เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 77 ตั้งใจเรียนอย่างยากลำบาก

            ทันทีที่กงจื้อหมิงนั่งลงในอ่างอาบน้ำผู้อาวุโสเหว่ยก็เข้ามาพร้อมยาสมุนไพรกงจื้อหมิงยังคงยกมือดื่มน้ำสมุนไพรจนหมดเกลี้ยง ติงเหว่ยก็รีบเติมน้ำร้อนอย่างรวดเร็วและวางแผนที่จะเล่าเรื่องราวต่อจากเมื่อวานฟางซิ่นดีใจจนรีบเดินเข้าไปข้างหน้าโดยไม่สนว่าเสื้อผ้าของเขาจะเปียกชื้นจากไอน้ำไปด้วย

            ลุงอวิ๋นส่งอันเกอเอ๋อร์ให้อวิ๋นอิ่งดูแลต่อและเขาก็เข้ามาดูปรากฏว่าเมื่อเห็นท่าทางของนายน้อยที่พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดเขาแทบจะกระโดดเข้าไปคว้าคอเสื้อของผู้อาวุโสเหว่ยทันทีแล้วตะคอกใส่ว่า“เจ้าหมอเถื่อน จริงๆ แล้วเจ้าใส่อะไรลงไปในยาสมุนไพรบ้างกันแน่?”

            แม้ว่าผู้อาวุโสเหว่ยจะเป็นหมอที่มีชื่อเสียงเรื่องพิษแต่อย่างไรคนที่อยู่ในยุทธภพย่อมมีวรยุทธ์ในการป้องกันตนเองไม่มากก็น้อย แค่เขาสะบัดตัวก็สามารถทำให้ลุงอวิ๋นกระเด็นออกไปจากนั้นเขาก็เม้มปากอย่างเหยียดหยามว่า “ไม่รู้เรื่องก็เงียบปากของเจ้าเอาไว้!เจ้าเองก็ไม่ดูว่าเจ้าหนุ่มกงจื้อนี่ถูกพิษมานานแค่ไหนแล้ว หากไม่ใช้ยาแรงเส้นลมปราณที่แข็งทื่อไปแล้วจะฟื้นคืนได้ยังไง เหอะ ข้าเป็นหมอเถื่อนอย่างนั้นหรือ?งั้นก็ดี ข้าไม่รักษาแล้วเจ้าไปหาหมอที่เก่งกาจกว่าข้ามาก็แล้วกัน!”

            “เจ้า เจ้านี่มัน...” ใบหน้าของลุงอวิ๋นโกรธจนเป็นสีแดงก่ำในขณะที่เขากำลังจะโต้กลับติงเหว่ยก็กัดฟันเข้าไปห้ามไม่ให้ทะเลาะกัน “ลุงอวิ๋นอาจารย์ พวกเราต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกัน มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันสิ!ตอนนี้กำลังแก้พิษให้นายน้อยอยู่ ไม่ควรจะทะเลาะกันจนทำให้เขาต้องเสียสมาธิมิเช่นนั้นพวกท่านทั้งสองพักสักครู่หนึ่ง จิบชาไปพลางๆ ฟังข้าเล่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆแก้เบื่อดีหรือไม่?”

            เฒ่าทารกเด็กทารก คนแก่ที่ยิ่งอายุมากขึ้นบางครั้งก็จะดื้อรั้นเหมือนเด็กๆมักจะใช้หลักการที่สมเหตุสมผลไม่ได้แต่การพูดเกลี้ยกล่อมและโน้มน้าวใจอย่างอ่อนโยนกลับเป็นวิธีการที่ลงทุนลงแรงน้อยแต่ผลตอบแทนที่ได้นั้นมากเป็นทวีคูณ

            เมื่อเห็นติงเหว่ยเกลี้ยกล่อมด้วยรอยยิ้มทั้งยังยกน้ำชา น้ำและของว่างมาให้ แม้ว่าผู้อาวุโสทั้งสองจะยังไม่ชอบขี้หน้ากันแต่ก็ถือว่าสงบลงมากแล้ว

