“อะไรกันแก้ว กลับบ้านทีไรเป็ต้องมีของมาฝากทุกครั้ง คราวหน้าไม่ต้องแล้วนะ” คำปันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจพร้อมกับห้ามปรามไปในตัว
“ไม่เป็ไรค่ะลุง ไม่ได้เสียเงินซื้อหาอะไรเลย อย่างเสื้อกันหนาวนี่แก้วก็ขายเอง คืนทุนไปหมดแล้วด้วย เหลือแต่กำไร แก้วเลยเอามาฝากลุงกับป้าไง”
“ส่วนขนมทาร์ตไข่กับขนมบราวนี แก้วก็ทำเอง เสียค่าวัตถุดิบไม่กี่บาท แก้วตั้งใจจะทำขาย เลยเอามาให้ลุงกับป้ากิน จะได้ชี้แนะแก้วถูกว่าควรปรับรสชาติยังไง”
วันนี้วันจันทร์ เป็่เวลากลับไปอยู่บ้านประจำสัปดาห์ เมื่อนึกถึงความหนาวเย็นของชนบทที่มีมากกว่าในเขตเมือง เธอจึงได้นำเสื้อกันหนาวเนื้อหนาจำนวนสี่ตัวไปฝากลุงกับป้า รวมถึงแดนดินและแดนไทยด้วย
“อาทิตย์นี้ขายดีไหมแก้ว” วงเดือนถามด้วยความอยากรู้
“ขายดีมากกว่าที่คิดค่ะป้า ถ้าขายดีต่อเนื่องแบบนี้ ร้านขายขนมอบของแก้วน่าจะเปิดได้เร็วขึ้น”
“ขนมพวกนี้น่ะเหรอ” วงเดือนหยิบทาร์ตไข่ขึ้นมามองด้วยความสนใจ ั้แ่เกิดมานี่เป็ครั้งแรกที่เห็นขนมหน้าตาแปลกประหลาดแบบนี้
“นี่เป็ส่วนหนึ่งค่ะป้า ป้าลองชิมดู ลุงด้วย” ปิ่นแก้วเอ่ยเชื้อเชิญ
ทั้งคำปันและวงเดือนต่างหยิบทาร์ตไข่เข้าปากก่อนจะทำสีหน้าพึงใจ โดยเฉพาะวงเดือนที่ตาเป็ประกายบ่งบอกถึงความชอบใจอย่างที่สุด
“นี่แก้วทำเองเหรอ อร่อยมากเลย ไปหัดทำมาจากไหน ป้าไม่เคยเห็นขนมแบบนี้เลย”
“แม่ของเพื่อนสอนทำค่ะ เห็นว่าแก้วอยากทำงานหารายได้ เลยช่วยสอนให้”
“เ้านี่เรียกว่าอะไรนะ” คำปันสอบถามด้วยความสนใจ
“ทาร์ตไข่ค่ะ เป็ขนมฝรั่ง ลุงกับป้าลองบราวนีด้วยสิ” พลางเลื่อนบราวนีที่ตัดแบ่งเป็ชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณสองนิ้วไปใกล้ ๆ ทั้งสองคน
“อืม อันนี้หอมเหมือนกลิ่นไมโลนะ เนื้อหนึบ ๆ สู้ฟันดี” คำปันเอ่ยชมเมื่อชิมเสร็จ
“ลุงกับป้าคิดว่าควรปรับรสยังไงเพิ่มดีคะ”
“ป้าไม่เคยกินขนมพวกนี้มาก่อน ลุงเองก็เหมือนกัน เลยไม่รู้ว่ารสที่แท้จริงเป็ยังไง แต่ถ้าเอาตามความรู้สึกและความชอบในตอนนี้ป้าว่ามันอร่อยมากนะ รสชาติพอเหมาะพอเจาะ ไม่ต้องปรับอะไรหรอกป้าว่า เอารสแบบนี้แหละ” วงเดือนสรุปให้ โดยมีคำปันพยักหน้าเห็นชอบ
ปิ่นแก้วยิ้มรับหน้าชื่นและก่อนที่จะได้พูดคุยอะไรกันต่อ ทั้งสามคนก็พลันได้ยินเสียงะโด่า เสียงโวยวายของชายและหญิงดังขึ้น ถือเป็เื่ผิดปกติในชนบทที่ผู้คนมักจะอยู่กันอย่างเงียบ ๆ ทั้งสามคนจึงพากันเดินไปดูเหตุการณ์ที่หน้าบ้านด้วยความสงสัย
“ถ้าแกไม่ยอมไป ก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าพ่ออีก ฉันไม่มีลูกอกตัญญูแบบแก” ชายวัยสี่สิบกว่าปีะโเสียงดังด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ
“ฉันก็ไม่ใช่ลูกพ่อมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ ในสายตาพ่อมีแค่ละมัยเท่านั้นที่เป็ลูก ฉันมันแค่คนรับใช้ในบ้านมาแต่แรกเท่านั้น” เด็กสาวะโแข่งกับพ่อ
“อย่าใจร้อนพี่ทัด แพงด้วย มาพูดคุยกันดี ๆ ดีกว่า” หญิงวัยใกล้เคียงกับทัดเอ่ยเสียงห้าม
“เหอะ จะพูดคุยดี ๆ อะไรอีก เป็น้าแจ่มเองไม่ใช่เหรอที่บอกให้พ่อส่งฉันไปขายตัวเพื่อจะได้มีเงินให้ละมัยเรียนสูง ๆ นะ” แพงหญิงสาววัยสิบแปดพูดด้วยความเจ็บช้ำ
“เอ๊ะ! แพง ขายตงขายตัวที่ไหน แค่ให้ไปทำงานในร้านอาหารที่เมืองหลวงเท่านั้น งานสบาย เงินเดือนดี” แจ่มจันทร์รีบแก้ตัวด้วยเห็นผู้ชมเริ่มมุงดูกันมากขึ้น ตอนนี้เป็่เวลาใกล้สี่โมงเย็น ชาวบ้านเริ่มทยอยกลับจากไร่กันบ้างแล้ว
“ถ้ามันสบายจริง ทำไมไม่ให้ละมัยลูกเมียน้อยไปทำเองล่ะ เพราะไม่อยากให้ลูกตัวเองสกปรกเลยส่งลูกเมียหลวงอย่างฉันไปขายตัวแทนใช่ไหม”
เพียะ!
แพงโดนแรงมือของทัดตบที่ใบหน้าจนเห็นรอยนิ้วเป็ปื้นแดงที่แก้ม พร้อมกับมุมปากที่มีเืไหลซิบออกมา
“แกขอโทษน้าแจ่มเค้าเดี๋ยวนี้ แจ่มเป็เมียฉันอย่างถูกต้อง ไม่มีหลวงน้อยที่ไหนทั้งนั้น”
“หึ” แพงยกมุมปากยิ้มหยัน แต่ที่ดวงตากลับมีน้ำคลออยู่เต็ม “ในเมื่อพูดเื่จริงทำไมต้องขอโทษ ขนาดตอนแม่ยังอยู่ พ่อยังพาน้าแจ่มมาคลอเคลียกันในบ้านอย่างไม่รู้จักอาย พอแม่ตรอมใจตายได้ไม่ถึงเดือน พ่อก็รีบพาน้าแจ่มมาอยู่บ้านอย่างออกหน้าออกตาทันที ที่ไม่มีใครพูดถึงเื่นี้ ใช่ว่าพวกเขาจะลืม เพียงแค่เขาแอบไปซุบซิบหัวเราะเยาะกันลับหลังเท่านั้น” แพงพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น ส่วนบรรดาชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ก็มีบางพวกที่แอบอมยิ้มเมื่อฟังแพงพูดจบ
“แก!” ทัดเตรียมเงื้อฝ่ามือขึ้นสูงหวังตบปากสั่งสอนลูกสาวอีกครั้ง
“ทำร้ายร่างกายนี่โทษหนักนะลุง”
หลังจากโพล่งออกไป ปิ่นแก้วก็อดตบปากตัวเองเบา ๆ ไม่ได้ ว่าจะยืนมุงดูอยู่เงียบ ๆ แล้วเชียวนะ ไม่รู้ผีตัวไหนเข้าสิงถึงทำให้พลั้งปากออกไปได้
“คนเคยแขวนคอตายเพราะผู้ชายทิ้ง ดูเหมือน่นี้จะปากเก่งขึ้นนะ”
นั่นปะไร ปิ่นแก้วกลอกตามองบนอย่างอ่อนใจเมื่อได้ยินเสียงแขวะจากแจ่มจันทร์ เข้าไปยุ่งทีไรเป็ไม่พ้นโดนโยงเื่แขวนคอทุกทีสิน่า
วงเดือนดึงชายเสื้อปิ่นแก้วเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้าไม่ให้ไปต่อล้อต่อเถียงจนกลายเป็เื่ยาว
“มีเื่อะไรกันอีก” คำแปงซึ่งเดินเข้ามาในที่เกิดเหตุ สอบถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเหนื่อยหน่ายใจเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเขาเผลอไปลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนไว้หรือเปล่า ่นี้ถึงมีปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างลูกบ้านให้ต้องตามแก้อยู่ไม่เว้นวัน
“ไม่มีอะไรผู้...”
“ลุงผู้ใหญ่ ฉัน้าตัดสัมพันธ์กับพ่อ” แพงพูดประโยคนี้ออกมาก่อนที่ทัดจะทันพูดจบ
“นังแพง!” ทัดเอ่ยเสียงดังก้อง
“ลุงผู้ใหญ่ ฉันทนเป็ลูกของคนที่้าจะขายฉันเป็หญิงบริการไม่ได้” แพงเอ่ยต่อโดยไม่สนใจทัดที่กำลังมีสีหน้าบูดบึ้งแม้แต่น้อย
แก..นังนี่” ทัดเตรียมโผเข้าไปทำร้ายแพงที่ยืนอยู่ตรงข้าม
“หยุดเดี๋ยวนี้ ทัด บอกให้หยุด!” คำแปงเอ่ยห้ามเสียงดัง พร้อมกับเข้าไปยืนขวางคั่นกลางระหว่างพ่อลูก
“นังนี่มันเหิมเกริม ฉันเลี้ยงมันมาั้แ่ตีนเท่าฝาหอย ต้องตีสั่งสอนเสียให้เข็ด” ทัดเอ่ยเสียงกร้าว
“พูดอะไรก็ควรให้อายปากบ้างนะพ่อ ั้แ่ฉันจำความได้ ฉันเห็นแต่แม่ทำงานงก ๆ หาเงินมาเลี้ยงฉัน ไม่พอยังต้องหาเงินมาจุนเจือพ่อด้วย พ่อถึงได้มีเงินไปเลี้ยงน้าแจ่มอีกต่อยังไงล่ะ แล้วหลังแม่ตาย ข้าวสามมื้อ ค่ากิน ค่าเรียนของฉันก็มาจากยายทั้งหมด แล้วไง พอยายตายเผายังไม่ทันได้เจ็ดวันพ่อก็คิดหาเงินจากการส่งลูกไปขายตัวอีก”
“เกิดมาโตจนป่านนี้ ฉันยังไม่เคยเห็นพ่อคนไหนที่ไม่มีความเป็คนและสารเลวชาติชั่วได้เท่านี้มาก่อน!”
ปิ่นแก้วแอบจุปากด้วยความทึ่ง แพงคนนี้แซ่บจี๊ดถึงใจ!
“น..น..นังลูกทรพี ข้าน่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากเอ็งให้ตายั้แ่เกิด จะได้ไม่ปล่อยให้มายืนด่าแบบไม่สนหัวหงอกหัวดำแบบนี้”
“หยุดได้แล้วทั้งคู่!” คำแปงตวาดเสียงดัง “ไป แยกย้ายกันไปทั้งสองคน รอใจเย็นลงก่อน ค่อยมาคุยกันอีกที”
“ลุงผู้ใหญ่ ไม่จำเป็ต้องคุยกันอีกให้มากความ ฉันอยากตัดลูกตัดพ่อกับเขา ถ้าไม่ตัดกันวันนี้ ก็หนีไม่พ้นจะจับฉันไปขายตัวอีก ฉันไม่ใช่ทาส ฉันไม่ใช่เบี้ยล่างของใคร ฉันก็เป็คนคนหนึ่ง มีศักดิ์ศรีของฉันเหมือนกัน”
“เออ ข้าก็ไม่อยากเป็พ่อของนังเด็กเหลือขออย่างเอ็งเหมือนกัน ตัดสัมพันธ์กันวันนี้เลย เจอหน้าไม่ต้องเอ่ยทัก จะตายก็ไม่ต้องคลานมาขอความช่วยเหลือจากข้าอีก” ทัดโมโหจนเืขึ้นหน้า ไม่สนใจประนีประนอมเช่นเดียวกัน
“พี่ทัด ใจเย็น ๆ ลืมเื่นั้นไปแล้วเหรอ” แจ่มจันทร์รีบกระชากแขนทัดพร้อมกับกระซิบพูดกับเขาเบา ๆ เธอยัง้าเงินค่าตัวที่ได้จากการขายแพงให้กับนายหน้าอยู่
“ยังอยากได้เงินค่าตัวของพี่แพงอยู่เหรอป้า” ปิ่นแก้วคันปากยิบ ๆ และทนไม่ไหวในที่สุด
“แก้ว” วงเดือนเอ็ดเสียงเบา
“นังแก้ว แกดูถูกฉันมากไปแล้วนะ ระวังฉันจะฟ้องตำรวจฐานิ่ประมาท” แจ่มจันทร์ตาลุกวาวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ปิ่นแก้วอย่างไม่พอใจ
“ฟ้องเลย ฉันได้ข่าวมานะว่าตอนนี้ตำรวจมีเครื่องจับเท็จแล้ว ฉันจะขอให้ตำรวจใช้เครื่องจับเท็จมาพิสูจน์ว่าใครพูดจริง ใครพูดโกหก จะได้จับเข้าคุกถูกคน” ปิ่นแก้วเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัว
แจ่มจันทร์ทำหน้าเสีย รีบสะกิดสามีให้ช่วยพูดอะไรบางอย่าง
“เอาล่ะ เงียบ ๆ กันก่อน” คำแปงตัดบท
“ตกลงเอายังไงทัด” เขาหันไปถามทัดที่ยังคงมีอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“ฉันไม่มีลูกอย่างมัน เด็กที่ไม่เคารพพ่อ เคารพแม่น้า เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก”
แพงยกมุมปากยิ้มหยัน “ฉันก็ไม่อยากเกี่ยวพันกับคนที่จ้องแต่จะเอาเปรียบฉันเหมือนกัน”
คำแปงถอนหายใจแรง “แล้วจะเอายังไงกันต่อ”
“ผู้ใหญ่ช่วยเขียนสัญญาตัดสัมพันธ์ให้ฉันด้วย เขียนวันนี้เลย” แพงพูดด้วยน้ำเสียงกร้าว