ห่างจากด่านอวี้เหมินไปสามลี้ ณ ค่ายกองทัพปีศาจ
หลังจากจักรพรรดิปีศาจทั้งสามตนดื่มสุรากันจนหนำใจ จักรพรรดิหมาป่าเพลิงแดงและจักรพรรดินีแมงมุมต่างก็คืนร่างเป็มนุษย์นอนพักผ่อนอยู่ในกระโจม หลังจากเพิ่งใช้คารมหลอกล่อ ‘จักรพรรดิปีศาจหมี’ ผู้ที่มีพละกำลังมหาศาลแต่ขาดความรอบคอบ ให้ยอมออกไปเป็ทัพหน้าในการโจมตีใหญ่ครั้งนี้
เหล่าปีศาจชั้นผู้น้อยที่ต้องออกรบมานานหลายเดือน ต่างก็เริ่มมองเห็นความจริง
แต่เดิมจักรพรรดิปีศาจก็แค่พ่นคำพูดไร้สาระ!
อะไรคือรากฐานไม่เพียงพอ?
อะไรคือเสบียงไม่เพียงพอ?
เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพปีศาจบังเอิญยึดรถขนเสบียงของแคว้นจิ้งได้ พอเห็นข้าววิเศษที่บรรทุกมา พวกมันต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
ด้วยผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ถึงเพียงนี้ ในประวัติศาสตร์ของแคว้นจิ้งคงไม่เคยมีปีไหนมั่งคั่งเท่าปีนี้มาก่อน
จักรพรรดิปีศาจไม่เลือกโจมตีตอนอื่น กลับเลือกโจมตีใน่ที่แผ่นดินอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ นี่ไม่ใช่การส่งพวกมันไปตายหรอกหรือ?
สองจักรพรรดิปีศาจจึงปรึกษากันว่า ไม่สู้รวมกำลังกันบุกไปเพียงครั้งเดียวเสียดีกว่า!
หากมี ‘เผ่าหมี’ ที่หนังเหนียวดุจเหล็กกล้าไปเป็ทัพหน้าคอยรับมือ อย่างน้อยฝ่ายตนก็ยังพอรักษาไพร่พลส่วนใหญ่เอาไว้ได้
เพื่อไม่ให้ายุติลงขณะที่แคว้นจิ้งยังไม่สิ้นชาติ แต่กลับกลายเป็ว่าพวกมันเองที่ต้องถูก ‘เมืองราชันปีศาจ’ กลืนกินจนไม่เหลือซาก!
“จักรพรรดิหมาป่า หากวันนี้ตีไม่แตก เ้าจะถอยทัพหรือไม่?” จักรพรรดินีแมงมุมเอ่ยถามพลางเชิดคางเรียวเล็กอย่างมีนัยสำคัญ
“ถอยสิ ทำไมจะไม่ถอย?” จักรพรรดิหมาป่ากล่าวด้วยความไม่พอใจ “หากมีกำลังเหลือพอจะถอยกลับไป ไอ้จิ้งจอกเฒ่านั่นเต็มที่ก็แค่ลงโทษเรา แต่ถ้าต้นทุนชีวิตทั้งหมดสูญสิ้น ไอ้จิ้งจอกเฒ่านั่นคงจะถือโอกาสยึดครองวังปีศาจศักดิ์สิทธิ์ของข้าไปแน่!”
“คิกคิก เ้าไม่กลัวว่าคำพูดนี้จะเข้าหูฝ่าาหรืออย่างไร?”
จักรพรรดินีแมงมุมหัวเราะเบา ๆ
จักรพรรดิหมาป่าแค่นยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ กำลังจะยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม
ทว่าทันใดนั้น!
ทั่วทั้งกระโจมกลับสั่นะเืเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก!
เหล้าในจอกของจักรพรรดิหมาป่าหกกระจายเต็มพื้น
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่กลับไม่มีอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย
ครู่ต่อมา เขาก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว สบตากับจักรพรรดินีแมงมุมที่แสดงอาการตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน
“แรงสั่นะเืนี่... มันคือท่าไม้ตาย ‘เกราะปฐี’ ของจักรพรรดิปีศาจหมีไม่ใช่หรือ!?”
“อะไรกัน! เขาเพิ่งออกไปได้เท่าไหร่ เหตุใดถึงใช้ท่าไม้ตายก้นหีบออกมาแล้วล่ะ?!”
