“คารวะท่านลุงจู ท่านลุงกัวขอรับ” เซี่ยลี่หยางคำนับให้นายอำเภอจูกับหัวหน้านักการกัว
“เ้าทำตัวตามสบายเถิด วันนี้นึกอย่างไรถึงนัดเราให้มาหาที่นี่เล่า” นายอำเภอจูถามยิ้ม ทั้งที่ในใจยังหวังว่าเซี่ยลี่หยางจะพูดถึงความดีที่พวกตนช่วยทำให้ตระกูลเซี่ยขายหน้า
“นั่นสิ ่นี้โรงสุราของเ้ามีลูกค้าแน่นขนัด ห้องพิเศษที่เ้าเตรียมไว้ให้เราคงทำให้เ้าสูญเสียรายได้ไปไม่น้อย” หัวหน้านักการกัวพูดขึ้น
“ห้องนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับลูกค้าทั่วไป แต่เป็ห้องที่ข้าทำขึ้นมาเพื่อต้อนรับแขกพิเศษของข้าเท่านั้นขอรับ” เซี่ยลี่หยางพูดเข้าประเด็น “ที่ข้าเชิญท่านลุงทั้งสองมาในวันนี้ ประการแรกก็เพื่อขอบคุณที่ท่านลุงช่วยข้าเื่ของตระกูลเซี่ย และประการที่สองคือข้ามีเื่อยากรบกวนพวกท่านขอรับ”
“รบกวนหรือ? รบกวนเื่อะไร” นายอำเภอจูขมวดคิ้วถาม “เ้าคงไม่ได้กลับไปทำตัวเกเรเหมือนเมื่อก่อนหรอกนะ”
“ไม่ใช่เื่นั้นแน่นอนขอรับ เพียงแต่ข้าอยากได้รถม้ามาไว้ใช้สักสองสามคัน แต่รถม้าจำเป็ต้องลงทะเบียนผ่านอำเภอ ข้าก็เลยอยากรบกวนพวกท่านในส่วนนี้ขอรับ”
“โธ่เอ๊ย! มันจะไปยากอะไร เ้าไม่ต้องไปรบกวนลุงจูของเ้าหรอก ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าจัดการเื่นี้เถอะ” หัวหน้านักการกัวตบอกตัวเองอย่างมั่นใจ “ว่าแต่เ้าอยากได้รถม้าไปทำไมตั้งหลายคัน”
“คันหนึ่งข้าจะเก็บไว้ให้ท่านแม่ใช้ อีกคันหนึ่งข้าจะเอาไว้รับส่งน้องชายและน้องสาว ข้าตั้งใจจะส่งพวกเขาเข้าไปเรียนที่สำนักศึกษาขอรับ ส่วนอีกคันหนึ่งข้าจะเก็บไว้ใช้เอง เพราะคิดว่าอีกไม่นาน ข้าจะไปตามหาท่านพ่อที่เมืองหลวง”
“พูดถึงเื่นี้ขึ้นมาข้าก็ยังแปลกใจ ตงเฉิน (พ่อพระเอกชื่อเซี่ยตงเฉินนะคะ) มาบอกข้าว่าเขาจะไปเยี่ยมพ่อตากับแม่ยายที่เมืองหลวง แต่ทำไมกลายเป็เขาถูกลอบสังหารไปได้” นายอำเภอจูทำท่าคิด
“หรือว่าจะเกี่ยวกับเื่ในอดีตของครอบครัวแม่ทัพเสิ่น” หัวหน้านักการกัวเอามือปิดปากเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอพูดเื่ที่ไม่ควรออกไป
“แม่ทัพเสิ่นคือใครหรือขอรับ” เซี่ยลี่หยางถาม
นายอำเภอจูถอนหายใจ “ความจริงแล้วท่านแม่ของเ้าเป็ถึงบุตรสาวของอดีตแม่ทัพ แต่น่าเสียดายที่เมื่อยี่สิบปีก่อนแม่ทัพเสิ่นพ่ายศึก เขาจึงถูกฮ่องเต้สั่งยึดทรัพย์และยึดตำแหน่งแม่ทัพคืน พร้อมกับปลดคนของตระกูลเสิ่นออกจากกองทัพและงานในราชสำนักทั้งหมด
