"อะไรนะ? เมื่อครู่เธอบอกว่ากลุ่มกำลังจิเอไตและพันธมิตรผู้กล้าถูกทำลาย, เป็เื่จริงงั้นหรือ?"
ซูซูกิไอนะเอ่ยถามยืนยันขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง, ร้อยตรีฮิรายามะและมาเอดะเองก็ดูใไม่น้อย, นี่มันเื่เหลวไหลอะไร? กลุ่มจิเอไตและพันธมิตรผู้กล้าถูกทำลายเนี่ยนะ? แท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
"เป็เื่จริงฮะ, เื่ราวโดยระเอียดผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันฮะ, แต่จากที่ได้ยินมา, ว่ากันว่ามีบุตรชายสส.ท่านหนึ่งและเหล่าผู้มีอำนาจบางส่วนได้ตกลงอะไรบางอย่างกับทหารเคลมโบเดียและเปิดทางให้คนพวกนั้นบุกจู่โจมศูนย์หลบภัย, ทางกลุ่มจิเอไตและกลุ่มพันธมิตรผู้กล้าได้พยายามต่อสู้กับกลุ่มผู้ปลุกพลังของเคลมโบเดียอย่างสุดความสามารถ, แต่ในหมู่ผู้ปลุกพลังของเคลมโบเดียมีชายคนนั้นอยู่, เขาเพียงคนเดียวได้สังหารผู้ปลุกพลังของทั้งสองกลุ่มกำลังทั้งหมด, พวกพี่ต้องระวังให้มาก"
ซาโตชิคุงกล่าว
"หนุ่มน้อย, ชายคนนั้นที่เธอบอกเป็ผู้ปลุกพลังแบบไหน, มีพลังอะไร, พอจะบอกให้พี่ชายคนนี้ฟังได้ไหม?"
ร้อยตรีฮิรายามะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเป็มิตร
"อือ, ผมเองก็ไม่เคยพบเจอตัวจริงหรอกนะฮะ, แต่ได้ยินจากปากคุณลุงที่รอดมาจากเหตุวุ่นวายครั้งนั้น, เขาบอกว่าชายคนนั้นมีร่างกายและพละกำลังมหาศาลมาก, ในศึกครั้งนั้น, แม้ท่านผู้บัญชาการของจิเอไตและท่านประธานพันธมิตรผู้กล้าทุ่มจู่โจมอีกฝ่ายสุดกำลัง, ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายกลับไม่สะดุ้งะเื, ชายคนนั้นปีศาจชัดๆ"
ซาโตชิคุงกล่าว, เมื่อเขาคิดถึงสีหน้าหวาดกลัวของคุณลุงที่เล่าเื่นี้ก็ยิ่งทำให้เขาเป็กังวลเกี่ยวกับเื่นี้, นั่นเพราะแม่กับพี่สาวของเขาถูกคนเคลมโบเดียจับตัวไป, ตอนนี้ชะตากรรมของพวกเขาเป็ตายร้ายดีอย่างไรนั้นไม่อาจทราบ, ดังนั้นตอนนี้คนเหล่านี้คือความหวังเดียวของเขา
ได้ยินคำพูดของหนุ่มน้อยซาโตชิ, ฮิรายามะก็ผงกศีรษะและตอบกลับด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
"พ่อหนุ่มน้อยวางใจเถอะ, พวกพี่จะต้องพาแม่และพี่สาวของเธอกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน, ยิ่งไปกว่านั้นเธอไม่ต้องกังวลไป, แม้ฝ่ายเคลมโบเดียจะมีผู้ปลุกพลังที่ทรงพลังอย่างชายคนนั้น, แต่พวกพี่ก็มีผู้แข็งแกร่งอยู่เหมือนกันนา"
ร้อยตรีฮิรายามะกล่าวพลางหันมองยูกิ, เห็นเช่นนี้ยูกิก็ยิ้มแหยๆ, ขณะที่ดวงตาของหนุ่มน้อยซาโตชิพลันทอประกายเจิดจ้าและเอ่ยถามด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความหวัง
"พี่สาวแข็งแกร่งหรือฮะ?"
"......"