            เฟิงจิ่วแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่จากนั้นก็หันไปยกนิ้วโป้งให้ติงเหว่ย

            ติงเหว่ยเองก็รู้สึกว่ามันตลกเช่นกันแต่เมื่อหันกลับมาเห็นเหงื่อปกคลุมอยู่บนหน้าผากของกงจื้อหมิงนางก็รีบเช็ดให้เขาและจากนั้นก็เริ่มเล่าต่อจากตอนเมื่อวาน

            ในไม่ช้าทุกคนในห้องทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ถูกดึงดูดโดยการปรากฏตัวของวีรบุรุษท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายและภายในห้องน้ำนั้นก็มีเพียงเสียงของไอน้ำที่แผ่วเบา

            จนกระทั่งกงจื้อหมิงอาบแช่สมุนไพรเสร็จติงเหว่ยก็ตะโกนเรียกเฟิงจิ่วให้มาช่วยประคองเขาออกจากอ่าง ทุกคนถึงได้มีสติกลับมา

            “เจ้าตั๋งโต๊ะคนนี้ช่างเป็นคนขายชาติจริงๆทั้งยังใจกล้าเข้ายึดครองอำนาจการปกครองอีก!”ลุงอวิ๋นจงรักภักดีต่อสกุลกงจื้อมาตลอดชีวิต เขาอำพรางตัวอยู่ในเมืองหลวงของซีเฮ่าและมีความเคารพต่อฮ่องเต้อย่างถึงที่สุดเมื่อได้ยินว่าตั๋งโต๊ะใจกล้าขนาดนี้ เขาจึงเป็นคนแรกที่ส่งเสียงออกมา

            ฟางซิ่นก็พยักหน้าเขาทั้งโมโหและเสียดาย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาและพูดว่า“แล้วยังมีเจ้าหนุ่มลิโป้อีก ยอดขุนศึกที่มีวรยุทธ์เก่งกาจน่าเสียดายที่เขาไม่ยึดมั่นในคำมั่นสัญญาและละทิ้งคุณธรรมเกรงว่าจะไม่ตายดีเป็นแน่”

            ในทางกลับกันผู้อาวุโสเหว่ยกลับมองไปที่ลูกศิษย์ของเขาด้วยสีหน้าที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้

            “เจ้าเด็กโง่ เจ้าทำให้ข้าโกรธมากในฐานะอาจารย์ เจ้าไปฟังเรื่องเล่านี้มาจากที่ไหนทำไมไม่เก็บเอาไว้เล่าให้อันเกอเอ๋อร์ฟัง! กลับยอมให้คนนอกพวกนี้เอารัดเอาเปรียบ!ถึงแม้เจ้าจะอดไม่ได้และอยากเล่าจริงๆ ยังไงก็ต้องเล่าให้อาจารย์ฟังก่อนสิ…”

            ลุงอวิ๋นรีบโต้กลับทันที“เจ้าแก่ไม่เอาไหน เจ้าจะไปรู้อะไร? หากจะให้พูดออกมาจริงๆเจ้านั่นแหละคนนอก พวกเรา…”

            ในขณะที่เขากำลังพูดกลับถูกกงจื้อหมิงซึ่งนอนอยู่บนม้านั่งที่ทำจากไม้เอ่ยตัดบทขึ้นมา“ลุงอวิ๋น!”

            ลุงอวิ๋นรีบปิดปากในทันทีและตกใจเมื่อรู้ว่าเขาเกือบจะพูดอะไรออกไปดังนั้นเขาจึงกระแอมออกมาสองทีอย่างประหม่า แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เอ่อเรื่องเมื่อวานที่นายน้อยสั่งให้ข้าจัดการ ข้าลืมไปเดี๋ยวจะไปดูตอนนี้เลย!”