ปีนั้นลุงกัวของเ้าสอบไม่ผ่านในระดับมณฑล เขาจึงเข้าทดสอบเป็นักการแล้วทำงานที่อำเภอ ส่วนท่านพ่อของเ้ากับข้าสอบผ่านในระดับมณฑล เราสองคนจึงเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อไปสอบจิ้นซื่อ ระหว่างที่เราพักอยู่ในเมืองหลวง ท่านพ่อกับท่านแม่ของเ้าได้พบกันโดยบังเอิญ พวกเขาตกหลุมรักกันในทันที
แต่ก่อนวันสอบหนึ่งวัน ท่านพ่อของเ้ารู้เื่ของครอบครัวแม่ทัพเสิ่นเข้าพอดี หากเขาอยากจะแต่งกับแม่ของเ้าก็มีเพียงการสละสิทธิ์สอบเท่านั้น เพราะผู้ที่จะเกี่ยวดองกับครอบครัวของแม่ทัพเสิ่นจะไม่มีสิทธิ์เข้ารับราชการ ตอนนั้นข้าทัดทานท่านพ่อของเ้าอย่างเต็มที่ แต่เขากลับตอบข้ามาว่าความรักที่เขามีต่อท่านแม่ของเ้ามันมีค่ามากกว่าการเข้าสอบรับราชการ
ท่านแม่ของเ้าเห็นความจริงใจ นางจึงตกลงใจติดตามท่านพ่อของเ้ากลับมาที่อำเภอเสียนโจวด้วยกัน แต่เพราะมารดาของเ้ามีรูปโฉมงดงาม คุณชายตระกูลเซี่ยบางคนจึงมีใจคิดไม่ซื่อ อีกทั้งฮูหยินผู้เฒ่าก็เอาแต่โทษนางว่านางเป็ตัวขัดขวางความเจริญของบุตรชาย ฮูหยินผู้เฒ่าจึงสั่งห้ามไม่ให้นางเหยียบเท้าเข้าบ้านสกุลเซี่ยตลอดชีวิต เฮ้อ...นั่นเป็สาเหตุที่ทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ของเ้าต้องออกมาอาศัยอยู่ที่โรงสุรา และทำให้ท่านพ่อของเ้าต้องทำงานหนักเพื่อทำให้ครอบครัวร่ำรวยและมั่นคงขึ้น คงเป็ความรู้สึกผิดที่เขาอยากชดใช้ให้ฮูหยินผู้เฒ่านั่นล่ะ”
“ความหมายของท่านลุงทั้งสองก็คือท่านพ่อของข้าอาจจะหายตัวไปเพราะเื่ของท่านตาท่านยาย หรือไม่ก็อาจจะเป็เพราะคนในตระกูลเซี่ยที่อยากกำจัดเขาใช่หรือไม่ขอรับ” เซี่ยลี่หยางสรุป แต่เขาไม่ได้บอกถึงเหตุผลอีกข้อหนึ่งว่าบิดาของเขาอาจจะออกไปตามหาบิดาของหลี่เหิงเยว่ด้วย
นายอำเภอจูกับหัวหน้านักการกัวพยักหน้ารับ
“ลี่หยาง ลุงเกรงว่าหากเ้าจะเดินทางไปตามหาท่านพ่อของเ้าที่เมืองหลวง การเดินทางครั้งนี้คงเต็มไปด้วยอันตราย” นายอำเภอจูถอนหายใจอีกครั้ง
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ แต่ท่านลุงไม่ต้องกังวล ระยะนี้ข้าต้องสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวและต้องมั่นใจว่าท่านแม่กับน้องๆ จะอยู่อย่างปลอดภัยเสียก่อน ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่เดินทางเข้าเมืองหลวงแน่นอนขอรับ” เซี่ยลี่หยางหยิบสก๊อตวิสกี้ที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วเจียระไนหรูหราขึ้นมาหนึ่งขวดใหญ่ “อำพันเรืองรองขวดนี้มีอายุในการหมักบ่มถึงสิบสองปี อายุมากกว่าอำพันเรืองรองที่ข้านำออกมาประมูลเสียอีก ข้านำมาให้ท่านลุงทั้งสองได้ดื่มเพื่อเป็การขอบคุณที่พวกท่านดูแลครอบครัวเรามาตลอดขอรับ”
