ตอนที่1
หลบหนี
ซินอี๋นางไม่ใช่บุตรสาวโดยแท้ของบิดามารดาที่เลี้ยงนางมา นางโดนรับมาเลี้ยงเมื่อพ่อแม่บุญธรรมของนางเห็นว่านางน่าสงสารก็เลยรับมาเลี้ยงไว้ ตอนนั้นพวกท่านยังไม่มีบุตรเป็ของตัวเองจึงรับซินอี๋มาดูแล
ทว่าพอพวกท่านทั้งสองมีลูกสาวที่เป็ของตัวเองแล้ว ต่างก็ไม่สนใจไยดีซินอี๋อีกเลย นางอยู่ในจวนไม่มีความสุขแม้แต่น้อยได้แต่อยู่ไปวันๆ ใช้ชีวิตของนางไปโดยไม่ได้รับการเหลียวแลจากคนที่นางเรียกว่าท่านพ่อกับท่านแม่
คนรับใช้ในจวนเมื่อเห็นว่าเ้านายทั้งสอง ต่างคนต่างไม่ได้สนใจไยดีต่างก็ไม่ให้การเคารพนางอีกต่อไป เพียงแต่มีสาวใช้สองแม่ลูกที่ยังดีกับนางไม่เคยทอดทิ้งนางแม้ว่าคนในบ้านจะไม่สนใจ แต่พวกนางก็ยังเห็นว่าซินอี๋ก็ยังเป็คุณหนูเหมือนเดิมที่พวกนางเคารพรัก นางอยู่ในจวนไม่ต่างอะไรกับคนรับใช้ที่ต้องทำงานเองเพียงแต่แค่มีชื่อว่าเป็ลูกสาวท่านเสนาบดีจาง แต่ไม่มีอภิสิทธิ์เนื้อชนชั้นเท่ากับลูกสาวทั้งสองของพวกเขา
“คุณหนูเ้าคะ วันนี้คุณหนูจะกินอะไร เดี๋ยวข้าจะไปทำมาให้”
สาวรับใช้ข้างกายที่นางไว้ใจที่สุดและดีกับนางที่สุดเป็คนดูแลนางแม้ไม่มีใครสนใจก็ยังมีหลิงเอ๋อที่คอยเคียงข้างมาตลอด ถือว่าจงรักภักดีมาั้แ่เด็กๆ ที่เติบโตมาด้วยกัน หลิงเอ๋อไม่เคยทิ้งเหมือนสาวรับใช้คนอื่นๆ นางยังคอยให้กำลังใจซินอี๋อยู่เคียงข้างมาตลอดพร้อมกับแม่ของนาง
“ไม่ต้องหรอกหลิงเอ๋อ เ้ากินอะไรข้าก็กินอันนั้นแหละ”
“เฮ้อ...คุณหนูข้าสงสารชีวิตคุณหนู แต่ข้าก็ช่วยอะไรคุณหนูไม่ได้ ในเมื่อนายท่านเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือแบบนี้ ข้าน้อยก็จนใจเหลือเกิน”
“เ้าไม่ต้องไปโทษตัวเองหรอก มันเป็ความผิดของข้าเองที่ข้านั้นไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของพวกท่านแค่เพียงท่านให้ข้ามีที่อยู่ที่กินก็เพียงพอแล้ว”
“โธ่..คุณหนูเ้าคะ ข้าอยากแบกรับความทุกข์ของคุณหนูที่ต้องเจอในแต่ละวันไว้เอง ข้าไม่อยากให้คุณหนูต้องมาพบเจอเื่แบบนี้เลย” หลิงเอ๋อที่เห็นว่าลูกสาวทั้งสองของนายท่านชอบมากลั่นแกล้งนางอยู่บ่อยๆ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ได้แต่ยืนมองดูลูกของนายท่านแกล้งเ้านายตัวเอง นางโคตรเสียใจที่ไม่อาจจะช่วยได้เลย
“อย่ากล่าวโทษตัวเองอย่างนั้นเลย ข้ารู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ควรจะทำยังไง” แม้ว่านางอยากออกไปจากจวนแต่ก็ไม่รู้จะไปที่ไหน เมื่อั้แ่เด็กจนโตก็อยู่ที่นี่ตลอดแถมเพื่อนก็ไม่มีมีแต่หลิงเอ๋อนี่แหละที่เป็เพื่อนคุยของนาง
“คุณหนูอีกไม่กี่วันคุณหนูก็จะต้องแต่งงานเข้าจวนตระกูลมู่แล้ว แถมข้าได้ยินว่าคุณชายตระกูลมู่นั้น ช่างเลวร้ายเป็ผู้ชายที่มากรัก ตบตีลูกเมียคนเก่า ข้าไม่อยากให้คุณหนูต้องไปเจอเหตุการณ์อย่างนั้นเลยเ้าค่ะ”