ทั้งสองใสุดขีด!
วิชาติดตัวของสัตว์ปีศาจนั้นกินพลังมหาศาล หากไม่ถึงคราวคับขันจริง ๆ ย่อมไม่มีใครใช้
แต่ในด่านอวี้เหมินแห่งนี้ กลับมีตัวตนที่น่ากลัวถึงขั้นคุกคามชีวิตราชันปีศาจได้เชียวหรือ?
จักรพรรดิหมาป่าและจักรพรรดินีแมงมุมรีบวิ่งออกจากกระโจมแล้วแหงนมองขึ้นฟ้า
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาพวกมันต้องขนลุกชัน!
นักพรตชราผู้มีท่วงท่าดุจเซียน เพียงสะบัดแส้ปัดรังควานในมือ ร่างมหึมาของจักรพรรดิปีศาจหมีก็ถูกทุ่มเหวี่ยงจนกลิ้งหลุน ๆ อยู่บนพื้นอย่างน่าเวทนา!
จักรพรรดิปีศาจหมีที่ขึ้นชื่อว่ามีร่างกายทนทานที่สุดกลับิัฉีกขาดเืสาด แต่ทว่านักพรตเฒ่าผู้นั้นกลับดูผ่อนคลายราวกับไม่ได้ออกแรงแม้แต่น้อย
นี่คือการกดขี่อย่างสิ้นเชิง!!
จักรพรรดิหมาป่าและจักรพรรดินีแมงมุมนึกเสียใจที่โผล่หัวออกมา!
รู้อย่างนี้น่าจะชิ่งหนีไปั้แ่ตอนนั้นแล้ว
นักพรตสุดโหดผู้นี้มาจากไหนกัน?!
“เฮ้อ อาตมาเพียงแค่้าพระธาตุราชันปีศาจเม็ดหนึ่งเท่านั้น เหตุใดต้องบีบให้อาตมาต้องลงมือด้วยนะ?”
นักพรตอวิ๋นหลงถอนหายใจยาว ก่อนจะเหวี่ยงร่างของจักรพรรดิปีศาจหมีที่ร่อแร่ใกล้สิ้นใจออกไป
เดิมทีเขาตั้งใจจะเจรจาอย่างสุภาพ แต่ทว่าพระธาตุราชันปีศาจนั้นเป็สมบัติล้ำค่าของโลกปีศาจ จักรพรรดิปีศาจหมีจึงคิดว่าเขากำลังดูิ่โลกปีศาจ ประกอบกับเดิมทีก็ดูแคลนเผ่ามนุษย์อยู่แล้ว จึงได้ลงมือโจมตีก่อน...
‘ให้ตายสิ ไอ้จิ้งจอกเฒ่านั่นบอกว่าถ้ามีเซียนกระบี่โผล่มา เมืองราชันปีศาจจะไม่นิ่งเฉย แต่นี่มันนักพรตหน้าไหนกัน เหตุใดถึงดูโหดกว่าเซียนกระบี่ที่ว่าเสียอีก!’
จักรพรรดิหมาป่ากลืนน้ำลายเอื๊อก กล่าวด้วยความลังเล
“ผู้าุโเผ่ามนุษย์ เ้านั่นมันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ขอให้ท่านโปรดอภัย หากท่านมีข้อเรียกร้องใด ท่านไปคุยกับฝ่าาที่เมืองราชันปีศาจเถิด”
จักรพรรดินีแมงมุมพยักหน้าเห็นด้วย
ในฐานะยอดฝีมือที่ท่องไปทั่วใต้หล้า อวิ๋นหลงย่อมรู้ทันแผนการ ‘ยืมมือฆ่า’ นี้ดี
“เื่ที่เมืองราชันปีศาจอาตมาจะไปเยือนในวันหน้าแน่นอน แต่ในเมื่อวันนี้ได้รับคำขอมาแล้ว อาตมาก็ต้องเอาพระธาตุราชันปีศาจให้ได้... เหตุใดต้องไปหาไกลถึงที่นั่นด้วยเล่า?”
สายตาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของนักพรตเฒ่าจับจ้องไปที่จักรพรรดิหมาป่า
จักรพรรดิหมาป่าพลันตัวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง ทันทีที่ถูกสายตานั้นจับจ้อง!