            หลังจากนั้นเขาก็เดินอ้อมฉากกั้นและหลบออกไปข้างนอก ปล่อยให้ผู้อาวุโสเหว่ยมีสีหน้าสับสนจากนั้นกงจื้อหมิงก็พูดว่า “ท่านผู้อาวุโสเหว่ยโปรดวางใจตราบใดที่หนังสือสามก๊กเล่มนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ลูกหลานสกุลกงจื้อต่างก็ต้องเคารพแม่นางติงเป็นอาจารย์ด้วยครึ่งหนึ่ง”

            หลังจากได้ยินเช่นนี้ในที่สุดผู้อาวุโสเหว่ยก็คลายคิ้วที่ขมวดอยู่ออก“เช่นนี้ก็ยังพอถูไถหน่อย พวกเจ้าสกุลกงจื้อเอาเปรียบมากเกินไปแล้ว”

            แม้ว่าติงเหว่ยคิดจะขายหนังสือที่นางเคยท่องจำได้บางทีนางอาจจะพอทำเงินได้บ้างแต่นางก็ไม่ขี้เหนียวถึงขั้นที่ว่าจะเก็บเงินค่าแรงจากกงจื้อหมิงเมื่อได้ยินอาจารย์พูดเช่นนั้นนางก็รีบบ่ายเบี่ยงรวดเร็วอย่างทำตัวไม่ถูก“ท่านอาจารย์ มันก็แค่เรื่องเล่าเท่านั้น ข้าเองก็พูดไปไม่กี่ประโยคเท่านั้นท่านรีบมาฝังเข็มให้นายน้อยก่อนเถอะหากช้ากว่านี้อีกสักหน่อยสมุนไพรที่แช่ไปก็คงจะไร้ผลเสียแล้ว”

            “เจ้า เจ้า ช่างเป็นเด็กที่โง่เขลาเสียจริง!”ผู้อาวุโสเหว่ยไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูกศิษย์ที่แสนโง่เขลาคนนี้ดีเขาทำได้เพียงกลอกตา มือก็หยิบเข็มออกมาจากกล่องเพียงครู่เดียวเข็มสีทองหลายเล่มก็ปักอยู่บนร่างกายของกงจื้อหมิงจนเขากลายเป็นเม่นอีกครั้ง

            ฟางซิ่นที่ฟังแล้วก็ยังรู้สึกอารมณ์ค้างอยู่เขาเอาแต่ถามติงเหว่ยที่กำลังยุ่งอยู่ว่า “แม่นางติง แล้วเล่าปี่สุดท้ายเป็นยังไง?เขาได้แผ่นดินไปสามส่วนจริงๆ หรือ?”

            ติงเหว่ยที่เพิ่งจะท่องทังโถวเกอเสร็จตอนนี้นางก็ถือโอกาสจากการดูวิธีการฝังเข็มของอาจารย์ได้พอดี นางเทียบเส้นลมปราณและเซวี่ยเต้ากับรูปพร้อมท่องจำไปด้วยแล้วก็ตั้งใจศึกษาวิธีไปด้วย ไหนเลยจะมีเวลามาสนใจเจ้าหนูจำไมตัวใหญ่อย่างเขาดังนั้นนางจึงฟังหูซ้ายทะลุออกหูขวา บางครั้งก็ยังพึมพำออกมาเป็นครั้งคราวแต่กลับไม่ยอมเสียสมาธิเลยแม้แต่น้อย

            ฟางซิ่นกังวลมากจนรู้สึกเหมือนกำลังอุ้มกระต่ายสิบตัวไว้ในอ้อมแขนเขาอยากรู้มากที่สุดจนถึงขั้นที่วิ่งไปหากงจื้อหมิงที่ด้านหน้าม้านั่งที่ทำจากไม้และเอ่ยขอร้องว่า“เทียนเป่า เจ้าช่วยพูดอะไรหน่อยได้ไหม หรือว่าเจ้าไม่อยากรู้อย่างนั้นหรือ?”

            กงจื้อหมิงตัดสินใจแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอย่างไรร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยเข็มทองทั้งตัวเลือดภายในร่างกายกำลังไหลเวียนอย่างพุ่งพล่านเขารู้สึกสบายมากจนอยากจะนอนหลับสักงีบ

            ฟางซิ่นโกรธมากจนกระโดดขึ้นมาและยังอยากจะพูดอะไรออกมาแต่ผู้อาวุโสเหว่ยก็ไม่อดทนอีกต่อไป เขาสะบัดแขนเสื้อและหมอกจางๆ สีขาวก็ลอยออกมาทำให้ฟางซิ่นไปพร่ำบ่นกับโจวกงแทน

            เฟิงจิ่วสายตาว่องไวรีบเข้าไปยกนายน้อยฟางและพาเขาไปห้องข้างๆทันที ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าในที่สุดก็สงบลงสักที

            ติงเหว่ยและกงจื้อหมิงมองหน้าและสบตากันทั้งคู่ต่างก็รู้สึกว่ามันตลกดี...

            ……

            ช่วงเวลาที่วุ่นวายและคึกคักมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอราวกับว่าเพียงพริบตาเดียวต้นไม้ใหญ่ในลานก็แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาอย่างรวดเร็วอันเกอเอ๋อร์และเอ้อร์หวาก็ใส่รองเท้าผ้านุ่มคู่เล็กเริ่มสะดุดและวิ่งไปรอบๆ

            แม่นางหลี่ว์คิดถึงลูกสาวกับหลานชายจึงมารับถึงหน้าประตูด้วยตนเองเมื่อเห็นว่าลูกสาวของนางงานยุ่งก็เลยไม่มีทางเลือกนอกจากอุ้มอันเกอเอ๋อร์กลับไปเล่นที่บ้านหนึ่งวันแต่ยังไม่ทันที่ฟ้าจะมืดก็ถูกลุงอวิ๋นกับเฉิงเหนียงจื่อมารับกลับไปเสียแล้ว

            ติงเหว่ยเองก็อยากกลับบ้านไปดูเหมือนกันแต่นางยุ่งเกินไปจริงๆ และอดไม่ได้ที่อยากจะมีสักแปดมือ

            ในตอนกลางวันนางทำงานร่วมกับอาจารย์ดูแลอาหารของทุกคนทั้งสามมื้อ และเจียดเวลาว่างออกมาท่องตำรับยาตอนกลางคืนก็ฝึกฝังเข็มเงินด้วยตนเองหน้าตะเกียงน้ำมันเพื่อฝึกทักษะในการจำตำแหน่งจุดฝังเข็ม แต่น่าเสียดายที่ความแม่นยำนั้นต่ำเกินไปมากแขนของนางเลือดไหลเต็มไปหมด

            อวิ๋นอิ่งเห็นแล้วก็สงสารนางขอให้ติงเหว่ยฝึกบนตัวนางตั้งหลายต่อหลายครั้งแต่ติงเหว่ยจะเห็นด้วยได้อย่างไรกัน? ติงเหว่ยเจ็บจนเป่าลมออกมาจากปากไปด้วยและปลอบใจนางไปด้วย“เจ้าอย่ากังวลไปเลย ข้าทำผิดหนึ่งครั้งก็เจ็บหนึ่งครั้ง ครั้งต่อไปจะได้จำได้ทีนี้ก็จะระบุจุดฝังเข็มได้แม่นยำยิ่งขึ้นไปด้วย”

            อันเกอเอ๋อร์ยังเด็กอยู่จึงชอบขยับตัวไปมาเขาโยนตุ๊กตาเสือที่ทำจากผ้าในมือทิ้งไปและก็วิ่งมาร่วมสนุกด้วย ปรากฏว่าอาจจะเป็นเพราะแม่ลูกใจสื่อถึงกันเมื่อเห็นแขนของมารดาเลือดออก เขาก็เจ็บปวดจนร้องไห้งอแงเสียงดังออกมา

            เสียงร้องไห้นั้นแหลมคมและดังมากในคืนที่เงียบสงบทุกคนในจวนสกุลอวิ๋นจึงสามารถได้ยินอย่างชัดเจน

            ติงเหว่ยรีบวางเข็มเงินทิ้งไปและเข้าไปปลอบลูกชายของนางแต่เด็กชายก็ตกใจอย่างหนัก เขากอดแขนมารดาเอาไว้สุดชีวิตและไม่ยอมปล่อยดวงตาของเขาก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา

            เฉิงเหนียงจื่อทิ้งลูกชายทั้งสองคนไว้และเป็นคนแรกที่วิ่งเข้ามาตามมาด้วยลุงอวิ๋นที่รีบวิ่งมาจนแทบจะหายใจไม่ทัน

            “เกิดอะไรขึ้น ทำไมอันเกอเอ๋อร์ถึงร้องไห้หนักขนาดนี้”

            ผู้อาวุโสเหว่ยเองก็รีบก้าวพรวดเข้ามาและตะโกนว่า“หลานชายที่รักของข้า ใครบังอาจมาทำเจ้า? รีบบอกปู่มาเร็วปู่จะจัดการให้เจ้าเอง!”

            ติงเหว่ยยิ้มอย่างขมขื่นมือก็ตบก้นลูกชายไปด้วย ในใจของนางดีใจที่มีคนรักและเอ็นดูลูกชายนางขนาดนี้แต่นางก็กังวลว่าพอลูกชายนางโตขึ้นจะกลายเป็นคุณชายจอมเอาแต่ใจ

            “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ข้าก็แค่ฝึกจำจุดฝังเข็มและเด็กคนนี้อาจจะตกใจกลัวเข็มเงินก็เท่านั้น”

            ทุกคนที่ได้ยินต่างก็โล่งใจอย่างเห็นได้ชัดยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรเฟิงจิ่วก็โผล่หน้าเข้ามาจากประตูแล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “แม่นางติงทำไมพี่อันถึงร้องไห้หรือ? นายน้อยของพวกเรากับคุณชายฟางต่างก็ถามถึงกันอยู่!”

            ติงเหว่ยไม่รู้จะทำอย่างไรนางถอนหายใจออกมาและพูดอธิบายอีกครั้ง จากนั้นเฟิงจิ่วก็หันหลังกลับไปรายงาน

            ลุงอวิ๋นปลดกระเป๋าสตางค์ออกจากเอวส่งให้อันเกอเอ๋อร์เล่นเขาปลอบใจเจ้าเด็กอ้วนจนหยุดร้องไห้ได้ในที่สุด จากนั้นก็พูดว่า “แม่นางติงทักษะทางการแพทย์ไม่สามารถเรียนรู้ได้ในวันเดียวเจ้าเองก็อย่าฝืนร่างกายตนเองจนเกินไป หากว่าใครโหดร้ายกับเจ้าเจ้าก็มาบอกกับข้าได้เลย อย่าทำร้ายตนเองเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นวันหน้าอันเกอเอ๋อร์จะอยู่กับใคร”

            ในขณะที่เขาพูดเขาก็เหลือบมองไปทางผู้อาวุโสเหว่ยที่อยู่ด้านข้าง ความหมายของเขานั้นชัดเจนเป็นอย่างมาก

            ผู้อาวุโสเหว่ยเองก็ใช่ว่าจะอดทนต่อความโมโหได้เขากระโดดขึ้นมาและเตรียมจะตอบโต้ โชคดีที่ติงเหว่ยตอบสนองเร็วนางรีบหยิบรูปเส้นลมปราณขึ้นมายัดใส่มือผู้อาวุโส จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า“ท่านอาจารย์ เมื่อครู่ข้ากำลังครุ่นคิดเรื่องเส้นลมปราณแต่ยังมีบางจุดที่ไม่เข้าใจ ท่านอธิบายรายละเอียดให้ข้าฟังเพิ่มเติมสักหน่อย”

            “ฮึ่ม!” ผู้อาวุโสเหว่ยเองก็สงสารลูกศิษย์เขาเองก็ไม่อยากให้นางต้องเป็นคนกลาง ดังนั้นจึงถลึงตาใส่ลุงอวิ๋นไปหนึ่งทีและก็บังคับตนเองว่าตนเป็นผู้ใหญ่มีน้ำใจ อดทน และไม่คิดเล็กคิดน้อยกับผู้อื่น

            ลุงอวิ๋นเมื่อเห็นเขาดีก็ยอมรามือเขากอดอันเกอเอ๋อร์และปลอบเด็กน้อยอย่างสุดกำลัง

            อย่างไรก็ตามอันเกอเอ๋อร์ก็ยังเป็นเด็กอยู่อารมณ์ของเขาเกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากเล่นไปได้สักพักเขาก็หาวอย่างง่วงนอนออกมา

            เมื่อเห็นเช่นนั้นทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับไปนอน

            เฉิงเหนียงจื่อเองก็ถูกไล่ให้กลับไปดูแลลูกทั้งสองของนางปล่อยให้อวิ๋นอิ่งกอดอันเกอเอ๋อร์หลับไปบนเตียงเตาหลังใหญ่ส่วนติงเหว่ยก็ได้รับความเงียบสงบกลับมานางกัดฟันทนต่อความเจ็บปวดและฝึกซ้อมหน้าตะเกียงต่อไปตามเดิม

            นางตั้งใจฝึกซ้อมอย่างจริงจังโดยไม่รู้ตัวเลยว่าในลานกว้างนอกหน้าต่างกงจื้อหมิงใช้ไม้ค้ำยันยืนพิงเสาและกำลังเหม่อลอย

            รูปร่างที่อ่อนช้อยและงดงามของหญิงสาวนางนั้นสะท้อนอยู่บนหน้าต่างผมเกล้าสูง คอยาวระหง นางก้มหน้าลงเป่าแขนด้วยความเจ็บเป็นระยะๆท่าทางขี้เล่นของนางทำให้เขาอดที่จะเจ็บปวดและสงสารนางไม่ได้

            “เฟิงจิ่ว ไปบอกหลินลิ่วให้เขาเอาหุ่นไม้จำลองจุดฝังเข็มมาส่งพรุ่งนี้เช้านอกจากนี้ไปบอกลุงอวิ๋นให้ย้ายสาวใช้ที่ชื่อเสี่ยวชิงเข้ามาในครัวในไว้คอยรับใช้แม่นางติงเหว่ย”

            “เอ๋?” เฟิงจิ่วที่อยู่ใต้เงาชายคาทางเดินได้ฟังก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแต่แล้วเขาก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุขและตอบด้วยเสียงเบาๆ ว่า “ขอรับนายน้อยข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”

            เมื่อพูดจบเขาก็พลิกตัวกระโดดข้ามกำแพงบ้านแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เห็นแม้แต่เงา…

            เช้าวันรุ่งขึ้นในขณะที่ท้องฟ้าเริ่มทอแสงเล็กน้อยติงเหว่ยก็ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตานางหอมแก้มลูกชายที่กำลังนอนหลับสนิท และก็บอกให้อวิ๋นอิ่งนอนต่ออีกสักหน่อยจากนั้นนางก็ไปห้องครัว

            ปรากฏว่าทันทีที่นางเข้าไปในห้องครัวก็ได้กลิ่นควันไฟนางตกใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเกรงว่าตนเองลืมดับเตาไฟเมื่อคืน

            เสี่ยวชิงกลับหัวเราะคิกคักและวิ่งมาที่หน้าประตูนางตะโกนออกมาด้วยความดีใจว่า “พี่ติง ข้าถูกลุงอวิ๋นย้ายให้มาช่วยทำงานที่นี่แล้วต่อไปข้าก็จะได้อยู่กับพี่แล้วก็กินอาหารอร่อยๆ เอ่อ ไม่ใช่สิ ได้ช่วยทำอาหารแล้ว”

            ติงเหว่ยเองก็รู้สึกโล่งใจนางช่วยเช็ดขี้เถ้าบนใบหน้าของเสี่ยวชิงด้วยท่าทางขบขัน และตอบว่า“ที่เรือนแห่งนี้มีคนมากมาย แล้วยังมีแขกด้วย เจ้าจะต้องปรับนิสัยมุทะลุบุ่มบ่ามของเจ้าด้วยล่ะ”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891