เมื่อคิดว่าเ้านายตัวเองต้องแต่งงานไปอยู่กับผู้ชายที่ไม่เหมาะสม แถมจะต้องออกเรือนไปเจอความลำบากหนักกว่าเก่าก็ทำให้รู้สึกสงสารนางอย่างมาก ชีวิตช่างรันทดเสียเหลือเกิน
“เฮ้อ..ข้าก็ไม่รู้จะต้องทำยังไงในเมื่อ เป็คำสั่งของท่านพ่อ ข้าก็ไม่สามารถจะขัดคำสั่งนั้นได้” นางพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักใจ เมื่อเกิดมาทำตามใจตัวเองก็ไม่ได้ ได้แต่รอรับคำสั่งอย่างเดียว
“แต่ข้าน้อยมีวิธีที่จะไม่ให้คุณหนูต้องออกเรือน”
“วิธีอะไรเหรอ.....” นางมองสาวรับใช้ตาโตเหมือนมองเห็นความหวังอยู่ในตัวของหลิงเอ๋อ
อีกฝั่งหนึ่งนอกเมือง
“องค์ชายเสด็จมาที่แคว้นจงหลีมาเพื่อเยี่ยมท่านอ๋องข้าพอจะเข้าใจ แต่ทำไมท่านถึงต้องทำตัวลำบากด้วยทำไมไม่ทำตัวให้สมกับที่เป็องค์ชายแคว้นเยี่ยด้วยล่ะพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าก็รู้ว่าข้าชอบแบบนี้ เ้ารับใช้ข้ามาหลายปี กลับไม่รู้นิสัยของข้าหรอกเหรอว่าเป็คนยังไง” ชายหนุ่มตำหนิองครักษ์หลินปอที่ชอบพูดมาก ชอบทำนอกเหนือคำสั่งแต่ก็ยังเอาไว้ข้างกายเสมอเพราะคิดว่าที่ทำนั้นก็เพื่อตัวเขาเองทั้งนั้น
“ข้าก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก”
“ถ้าเข้าใจก็อย่าถามข้าให้มาก”
“ก็ได้พ่ะยะค่ะ”
“แล้วต่อไปเวลาอยู่ข้างนอกก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าองค์ชาย ให้เรียกข้าว่าฟางหรงก็พอ และอาชีพของข้าก็คือ พ่อค้า”
“ขอรับนายท่าน”
“ดีมาก”
โรงเตี๊ยมซูเซียวนอกเมืองเวลากลางคืน
“นายท่านนอนได้ไหมขอรับ”
“นอนได้ทำไมรึ”
“ก็มันคับแคบเกินไปนี่ ข้าน้อยก็เสนอแล้วว่าให้ท่านไปนอนในเมืองดีกว่า แต่ท่านก็เลือกที่จะค้างที่นี่”
“เ้าอย่าพูดมากไสหัวออกไปได้แล้วข้าจะนอน”
“ขอรับนายท่าน” องครักษ์หลินปอยอมออกไปแต่โดยดีขืนอยู่ต่อหรือพูดต่อมีหวังจะต้องโดนดีแน่ เพราะวันนี้ทั้งวันเหมือนเขาจะพูดอะไรไปก็โดนดุโดนว่าตลอด
รถม้ากำลังวิ่งไปท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมโดยรอบ
“วิธีนี้เ้าคิดว่ามันดีแล้วใช่ไหมหลิงเอ๋อ” ซินอี๋มองหน้าสาวคนรับใช้ที่ได้เสนอความคิด เข้าใจว่านาง้าอยากจะช่วยอยู่หรอก
“ข้าคิดว่ามันดีกว่าที่เราอยู่เฉยๆ”
“อืม...ก็ได้ ไหนๆ ก็ออกมาแล้วนี่ ถ้ายังไงก็ไปให้สุดแล้วกัน”
ทั้งสองคนเดินทางด้วยรถม้าที่ถูกจ้างมาให้ไปส่งอีกเมืองหนึ่งเพื่อหลีกหนีการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า และนี่หลิงเอ๋อคิดว่าเป็แผนดีที่สุดที่นางคิดได้ อย่างน้อยถ้าหนีได้คุณหนูก็จะเป็อิสระไม่ต้องไปแต่งงาน ส่วนนายท่านทั้งสองจะว่าอะไรนั้นนางไม่สนใจแล้ว สนเพียงแต่ว่าต้องพาคุณหนูหนีไปเท่านั้น