เห็นสายตาเปล่งประกายระยิบระยับของซาโตชิคุง, ยูกิก็ทำเพียงผงกศีรษะเงียบๆ, เห็นว่าพี่สาวผมขาวในชุดวอร์มสีแดงทำเพียงผงกศีรษะก็แอบผิดหวังเล็กๆ, ถึงอย่างนั้นท่าทางเรียบเฉยของพี่สาวคนนี้กลับทำให้เขามีความหวังมากยิ่งขึ้น, แม้จะไม่แสดงออกถึงความมั่นใจ, แต่พี่สาวคนนี้ก็ไม่มีท่าทางหวาดหวั่นแม้แต่น้อย, ดูเหมือนว่าคำพูดของคุณทหารคนนี้จะเป็ความจริง
"ยูกิจัง...เธอนี่ไม่มีความอ่อนหวานจริงๆ"
ซูซูกิไอนะส่งสายตาจิกกัดใส่ยูกิ, สื่อว่าเธอควรที่จะพูดจาอ่อนโยนกับเด็กหน่อย, เผชิญกับสายตาของไอนะ, ยูกิก็ยักไหล่, แม้ในตอนที่ยูกิอยู่ที่โลกอีกฝั่งจะเคยแปลงเป็มนุษย์และแฝงตัวอยู่ในสังคมมนุษย์และได้เห็นอะไรต่างๆมากมาย, แต่สายตาส่วนใหญ่ที่ยูกิเคยพบเจอมักจะเป็สายตาหวาดกลัว, สายตาอาฆาตมุ่งร้าย, สายตาชั่วร้ายจ้องแต่จะใช้ประโยชน์, สายตาที่เต็มไปด้วยความหวังของเด็กหนุ่มคนนี้เธอไม่ชินกับมันจริงๆ
"ซาโตชิคุงสินะ, เธอไม่ต้องเป็ห่วงไป, เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะไปลงทัณฑ์คนชั่วและช่วยทุกคนออกมาเอง"
ยูกิก้าวตรงมา, เธอเอามือขยี้ศีรษะของซาโตชิคุงอย่างเบามือและกล่าว, จากนั้นเธอก็หันไปกล่าวกับฮิรายามะ, ซูซูกิไอนะและมาเอดะ
"เื่นี้จะรอช้าไม่ได้, ทุกนาทีทุกวินาทีอาจมีผู้เคราะห์ร้ายได้, ฉันจะล่วงหน้าไปก่อน, พวกคุณพาเด็กคนนี้ไปยังที่ปลอดภัยก่อนแล้วค่อยไปพบกันที่แยกชิบูยะ"
"ได้, เช่นนั้นโยชิซึกิซังก็ระวังตัวให้มาก"
ร้อยตรีฮิรายามะผงกศีรษะ, เขารู้ว่าสถานการณ์ร้ายแรงขนาดไหน, เขาจึงไม่คัดค้านที่ยูกิจะล่วงหน้าไปก่อน, แม้ซูซูกิไอนะอยากจะตามยูกิไปด้วย, ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ถึงขีดจำกัดของตนเองดี, แม้เธอจะแข็งแกร่ง, แต่เธอไม่ได้ผิดปกติขนาดยูกิจัง หากเธอพลาดพลั้งแล้วตกอยู่ในวงล้อมของผู้ปลุกพลังอีกฝ่าย, ถึงตอนนั้นเกรงว่าคงยากที่จะฝ่าออกมาได้
"ยูกิจัง, ระวังตัวด้วย"
ซูซูกิไอนะกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง
"อื้ม"
ยูกิตอบรับด้วยรอยยิ้มบาง, วินาทีถัดมาร่างบางของยูกิได้ทะยานขึ้นฟ้า, จากนั้นก็พุ่งทะยานตรงไปยังจุดที่มีผู้คนมากมายรวมตัวกันทันที, หายไปจากสายตาของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
"พี่สาวผมขาวบินได้ด้วย, โคตรเท่!!"
หนุ่มน้อยซาโตชิกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น, ซูซูกิไอนะ, ฮิรายามะและมาเอดะต่างก็ผงกศีรษะเงียบๆ, เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งที่ยูกิแสดงให้พวกเขาเห็นก่อนหน้า, พวกเขาก็ไม่รู้สึกเป็ห่วงยูกิ, กลับกันพวกเขารู้สึกห่วงฝ่ายเคลมโบเดียมากกว่า, อีกทั้งพวกเขาก็มั่นใจว่าความแข็งแกร่งที่ยูกิแสดงให้พวกเขาเห็นนั้นไม่ใช่ทั้งหมดของเธอแน่นอน
"ก่อนอื่นต้องหาสถานที่ปลอดภัยให้เธอก่อน"
ร้อยตรีฮิรายามะกล่าวด้วยรอยยิ้ม, ในขณะที่พวกเขาทั้งสี่กำลังจะขึ้นรถจิ๊บทหารไปหาสถานที่ปลอดภัยให้หนุ่มน้อยซาโตชิก็มีกลุ่มคนห้าคนปรากฎขึ้น, อีกทั้งทั้งห้าต่างถืออาวุธครบมือ, คนพวกนี้คงไม่ได้มาดีแน่
"เฮ้ยๆๆ, ยังมีคนเหลือรอดอยู่นี่หว่า, จิ๊...เ้าพวกเคลมโบเดียนี่มันทำงานไม่ได้เื่จริงๆ"
"โอ๊ะโอ๋? ยัยนั่นมันซูซูกิไอนะ, แม่สาวสุดห้าวของพันธมิตรผู้กล้าไม่ใช่รึ? เห็นว่าเธอออกไปพร้อมกับทีมสำรวจกับเด็กใหม่ของอารากาวะกุมิ, แต่ทำไมถึงกลับมากับคนของจิเอไตล่ะ?"
"ใครสนกันล่ะ, นอกจากทหารสองคนนั้นที่เหลือก็แค่ผู้หญิงและเด็กคนหนึ่ง, แม้ซูซูกิไอนะคนนี้เป็ผู้ปลุกพลัง, แต่ยัยนั่นก็แค่ผู้ปลุกพลังเลเวลหนึ่ง, ดูอ้อนแอ้นขนาดนี้แค่ก็อบลินตัวเดียวก็คงจัดการไม่ได้ล่ะมั้ง, ฮี่ฮี่ฮี่"
"ซูซูกิไอนะ, ชักอยากจะเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเธอเร็วๆแล้วสิ, ฮี่ฮี่ฮี่, อย่าขัดขืนจะดีกว่า, พวกพี่ไม่อยากทำให้หน้าสวยๆของเธอต้องมีาแหรอกนะ"
การปรากฎตัวของคนเหล่านี้ทำให้ใบหน้าของพวกเขาทั้งสี่ไม่น่าดูอย่างยิ่ง
"พวกคุณเป็ใคร?"
ร้อยตรีฮิรายามะเอ่ยถามด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
"เฮอะ! จะตายอยู่แล้วยังจะรู้ไปทำไม? ตายซะ!"
นักรบชุดแดงเรือนผมสีดำรูปร่างกำยำที่อยู่ด้านหน้าแค่นเสียงเย็น, วินาทีถัดมาเขาได้พุ่งแทงดาบใส่ร้อยตรีฮิรายามะทันที, หมายที่จะสังหารเขาในดาบเดียว
หมับ!
ก่อนที่ดาบของอีกฝ่ายจะถึงตัว, ร้อยตรีฮิรายามะก็เบี่ยงตัวหลบไปข้างๆและใช้มือข้างหนึ่งที่ปกคลุมด้วยพลังเวทคว้าดาบของอีกฝ่ายเอาไว้, แม้นักรบชุดแดงจะออกแรงดึงจนเส้นเืแขนปูดโปนแค่ไหนก็ไม่สามารถดึงดาบออกจากมือร้อยตรีฮิรายามะได้, นี่ทำให้เขาใมาก, เขาไม่คิดว่าทหารคนนี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้, คงไม่ใช่ว่าพวกเขาเตะแผ่นเหล็กเข้าให้แล้วหรอกนะ, ตัวเขาออกล่ามอนสเตอร์ไปก็ไม่น้อยจนเลเวลสิบสอง, จะมาพ่ายแพ้ให้กับทหารต๊อกต๋อยได้อย่างไร?
"บังอาจนัก! ปล่อยมือสกปรกของแกเดี๋ยวนี้!"
นักรบหัวโล้นชุดสีน้ำตาลได้ยกขวานใหญ่ด้วยมือทั้งสองและพุ่งสับขวานเข้าใส่อย่างดุร้าย
"หัวหน้า!"
มาเอดะกระชับดาบในมือและวิ่งตรงฟาดดาบต้านรับขวานที่สับลงมา
ตึง!
ขวานที่สับลงมารุนแรงมากจนมาเอดะทรุดเข่าลงเล็กน้อย, แต่ในวินาทีถัดมา, มาเอดะแผดเสียงคำรามและทุ่มกำลังทั้งหมดปัดขวานของชายหัวโล้นไปอีกด้านได้สำเร็จ, ด้วยการทำเช่นนี้ทำให้ชายหัวโล้นเสียสมดุลทันทีและมาเอดะใช้จังหวะนี้แทงดาบทะลุอกอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล ดาบนี้แทงทะลุหัวใจ, ทำให้ชายหัวโล้นกระอักเืออกมาและล้มลงนอนแน่นิ่งกับพื้น
"นากาโนะ! หนอยแก, อย่าอยู่เลย!!"
นักธนูที่อยู่ด้านหลังได้ยิงธนูสองดอกใส่มาเอดะทันที, ขณะที่อีกสองคนต่างกระชับดาบในมือวิ่งตรงเข้าใส่
ฉัวะๆ! ปัง!
ในเวลานี้เอง, ลูกธนูทั้งสองถูกคมดาบของซูซูกิไอนะตัดขาด, จากนั้นเธอได้ใช้ย่างก้าวพริบตาไปปรากฎตัวตรงหน้าทั้งสองและฟาดฝ่ามือคู่ใส่ร่างของทั้งสองปลิวกระเด็นออกไปราวกับว่าวที่สายป่านขาด, ร่างของทั้งสองเข้ากระแทกกับกำแพงตึกอย่างแรงหมดสภาพต่อสู้ในทันที
"อะไรน่ะ? อย่าเข้ามานะ, อย่าเข้ามา!"
นักธนูตื่นตระหนกและเมื่อเห็นซูซูกิไอนะหันมองมาที่ตนก็ยิ่งใ, เขาได้ยิงธนูใส่ซูซูกิไอนะไม่ยั้ง
แน่นอนว่าลูกธนูเ่าั้ทำอะไรซูซูกิไอนะไม่ได้, เธอเคลื่อนกายหลบลูกธนูของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย, จากนั้นใช้ย่างก้าวพริบตาไปปรากฎตัวข้างๆอีกฝ่ายที่กำลังยิงธนูในระยะประชิดจากนั้นฟาดดาบตัดแขนข้างหนึ่งของนักธนูคนนั้นดุจสายฟ้าฟาด
"อ๊าาาา, แขนฉัน, แขนฉัน......."
นักธนูกรีดร้องโหยหวนขณะที่ใช้มืออีกข้างจับแขนข้างที่ถูกตัด, ขณะเดียวกันทางด้านมาเอดะและร้อยตรีฮิรายามะก็จัดการอีกด้านเรียบร้อยเช่นกัน, พวกเขาทั้งสามได้เดินตรงไปหานักธนูและนักรบสองคนที่เพิ่งฟื้นคืนสติ
"เอาล่ะ, ตอนนี้ถึงเวลาบอกพวกเราแล้วว่าพวกคุณเป็ใครทำแบบนี้เพื่ออะไร?"
ร้อยตรีฮิรายามะกล่าวกับทั้งสามที่เหลือรอด, ภายใต้แรงกดดันของร้อยตรีฮิรายามะและคนอื่นๆได้ทำให้ทั้งสามหวาดกลัวจนตัวสั่น
"ฮี๊, บอกแล้ว, ฉันยอมบอกแล้ว, อย่าทำอะไรพวกเราไปกว่านี้เลย"
ทั้งสามรีบนั่งคุกเข่ากับพื้นและกล่าวอย่างร้อนรน, บนใบหน้าทั้งสามเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก, ในใจพวกเขาก่นด่าไม่หยุด, เดิมทีพวกเขาคิดว่าซูซูกิไอนะและคนของจิเอไตสองคนจะเป็เป้าหมายง่ายดาย, กลับกลายเป็เตะแผ่นเหล็กเสียนี่, คนเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคาดเอาไว้โดยเฉพาะซูซูกิไอนะ, ไม่ใช่ว่าก่อนออกไปสำรวจเธอเป็เพียงคนที่เพิ่งปลุกพลังหรอกรึ? นี่ผ่านมากี่วัน? ทำไมเธอถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ได้, เผลอๆเธออาจแข็งแกร่งยิ่งกว่าทหารสองคนนั้นก็ได้
...............................
ขณะเดียวกันทางด้านยูกิ, ในเวลานี้เธอได้มาถึงบนฟ้าเหนือแยกชิบูยะ, เธอได้ร่อนลงบนดาดฟ้าตึกสูงกว่ายี่สิบชั้นแห่งหนึ่งและมองลงไปยังแยกชิบูยะ, ด้วยเนตรจิ้งจอกของยูกิทำให้เธอสามารถมองเห็นทุกอย่างบนแยกชิบูยะได้อย่างชัดเจน, ซึ่งในตอนนี้บนแยกชิบูยะมีแท่นเวทีขนาดใหญ่ตั้งอยู่, บนแท่นเวทีมีชายอายุราวห้าสิบถึงหกสิบกว่าในชุดพรางสี่ถึงห้าคนยืนอยู่และอีกด้านหนึ่งเป็กลุ่มยากูซ่าหกถึงเจ็ดคนในชุดแตกต่างกัน, บ้างก็สวมเสื้อยืดกางเกงขายาวเหมือนปกติ, บ้างก็สวมยูกาตะผู้ชายสีน้ำเงินและสวมฮาโอริสีดำทับ, ขณะที่มีสองถึงสามคนสวมชุดสูท, ท่าทางของพวกเขาดูขึงขังมาก, อีกทั้งทุกคนต่างพกอาวุธไว้กับตัว, ตัดสินจากพลังเวทที่แผ่ออกจากร่างคนเหล่านี้เกรงว่าเลเวลของพวกเขาแต่ละคนจะสามสิบขึ้น, หากจะกล่าวว่าคนเหล่านี้เป็กำลังรบหลักก็ไม่ใช่เื่เกินจริงแต่อย่างใด, ทว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นไม่อาจให้อภัยได้จริงๆ
ด้านล่างแท่นเวทีมีผู้คนอยู่สองจุด, จุดแรกบริเวณด้านหน้าเวที, ที่นั่นมีชาวญี่ปุ่นหนึ่งร้อยคนกำลังนั่งคุกเข่าด้วยท่าทางหวาดกลัว, ขณะที่ทหารชาวเคลมโบเดียถือปืนยาวจ่อมาที่พวกเขา, อีกจุดหนึ่งเป็ชาวเคลมโบเดียและคนของอารากาวะกุมิอีกหลายร้อยคน, พวกเขากำลังมองดูใบหน้าสิ้นหวังของคนญี่ปุ่นทั้งหนึ่งร้อยคนพร้อมพ่นถ้อยคำเยาะเย้ยอย่างสนุกสนาน
"ว่าอย่างไร? ทางรัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่ตอบรับข้อเสนอของพวกเราอีกรึ? หรือพวกมันตายหมดแล้ว?"
หนึ่งในสองนายทหารตำแหน่งนายพลของเคลมโบเดียเดินวนไปวนมาและเอ่ยถามนายทหารคนสนิทที่อยู่ข้างๆ
"ไม่มีการตอบรับครับ, น่าแปลก, ชีวิตผู้รอดชีวิตนับหมื่นคนอยู่ในกำมือพวกเราแท้ๆ, หรือพวกมันกำลังวางแผนอะไรอยู่? อย่างเช่นชิงตัวประกัน?"
นายทหารคนสนิทกล่าวตอบพลางหรี่ตาลง
"เหอะ! แค่ร้อยคนแรกยังไม่พอสินะ? ติดต่อไปอีกครั้งและบอกพวกมันว่าหากไม่ยอมประกาศรับรองให้เขตการปกครองชิบูยะ, มินาโตะ, นากาโนะและชินจูกุเป็เขตอธิปไตยของเคลมโบเดีย, พวกเราเคลมโบเดียจะฆ่าผู้รอดชีวิตชาวญี่ปุ่นหนึ่งร้อยคนทุกๆหนึ่งชั่วโมง, ไม่มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น! หากพวกมันยังหวงแหนประชากรของพวกมันก็ต้องทำตามข้อเรียกร้องของพวกเราอย่างไม่มีเงื่อนไข"
นายพลเทพอาร์พีจีได้กล่าวออกมาด้วยท่าทางขึงขัง, ในสถานการณ์ที่วุ่นวายเช่นนี้เป็โอกาสดีที่พวกเขาจะยึดครองดินแดนของญี่ปุ่น
"ครับ, ผมจะติดต่อทางนั้นเดี๋ยวนี้"
นายทหารคนสนิททำท่าวันธยาหัตถ์และกล่าวตอบรับ, จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินออกไปโทรศัพท์ต่อสายกับทางรัฐบาลญี่ปุ่นทันที, ยูกิที่สังเกตการณ์อยู่บนดาดฟ้าตึกต้องขมวดคิ้ว, ด้วยความสามารถในการสังเกตการณ์ของจิ้งจอกเก้าหางทำให้เธอเห็นและได้ยินบทสนทนาทั้งหมด แม้เธอจะไม่ใช่มนุษย์, แต่เธอก็รู้สึกว่าเ้าพวกนี้น่ารังเกียจสิ้นดี, จับคนญี่ปุ่นไว้เป็ตัวประกันและใช้ชีวิตผู้คนมากมายข่มขู่เพื่อเป้าหมายอันเห็นแก่ตัวของพวกเขา, เธอเกลียดมนุษย์ประเภทนี้เป็ที่สุด, นี่ทำให้เธอตัดสินใจที่จะกำจัดคนเหล่านี้แล้วช่วยเหลือตัวประกัน
เมื่อตัดสินใจได้แล้วยูกิก็เคลื่อนไหวทันที, เธอยื่นมือไปทางคนญี่ปุ่นทั้งร้อยคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอย่างสิ้นหวัง, ทันใดนั้นเสาแสงสี่ต้นได้ปรากฎขึ้นและกลายเป็ม่านแสงปกป้องพวกเขา, การปรากฎขึ้นของม่านแสงป้องกันสร้างความใให้กับทุกคน, โดยเฉพาะฝ่ายเคลมโบเดียและอารากาวะกุมิ, พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะมีใครบางคนลงมือในเวลานี้
"นั่นมันอะไรน่ะ? ม่านพลังรึ?"
ผู้นำกลุ่มอารากาวะกุมิในชุดยูกาตะสีน้ำเงินและฮาโอริสีดำ 'อารากาวะ เท็ตสึโอะ' ได้หรี่ตาลงและกล่าวพลางขมวดคิ้ว, เขาเป็หนึ่งในผู้ปลุกพลังที่ทรงพลังที่สุดของที่นี่
แม้จะใแต่ก็ไม่สับสน, เขาได้สั่งการให้คนที่เหลือเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน, ผิดกับทางด้านเคลมโบเดียที่กำลังแตกตื่น
"ใคร? ฝีมือใคร? แสดงตัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
"เฮอะ! ก็แค่ม่านพลังจิ๊บจ๊อย, คิดหรือว่าจะสามารถหยุดยั้งพวกเราเคลมโบเดียได้งั้นเรอะ? พวกเรา, แสดงพลังทำลายม่านพลังนี่แล้วฆ่าเ้าพวกโจรชั่วญี่ปุ่นให้หมด! เกียรติของพวกเราเคลมโบเดียไม่อาจก้าวล่วง!"
"ใช่, แสดงพลังของพวกเราให้เป็ที่ประจักษ์"
เหล่าทหารเคลมโบเดียแผดเสียงคำรามอย่างดุร้าย, จากนั้นคนของเคลมโบเดียนับร้อยก็ผนึกกำลังจู่โจมใส่ม่านพลังแสงไม่ยั้ง, ทั้งผู้ปลุกพลังและทหารเคลมโบเดียได้จู่โจมใส่อย่างดุร้าย, ทำให้บรรดาคนญี่ปุ่นทั้งร้อยคนส่งเสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญ, หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีพวกเขาก็พบว่าม่านพลังแสงได้ต้านรับการโจมตีทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างมั่นคง, นี่ทำให้พวกเขาโห่ร้องออกมาด้วยความยินดี, บางคนถึงขั้นร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ, ตอนนี้พวกเขาเห็นความหวังที่จะรอดชีวิตแล้ว
******************************
โปรดติดตามตอนต่อไป.......