ในร่างกายของเขามีพระธาตุราชันปีศาจฝังอยู่ และเห็นได้ชัดว่านักพรตชราผู้นี้ล่วงรู้เื่นี้เป็อย่างดี!
ซึ่งนั่นหมายความว่า อีกฝ่ายตั้งใจจะกระชากพระธาตุราชันปีศาจออกมาจากร่างกายของเขาแบบสด ๆ !
“ผู้าุโ ถึงท่านจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่การกระทำเยี่ยงโจรเช่นนี้ ไม่กลัวจะเสียชื่อเสียงหรือ?” จักรพรรดิหมาป่าเหงื่อซึม
“หึ ๆ อีกไม่กี่ปีอาตมาก็คงจะบรรลุไปแล้ว จะไปสนชื่อเสียงอะไรกัน?”
อวิ๋นหลงยิ้มเย็น
ปณิธานสูงสุดของเขาคือการส่งต่อหอเทียนจีให้ศิษย์เพียงผู้เดียวของเขา และผู้เดียวที่จะช่วยศิษย์เขาได้ก็คือกู้หลาน ดังนั้นการสนองความ้าของกู้หลานจึงสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด!
อีกอย่าง พวกปีศาจที่กินคนเป็อาหารมาตลอด จะมาเล่นบทบาทผู้ถูกกระทำกับนักพรตอย่างเขาเนี่ยนะ?
น่าขำสิ้นดี!
เขาใช้ไม้ปัดรังควานแตะเบา ๆ ร่างของจักรพรรดิหมาป่าก็พลันแข็งทื่อ!
ภายใต้สายตาที่เปี่ยมด้วยความเคียดแค้น พระธาตุสีแดงสดก็พุ่งทะลุร่างออกมา ทำให้จักรพรรดิหมาป่าคืนร่างเดิมด้วยความเ็ป!
“โฮก!!”
เสียงคำรามด้วยความเ็ปของจักรพรรดิหมาป่าดังสนั่น เืปีศาจสาดกระจายไปทั่ว
ภาพนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่จักรพรรดิปีศาจหมีถูกกระทำเมื่อครู่เสียอีก!
จักรพรรดิหมาป่าผู้ยิ่งใหญ่ จะเคยตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
เหล่าปีศาจที่เฝ้ามองต่างพากันใจสั่นระรัว
กองทัพสามแสนที่เดิมฮึกเหิมจะบุกด่านอวี้เหมิน บัดนี้ขวัญกระเจิงไปหมดสิ้น!
ไม่นานนักพระธาตุราชันปีศาจก็ลอยมาอยู่ในมือของอวิ๋นหลง
เขากวาดสายตามองพลางพยักหน้า “ปนเปื้อนเืปีศาจมาด้วย คุณภาพดูเหมือนจะดีกว่าปกติไม่น้อย... โอสถที่หลอมออกมา สหายเต๋าน่าจะพอใจ...”
เอ่ยเพียงแค่นั้น อวิ๋นหลงก็หมุนตัวจะจากไป
ทว่าในตอนนั้นเอง หมาป่าตัวั์ที่หมอบอยู่กับพื้นก็ดวงตาแดงก่ำ เอ่ยปากด้วยภาษามนุษย์ว่า “เ้ามนุษย์! เ้าเป็ใครกันแน่ บังอาจหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้... โลกปีศาจไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!!”
เมื่อถูกมนุษย์ชิงพระธาตุไปต่อหน้าต่อตา จักรพรรดิหมาป่าก็ยิ่งคลุ้มคลั่งจนไม่กลัวตายอีกต่อไป มันแผดเสียงะโด่าทอนักพรตชราอย่างบ้าคลั่ง!
“อาตมา อวิ๋นหลงแห่งหอเทียนจี ได้รับคำฝากฝังจากที่ปรึกษาของหอมาทวงพระธาตุ... หากโลกปีศาจอยากจะล้างแค้น อาตมาจะรับมือไว้เอง”
นักพรตเฒ่ากล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างเรียบเฉย
ก่อนจะจากไปอย่างสง่างามท่ามกลางสายตาที่หวาดกลัวของเหล่าปีศาจ!
“เ้าหอเทียนจี... เป็ไปได้อย่างไร!?”
จักรพรรดิหมาป่ากรีดร้องด้วยความเจ็บใจ จากนั้นก็สลบไป
ทุกเผ่าพันธุ์ในโลกย่อมรู้กิตติศัพท์ของเ้าหออวิ๋นหลงดี และยิ่งรู้ว่าเขาคือตัวตนระดับแถวหน้าในใต้หล้า!