เมื่อออกจากเมืองได้มาไกลมากแล้ว “คุณหนูขอรับข้างหน้ามีโรงเตี๊ยมเล็กๆที่เปิดอยู่ ข้าว่าคืนนี้คุณหนูน่าจะพักอยู่แถวนี้ก่อนนี่เราก็มาไกลกันมากแล้ว” ชายผู้อยู่ด้านนอกเมื่อเห็นว่ามาไกลมาก้าพักเอาแรงเสียก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อ และมองเห็นว่าข้างหน้ามีโรงเตี๊ยมขนาดเล็กยังเปิดอยู่
“อือ..ก็ดี งั้นเราพักค้างแรมที่นี่รุ่งสางค่อยเดินทางต่อแล้วกัน” ซินอี๋คิดว่ามาไกลมาก ท่านพ่อคงไม่ตามมาแล้วล่ะ
ระหว่างที่นางพักอยู่ที่โรงเตี๊ยม ก็ได้มีคนมาเคาะประตูหน้าห้อง เสียงเคาะดังรัวๆเหมือนมีเหตุให้ต้องเปิดประตูโดยเร็ว
“อ้าว....รถม้าว่ายังไงดึกดื่นป่านนี้แล้ว” หลิงเอ๋อเปิดประตูก็พบว่าชายคนขับรถม้าหน้าตาตื่น
“แย่แล้ว ข้าเห็นว่ามีขบวนม้าวิ่งมาจากทางในเมืองขบวนใหญ่ กลัวจะเป็คนจากจวนเ้านี่สิ ข้าแค่มาเตือนก่อน ยังไงจะได้เตรียมตัวหนีถ้าหากเป็คนมาจากจวน”
“ห๊าส์....ตายจริง เดี๋ยวข้าไปบอกคุณหนูก่อน” นางรีบไปที่เตียง “คุณหนูรีบลุกเถอะเ้าค่ะมีคนมา น่าจะมาจากที่จวนพวกเรารีบหนีกันก่อนดีกว่า”
ซินอี๋กับหลิงเอ๋อเมื่อกำลังจะวิ่งไปที่บันไดเตรียมจะลงก็ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว พวกนางสองคนรีบหาที่หลบและมองดูคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมพอดีและก็ถามหาผู้หญิงสองคน นั่นก็ทำให้ซินอี๋และหลิงเอ๋อรู้เลยว่ามาจากจวนแน่เพราะมีหนึ่งในนั้นที่เป็คนจากจวนที่พวกนางรู้จักดี
“คุณหนูเดี๋ยวท่านไปหลบห้องนี้ก่อน” สาวใช้ถือวิสาสะเปิดห้องใครไม่รู้ผลักคุณหนูเข้าไป ส่วนนางจะล่อคนพวกนี้ไปอีกทาง
“นี่หลิงเอ๋อ!” ไม่ทันที่ซินอี๋จะเรียกสาวใช้ นางก็วิ่งไปอีกทางแล้ว ซินอี๋รีบปิดประตูก่อนที่จะได้ยินเสียงคนวิ่งขึ้นบันไดมาและวิ่งไปทางที่สาวใช้วิ่งไปก่อนหน้า
ซินอี๋นั่งอยู่ในห้องเงียบๆตรงประตู เพื่อรอให้คนไปหมดและเพื่อความแน่ใจว่านางออกไปแล้วไม่โดนจับ แต่เมื่อนั่งอยู่ในห้องได้สักพักดูเหมือนในห้องจะมีกลิ่นแปลกนางนั่งสูดดมอยู่ตั้งนานซึ่งไม่เคยได้กลิ่นนี้มาก่อน มันเป็กลิ่นหอมมาก นางสูดดมเข้าเต็มปอด
“กลิ่นหอมจัง”
ก่อนที่จะรู้สึกว่าร่างกายแปลกๆ ไป มันร้อนวูบวาบไปหมด นางรีบพาตัวเองไปนั่งที่โต๊ะรินน้ำที่อยู่ตรงนั้นขึ้นดื่ม มีแสงไฟจากตะเกียงที่ยังไม่ได้ดับทำให้นางยังมองเห็นภายในห้องและมองไปยังบนเตียงมีร่างใครคนหนึ่งกำลังหลับอยู่ นางเดินไปดูใกล้ๆ เพื่ออยากรู้ว่าเป็หญิงหรือชายเมื่อเห็นว่าเป็ชาย นางกำลังหันตัวกลับแต่ไม่ทันที่จะก้าวไป มือหนาก็ได้คว้าข้อมือนางไว้ร่างกายชายผู้นั้นลุกขึ้นพรวดมาอยู่ข้างหลัง