“ไม่ได้ๆ! เราสองคนรับเหล้าดีๆ อย่างนี้มาดื่มไม่ได้ เ้าเก็บไว้ประมูลเถิด” นายอำเภอจูรีบปฏิเสธ “ของมีค่าเช่นนี้เ้าควรเก็บไว้ทำเงิน หากเ้าอยากขอบคุณเรา แค่อำพันเรืองรองตัวที่เ้าเอาออกมาประมูล ตัวนั้นก็เพียงพอสำหรับคำขอบคุณแล้ว”
“นั่นสิลี่หยาง ข้า เหล่าจู แล้วก็ท่านพ่อของเ้าเป็สหายกันมาั้แ่ยังเด็ก ที่เราดูแลพวกเ้าก็นับว่าเป็เื่ปกติ อีกทั้งเหล่าเซี่ยก็ให้ความช่วยเหลือเราสองครอบครัวมาอย่างดีเช่นกัน ความจริงแล้วคำขอบคุณมันไม่จำเป็เลย ยิ่งเหล้าที่เ้าเอาออกมานี้ยังเป็เหล้าดีและมีราคาสูง ข้าสองคนรับไว้ไม่ได้หรอก” หัวหน้านักการกัวรีบปฏิเสธเช่นกัน
“ท่านลุงอย่าได้เกรงใจเลยขอรับ เหล้าชนิดนี้ข้าไม่คิดที่จะเอาออกมาขายหรือประมูล ข้าจะเก็บไว้ดื่มกับคนพิเศษในโอกาสพิเศษเท่านั้น และท่านทั้งสองก็คือคนพิเศษของเรา หากท่านพ่อรู้ ท่านพ่อก็คงเห็นด้วยกับความคิดของข้าเช่นกัน” เซี่ยลี่หยางหยิบแก้ววิสกี้ที่เจียระไนเข้าคู่กับขวดแก้วขึ้นมา จากนั้นเขาก็เอาน้ำแข็งก้อนกลมใหญ่ใส่ลงไปในแก้ว ก่อนที่เขาจะรินวิสกี้ตามลงไป “อำพันเรืองรองขวดนี้หมักบ่มมาหลายปี กลิ่นและรสชาติอาจจะเข้มไปบ้าง แต่เมื่อเติมน้ำแข็งเข้าไปจะช่วยให้กลิ่นและรสชาติของมันละมุนขึ้น ท่านลุงทั้งสองจะไม่ยอมดื่มมันสักหน่อยหรือขอรับ”
เซี่ยลี่หยางยกวิสกี้ขึ้นมาจิบด้วยท่าทางสง่า สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความพอใจเป็ที่สุด ในชีวิตที่แล้วเขาก็เป็นักดื่มตัวยงเช่นกัน และการดื่มเหล้าแบบออนเดอะร็อคก็เป็วิธีการดื่มที่เขาชื่นชอบเอามากๆ
นายอำเภอจูกับหัวหน้านักการกัวเห็นอย่างนั้นมีหรือจะอดใจไหว ขนาดพวกเขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กลิ่นหอมๆ ของเหล้ายังโชยมาเข้าจมูกพวกเขาได้ ยิ่งเห็นเซี่ยลี่หยางค่อยๆ กลืนเหล้าลงคอ ไม่ทนมันแล้ว! ขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะัักับขอบแก้ว
ปัง! เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างแรง
“ลี่หยาง! เ้ายังเห็นข้ากับฮุ่ยหลิงเป็สหายอยู่หรือไม่ ทำไมเ้าถึงชวนแต่ท่านพ่อของเรามาดื่มเหล้าดีๆ แผนทำให้ตระกูลเซี่ยอับอายเป็ความคิดของข้านะ” จูอู๋เซินะโเสียงดัง
“ไอ้ลูกเวรเอ๊ย!” นายอำเภอจูประคองแก้วเหล้าไว้ในมืออย่างทะนุถนอม “เหล้าของข้าเกือบหกแล้วรู้ไหม ถ้าเหล้าแก้วนี้ตกแตก ข้าจะตีเ้าให้ขาหักเลย”
กัวฮุ่ยหลิงไม่สนใจว่าจูอู๋เซินจะถูกท่านลุงจูดุ เขาเดินไปแย่งแก้วเหล้าจากมือของบิดาตนเองมาดื่ม “โอ้โห! ลี่หยาง เหล้าของเ้าทำไมรสชาติดีเช่นนี้ ขอข้าเติมอีกสักแก้วเถอะนะ”
โป๊ก โป๊ก โป๊ก!