แต่ทว่า...
เหตุใดเขาถึงมาปรากฏตัวที่ด่านอวี้เหมิน แล้วเล่นงานจักรพรรดิปีศาจสองตนจนพิการในคราเดียว?
หอเทียนจีไม่ใช่ขุมอำนาจที่เป็กลางหรอกหรือ!?
และคำพูดของอวิ๋นหลงที่ว่า ‘ได้รับคำฝากฝังจากที่ปรึกษาของหอ...’
หอเทียนจีมีตำแหน่งที่ปรึกษาั้แ่เมื่อไหร่?
แถมยังสามารถสั่งการให้เ้าหอเทียนจีลงมือด้วยตัวเองได้อีก!?
...
ทางด้านอู๋เฟิงที่อยู่บนกำแพงเมือง เมื่อเห็นภาพนี้ก็แทบจะะโตัวลอยด้วยความดีใจ
เขาคิดไว้แล้วว่านักพรตเฒ่าท่านนี้ไม่ธรรมดา แต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็ถึงเ้าหอเทียนจี!
เมื่อจักรพรรดิปีศาจถูกจัดการไปถึงสองตน ขวัญกำลังใจของกองทัพปีศาจก็แตกพ่าย
โอกาสทองมาถึงแล้ว!
เขาไม่รีรอแม้แต่ชั่วขณะเดียว แม้กำลังทหารจะเทียบกันไม่ติด แต่ถ้าไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ก็คงเสียของเปล่า!
อู๋เฟิงรีบสวมเกราะแล้ววิ่งลงจากกำแพงเมืองไปที่ค่ายทหาร และะโสั่งการว่า “ทหารทุกคน โอกาสมาถึงแล้ว ตามข้าออกไปรบ!”
เหล่าทหารเมื่อได้ฟังก็มึนงง พลางมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
‘วันนี้พวกปีศาจสามแสนตนยกทัพมาบุก ไม่หนีก็บุญโขแล้ว นี่ยังจะให้ออกไปรบอีก เขาบ้าไปแล้วหรืออย่างไร?’
แต่อู๋เฟิงไม่มีเวลาอธิบาย เขาสั่งการต่อไปว่า “ภายในหนึ่งก้านธูป พวกเ้าทุกคนต้องมารวมตัวที่หน้าประตูเมือง!”
“ใครฆ่าศัตรูได้เกินหนึ่งศพ ข้าจะมอบเงินรางวัลสองเท่า!”
อู๋เฟิงะโขึ้นหลังม้าเป็ตัวอย่างให้ทุกคนเห็น
แม้การออกไปนอกเมืองจะเสี่ยง แต่เขารู้ดีว่า นี่คือโอกาสเดียวที่จะเรียกขวัญกำลังใจกองทัพได้!
เมื่อเห็นว่าอู๋เฟิงผู้เป็ขุนนางระดับสามยังกล้าเป็ทัพหน้า...
เหล่าทหารก็เริ่มลังเล!
สุดท้ายพวกเขาก็เชื่อฟังคำสั่ง รีบวิ่งออกไปนอกประตูเมือง
แต่เมื่อเห็นเหล่าปีศาจที่กำลังแตกพ่ายถอยทัพอยู่ไกล ๆ ความตื่นเต้นของพวกเขาก็พุ่งทะลุขีดจำกัด!
“ให้ตายเถอะ... บุก!”
“ฆ่าไอ้เดรัจฉานพวกนี้ให้หมด!”
“พี่น้อง ได้เวลาหาเงินไปทำโลงศพให้ตัวเองแล้ว!”
“...”
...
การรบครั้งนี้ แคว้นจิ้งสามารถพลิกกลับมาชนะได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้กองทัพปีศาจต้องถอยร่นกลับไปกว่าหนึ่งร้อยลี้!
แม้กองกำลังของโลกปีศาจจะยังคงเข้มแข็ง และทหารแคว้นจิ้งก็ชนะมาแบบงง ๆ แต่สถานการณ์ที่เคยย่ำแย่ของแคว้นจิ้งก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน!
ในคืนนั้น อู๋เฟิงเพิ่งถอดเกราะยังไม่ทันได้ล้างตัว ก็รีบเขียนรายงานชัยชนะส่งกลับเมืองหลวงทันที