บทที่10. ถ้ำนี้มีแต่ของล้ำค่า
ตอนนี้ท่านผู้เฒ่าไป๋และพ่อบ้านหวังตกอยู่ในอาการนิ่งงันไปด้วยความตะลึงพรึงเพริดแล้วเพราะผลไม้ที่ขึ้นอยู่จนเต็มต้นนั้น ดูจากลักษณะแล้วเป็ผลท้อเหมันต์ไม่ผิดแน่ผลไม้ปราณระดับสูงที่หาได้ยากมากปลูกก็ยากมากนานๆทีจะโผล่ออกมาในโรงประมูลในเมืองหลวงสักทีหนึ่ง ผลท้อเหมันต์นี้มีสรรพคุณสามารถเพิ่มระดับพลังปราณได้อย่างมากมายมหาศาลมันจึงเป็ที่้าของผู้ฝึกปราณเป็อย่างมาก
ติ๋งๆ ๆเสียงน้ำหยดจาก้าลงสู่แอ่งน้ำด้านล่างกระทบจนเกิดเสียงดังกังวานสะท้อนไปทั่วถ้ำ
“ท่านปู่วววให้ฉิบฉี่เดินเ้าค่ะ ฉิบฉี่หยักเดินเอง” ข้าสั่นดิ้นกระแด่ว ๆ จะลงเดินเอง
“ได้ๆเ้าระวังด้วย”
“เ้าค่าาา”ร่างเล็กป้อมเดินไปที่แอ่งน้ำนั้นเพราะจิ่วจิวได้กลิ่นหอมมาจากที่นั้นอย่างชัดเจนคอสั้นๆ ยืดๆ หดๆ ชะโงกดูแอ่งน้ำ ท่าทางนั้นน่ารักน่าชังเป็ยิ่งนัก จมูกโด่งน้อยๆจิ้มลิ้มทำท่าฟุดฟิด ๆ ก่อนไปนั่งยอง ๆ อยู่ข้างริมแอ่งน้ำโดยมีร่างของผู้เป็ปู่และท่านพ่อบ้านหวังฉีค่อยเดินตามอยู่ตลอด
“ท่านปู่ฉิบฉี่ได้กลิ่นหอมมาจากในนี้เ้าค่า”เมื่อสิ้นเสียงจิ่วจิวน้อยท่านผู้เฒ่าไป๋และท่านพ่อบ้านหวังฉีก็ชะโงกหน้ามองไปที่แอ่งน้ำทั้งสองแอ่งนั้นเห็นเพียงด้านล่างที่ใสเป็ประกายสีฟ้าให้ความรู้สึกสะอาดและสดชื่นเป็อย่างมากและที่ก้นแอ่งน้ำนั้นมีก้อนกลมๆ รีๆขนาดเท่าหัวแม่มือสีน้ำตาลเข้มอยู่ด้านล้างแอ่งน้ำทั้งสอง รวมกันแล้วก็มีหกก้อน
“สิ่งนั้นคือเมล็ดว่านวารีโลหิตหรือไม่ขอรับนายท่าน”ท่านพ่อบ้านหวังฉีเอ่ยขึ้นมา
ท่านผู้เฒ่าไป๋โน้มตัวลงพร้อมถลกแขนเสื้อขึ้นมาพับไว้จนถึงต้นแขนแล้วเอามือจุ่มลงไปเพราะน้ำไม่ลึกเป็จึงสามารถยื่นแขนลงไปได้ก่อนจะหยิบเ้าก้อนสีน้ำตาลนั้นขึ้นมาทั้งหกก้อน
“กลิ่นหอมมาจากสิ่งนี้หรือไม่เ้าสิบสี่”มือที่มีร่องรอยของอายุที่มากแล้วยื่นเ้าก้อนสีน้ำตาลนั้นมาตรงหน้าจิ่วจิวน้อยก้มลงไปใกล้ๆเพื่อดมกลิ่นทันที
“ฟืดด!ใช่แล้วเ้าค่ะ กลิ่นนี้เหมือนต้นไม้เยย ห๊อมหอมฉิบฉี่ชอบ”
“แล้วเ้าเห็นละอองปราณออกมาจากสิ่งนี้หรือไม่”ท่านผู้เฒ่าไป๋ยังถามต่อ
“ฉิบฉี่ไม่เห็นเ้าค่ะแต่หอมมาก” ใบหน้ากลมเล็กยังคงตอบไปตามจริง
“จะใช่หรือไม่ขอรับนายท่าน”
“อืมข้าคิดว่าใช่แต่เพื่อความมั่นใจ เ้าสิบสี่ที่ตรงนั้นมีต้นท้อเหมันต์อยู่หลานช่วยถามให้ปู่ได้หรือไม่”
“ได้เยยเ้าค่า”ร่างกลมเล็กรีบวิ่งจรู๊ดดดเข้าไปหาต้นไม้เพียงหนึ่งเดียวที่มีอยู่ในถ้ำนี้อย่างรวดเร็ว
มือน้อยััลำต้นตรงหน้าก่อนเริ่มสื่อสารในใจทันที
‘พี่ต้นไม้ พี่ต้นไม้เ้าคะ’
‘หื้ม มนุษย์เด็กตัวน้อยหรือ เ้าพูดกับข้าได้ด้วย’
‘พูดได้เ้าค่ะ ฉิบฉี่ชื่อจิ่วจิว พี่ต้นไม้เ้าคะฉิบฉี่มีเื่ถามเ้าค่ะ’
‘ถามมาเถิด’
‘ก้อนสีน้ำตาลๆ ที่อยู่ก้นแอ่งน้ำใช้เมล็ดว่านวารีโยหิตหยือไม่เ้าคะ’
‘ว่านวารีโลหิตหรือ ใช่แล้วล่ะมันอยู่ใต้ก้นแอ่งน้ำนั้นมานานแล้วที่ดินแดนเบื้องล่างนี้เหลือเพียงหกเมล็ดเท่านั้นแต่มันไม่งอกงามออกมาหลายสิบปีแล้วล่ะนะ หากเ้า้าก็เก็บเอาไปเถิดเอาผลท้อเหมันต์ของข้าไปด้วยสิ กินเนื้อหมดแล้วก็เอาเม็ดมันไปปลูกได้ ส่วนน้ำในแอ่งนั้นหากอยากดื่มก็ดื่มได้หากอยากตักกลับไปก็เอาไปเถิดมันคือ วารี์’ เพราะรู้สึกถูกชะตากับเด็กน้อยมนุษย์ผู้นี้เป็พิเศษภูติญญาแห่งต้นท้อเหมันต์จึงเอ่ยอนุญาตนาง
‘ขอบคุณเ้าค่าพี่ต้นไม้’ เสียงน่ารักสดใสเอ่ยตอบก่อนวิ่งกลับมาหาท่านปู่และท่านพ่อบ้านหวังฉีที่รออยู่
“ท่านปู่พี่ต้นไม้บอกว่าเมล็ดนั้นคือว่านวารีโยหิตที่เรามาเก็บเ้าค่ะมีแค่หด(หก)เมล็ดเท่านั้น แล้วก็พี่ต้นไม้บอกว่าให้เอาผลท้อไปจินได้จะได้เอาเมล็ดไปปลูกโด้ยยย ส่วนน้ำนั้นก็ดื่มได้ตักกลับก็ได้มันชื่อวารีซาหวันเ้าค่า”
“วะวารี์!!!!” เสียงของสองผู้ชราประสานกันอย่างตื่นใเป็ที่สุดนี่ยิ่งกว่าผลไม้ปราณใดๆ ยิ่งกว่าสมุนไพรปราณขั้นสูงมากมายเสียอีก
เพียงแต่หนึ่งหยดที่รินรดหรือได้ดื่มกินก็ราวกับถูกชุบชีวิตให้ฟท้นคืนขึ้นมาใหม่อีกครั้งพลังปราณสามารถฟื้นฟู รักษาแก่นปราณที่เสียหายได้ในทันทีเป็วารี์น้ำวิเศษที่มีค่าหาใดเปรียบและหายสาบสูญไปนานนับร้อย ๆ ปีไม่คิดว่าจะมาอยู่ในหุบเขาของป่าเร้นลับเช่นนี้ ถึงว่าไม่มีใครเคยพบเจอมานานแล้วเหลือเพียงเื่เล่าตำนานที่บอกกล่าวต่อๆ กันมาเท่านั้น
“ซูดดด!หูยยย! สดชื่นจางงง อึก! อึก! อึก! ฮร้าาา! อย่อยชื่นใจ”ขณะที่ท่านผู้เฒ่าไป๋และท่านพ่อบ้านหวังกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอยู่นั้นจิ่วจิวน้อยก็ใช้มือวักน้ำที่ชื่อวารี์ขึ้นมาดื่มไปแล้วสามสี่อึก
“เ้าสิบสี่/คุณหนูสิบสี่”ผู้ชราทั้งสองเมื่อได้สติก็ตอนได้ยินเสียงซดน้ำดื่มของจิ่วจิวน้อยที่ดังมาให้ได้ยินนั้นเองจึงเอ่ยเรียกด้วยความใ
“เ้าคะ โฮ๊ะ!! ลื่น ๆ”
ตูมมม!!เพราะใเสียงเรียกจากด้านหลังทำให้จิ่วจิวน้อยรีบยืนขึ้นแล้วหันกลับมาตามเสียงเรียกก่อนจะลื่นหงายหลังตกไปในแอ่งน้ำ ดีที่ลึกเพียงแต่หน้าอกของเด็กน้อยเพียงเท่านั้น
“เ้าสิบสี่!!!”
“คุณหนูสิบสี่!!!”
ท่านผู้เฒ่าไป๋และท่านพ่อบ้านหวังฉีผวาเข้ามาหาอย่างรวดเร็วแต่ไม่อาจความร่างเล็กได้ทัน ตอนนี้จิ่วจิวน้อยเปียกไปทั้งตัวั้แ่หัวจรดเท้า
“น้ำไม่ยึกๆฮิ ฮิ ฮิ ฉิบฉี่ใตกน้ำเยยย” ร่างเล็กยืนอยู่กลางแอ่งน้ำยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะชอบใจที่ได้เล่นน้ำ
“เ้าสิบสี่เดินมาหาปู่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเร็วเข้าเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”
“เ้าค่า”ร่างเล็กค่อยๆ เดินขึ้นจากแอ่งน้ำโดยมีท่านปู่คอยช่วยดึงขึ้นมา
ในแหวนมิติของท่านผู้เฒ่าไป๋มีเสื้อผ้าอาหารแห้งและของใช้จำเป็ที่เตรียมไว้สำหรับเข้าป่าครั้งนี้อยู่ด้วยจึงรีบนำชุดใหม่ออกมาให้หลานสาวได้ผลัดเปลี่ยนจิ่วจิวน้อยจึงเดินหอบเสื้อผ้าชุดใหม่ไปเปลี่ยนอีกด้านหนึ่งที่มิดชิดส่วนท่านผู้เฒ่าไป๋และท่านพ่อบ้านหวังก็เริ่มเก็บเมล็ดว่านวารีโลหิตทั้งหมดและเก็บผลท้อเหมันต์มาได้ห้าสิบลูก ตอนแรกจะเก็บเพียงสิบลูกเท่านั้น แต่จู่ ๆต้นท้อเหมันต์ก็สั่นกิ่งก้านสาขาของตนไปมาจนผลท้อเหมันต์ล่วงลงสู่พื้นอีกหลายสิบลูก นับรวมๆแล้วจึงได้มาทั้งหมดห้าสิบลูกเลยทีเดียว
“ขอบคุณท่านมากขอรับ”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยขอบคุณ ด้วยรู้ดีว่าต้นท้อเหมันต์ที่เก่าแก่ต้นนี้นั้นยินดีมอบผลให้ด้วยความเต็มใจก็เพราะหลานสาวตัวน้อยของเขานั้นเอง
จากนั้นก็นำกระบอกไม้ไผ่และขวดน้ำเต้าสำหรับใส่น้ำดื่มออกจากแหวนมิติมาส่งให้พ่อบ้านหวังช่วยกันกรอกเอาวารี์จากอีกบ่อที่จิ่วจิวน้อยไม่ได้ตกลงไปได้หลายขวดเลยทีเดียว จากนั้นก็เก็บของทุกอย่างเข้าไว้ในแหวนมิติก็เป็อันเรียบร้อย
เมื่อจิ่วจิวเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยก็เดินออกมาจากมุมลับตาจึงพบว่าท่านปู่เก็บของเรียบร้อยหมดแล้ว นางจึงเดินไปหาต้นท้อเหมันต์เพื่อกล่าวลาและขอบคุณ
‘รีบไปเถิดเด็กน้อย หากเ้าพยัคฆ์ขาวมาแถวนี้คงไม่ดีนักถ้ำนี้อยู่ติดกับอาณาเขตของมันด้วย ขอให้เ้าโชคดีหวังว่าจะได้พบกันอีกนะ’
‘ขอบคุณพี่ต้นไม้มากเยยเ้าค่า’
จากนั้นทั้งสามก็มุ่งหน้าเดินออกจากถ้ำไปตามทางเดินที่เคยเดินเข้ามากัน....