“นี่แน่ะไอ้ลูกบ้า!” หัวหน้านักการกัวเขกหัวลูกชายอย่างแรงไปหลายที “ข้ายังไม่ได้ดื่มสักอึก แต่เ้ากลับมาแย่งไปจากมือข้าเสียแล้ว วันนี้ถ้าข้าไม่สั่งสอนเ้าเสียบ้างก็อย่ามาเรียกข้าว่าบิดาเลย”
กัวฮุ่ยหลิงเบะปากใส่บิดา “ไม่ให้ข้าเรียกท่านว่าบิดาแล้วจะให้ข้าเรียกท่านว่าอะไร หรือท่านจะสนับสนุนให้ท่านแม่ไปหาพ่อใหม่ให้ข้ากันล่ะ”
“เ้า...เ้า...” หัวหน้านักการกัวได้แต่ชี้หน้าบุตรชาย
“เอาล่ะๆ พวกเ้าก็อย่าไปยั่วโมโหท่านลุงนักเลย เหล้าที่ข้าเตรียมไว้ยังมีอีกเยอะ กับแกล้มอย่างดีก็มีอีกหลายจาน” เซี่ยลี่หยางเดินออกไปยกสเต็กเนื้อกับซี่โครงหมูอบซอสบาร์บีคิวจานใหญ่เข้ามา อาหารทั้งสองจาน เซี่ยลี่หยางซื้อมาจากเครื่องแลกเปลี่ยนสินค้าในมิติ ป้ายที่เขียนติดไว้บนบรรจุภัณฑ์บอกว่าเป็ฝีมือของเชฟอันดับหนึ่งเลยทีเดียว “ท่านลุงอย่าโมโหพวกเขาเลยขอรับ มาดื่มเหล้ากันดีกว่า”
จากนั้นบุรุษทั้งห้าก็ดื่มสุราพร้อมกับแกล้มเลิศรสอยู่ด้วยกันจนดึก พวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองกลับบ้านได้อย่างไร
ณ บ้านสกุลเซี่ย
ท่านลุงใหญ่เซี่ย ท่านลุงรองเซี่ย และท่านอาห้าเซี่ยก็กำลังดื่มสุราอยู่เช่นกัน เพียงแต่บรรยากาศของพวกเขาไม่ได้สนุกสนานและมีความสุขเหมือนกับฝั่งของเซี่ยลี่หยาง
“ตอนนี้โรงสุราของเ้าหลานเลวนั่นดีไม่เบา ราคาสุราแต่ละขวดตกอยู่ที่ขวดละสองพันห้าร้อยตำลึงเลยทีเดียว วันหนึ่งเฉพาะเหล้าประมูลสิบขวด ที่นั่นก็ทำเงินได้ตั้งสองหมื่นห้าพันตำลึงแล้ว ยังไม่นับที่พวกเขาขายเหล้าหวานทั้งสี่รสชาติได้ในแต่ละวันอีก ข้าคิดว่าไม่เกินหนึ่งเดือน เซี่ยลี่หยางคงทำเงินได้หลายแสนตำลึงแล้ว นั่นมันเท่ากับรายได้ของครอบครัวเราที่ทำมาตลอดทั้งปีเลยนะขอรับ” อาห้าเซี่ยยกเหล้าหวานขึ้นมาดื่ม เขาให้บ่าวรับใช้ไปซื้อเหล้าหวานสูตรดั้งเดิมมาหลายขวดทีเดียว “พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านไม่คิดที่จะทำอะไรสักหน่อยหรือ”
“เ้าอยากให้ข้าทำอะไรล่ะ?” ลุงรองเซี่ยหันไปถามน้องชาย
“ถ้าข้ารู้ข้าจะถามพวกท่านทำไม”
“หากเ้ารู้จักเก็บความ้าของเ้าเวลาอยู่ต่อหน้าสะใภ้สาม เื่มันคงไม่เลยเถิดแบบนี้ ทำไมไม่หัดจำใส่สมองไว้บ้างว่านางคือพี่สะใภ้ของเ้า”
“พี่รอง ท่านจะมาโทษข้าคนเดียวได้อย่างไร มีข้าคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่พึงพอใจนาง” อาห้าเซี่ยหันไปมองพี่ชายคนโต “จริงหรือไม่พี่ใหญ่”
ลุงใหญ่เซี่ยมองน้องชายด้วยสายตาไม่พอใจ แต่เขากลับเปลี่ยนไปพูดเื่อื่น “เซี่ยลี่หยางตั้งใจประกาศให้ทุกคนรู้ว่าครอบครัวของมันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว เช่นนั้นไม้อ่อนก็ไม่จำเป็ต้องใช้ โรงสุราเป็กิจการเดียวที่พวกมันถืออยู่ในมือ หากเกิดเื่ขึ้นกับโรงสุราของมันเล่า”