เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 79 ศาลเทพเจ้าตือโป๊ะก่าย

    “ พลังเทพเซียนหรือ?” เจ้าสำนักตกใจที่ทำไมตนเองถึงสัมผัสพลังนี้ไม่ได้เลย

    จักรพรรดิเจียงซี อุ้มรัชทายาทตัวหน้าหูหมู มาหาเทียน

    “ คำนับอาจารย์ปู่เสีย อี้เอ๋อ”

    “ อาจารย์ปู่” อี้เอ๋อรีบคำนับเทียนทันที เทียนเอามือลูบหัวทีเดียวจมูก กับหู

    ของอี้เอ๋อ ก็กลับมาเป็นปกติทันที สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนยิ่งนัก

    จากนั้นเทียนก็สะบัดมือออกไป โซ่ที่รัดเท้าเด็กน้อยอี้เอ๋อ ก็หลุดหายไปเช่นกัน

    สร้างความดีใจ ให้อี้เอ๋อยิ่งนัก

    “ อาจารย์อา อี้เอ๋อ เขาเป็นอะไรกันแน่”

    “ เขามีพลังเทพเซียน ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เขาแค่เพียงยังไม่รู้จักวิธีควบคุมมัน

    ข้าจะสอนเขาเอง” เทียนอาสาจะสอนเคล็ดวิชาให้ ซึ่งเทียนจะสอนวิชาร่างแปลงให้เขาเท่านั้นเอง เพราะที่ปรากฏร่างที่เห็นนั่น คือร่างที่แท้จริงของเขา

    “ เร็ว อี้เอ๋อรีบมาคำนับท่านอาจารย์เร็ว” จักรพรรดิดีใจยิ่งนัก ที่เทียนจะสอนวิชาให้กับลูกชายของเขา

    “ ท่านอาจารย์” รัชทายาทเจียงอี้ คุกเข่าคำนับเทียนเป็นอาจารย์ ทำให้เทียนต้องรับลูกศิษย์เพิ่มอีกคนไปด้วยความจำเป็น

    “ ถ้าเช่นนั้น เรื่องนี้ท่านก็ปล่อยให้ อาจารย์ของอี้เอ๋อและทุกๆคน ไปเถอะ”

    เทียนเอ่ยปากออกไป จักรพรรดิก็รีบสั่งการไปทันที เทียนเริ่มสอนพื้นฐานวิชาร่างแปลง 72 ท่าให้อี้เอ๋อก่อนทันที แต่อี้เอ๋อยังเด็กพลังก็ยังไม่มาก ทำให้การเรียนวิชานี้ ยังไม่สามารถแปลงร่างได้ เทียนจึงทำกำไล ให้อี้เอ๋อไว้ใส่ หากร่างกายกลับมาเป็น หมูอีก ให้จับที่กำไลที่เทียนสร้างให้ แล้วร่างก็จะกลับมาเป็นปกติตามเดิม หรือหากจะอยากเปลี่ยนร่างเป็น หมูป่าตัวใหญ่มีเขี้ยว ก็สัมผัสที่กำไลแล้วนึกก็จะกลายร่างเป็นหมูป่าตัวใหญ่มีเขี้ยว ได้ เทียนสร้างกำไลแปลงร่างให้อี้เอ๋อแปลงร่างเป็นเสือ เป็นมังกร เท่านี้ก่อน ซึ่งเท่านี้ก็ทำให้อี้เอ๋อ สนุกกับการแปลงร่างตัวเองมาก จักรพรรดิเห็นแบบนี้ก็มีความสุขไม่คิดว่า รัชทายาทยังเด็กแค่นี้ก็สามารถแปลงกายได้ เป็นสัตว์ต่างๆ ได้แล้ว

    จากนั้นเทียนก็ลอยตัวขึ้นไปบนฟ้า มองหาจิตวิญญาณเซียน ของตือโป้ยก่าย ซึ่งเทียนเริ่มสัมผัสได้ ว่ามันอยู่ไม่ห่างจากที่นี่มากนัก ในที่สุดเทียนก็เจอ

    เทียนมาปรากฏร่างที่เมืองผูหลิง ซึ่งมีชายแดนติดกับ เมืองเจียงอู่ เทียนเห็นศาจเจ้าแห่งหนึ่ง มีรูปเทพเจ้าองค์ใหญ่ตั้งอยู่ เป็นรูป ของตือโป้ยก่าย หน้าเป็นหมู ถืออาวุธเป็นคราด เก้าซี่ ยืนเด่นกลางศาจเจ้าแห่งนี้ มีป้ายเขียนไว้ว่า ศาจเทพเจ้าเทียนเผิง หยวนส่วย มีชาวบ้านเข้ามาจุดธูป กราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก

    เทียนสังเกตเห็น มีหญิงสาวหลายคน มาขอซื้อ ตุ๊กตารูปหมูที่ทำจากน้ำตาล แล้วนำกลับบ้านไปเป็นจำนวนมาก เทียนเข้าไปถาม ได้ความว่า หากมากราบไหว้ขอ

    พรจากเทพตือโป้ยก่าย แล้วเลือกซื้อตุ๊กตาหมูผู้ชายกลับไป ส่วนใหญ่ก็จะได้ลูกผู้ชายตามที่หวังไว้ เทียนคิดไว้อยู่แล้ว คนในเมืองนี้มีแต่ทายาทของเจ้าตือโป๊ยก่ายเต็มเมืองไปหมด ที่แท้กล้าใช้อำนาจเทพเซียน สมสู่กับมนุษย์นี่เอง

    โดยไม่คิดเลยว่า เด็กที่เกิดมาในอนาคต จะมีปัญหาหรือไม่ เทียนกระทืบเท้าที่พื้นดิน ไป 1 ที่ ร่างของตือโป้ยก่าย ก็ปรากฏร่างขึ้นทันที กลายเป็นเทพบุตรหนุ่มรูปงาม ยืนต่อหน้าเทียน

    “ เจ้าหนู เจ้าเป็นใคร ไม่รู้หรือว่าที่นี่ ใครคุมอยู่ ไปเล่นไกลๆ ซะ ข้าไม่อยากรังแกเด็ก เอ๊ะ ว่าแต่หน้าเจ้ามันคุ้น ๆ นะ “ ตือโป้ยก่ายเอ่ยกับเทียนเหมือนเคยเห็นมาก่อน เทียนไม่พูดอะไร ฟาดฝ่ามือยูไล ตบหน้าซ้ายขวา ตือโป้ยก่ายหน้าหันไปมาไม่รู้กี่สิบรอบ จนร่างกลับกลายเป็น ปีศาจหมู ถือคราดเก้าซี่ มองเทียนอย่างเคียดแค้น แล้วใช้คราดเก้าซี่ หวดเข้าใส่หน้าอกเทียนหวังจะให้ทะลุร่างของเทียนแต่ฟาดไม่โดน แต่กลับโดนเทียนใช้ปีกคุณเผิงตบเข้าใส่จนหน้าทิ่มไปกับพื้นเทียนเตะใช้เท้าตบร่างตือโป้ยก่ายไปที่พื้น ร่างของตือโป้ยก่าย จมลงไปในพื้นดิน เทียนจับไปที่คอตือโป้ก่ายขึ้นมา

    “ บอกเหตุผลมาซิ ทำไมเจ้าถึงได้หลอกใช้ความเชื่อของมนุษย์แล้วสมสู่กับพวกนาง จนตั้งครรภ์เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแบบนี้ “ ตือโป้ยก่ายสลัดดินที่หน้าทิ้งแล้วนึกขึ้นได้แล้วว่าเทียนเป็นใคร

    “ ข้าจำเจ้าได้ เจ้าทำให้ข้าต้องกลายมาเป็นหมูบนโลกมนุษย์ นี่เจ้ายังมาตามจองล้างจองผลาญข้าอีกได้ยังไงกัน” เทียนตบหัวปีศาจหมูตัวนี้ไปอีกที

    “ ข้าถามเจ้ากลับพูดอีกเรื่องหนึ่ง ตอบข้ามาทีละเรื่อง”

    “ ได้ ข้าตอบก็ได้ หลังจากข้าอัญเชิญพระไตรปิฏกกลับมาสำเร็จ ข้าก็ได้กลับมาเป็นเซียนอีกครั้ง มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือมวลมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก ชาวบ้าน ต่างร้องขอบุตรชายหรือบุตรหญิง ข้าทำได้ก็แค่ช่วยพวกเขาให้สมหวัง ดังใจปราถนา แล้วข้าทำเช่นนี้มันผิดตรงไหน” ตือโป้ยก่ายเอ่ยจบก็ทำหน้าซื่อ เหมือนบอกว่าช่วยคนเดือดร้อน ไม่น่าผิดอะไร เทียนตบเข้าที่ศรีษะ ป๊าบ ไปอีกที

