หลังจากหัดพายเรือกันมาหลายวันในตอนนี้แจ็คและดีนก็สามารถพายเรือได้ชำนาญ จนสามารถคุมเรือได้ด้วยตัวคนเดียวในขณะที่แอนนี่และอลิซนั้นกลับไม่ได้สนใจกับการหัดพายเรือเท่าไหร่
“ฉันว่าพวกเราน่าจะพร้อมแล้วละ”แจ็คพูดขึ้น
“นั้นสินะฉันรู้สึกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันควบคุมเรือได้ดีมากขึ้นด้วย” ดีนพูดตอบ
“คืนนี้นายว่าไงเราจะแอบพายตามเรือของเจมส์ไปดีไหม”ดีนถามขึ้น
“เยี่ยมเลยแล้วเราจะไปเซอร์ไพร์ให้เจมส์ใ” แจ็คพูดขึ้น
“ฉันรับประกันได้เลยว่าเจมส์จะต้องอ้าปากค้างแน่ๆที่เห็นพวกเราพายเรือตามเขา แล้วไปเจอเขาที่ไหนซักที่ ที่เขาไม่ยอมบอกเรา” ดีนพูด
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ร้องขึ้น ทำให้เด็กชายหันไปมองก่อนจะเห็นเจมส์และพวกเด็กผู้หญิงกำลังเดินมาทางเขา
“ไง พวกเธอทำอะไรกันอยู่” เจมส์ที่เดินมาถึงก็เอ่ยถามขึ้น
“พวกเรากำลังคิดถึงเื่สนุกๆกันอยู่ครับ” แจ็คตอบ
“เื่สนุกอะไรของพวกนาย” อลิซเอ่ยถาม
“เธอยังไม่ต้องรู้หรอก” ดีนตอบ
“ว่าไงนะ นายจะกีดกันฉันเหรอ” อลิซขึ้นเสียงใส่ดีน
“หยุดเลยนะพวกเธอสองคน” เจมส์พูดขึ้น เพราะถึงแม้เขาจะอยู่กับพวกเด็กๆ ได้ไม่นานแต่เขาก็รู้ว่าดีนกับอลิซเป็พี่น้องที่ชอบทะเลาะกันจนเื่เล็กๆกลายเป็เื่ใหญ่ได้ ในขณะที่แอนนี่กับแจ็คนั้นจะเป็พี่น้องที่รักกันถึงแม้แอนนี่จะเป็ฝ่ายที่ติดแจ็คมากๆ ก็ตาม
“แต่ฉันก็แปลกใจนะที่จู่ๆพวกเธอก็อยากหัดพายเรือให้เป็จนตอนนี้ไม่ต้องมีฉันนั่งไปด้วยพวกเธอก็คุมเรือได้แล้วไม่มีปัญหา” เจมส์พูด
“ขอบคุณครับเจมส์ ทั้งหมดเพราะคุณช่วยสอนพวกเรา”แจ็คพูด
“ไม่เป็ไรไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรยังไงฉันก็ว่างอยู่พอดี” เจมส์ตอบ
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกร้องขึ้น แต่กลับไม่มีใครสนใจมันเลยก่อนมันจะเริ่มแผดเสียงหัวเราะดังลั่น
“หยุดนะปีปิกแกกำลังทายบรรยากาศที่สงบสุขในทะเลสาบนี้อยู่” แจ็คดุ
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกยังคงพูดไม่หยุด จนแจ็คต้องยอมให้มันส่งเสียงต่อไป
“เดี่ยว่บ่ายพวกเธอจะทำอะไรกันบ้าง”เจมส์ถามขึ้นมา
“วันนี้พวกเรากะว่าจะกลับบ้านพักไวๆหน่อยครับ” ดีนตอบ
“ทำไมรีบกลับละ” แอนนี่ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ก็ตลอดหลายวันมานี้ฉันหัดขับเรือมาตลอดเลย ฉันกับแจ็คเลยคิดว่าจะกลับไปนอนพักซักหน่อย” ดีนตอบ
“ใครใช้ให้พวกนายหัดพายเรือั้แ่เช้ายันเย็นละฉันปวดแขนสุดๆ เลยตอนหัดพายเรือ” อลิซพูด
