สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใต้เงาูเา
หลังการปรากฏตัวของคนชุดดำในบทก่อน บรรยากาศทั้งหมู่บ้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามาจากที่ใด
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาสังกัดสำนักใด
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ...
พวกเขารู้เื่ผนึกใตู้เามากเกินไป
ภายในเรือนรับรองชั่วคราวของหอเฝ้าราตรี
เฉินเยี่ยนชิวยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มคนชุดดำ
สายตาเย็นเฉียบของผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ดจับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา
“พวกท่านเป็ใคร”
ชายชุดดำผู้นำเพียงยิ้มบาง ๆ
“ตัวตนของพวกเราไม่สำคัญ”
“สำคัญคือสิ่งที่อยู่ใตู้เา”
คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศยิ่งกดดัน
หลี่มู่หรานขมวดคิ้วแน่น
“พวกเ้ารู้เื่ผนึกได้อย่างไร”
ชายชุดดำมองไปยังูเาไกล ๆ
ก่อนกล่าวช้า ๆ
“พวกเราตามหามันมาหลายร้อยปี”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง
หลายร้อยปี...
แม้แต่หอเฝ้าราตรียังไม่อาจยืนยันข้อมูลมากมายได้
แต่คนกลุ่มนี้กลับพูดราวกับรู้จักสถานที่แห่งนี้ดีอยู่แล้ว
เป็ครั้งแรกที่เฉินเยี่ยนชิวเริ่มตระหนักอย่างแท้จริง
ว่าคนกลุ่มนี้...
อันตรายกว่าที่คิด
ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนทนา
สายตาของชายชุดดำคนหนึ่งพลันหยุดอยู่ที่หลินเซวียน
เด็กหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังเฉินเยี่ยนชิว
เงียบงันเช่นเดิม
แต่ดวงตาของชายชุดดำกลับหรี่ลงเล็กน้อย
“น่าสนใจ...”
เขาพึมพำเบา ๆ
“กลิ่นอายของผู้เฝ้าผนึก”
ประโยคนั้นเบาจนแทบไม่มีใครได้ยิน
ยกเว้นเฉินเยี่ยนชิว
ดวงตาของผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ดวาบขึ้นทันที
“เ้าพูดว่าอะไร”
ชายชุดดำเพียงยิ้ม
แล้วไม่ตอบอีก
แต่คำพูดนั้นกลับฝังอยู่ในใจของทุกคน
โดยเฉพาะหลินเซวียน
ผู้เฝ้าผนึก...
อีกแล้ว
เหตุใดทุกอย่างจึงเริ่มเชื่อมโยงมาหาเขา
วันถัดมา
เฉินเยี่ยนชิวพาหลินเซวียนออกจากหมู่บ้าน
ทั้งสองเดินมาจนถึงแท่นหินโบราณที่เคยค้นพบก่อนหน้านี้
แท่นหินซึ่งสลักคำว่า
“ผู้เฝ้าผนึกคนสุดท้าย”
เอาไว้
ร่องรอยแห่งกาลเวลาปกคลุมทุกส่วนของมัน
เงียบงัน
เก่าแก่
และเต็มไปด้วยความลับ
เฉินเยี่ยนชิวหยุดเดิน
ก่อนหันกลับมามองหลินเซวียน
“เ้ารู้หรือไม่”
“เหตุใดข้าจึงพาเ้ามาที่นี่”
หลินเซวียนส่ายหน้า
ผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ดจึงกล่าวต่อ
“เพราะเ้ามองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น”
“แต่เพียงมองเห็นอย่างเดียวไม่พอ”
เขาชี้ไปยังแท่นหิน
ก่อนกล่าวช้า ๆ
“หากเ้าจะเดินต่อ”
“จงเปิดประตูมรรคาของตนให้ได้”
หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรงขึ้น
นี่คือครั้งแรก
ที่มีคนบอกให้เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง
หลินเซวียนนั่งลงเบื้องหน้าแท่นหิน
หลับตา
ปรับลมหายใจ
เริ่มโคจรวิชาสังเกตมรรคาที่เฉินเยี่ยนชิวถ่ายทอดให้
เสียงลมค่อย ๆ หายไป
เสียงนกค่อย ๆ เลือนหาย
โลกภายนอกเงียบสงัด
เหลือเพียงจิตใจของเขา
ในความมืดนั้น
ดวงตาแห่งกรรมค่อย ๆ เปิดขึ้น
ทันใดนั้นเอง
เขาเห็นเส้นสายจำนวนมหาศาล
เส้นกรรมของูเา
เส้นกรรมของหมู่บ้าน
เส้นกรรมของผู้คน
นับหมื่นนับแสนสาย
เชื่อมโยงเข้าหากัน
ราวกับตาข่ายขนาดมหึมา
และใจกลางของทุกสิ่ง
กลับชี้ไปยังูเาแห่งนั้น
ูเาที่มีผนึกโบราณซ่อนอยู่
จากนั้น
โลกทั้งใบพลันสั่นไหว
เบื้องหน้าเขา
ประตูโบราณขนาดมหึมาปรากฏขึ้น
สูงเสียดฟ้า
เก่าแก่จนไม่อาจคาดเดาอายุ
เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว
และอักขระที่ไม่รู้จัก
หลินเซวียนรู้ทันที
นี่คือ
ประตูมรรคา
ประตูแห่งการก้าวสู่เส้นทางผู้ฝึกตน
เขายื่นมือออกไป
ััมัน
หนัก
มหาศาล
ราวกับูเาทั้งลูก
แต่เขาไม่ถอย
กัดฟัน
ผลักมันออก
ทีละน้อย
ทีละน้อย
จนเกิดรอยแยกเล็ก ๆ
ในวินาทีนั้นเอง
ปราณสายแรก
ไหลทะลักออกมาจากประตู
เข้าสู่ร่างกายของเขา
ลมหายใจของหลินเซวียนพลันเปลี่ยนไป
โลกทั้งใบรอบตัวชัดเจนขึ้น
การรับรู้แหลมคมขึ้น
เขารู้สึกถึงการไหลเวียนของฟ้าดิน
เป็ครั้งแรก
นี่คือ
การเข้าสู่
ขั้นที่ 1 เปิดประตูมรรคา
อย่างแท้จริง
แต่ในขณะที่ปราณสายแรกไหลเข้าสู่ร่าง
ภาพหนึ่งกลับปรากฏขึ้น
เป็ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เมืองสีดำขนาดมหึมา
ตั้งอยู่ใต้ท้องฟ้าที่แตกร้าว
ทะเลศพทอดยาวสุดสายตา
และท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น
มีชายผู้หนึ่งยืนอยู่
ในมือของเขา
ถือโคมโบราณ
เปลวไฟสีทองดำลุกไหม้เงียบงัน
ชายผู้นั้นค่อย ๆ หันกลับมา
สายตามองตรงมายังหลินเซวียน
ราวกับมองทะลุกาลเวลา
ก่อนกล่าวเพียงสองประโยค
“ในที่สุด...”
“เ้าก็มาถึง”
ทันใดนั้น
ภาพทั้งหมดพลันแตกสลาย
หลินเซวียนลืมตาขึ้นทันที
เหงื่อชุ่มทั่วร่าง
ลมหายใจหนักหน่วง
แต่ในดวงตา
กลับมีประกายบางอย่างเพิ่มขึ้น
ประกายของผู้ที่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางมรรคาแล้ว
เฉินเยี่ยนชิวมองอยู่เงียบ ๆ
ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“สำเร็จแล้วสินะ”
หลินเซวียนพยักหน้า
ยังไม่ทันได้กล่าวอะไร
เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
คนของหอเฝ้าราตรีคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
ใบหน้าซีดเผือด
เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ท่านผู้ตรวจการ!”
เฉินเยี่ยนชิวหันขวับ
“เกิดอะไรขึ้น”
ชายผู้นั้นสูดลมหายใจลึก
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“รอยแตกบนผนึก...”
“ขยายใหญ่ขึ้นอีกแล้ว!”
บรรยากาศพลันเงียบงัน
สายลมเย็นพัดผ่าน
แต่กลับไม่มีใครรู้สึกถึงมัน
เพราะทุกคนเข้าใจดีว่า
สิ่งที่น่ากลัวกว่ากำลังใกล้เข้ามา
ประตูมรรคาถูกเปิดออก
และในเวลาเดียวกัน...
ผนึกก็เริ่มสั่นคลอนมากกว่าเดิม