    “ นี่เจ้าไปอัญเชิญพระไตรปิฏกกลับมา แล้วเจ้ายังมีความคิดเช่นนี้อีกหรือ

    อาจารย์ของเจ้าคือตัวแทนแห่ง ความศรัทธา ความมุ่งมั่นในการเดินทางไปชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฏก ศิษย์พี่ของเจ้าเป็นตัวแทนแห่งปัญญาคอยแก้ไข ปัญหา ขจัดอุปสรรคในการเดินทาง เพื่อให้ประสบผลสำเร็จ ศิษย์น้องของเจ้าคือดวงดาวของสมาธิ ด้วยความไม่รู้จึงต้องหมั่นเพียร แม้เป็นเพียงแค่ปลาในน้ำ ยังตั้งใจศึกษาสิ่งต่างบนบก ส่วนเจ้าเป็นตัวแทนของศีลธรรมทั้งแปดแท้ๆ กลับทำผิดศีล ข้อห้ามประพฤติในกามเสียเอง แล้วเจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีกหรือ ว่าเจ้าผิดตรงไหน” เทียนไม่รอคำตอบจากตือโป้ยก่ายอีก จึงคว้าเข็มปักเข้าไปที่หัวของตือโป้ยก่ายไปอีกสิบกว่าเข็ม หยุดการทำงานของต่อมผลิตน้ำเชื้อหมดสิทธิ์มีลูกได้อีกต่อไป

    “ ต่อไปนี้เป็นต้นไป ข้าทำหมันให้เจ้าเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปเจ้าจะไม่สามารถมีลูกกับใครได้อีกต่อไป แล้วถ้าหากข้ารู้ว่าเจ้าใช้อำนาจเทพเซียน ทำผิดประเวณีกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง ข้าจะกลับมา ตัดเจ้าตัวปัญหานี้ทิ้งเสีย ให้เจ้ากลายเป็นขันทีไปเลย เฮ้อ ข้าผิดหวังแทนอาจารย์ของเจ้ายิ่งนัก”

    เทียนเห็นชาวบ้านยังเข้ามาในศาจเจ้าของตือโป้ยก่ายอย่างไม่ขาดสาย หากเทียนไม่ทำเช่นนี้ ต่อไป คงมีคนคลอดปีศาจหมู จนล้นโลกแน่ พอหันมามองตือโป้ยกาย ที่เวลานี้พูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งฟังเทียนพูดนิ่ง ไม่ได้พูดอะไรออกมา

    เหมือนจะสำนึกอะไรได้ เทียนไม่สนใจอีกแล้วเดินจากมา ได้ยินเสียงของ ตือโป้ยก่ายคุกเข่ากับพื้น พูดออกมาว่า “ อาจารย์ศิษย์ขอโทษ ต่อไปข้าจะทำตามที่ท่านพร่ำสั่งสอนข้ามาตลอด จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอีกแล้ว”

    เทียนกลับมาที่สำนักอักษรสวรรค์ เทียนรีบเข้าไปในเรือนสีขาวกลางน้ำทันที

    อาจารย์เจียงมู่ฉินยืนรออยู่แล้ว

    “ ต่อไปเจ้าเริ่มต้นศึกษาภาพวาดทั้งสิบของท่านปรมาจารย์ไปทีละภาพ เมื่อเจ้าเข้าใจ ภาพที่ 1 แล้ว เจ้าก็สามารถซึมซับ พลังในผลึกเซียนของปรมาจารย์ได้ระดับหนึ่ง เจ้าไม่ต้องรีบร้อน เจ้าอายุแค่นี้มีเวลาอีกมาก สมัยที่อาจารย์ศึกษา

    รูปภาพเหล่านี้ ใช้เวลาไปภาพละ 1 ปีกว่าจะเข้าใจแก่นแท้ ของภาพเหล่านี้ โดยภาพแต่ละภาพเป็นตัวแทนของท่านปรมาจารย์ เพื่อสอนให้เราเข้าใจถึงต้นกำเนิด และ จุดหมายปลายทางของทุกสรรพสิ่ง เจ้าค่อยๆศึกษาไปเถอะ “

