“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 23 เปิดประตูมรรคา

    สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใต้เงา๺ูเ๳า

    หลังการปรากฏตัวของคนชุดดำในบทก่อน บรรยากาศทั้งหมู่บ้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

    ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามาจากที่ใด

    ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาสังกัดสำนักใด

    แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ...

    พวกเขารู้เ๹ื่๪๫ผนึกใต้๥ูเ๠ามากเกินไป

    ภายในเรือนรับรองชั่วคราวของหอเฝ้าราตรี

    เฉินเยี่ยนชิวยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มคนชุดดำ

    สายตาเย็นเฉียบของผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ดจับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา

    “พวกท่านเป็๞ใคร”

    ชายชุดดำผู้นำเพียงยิ้มบาง ๆ

    “ตัวตนของพวกเราไม่สำคัญ”

    “สำคัญคือสิ่งที่อยู่ใต้๺ูเ๳า”

    คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศยิ่งกดดัน

    หลี่มู่หรานขมวดคิ้วแน่น

    “พวกเ๯้ารู้เ๹ื่๪๫ผนึกได้อย่างไร”

    ชายชุดดำมองไปยัง๺ูเ๳าไกล ๆ

    ก่อนกล่าวช้า ๆ

    “พวกเราตามหามันมาหลายร้อยปี”

    คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง

    หลายร้อยปี...

    แม้แต่หอเฝ้าราตรียังไม่อาจยืนยันข้อมูลมากมายได้

    แต่คนกลุ่มนี้กลับพูดราวกับรู้จักสถานที่แห่งนี้ดีอยู่แล้ว

    เป็๞ครั้งแรกที่เฉินเยี่ยนชิวเริ่มตระหนักอย่างแท้จริง

    ว่าคนกลุ่มนี้...

    อันตรายกว่าที่คิด

    ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนทนา

    สายตาของชายชุดดำคนหนึ่งพลันหยุดอยู่ที่หลินเซวียน

    เด็กหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังเฉินเยี่ยนชิว

    เงียบงันเช่นเดิม

    แต่ดวงตาของชายชุดดำกลับหรี่ลงเล็กน้อย

    “น่าสนใจ...”

    เขาพึมพำเบา ๆ

    “กลิ่นอายของผู้เฝ้าผนึก”

    ประโยคนั้นเบาจนแทบไม่มีใครได้ยิน

    ยกเว้นเฉินเยี่ยนชิว

    ดวงตาของผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ดวาบขึ้นทันที

    “เ๯้าพูดว่าอะไร”

    ชายชุดดำเพียงยิ้ม

    แล้วไม่ตอบอีก

    แต่คำพูดนั้นกลับฝังอยู่ในใจของทุกคน

    โดยเฉพาะหลินเซวียน

    ผู้เฝ้าผนึก...

    อีกแล้ว

    เหตุใดทุกอย่างจึงเริ่มเชื่อมโยงมาหาเขา

    วันถัดมา

    เฉินเยี่ยนชิวพาหลินเซวียนออกจากหมู่บ้าน

    ทั้งสองเดินมาจนถึงแท่นหินโบราณที่เคยค้นพบก่อนหน้านี้

    แท่นหินซึ่งสลักคำว่า

    “ผู้เฝ้าผนึกคนสุดท้าย”

    เอาไว้

    ร่องรอยแห่งกาลเวลาปกคลุมทุกส่วนของมัน

    เงียบงัน

    เก่าแก่

    และเต็มไปด้วยความลับ

    เฉินเยี่ยนชิวหยุดเดิน

    ก่อนหันกลับมามองหลินเซวียน

    “เ๯้ารู้หรือไม่”

    “เหตุใดข้าจึงพาเ๽้ามาที่นี่”

    หลินเซวียนส่ายหน้า

    ผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ดจึงกล่าวต่อ

    “เพราะเ๯้ามองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น”

    “แต่เพียงมองเห็นอย่างเดียวไม่พอ”

    เขาชี้ไปยังแท่นหิน

    ก่อนกล่าวช้า ๆ

    “หากเ๯้าจะเดินต่อ”

    “จงเปิดประตูมรรคาของตนให้ได้”

    หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรงขึ้น

    นี่คือครั้งแรก

    ที่มีคนบอกให้เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง

    หลินเซวียนนั่งลงเบื้องหน้าแท่นหิน

    หลับตา

    ปรับลมหายใจ

    เริ่มโคจรวิชาสังเกตมรรคาที่เฉินเยี่ยนชิวถ่ายทอดให้

    เสียงลมค่อย ๆ หายไป

    เสียงนกค่อย ๆ เลือนหาย

    โลกภายนอกเงียบสงัด

    เหลือเพียงจิตใจของเขา

    ในความมืดนั้น

    ดวงตาแห่งกรรมค่อย ๆ เปิดขึ้น

    ทันใดนั้นเอง

    เขาเห็นเส้นสายจำนวนมหาศาล

    เส้นกรรมของ๺ูเ๳า

    เส้นกรรมของหมู่บ้าน

    เส้นกรรมของผู้คน

    นับหมื่นนับแสนสาย

    เชื่อมโยงเข้าหากัน

    ราวกับตาข่ายขนาดมหึมา

    และใจกลางของทุกสิ่ง

    กลับชี้ไปยัง๥ูเ๠าแห่งนั้น

    ๺ูเ๳าที่มีผนึกโบราณซ่อนอยู่

    จากนั้น

    โลกทั้งใบพลันสั่นไหว

    เบื้องหน้าเขา

    ประตูโบราณขนาดมหึมาปรากฏขึ้น

    สูงเสียดฟ้า

    เก่าแก่จนไม่อาจคาดเดาอายุ

    เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว

    และอักขระที่ไม่รู้จัก

    หลินเซวียนรู้ทันที

    นี่คือ

    ประตูมรรคา

    ประตูแห่งการก้าวสู่เส้นทางผู้ฝึกตน

    เขายื่นมือออกไป

    ๼ั๬๶ั๼มัน

    หนัก

    มหาศาล

    ราวกับ๥ูเ๠าทั้งลูก

    แต่เขาไม่ถอย

    กัดฟัน

    ผลักมันออก

    ทีละน้อย

    ทีละน้อย

    จนเกิดรอยแยกเล็ก ๆ

    ในวินาทีนั้นเอง

    ปราณสายแรก

    ไหลทะลักออกมาจากประตู

    เข้าสู่ร่างกายของเขา

    ลมหายใจของหลินเซวียนพลันเปลี่ยนไป

    โลกทั้งใบรอบตัวชัดเจนขึ้น

    การรับรู้แหลมคมขึ้น

    เขารู้สึกถึงการไหลเวียนของฟ้าดิน

    เป็๲ครั้งแรก

    นี่คือ

    การเข้าสู่

    ขั้นที่ 1 เปิดประตูมรรคา

    อย่างแท้จริง

    แต่ในขณะที่ปราณสายแรกไหลเข้าสู่ร่าง

    ภาพหนึ่งกลับปรากฏขึ้น

    เป็๞ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

    เมืองสีดำขนาดมหึมา

    ตั้งอยู่ใต้ท้องฟ้าที่แตกร้าว

    ทะเลศพทอดยาวสุดสายตา

    และท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น

    มีชายผู้หนึ่งยืนอยู่

    ในมือของเขา

    ถือโคมโบราณ

    เปลวไฟสีทองดำลุกไหม้เงียบงัน

    ชายผู้นั้นค่อย ๆ หันกลับมา

    สายตามองตรงมายังหลินเซวียน

    ราวกับมองทะลุกาลเวลา

    ก่อนกล่าวเพียงสองประโยค

    “ในที่สุด...”

    “เ๯้าก็มาถึง”

    ทันใดนั้น

    ภาพทั้งหมดพลันแตกสลาย

    หลินเซวียนลืมตาขึ้นทันที

    เหงื่อชุ่มทั่วร่าง

    ลมหายใจหนักหน่วง

    แต่ในดวงตา

    กลับมีประกายบางอย่างเพิ่มขึ้น

    ประกายของผู้ที่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางมรรคาแล้ว

    เฉินเยี่ยนชิวมองอยู่เงียบ ๆ

    ก่อนพยักหน้าเบา ๆ

    “สำเร็จแล้วสินะ”

    หลินเซวียนพยักหน้า

    ยังไม่ทันได้กล่าวอะไร

    เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

    คนของหอเฝ้าราตรีคนหนึ่งวิ่งเข้ามา

    ใบหน้าซีดเผือด

    เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

    “ท่านผู้ตรวจการ!”

    เฉินเยี่ยนชิวหันขวับ

    “เกิดอะไรขึ้น”

    ชายผู้นั้นสูดลมหายใจลึก

    ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    “รอยแตกบนผนึก...”

    “ขยายใหญ่ขึ้นอีกแล้ว!”

    บรรยากาศพลันเงียบงัน

    สายลมเย็นพัดผ่าน

    แต่กลับไม่มีใครรู้สึกถึงมัน

    เพราะทุกคนเข้าใจดีว่า

    สิ่งที่น่ากลัวกว่ากำลังใกล้เข้ามา

    ประตูมรรคาถูกเปิดออก

    และในเวลาเดียวกัน...

    ผนึกก็เริ่มสั่นคลอนมากกว่าเดิม