“ฉันก็เหมือนกันตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกปวดแขนไม่หายเลย แม้จะไม่ได้พายเรือมาหลายวันแล้วก็ตาม”แอนนี่พูดเสริม พลางเอามือไปจับแขนที่ยังรู้สึกปวดเมื่อยอยู่
“ฮ่า ๆ ๆฉันว่าวันนี้พวกเธอกลับบ้านไปพักก่อนดีกว่านะ” เจมส์พูด
“คุณจะไม่เหงาใช่ไหมค่ะเจมส์”แอนนี่เอ่ยถาม
“โอ้ ไม่เป็ไรหรอกนะแอนนี่ที่ผ่านมาแค่พวกเธอมาอยู่กับฉันทุกวัน ฉันก็ไม่รู้สึกเหงาอะไรเลย” เจมส์พูดก่อนเอามือไปลูบหัวแอนนี่อย่างเอ็นดู
“งั้นพวกเรากลับก่อนนะครับ”แจ็คพูดขึ้น แล้วทุกคนก็กล่าวลาเจมส์แล้วเดินทางกลับบ้านพักจนถึงเด็กทั้งสี่ก็เดินทางมาถึงบ้านพักใน่บ่ายของวัน
“งั้นเราไปเตรียมของกันเถอะแจ็ค”ดีนพูดขึ้น
“โอเค” แจ็คพูด
“เตรียมของอะไรไหนว่าพวกนายจะกลับมานอนพักไง” อลิซพูดขึ้น
“เตรียมของสำหรับคืนนี้ยังไงละเราจะไล่ตามเจมส์ไปคืนนี้ เขาต้องแปลกใจสุดๆ แน่ๆ” ดีนพูดขึ้น
“พวกพี่จะพายเรืออกไปตอนกลางคืนเหรอแบบนั้นมันอันตรายนะ” แอนนี่พูดขึ้น
“เพราะแบบนี้ไงเราถึงหัดพายเรือให้ชำนาญ”ดีนตอบ
“ป้าเมย์ กับลุงแซมต้องดุแน่ๆ เลย”แอนนี่พูดต่อ
“เอานะ เราไปแค่คืนเดียวพอเซอร์ไพร์จนเห็นสีหน้าที่แปลกใจของเจมส์เราก็กลับ” ดีนพูด
“ไม่ต้องคิดมากหรอกนะแอนนี่เราจะรีบไปรีบกลับก่อนที่ป้าเมย์กับลุงแซมจะตื่นในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้” แจ็คพูดบอกแอนนี่ที่มีท่าทีกังวล
“แล้วพวกนายคิดจะไปกันยังไงละในเมื่อเรือเราไม่มีซักลำ” อลิซถาม
“ใครบอกว่าเราไม่มีนั้นไงเรือของเรา” ดีนตอบพลางชี้ไปยังเรือแคนนูและเรือยนตร์ที่จอดอยู่ที่ท่าเทียบเรือไม้
“แต่นั้นมันต่างจากเรือพายของเจมส์เลยนะ”แอนนี่พูดขึ้น
“เพราะแบบนี้แหละเราถึงต้องรีบกลับมา เพราะเราจะได้มาลองหัดพายเรือแคนนูก่อนจะเอาไปใช้จริง”ดีนตอบพลางฉีกยิ้มให้แอนนี่
“แต่ก่อนอื่นเราจะไปเตรียมของที่จะใช้คืนนี้ก่อน”ดีนพูดขึ้น
แล้วเด็กทั้งสี่คนก็กลับเข้าไปในบ้าน เดินตรงไปยังห้องของพวกเด็กผู้ชายในทันทีโดยแจ็คและดีนนั้นเช็คไฟฉายและกล้องส่องทางไกลพร้อมได้ขอร้องให้พวกเด็กผู้หญิงเตรียมอาหารให้ด้วยเผื่อพวกเขาเกิดหิวขึ้นมาระหว่างทาง และเมื่อจัดของเสร็จแล้วเหล่าเด็กๆก็ลงมายังห้องนั่งเล่น ก่อนแจ็คกับดีนจะขอแยกตัวไปหาลุงแซม
“เธอไม่เป็ห่วงพวกนั้นบ้างเหรออลิซ”แอนนี่เอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“เธอก็เห็นว่าพวกนั้นตั้งใจหัดพายเรือมาขนาดไหนในสัปดาห์ที่ผ่านมา”อลิซตอบ
“ฉันไม่คิดว่าพวกนั้นจะล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆหรอก” อลิซพูด
“พวกเธอจะเอามื้อน้ำชาไหม” จู่ๆ ป้าเมย์ก็เดินเข้ามาถามขึ้น ทำให้แอนนี่และอลิซต้องสะดุ้งใกันไปตามๆกัน
“เอ่อ เอาค่ะเดี่ยวหนูไปช่วยนะค่ะ”อลิซตอบ
“เดี่ยวหนูจะไปช่วยเตรียมนะค่ะ”แอนนี่พูดตาม
“งั้นเหรอ มาสิ” ป้าเมย์พูดขึ้นแม้จะสงสัยในท่าทีของเด็กๆเมื่อกี้แต่เธอก็เลือกที่จะปล่อยไปแล้วกลับไปทำงานของเธอต่อ
ในส่วนของแจ็คและดีนที่เดินมาที่ห้องลุงแซมนั้นก็ได้เคาะประตูห้องขึ้น
“ใครนะ” เสียงลุงแซมดังลอยออกมาจากในห้อง
“ผมดีนเองครับลุงแซม” ดีนตอบออกไป
“เข้ามาสิ” หลังจากลุงแซมพูดจบดีนก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง ก็พบว่าลุงแซมนั่งอยู่ที่โต๊ะกำลังนั่งมองรูปวาดอะไรซักอย่างอยู่
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกโพล่งขึ้นมา ทำให้ลุงแซมหันมาจ้องปีปิก
“ปีปิกเงียบนะ” แจ็คพูดก่อนจะเอามือเคาะที่จงอยปากของปีปิก ทำให้ปีปิกบินหนีออกจากห้องไป
“แล้วพวกเธอมีธุระอะไรกับฉันกันงึ”ลุงแซมถามขึ้นพลางจ้องมองไปยังเด็กชายทั้งสอง
“เราแค่อยากจะขอยืมเรือแคนนูของลุงไปพายเล่นหน่อยได้ไหมครับ”ดีนพูดขึ้น
“พวกเธอพายเรือเป็เหรอ” ลุงแซมถามขึ้น
“พวกผมพายเรือเป็ครับ” แจ็คตอบ
“งั้นก็เอาไปสิแต่อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพด้วยละ” ลุงแซมพูดขึ้น
“เข้าใจแล้วครับ ขอบใจนะครับลุงแซม” ดีนพูดอย่างดีใจ ทำให้ลุงแซมอดยิ้มไม่ได้ที่เห็นหลานของตัวเองดูตื่นเต้นแบบนี้
“แล้วเื่ที่อยากจะไปซื้อของในเมืองละลุงลืมเื่นี้ไปซะสนิทเลย” ลุงแซมถาม
“ไว้วันหลังก็ได้ครับรู้สึกว่าลุงจะดูยุ่งๆ นะครับ” ดีนตอบ
“งั้นเหรอ แบบนั้นก็ได้เหมือนกัน” ลุงแซมพูด
“ว่าแต่นั้นคืออะไรครับ” แจ็คที่หันไปมองรูปภาพที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของลุงแซมด้วยความสงสัยจึงเอ่ยถามขึ้น
“อันนี้มันแค่รูปวาดแผนที่เก่าๆ ของเลคจอร์จในอดีตนะ”ลุงแซมตอบ
“ขอผมดูหน่อยได้ไหมครับ” แจ็คถามขึ้น
“งั้นก็มาดูสิ” ลุงแซมตอบออกไปก่อนจะเลื่อนรูปวาดแผนที่ส่งไปให้แจ็ค
“ขอบคุณครับ” แจ็คเอ่ยขึ้นก่อนจะรับหนังสือมาดู พร้อมดีนที่เดินเข้ามาดูด้วย
“นี่ต้องเป็ที่ที่บ้านพักเราตั้งอยู่ตอนนี้แน่ๆเลย” แจ็คชี้ไปยังส่วนหนึ่งของเกาะ
“นั้นสินะ แต่ที่ที่เราอยู่รู้สึกว่าแผ่นดินมันหายไปต่างกับในแผนที่เลยนะ” ดีนพูดพลางกวาดสายตามอง
“นั้นก็เพราะแผนที่นี้เป็ของในอดีตกว่าร้อยๆปีที่ผ่านมายังไงละ” ลุงแซมตอบ
