บทที่ 7 เหวินฮุ่ยช่วยคลี่คลายสถานการณ์
“ท่านหมอหลิน ท่านมาพอดี เมื่อครู่เ้าหมอนั่นไปห้องปีกตะวันตกเพื่อทำแบบทดสอบ ข้ายังไม่ได้เก็บเงินเลย”
เมื่อเห็นหลินหัวจะไปห้องปีกตะวันตก เถาจี๋อันก็รีบเข้ามาบอก
“เขาอยู่ที่ใด? ข้าจะไปเก็บเงินเขา”
“เก็บเงินอันใด?” หลินหัวหันมอง จ้องตาเขม็ง
“ข้าทำแบบทดสอบขึ้นมา จุดประสงค์หลักเพื่อแสวงหาผู้มีความสามารถมาทำงาน”
“กับคนก่อนหน้าไม่ใช่ว่าท่านเก็บเงินทุกคนหรือ?”
เถาจี๋อันถามด้วยความไม่พอใจ “คนพวกนั้นล้วนเป็พวกหลอกลวงแฝงตัวมา หากข้าไม่เก็บเงิน ไม่สั่งสอนพวกมันเสียบ้าง คราหน้าพวกมันก็จะมาวุ่นวายอีก”
“ค่ากระดาษ ค่าหมึกก็ไม่ใช่ถูก ๆ จะปล่อยให้พวกหลอกลวงมาใช้เสียเปล่าได้อย่างไร”
หลินหัวพูดด้วยความไม่พอใจ “แต่คนอย่างจ้าวผิงเป็หมอมีความรู้มากความสามารถ พวกเราควรให้ความเคารพ”
“เ้าควรเอาอย่างจ้าวผิง เขาไม่ได้เป็แม้แต่เด็กจัดยา แต่กลับมีความสามารถมากกว่าเ้าตั้งไม่รู้เท่าไหร่”
เถาจี๋อันโดนสั่งสอนเหมือนเด็กน้อย ในใจพาลรู้สึกเกลียดจ้าวผิง เหตุด้วยไอ้ชั่วนั่นโดยแท้ ทำให้เขาหลุดจากตำแหน่งลูกศิษย์ขั้นหนึ่ง กลายเป็เด็กจัดยา ทั้งยังโดนหมอหลินด่าว่าไม่มีจรรยาบรรณ
หากข่าวแพร่ออกไป อนาคตการเป็หมอของเขาคงไม่เหลือแล้ว ถ้ามีโอกาสเขาจะต้องจัดการไอ้ชั่วนั่นเสียหน่อยแล้ว
โอกาสรึ? อยู่ตรงหน้าแล้วมิใช่หรือ?
ถาวจี๋อันรีบพูด “ท่านหมอหลิน จ้าวผิงก็เป็พวกหลอกลวงเช่นกัน เขาใช้เวลาอยู่ปีกตะวันตกเพียงสองเค่อเท่านั้น เกรงว่าเพิ่งอ่านคำถามก็แจ้นหนีออกมากระมัง”
“ที่เ้าพูดเป็เื่จริงรึ?” สีหน้าหลินหัวเคร่งขรึมขึ้นมา
บททดสอบที่เขาทิ้งไว้เป็ข้อสอบจริงที่ใช้สำหรับสอบหมอทหารปีก่อน ๆ กระทั่งตัวเขาทำแบบทดสอบก็ยังต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วยาม
ทว่าจ้าวผิงใช้เวลาเพียงสองเค่อรึ? แปลกจริง!
เขาคงไม่ได้เป็พวกหลอกลวงแฝงตัวมาจริง ๆ หรอกกระมัง
หลินหัวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เดิมทีเขายังคิดอยากสืบเื่บันทึกการใช้พืชสมุนไพรจากจ้าวผิงอยู่เลย
ช่างน่าจะผิดหวัง
“แน่นอนอย่างที่สุด” เถาจี๋อันพูดอย่างมั่นใจ “คนที่อยู่ตรงนั้นล้วนเป็พยาน ั้แ่เขาก้าวเข้าไปในห้องปีกตะวันตกกระทั่งเขาออกมา จ้าวผิงใช้เวลาเพียงสองเค่อ เท่านั้น”
หลินหัวไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเดินเข้าไปในห้องปีกตะวันตกด้วยหน้าตาเคร่งเครียด
ช่างบังเอิญ ตอนนี้จ้าวผิงเดินออกมาจากลานข้างหลังพอดี
เถาจี๋อันจึงรีบขวางเขาไว้ “จ้าวผิง เ้าต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะออกไปได้”
“จ่ายเงิน? จ่ายสิ่งใด?” จ้าวผิงงุนงง
“ฮึ ยังจะถามว่าค่ากระไร?” เถาวจี๋อันพูดเสียงเ็า “เมื่อครู่เ้าใช้กระดาษและหมึกในห้องนั้นมิใช่หรือ?”
“แน่นอนต้องใช้สิ ถ้าไม่ใช้แล้วจะตอบคำถามได้อย่างไร?”
“เช่นนั้นก็ดี” เถาจี๋อันพูด “ตามกฎของท่านหมอหลิน ผู้เข้าทำแบบทดสอบจะต้องจ่ายค่ากระดาษและน้ำหมึก รวมเป็เงินห้าร้อยอีแปะ”
“ห๋า?!” จ้าวผิงใ “สอบนี่มิใช่ว่าไม่มีค่าใช่จ่ายหรอกหรือ?”
“ไม่มีค่าใช้จ่าย?” เถาจี๋อันหัวเราะเยาะ “เฮอะ ที่นี่คือโรงหมอหาใช่โรงทาน!”
“หากทุกคนเป็อย่างเ้า ฉวยโอกาสมาหาผลประโยชน์กันหมด ไม่ใช่ว่าโรงหมอของเราจะต้องจ่ายให้จนหมดตัวงั้นหรือ?”
“รีบจ่ายเงินเสีย ไม่อย่างนั้นข้ารับประกัน เ้าจะไม่ได้ออกจากโรงหมอชำนาญการในสภาพสมบูรณ์!”
“ตอนนี้ข้ายังไม่มีเงินเพียงนั้น”
เมื่อเป็กฎ จ้าวผิงย่อมโต้แย้งไม่ได้ เขาพูดน้ำเสียงขมขื่น “สามารถผ่อนปรนให้สักหลายวันหน่อยได้หรือไม่?”
“เฮอะเฮ่อ” ถาวจี๋อันยิ้มเ็า “ไม่มีเงินแต่กล้าทำอวดดีรึ?”
“ใครก็ได้ มัดเขาไว้!”
“แล้วส่งคนไปบอกครอบครัวเขาให้เอาเงินมาไถ่ตัวเขาออกไป ไม่อย่างนั้นพวกเราจะฆ่าทิ้งเสีย”
“ศิษย์พี่เถา ฆ่าคนเป็พฤติกรรมของโจร” คนที่อยู่ข้าง ๆ เตือน
“อ้อ ข้าพูดผิดไป” เถาจี๋อันเปลี่ยนคำพูด “ถ้าครอบครัวเขาไม่เอาเงินมาไถ่ตัว พวกเราจะให้เขาทำงานสกปรกและเหน็ดเหนื่อยที่สุด เมื่อไรเอาเงินมาจ่ายได้ เมื่อนั้นค่อยปล่อยกลับบ้าน”
“อย่าเอาแต่นิ่งกันอยู่ รีบมัดเขาไว้ แล้วเอาไปโยนไว้ในห้องเก็บฟืนด้านหลัง”
“เดี๋ยวก่อน พวกท่านช้าก่อน”
ในเวลานี้เอง ใครคนหนึ่งก็วิ่งเข้าประตูหน้ามา ผู้มาเยือนหายใจหอบ เห็นได้ชัดว่าวิ่งมาตลอดทาง
จ้าวผิงเห็นก็จำได้ทันที นางคือหญิงสาวคนเมื่อครู่ที่เป็ลมแดด
นางส่งสายตาให้จ้าวผิง บอกว่าให้วางใจได้ จากนั้นนางกันไปพูดกับเถาจี๋อัน
“ท่านหมอเถา ท่านปล่อยผู้มีพระคุณของข้าไปเถิด”
“เงินที่เขาติดค้างพวกท่าน ข้าจะชดใช้ด้วยการทำงานให้พวกท่านเอง”
“ไป ๆๆ เด็กน้อยอย่างเ้ามาสร้างปัญหาอะไรตรงนี้” เถาจี๋อันขมวดคิ้วต่อว่า
เขา้าจัดการกับจ้าวผิง ไม่ใช่หญิงสาวที่ไม่เกี่ยวข้อง
“จ้าวผิง เ้าเป็ถึงบุรุษอกสามศอก พอเกิดเื่กลับให้หญิงสาวออกหน้าแก้ปัญหา เ้ายังเป็ผู้ชายอยู่หรือไม่?”
“ข้ามีอยู่สี่ร้อยอีแปะ” จ้าวผิงก้าวออกมา “ยังค้างพวกเ้าอีกหนึ่งร้อยอีแปะ พรุ่งนี้ข้าจะเอามาคืน”
“ทำบันทึกหนี้ไว้ได้เลย หากพรุ่งนี้ไม่คืนให้ ข้าจะจ่ายเพิ่มสองเท่าเป็สองร้อยอีแปะ และถ้ายังไม่คืนอีก ข้าก็จะจ่ายเพิ่มเป็เท่าตัวไปเรื่อย ๆ”
กระต่ายตัวหนึ่งขายได้หนึ่งร้อยอีแปะ วันนี้กลับไปดักกระต่ายเพิ่ม อย่างไรก็น่าจะดักได้หลายตัวอยู่ ต้องคืนเพิ่มอีกหนึ่งร้อยอีแปะย่อมไม่ใช่ปัญหา
“ไม่ต้องเขียนบันทึก”
หญิงสาวคนนั้นได้ยินคำพูดของจ้าวผิง ดวงตานางก็เป็ประกาย
“ตอนนี้ข้ามีแปดสิบอีแปะ นับว่าพวกเรายังติดค้างอยู่อีกเพียงยี่สิบอีแปะ ข้าจะไปหามาเพิ่ม”
พูดจบหญิงสาวก็หันไปพูดกับคนที่ล้อมอยู่ “ท่านทั้งหลาย เหล่าเพื่อนบ้าน ท่านลุง ท่านป้า พี่ชาย พี่สาว ขอพวกท่านช่วยกันทำบุญให้ผู้มีพระคุณของข้าสักยี่สิบอีแปะ ได้หรือไม่”
“เมื่อครู่ข้าเพิ่งเป็ลมแดด ทว่าก็ได้ผู้มีพระคุณช่วยรักษาจนหายดี”
“แม้แต่ท่านหมอหลินก็ยังรักษาไม่ได้ แต่ผู้มีพระคุณสามารถรักษาได้ เป็ที่ชัดเจนแล้วว่า ผู้มีพระคุณมีทักษะการเป็หมอสูงส่ง ในอนาคตจะต้องสอบเป็หมอทหารได้แน่นอน”
“ถึงตอนนั้นหากเขากลับมาเปิดโรงหมอที่อำเภออวิ๋นอันของพวกเรา มาสร้างประโยชน์ให้พวกเราทุกคน”
“พวกท่านที่ช่วยออกเงินคนละหนึ่งอีแปะ ในอนาคตย่อมได้รับประโยชน์มากกว่าเสีย...”
คำพูดของหญิงสาวน่าดึงดูดนัก
คนส่วนใหญ่ที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็คนร่ำรวยที่อยู่ในเมือง อย่างไรเสียชาวบ้านที่ยากจนคงไม่มีเงินมาหาหมอ
พวกคนรวยย่อมไม่สนใจเื่เงินเล็กน้อย จึงเริ่มมีคนโยนเหรียญทองแดงมาหนึ่งเหรียญ
เมื่อมีคนนำ ก็ย่อมมีคนตาม
ไม่นาน หญิงสาวก็เรี่ยไรเงินได้ยี่สิบอีแปะ
หญิงสาวรวบรวมเงินแล้วยื่นให้เถาจี๋อัน “ท่านหมอเถา นี่ห้าร้อยอีแปะ ตอนนี้พวกเราไปได้แล้วใช่หรือไม่?”
“เฮอะ ออกไป ๆ” เถาจี๋อันพูดด้วยความโมโห
เขาหาเงินมาได้จริง ๆ ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสลงโทษจ้าวผิงแล้ว
จ้าวผิงมองหญิงสาวด้วยความซาบซึ้ง แต่นางกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนเดินเข้ามาคล้องแขนจ้าวผิง
“ผู้มีพระคุณ พวกเราไปเถอะ”
“คุณชายจ้าว ช้าก่อน ๆ”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะเดินออกนอกประตูไป หลินหัวก็ออกมาจากห้องปีกตะวันตกพร้อมกระดาษม้วนหนึ่งในมือ
“หมอหลิน ผู้มีพระคุณของข้าจ่ายเงินแล้ว ทานยังมีอะไรอีก?” หญิงสาวพูดด้วยความไม่พอใจ
“จ่ายเงิน?” หลินหัวอึ้งไป “จ่ายเงินค่าอะไร?”
“ท่านหมอหลิน ตามกฎท่าน พวกหลอกลวงที่เข้ามาทำแบบทดสอบที่ห้องปีกตะวัน ทำเสร็จแล้วจะต้องจ่ายห้าร้อยอีแปะเป็ค่ากระดาษและหมึก” เถาจี๋อันพูดเหมือนประจบ “และจ้าวผิงคนนี้ก็เข้าไปในห้องเพียงสองเค่อเท่านั้น เขาต้องมาก่อกวนแน่นอน”
“ดังนั้นข้าเลยเก็บล่วงหน้า...”
เพียะ!
เถาจี๋อันไม่ทันพูดจบ หลินหัวก็ตบบ้องหูเขาอย่างแรง
“บังอาจ!”
“โรงหมอนี้เป็ของข้า เป็ที่ที่ให้เ้ามาส่งเสียงดัง ทำตัวอวดดีั้แ่เมื่อไร?”
“คุณชายจ้าวผู้นี้ไม่เพียงแต่สอบผ่าน ซ้ำยังตอบได้คะแนนเต็ม ความรู้สมกับเป็หมอมากกว่าข้าที่เป็ผู้าุโเสียอีก”
“แล้วเ้าเป็ใครกัน ถึงกล้ามาเก็บเงินเขา?”
“ด้วยคุณสมบัติอย่างเ้าแล้ว ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็เด็กจัดยาให้ห้องยาเสียด้วยซ้ำ”
“ั้แ่นี้เป็ต้นไป เ้าไม่ต้องมาแล้ว”
“เอาเงินคืนคุณชายจ้าว แล้วไปเก็บของของเ้าออกไปเสีย”
เถาจี๋อันอึ้งไป
เขาคุกเข่าลงกับพื้น โดยไม่สนใจภาพลักษณ์ตัวเอง ก้มคำนับหลินหัวไม่หยุด
“ท่านหมอหลิน ข้าขอร้องท่าน โปรดยกโทษให้ข้าสักครั้งเถอะ แต่นี้ไปข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว”
“ฮึ!”
หลินหัวสะบัดชายเสื้อ พูดเสียงทุ้มต่ำ “คนที่เ้าทำผิดด้วยหาใช่ข้า”
เถาจี๋อันเป็คนฉลาด เขาจึงรีบเดินเข่าไปตรงหน้าจ้าวผิงพลางขอร้องวิงวอน
“คุณชายจ้าว ท่านเป็ผู้มีน้ำใจ ย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อยกับผู้ด้อยกว่า อย่าใส่ใจเลย ข้ายังมีคนแก่และลูกที่ต้องดูแล ข้าเสียงานนี้ไปไม่ได้จริง ๆ...”