    อาจารย์เจียงมู่ฉินเอ่ยจบก็หายวับไป เทียน นั่งสมาธิ แล้วเริ่มมองไปที่ภาพแรกทันที เทียนเห็นชายหนุ่มวัยเพียง ยี่สิบต้น ๆ เริ่มจากการดิ้นรนหาบของขายไปตามที่ต่างๆ บางวันก็ขายได้หมด บางวันก็ไม่หมด มีอยู่วันหนึ่งเขานำแป้งมาขาย

    เจอฝนตกพยายามรีบเข้าไปหลบฝน แต่ว่าลื่นสะดุดล้ม แป้งที่หาบมาขายล้วนถูกฝนเสียหาย เจียงจื่อหยา วัยหนุ่ม ล้มไปนอนกลิ้งมองเห็นแป้งที่เสียหายจนหมด ก็ร่ำร้องถามฟ้า

    “ ทำไมต้องกลั่นแกล้งคนอย่างข้าด้วย ข้าไม่เคยทำชั่ว ทำแต่ความดีมาตลอด ทำไมถึงได้ทำกับข้าเช่นนี้” เจียงจื่อหยา ตีอกชกตัวท้าให้ฟ้าผ่าลงมาเลย หวังจะตาย เริ่มท้อถอยกับชีวิต ชายหนุ่มนั่งตากฝนอยู่สักพัก ก็รู้ว่า โชคชะตาไม่เข้าข้างเขาแน่ๆ ดังนั้น เขาต้องสู้มันต่อไป สู้มันให้ถึงที่สุด ตราบที่เขายังมีลมหายใจ ท่านเจียงจื่อหยาง ทิ้งทุกอย่างที่มี แล้วก้าวเดินเข้าไปหลบฝน ที่ข้างโรงฆ่าสัตว์ รอฝนหยุด ในขณะนั้นก็ได้ยินเสียงวัว ส่งเสียงร้องออกมาอย่างทรมาน จากโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้

    ท่านเจียงจื่อหยา ฟังมานานก็ทนไม่ไหว ก็เดินเข้าไปในโรงฆ่าสัตว์แล้วเข้าไปหาเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ ขอสมัครเป็นคนฆ่าวัว เจ้าของเห็นเป็นเด็กหนุ่ม ร่างกายกำยำท่าทางแข็งแรง เลยให้ทดสอบดูว่าทำได้หรือไม่ เจียงจื่อหยา หยิบดาบฆ่าวัว แล้วเดินไป ที่วัวตัวที่กำลังจะถูกฆ่า เจียงจื่อหยา ใช้ดาบฟันไปที่คอของวัวด้วยความรวดเร็ว วัวตายทันทีไม่ส่งเสียงร้องทรมานแบบ ที่เคยได้ยิน จากนั้นก็ฆ่าอีกหลายตัว ก็เป็นแบบเดียวกัน จนเจ้าของโรงฆ่าสัตว์รับเขาไว้เป็น คนงานสำหรับฆ่าวัวโดยเฉพาะ นับตั้งแต่นั้นมา ชีวิตวัยหนุ่มของเจียงจื่อหยา ก็อยู่แต่โรงฆ่าสัตว์

    ไม่มีความเดือดร้อนเรื่องการทำมาหากินอีกต่อไป เทียนกำลังตกอยู่ในความคิดถึงการกระทำของท่านเจียงจื่อหยา ถึงแม้การฆ่าสัตว์อย่างมีคุณธรรมแบบนี้ จะทำให้สัตว์ได้ไม่ต้องทรมาน แต่มันก็คือการฆ่าสัตว์ที่ไร้ทางต่อสู้ เทียนลืมตาขึ้น

    “ ถึงแม้ว่าจะเป็นหนทางเซียนของท่าน แต่ไม่ใช่สำหรับข้าอย่างแน่นอน” เทียนเอ่ยออกมา แล้วเดินไปดูภาพที่สองต่อไป

    ภาพที่สองนี้ คือท่านหยวนสื่อ เทียนจวินกำลังรับท่านเจียงจื่อหยาเป็นศิษย์ ในวัย32ปี ท่านเจียงจื่อหยา ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้เกือบทุกแขนง ครั้งนี้เทียนสามารถรับรู้ถึงคำพูดของท่าน หยวนสื่อเทียนจวิน กำลังสอนวิชาโหราพยากรณ์ให้กับท่านเจียงจื่อหยา