แจ็คและดีนที่ได้ฟังก็ไล่ดูแผนที่ไปเรื่อยๆ มันแสดงให้เห็นเกาะบริเวณรอบๆที่ซึ่งต่างเป็เกาะที่มีชื่อเสียงทำให้ทั้งสองคนรู้สึกคุ้นตาบ้าง แต่แล้วดีนก็สะดุดตากับเกาะๆหนึ่งเป็อย่างมากก่อนจะเอ่ยถามลุงแซมอีกครั้ง
“ลุงแซมเกาะนี้เป็เกาะอะไรครับทำไมผมไม่เคยเห็น หรือได้ยินชื่อมาก่อน” ดีนพูดขึ้นพลางชี้ไปยังเกาะหนึ่งในแผ่นที่ที่ตั้งอยู่ไกลออกไปในทะเลสาบ
“นั้นเกาะหมอกนะ” ลุงแซมตอบ
“เกาะหมอกเหรอครับผมไม่เคยได้ยินชื่อเลย” ดีนพูดขึ้น
“ไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลกหรอกเกาะนี้มันจมลงไปใต้ทะเลสาบั้แ่ร้อยกว่าปีก่อนแล้ว” ลุงแซมอธิบาย
“แล้วเกาะหมอกมันเป็ยังไงครับ”แจ็คถามขึ้นอย่างสนใจ ทำให้ลุงแซมพยายามนึกถึงเื่ที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับเกาะหมอกนี้อยู่ครู่นึง
“มันเป็เกาะที่ปกคลุมด้วยหมอกทำให้มองไม่เห็นตัวเกาะจากภายนอก ถ้ามองจากที่ไกลๆ ก็เหมือนเมฆก้อนหนึ่งริมขอบฟ้า”ลุงแซมพูดพลางพยายามนึกถึงเื่ต่างๆ เกี่ยวกับเกาะหมอก
“อ้าว ถ้าไม่เห็นตัวเกาะจากข้างนอกแล้วรู้ได้ยังไงครับว่ามีเกาะอยู่” ดีนถามขึ้นอย่างสงสัย
“เื่นี้ลุงก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ตอนนี้เกาะนี้มันจมไปแล้ว ไม่ต้องคิดถึงเื่ของเกาะนี้ให้มากหรอกนะ” ลุงแซมพูด
“แต่มีเื่เล่าต่อๆ กันมาว่าเมื่อสมัยก่อนเพราะเป็เกาะที่พบได้ยากพวกโจรสลัดในอดีตจึงชอบเอาสมบัติมาซ่อนไว้ในเกาะแห่งนี้กัน” ลุงแซมพูดต่อทำให้แจ็คและดีนรู้สึกสนใจขึ้นมาเป็อย่างมาก
“เป็สมบัติแบบไหนครับลุงแซม”ดีนถามอย่างสนอกสนใจ
“ลุงก็ไม่รู้คงมีทางเดียวที่จะรู้นั้นก็คือการลงไปงมในทะเลสาบ ตรงเกาะที่จมอยู่นั้นแหละ”ลุงแซมพูดขึ้นก่อนจะส่งยิ้มให้แจ็คและดีน
“ครับ งั้นเราไม่รบกวนลุงแล้ว เดี่ยวพวกผมไปก่อนนะครับ”ดีนพูดขึ้น ก่อนทั้งสองคนจะรีบเดินกลับออกมาจากห้องของลุงแซม
“นายคิดยังไงกับเื่เกาะหมอก”ดีนหันมาถามแจ็คอย่างตื่นเต้น
“บางทีเกาะนั้นอาจจะผุดกลับขึ้นมาแล้วก็ได้”แจ็คพูดขึ้นด้วยอารมณ์ที่ตื่นเต้นจนเนื้อเต้นราวกับว่าเขาอาจจะได้เจอกับเกาะลึกลับที่มีกองสมบัติมหาศาลซึ่งหายไปนานกว่าร้อยปีก็เป็ไปได้
“งั้นฉันก็รู้แล้วละว่าทำไมเจมส์ถึงไม่ยอมบอกพวกเราเื่ที่เขาแอบเอาเรือออกไปตอนกลางคืน”ดีนพูดขึ้นด้วยอาการเนื้อเต้นที่ไม่ต่างจากแจ็ค
“คืนนี้เราต้องไปเซอร์ไพร์เจมส์ที่เกาะนั้นให้ได้”แจ็คพูดขึ้น ร่างกายร้อนผ่าว รู้สึกได้ถึงเืที่สูบฉีดเร็วขึ้นเพราะความตื่นเต้นจากเื่ทีพึ่งได้รู้มา
“เกาะหมอกแห่งสมบัติ รอพวกเราก่อนเถอะนะ”ดีนพูดขึ้น โดยที่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว