต้นไม่เคยยืนอยู่ท่ามกลางคลื่นมหาชนมากมายอย่างนี้ เธอจึงเริ่มแปลทุกคำพูด ทุกเสียงที่ะโเข้ามาทันที
“ คิม กึนซอง เรารักคุณ ”
“ หล่อจังเลย ”
“ อยากกอดจังเลย ”
“ ขอหอมที ” อะไรทำนองนี้ นี่คือคำพูดส่วนใหญ่ที่แฟนๆของเขาะโมา มนต์ตราเหมือนเครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ ใครพูดอะไรมานางแปลเป็ภาษาเกาหลีให้หมด
“ ผมต้องพูดว่าอะไรดีกับแฟนๆชาวไทยของผม ” เขาถาม ผู้เป็ล่ามจึงบอกว่า
“ คอยพูดตามดิฉันนะคะ ะโก็ได้เอาดังๆเลย ”
“ ผมรักคุณทุกคนเลย ”
“ ห๊ะ หา..พูดช้าๆผมฟังไม่ทัน ”
“ เอานะ โผม..ร๊าก..คูณ..ทู๊ก..โคนเลย ” กึนซองต้องพยายามเรียบเรียงภาษาไทยฉบับเร่งด่วนให้ชัดที่สุด แล้วะโออกไปตลอดทาง
“ ซาหวัดดีคั๊บ ” ดีๆพูดอีกๆพูดเยอะๆ โดยมีลูกยุอยู่ข้างๆ
“ เดี๊ยวพบกันน๊าาา ”
“ น่ารักทู๊กคนเลย ” สอนกันสดๆร้อนๆ เล่นเอาแฟนคลับฮาตรึมกับความขี้เล่นและสำเนียงฮาๆที่ชาวแดนโสมพยายามพูดอย่างยิ่ง มนต์ตรากั้นหัวเราะกึกๆ
“ เออ..น่ารักดีว่ะ ให้ทำอะไรก็ทำ ”
กว่าจะออกมาถึงบริเวณที่รถคันหรูจอดรอ พระเอกเกาหลีคนนี้ได้ใช้เวลาเป็ชั่วโมงๆในการถ่ายรูป แจกยิ้ม แจกกอด แจกหอมมาตลอดทาง ดีนะที่เป็ผู้ชาย ถ้าเป็ผู้หญิงแล้วมาทำยังงี๊แล้วละก็..ไม่จืดเลย..ขอบอก.. แถมยังถอดเสื้อเชิ้ตลำลองที่ใส่คลุมๆมาพาดบนไหล่มนต์ตราเฉยเลย ชายหน้าสวยยังกับผู้หญิงมาเจออากาศเมืองไทยเข้าแก้มจึงแดงสุกปลั่งเลยทำให้หน้าหวานไปกันใหญ่ ครั้งหนึ่งเขาหันมาพูดกับเธอว่า
“ ขอยางมัดผมหน่อย ” ผมของเขาค่อนข้างยาวแถมดัดเป็ลอนโตๆรุงรังตามประสาเทรนอินดี้ พอดีหญิงสาวมีที่มัดผมคล้องติดข้อมือมาเป็ผ้ายืดลายสีสรรสวยงามก็กะเอาไว้ว่า จะเอาไว้มัดผมตัวเอง แต่พอดีหมวกแก๊ปที่สวมอยู่มีช่องว่างสำหรับเลื่อนหมวกใหัเล็กใหญ่เธอจึงเอาผมรอดออกมาทางนั้น แก้ขัดไปได้แถมเก๋ไปอีกแบบ
เธอจึงดึงผ้ามัดผมออกมาจากข้อมือตัวเองแล้วส่งให้ ก็เป็่จังหวะที่มีแฟนคลับอีกกลุ่มใหญ่เบียดเสียดกันเข้ามาเพื่อยื่นของขวัญให้บ้าง ขอกอดบ้างขอลายเซ็นต์ให้วุ่นวายไปหมด ชายหนุ่มจึงมือไม่ว่างเขาจึงพูดขึ้นว่า
“ มัดให้ผมหน่อย ”
ฮ๊ะ ! หญิงสาวอ้าปากค้างทำหน้าเหวอ “ อิหยังวะ ” ล่ามสาวค่อนข้างใเพราะไม่เคยทำให้ใคร กับไอ้หล่อสนิทกันแค่ไหนก็เพียงแค่เขกกะบาลกันเล่นสนุกๆเท่านั้น แต่ในสถานะการณ์ขณะนี้หล่อนรู้สึกสงสารชายคนดังคนนี้จริงๆ
เหงื่อโทรมหน้าโทรมตัว เสื้อกล้ามตัวเก๋ที่ใส่อยู่แฉะเป็น้ำ เธอจึงบอกให้เขาย่อตัวลงหน่อยเพราะเธอมัดไม่ถึง เธอไม่มีหวีติดมาจึงใช้นิ้มมือทั้งสิบนั่นแหละแทนหวี สางๆเสยๆั้แ่หน้าผากแล้วรวบมัดสูงๆเป็ทรงลูกจันแบบผู้หญิง กลับกลายเป็ส่งผลให้ผู้ชายคนนี้หน้าตาดูสว่างสวยใสขึ้นไปอีก ผ้ามัดผมที่เป็ผ้ายืดสีสรรสะดุดตา กลายเป็เฟอร์นิเจอร์แต่งผมอย่างดีที่ส่งให้ผมของเคป็อบชื่อดังดูเก๋ไปอีกแบบ
“ โอ้ ! มายก็อด” หญิงสาวครางเบาๆ
“ เสร็จแล้ว” เธอกระซิบที่ข้างหู อารมณ์สนุกจึงร้องถามติ่งเกาหลีที่ห้อมล้อมอยู่ว่า
“ สวยบ่ ? ”
“ สวยๆ” ต่างเฮกันลั่นตบมือหัวเราะชอบใจ ชายหนุ่มหันมาเลิกคิ้วเป็เชิงถามว่าอะไรกัน เธอจึงตอบว่า
“ ดิฉันถามแฟนคลับของคุณว่ามัดผมทรงนี้สวยมั๊ย น้องๆก็ตอบว่าสวยมาก ”
“ สวย..นี่มันใช้กับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ”
“ เออน่า..บอกว่าสวยก็สวยเหอะ เื่เยอะจริง” เธอบ่นเบาๆเป็ภาษาไทย ชายหนุ่มทำหน้างงเป็ครั้งที่เจ็ดสิบ..ไม่เข้าใจ