“เ้าเป็ใคร ทำไมเข้ามาห้องข้า” เขาได้ยินเสียงนางเปิดประตูเข้ามาอยู่ในห้องได้สักพักแต่ยังทำเป็หลับอยู่รอดูท่าทีของนาง แต่เมื่อเห็นว่านางจะหันหลังกลับก็ได้คว้าไว้ก่อนที่นางจะหนีไป
ซินอี๋พยายามสะบัดมือให้หลุดพ้น จากการโดนกอบกุมใช้แรงตัวเองที่มีเพื่อสะบัดให้หลุด
ชายผู้นั้นเปลี่ยนมาล๊อกคอนางไว้แทน เมื่อเห็นว่านางดิ้นพยายามหนีจากตัวเขา ทำให้นางที่ดิ้นอยู่ดิ้นไม่หลุดด้วยที่ว่าร่างกายชายผู้นั้นตัวสูงใหญ่แค่ขังนางไว้ในอ้อมกอดก็ดิ้นไม่หลุดแล้วไม่ว่าจะขยับซ้ายหรือขวาก็ไม่มีทางหลุดไปได้เลย
“ปล่อยข้านะ ข้าแค่เข้าห้องผิด ข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี” นางร้องบอกคนที่กักตัวนางไว้ หวังเพียงเขาจะเข้าใจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าร่างกายกำลังมีอะไรบางอย่างที่แปลกไปมันกลับชอบที่โดนเขากอดเสียอย่างนั้น
“แน่ใจเหรอว่าเข้าห้องผิด ไม่ใช่ว่าเ้าคิดที่จะเข้าห้องข้าโดยเฉพาะ” เสียงเขาแหบพร่า ต้องกลืนน้ำลายหลายอึก เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้สักพักแล้วยิ่งตอนนี้ที่กอดนางไว้ ทำให้เขาเกิดกำหนัดอยากที่จะหลับนอนกับนางเต็มทนแต่ก็ยังที่จะฝืนร่างกายต่อไป
ร่างกายซินอี๋ที่ผิดปกติรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถจะคุมอารมณ์ได้แล้ว จึงหันไปมองหน้าชายที่ล๊อกคอนางมองเขาด้วยสายตาเย้ายวนเชิญชวนให้ชายหนุ่มเข้าหา
“ข้าไม่ไหวแล้ว” เสียงแหบพร่าจากชายหนุ่มเมื่อโดนนางยั่วขนาดนั้นมีหรือที่จะทนไหวในเมื่อร่างกายก็้าเช่นกัน
เมื่อทั้งสองร่างไม่อาจที่จะทนต่อแรงความปรารถนาได้เมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน ทั้งสองคนกำลังดึงดูดความ้าที่ไม่อาจห้ามใจการล่วงเกินจึงได้เกิดขึ้นต่อจากนี้ท่ามกลางแสงไฟสลัวภายในห้องนอน
อีกทางด้านห้องหนึ่งที่ไม่อยู่ไกลกันมาก “ข้าได้ทำตามอย่างที่ท่านสั่งเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ยาน่าจะออกฤทธิ์แล้ว”
“ดีมาก นี่ค่าตอบแทนเ้า”
“ขอรับ”
เสี่ยวเอ้อ..ออกจากห้องสตรีนางหนึ่งซึ่งได้ไหว้วานให้เขาวางยาในห้องชายผู้นั้นซึ่งได้รับค่าตอบแทนสูงเป็รางวัล
นางมายืนอยู่ตรงหน้าห้องของชายผู้หนึ่งเมื่อกำลังจะเปิดประตูเข้าไปแต่....กลับได้ยินเสียงคนที่อยู่ในห้องซึ่งฟังแล้วเป็เสียงที่ไม่น่าอภิรมย์นัก ไม่ใช่มีเฉพาะเสียงบุรุษแต่มีเสียงอิสตรีด้วย นางที่ยืนอยู่หน้าประตูมีสีหน้าใกับสิ่งที่ได้ยินว่าใครบังอาจชิงตัดหน้าเข้าห้องคนที่นางหมายปองก่อนหน้าตน
“ใครกันที่บังอาจตัดหน้าข้า”
ก่อนที่นางจะแสดงสีหน้าไม่พอใจแล้วเดินออกจากที่ตรงนั้นกลับเข้าห้องตนเองด้วยความเคียดแค้น นางจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครมันบังอาจทั้งที่นางวางแผนไว้อย่างดี