    “ ในดวงดาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ส่องแสงประกายระยิบระยับ ต่างมีเรื่องราวและความหมายอยู่ในตัว พร้อมที่จะบอกชะตาชิวิตของแต่ละคนออกมา การดำเนินชีวิตของบางคนอาจประสบควาวมสำเร็จแต่วัยเยาว์ แต่บางคนอาจประสบความสำเร็จยามบั้นปลายของชีวิต ขึ้นอยู่กับการเดินทางของดวงดาราเหล่านี้ แม้กระทั่งดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้โลกเรามากที่สุด ก็มีผลต่อชีวิตของเราทุก ๆ คน ดังนั้นผู้พยากรณ์ เปรียบเหมือนผู้ที่มองเห็นอนาคต ของผู้อื่น สามารถให้คุณและโทษต่อทุกๆคนแม้แต่ตัวเอง

    ดังนั้น ผู้ที่เรียนวิชานี้ ต้องมีใจที่เที่ยงตรง ซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่เห็นแก่ตัว หรือเห็นแก่ลาภยศ เห็นแก่ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่ไปข่มแหงรังแกใครเป็นอันขาด และวิชาสำคัญที่สุดของข้าที่จะสอนให้เจ้าก็คือ วิชาปาฏิหารย์เหนือพยากรณ์ ถึงแม้ว่าการทำนายทุกครั้งจะออกมาไม่ดี แต่การแก้คำทำนายให้ร้ายกลายเป็นดี นั้นเป็นการฉีกกฏฟ้า พลิกโชคชะตา ดังนั้นหากเจ้ามีบำเพ็ญ ตบะอ่อนด้อย จะถูกฟ้าลงทัณฑ์ได้ เจ้าต้องจำสิ่งที่ข้าพูดไว้ให้ดี”

    ท่านหยวนสื่อเทียนจวินก็ได้สอนวิชาพยากรณ์ และ วิชาปาฏิหารย์เหนือพยากรณ์ ให้กับท่านเจียงจื่อหยา เทียนก็ได้นั่งเรียนตามไปด้วย สุดท้ายเทียนได้เรียนรู้วิชานี้ไปโดยไม่รู้ตัว เทียนนั่งอยู่หน้าภาพนี้ศึกษาวิชาพยากรณ์ไปพร้อมกับท่านเจียงจื่อหยา ใช้เวลาไปถึง 3 เดือน จนสุดท้าย ท่านหยวนสื่อเทียนจวิน ถึงกับเอ่ยออกมาว่า

    “ สิ่งที่ข้าสอนให้ไปแล้ว หวังว่าเจ้าทั้งสองคนจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” เอ่ยจบร่างของท่านก็ล่องลอยหายขึ้นไปบนสวรรค์ ทิ้งความสงสัย ให้กับท่านเจียงจื่อหยา ที่นั่งฟังเพียงคนเดียว

    แต่ว่าเทียนได้ยินถึงกับสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมาทันที

    “ นี่ท่านหยวนสื่อ เทียนจวิน รู้ว่าเราแอบฟังท่านสอนด้วยหรือนี่” เทียนลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินไปดูภาพอื่น ๆ ต่อ แต่ก่อนที่ไปดูภาพอื่นต่อไป เกิดมีความคิดว่า จะลองทดสอบวิชาพยากรณ์ที่เรียนมานี้สักหน่อย เทียนใช้มือขีดเขียนอยู่กลางอากาศ แล้วใช้พลังจิตสร้างเป็นดวงดาวประจำตัวขึ้นมา โดยมีดาวเล็กใหญ่อยู่รอบ ๆ เทียนมองเห็น ดวงดาวพ่อเก้า ดวงดาวแม่เจนที่ใกล้ดาวของเทียนมากที่สุดยังดูสดใส ส่องแสงสว่างจ้า มองเห็นดวงดาวท่านปู่และท่านย่า ที่ยังคงส่งแสงสว่างออกมา ไม่แพ้กัน ถัดไปอยู่ไกลห่าง เป็นดวงดาวออกไปทางทิศตะวันตก

    ซึ่งเป็นดวงดาวที่เกิดแสงมืดมัวไม่สดใส คล้ายกำลังจะดับลงอย่างช้าๆ เทียนรู้ทันที ว่าดาวดวงนี้เป็นของ ศิษย์ของเขาเอง องค์หญิงหนิงซวน เทียนหยุดการกระทำทุกอย่าง แล้วรีบเดินทางออกไปหาหนิงซวนทันที...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน