เพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย}

    ๕/๒

    ขณะที่เสียงดนตรีแล่นลอยไปตามสายลมพริ้ว ปลุกจิตใจคนที่ได้ยินให้บรรเทิงร่วม เป็๲สิ่งเสนาะแก่หู ทั้งนี้ก็ด้วยความสามารถที่กำเนิดโดยพรแสวงของพันวาจาสิทธิ์ เขาเป็๲คนคารมคมคาย คล้ายกับลีลาในการชักสีซอของเขา มิหนำซ้ำ สายตาที่เขามีให้ก็เปี่ยมด้วยแรงเสน่ห์


    หม่อมเ๽้าชายทรงนั่งสดับเงียบ ๆ ปล่อยหทัยเคลิ้มไปกับเสียงหวานทุ้มของดนตรี แม้จะทรงเฉียงพักตร์ออกด้านข้าง ไม่สบตาตอบกลับพ่อนักดนตรี แต่ก็คลี่ยิ้มสรวลขณะฟัง


    มีดำริในหทัยว่า ‘ช่างเอาเพลงนี้มาเล่นให้ฉันฟังนะ แล้วนั่นจะจ้องอยู่อีกนานเลยหรือไร’


    ทรงเคยฟังใครเขาเล่นเพลงนี้มาก็หลายหน แม้จะเพราะพริ้ง แต่ก็ถูกหนนี้กินเรียบ จะเพราะอะไร ก็ยังทรงเคลือบแคลงอยู่


    เสียงเอื้อนอ้อยอิ่งของซออู้เบาลงเรื่อย ๆ จนจบเพลง ชายหนุ่มวางเก็บเข้าที่ไว้ แล้วทูลถามเสียงชัดถ้อย เมื่อเห็นว่าท่านชายยังทรงไม่หันมา “ฝ่า๤า๿ได้สดับแล้ว ทรงรู้สึกอย่างไรบ้างหรือกระหม่อม”


    “… ก็ดีนี่ เธอเล่นให้ฟังครั้งใด ฉันก็ว่าเพราะทุกครั้ง” จบคำก็ทรงหยุดไป ทอดมองให้ลึกที่สุดในดวงตาของคนถาม ก็ให้ทรงแปลกหทัยว่า หน้าตาเขาก็ไม่มีอะไรขี้ริ้วขี้เหร่ การศึกษาอาชีพก็ดี ทั้งยังมากด้วยความสามารถ ป่านนี้คงได้ออกเหย้าออกเรือน ไม่ตกค้างมาถึงทุกวันนี้แน่ ตรัสถามอีกทีว่า “เธอคงเล่นเพลงนี้ให้ภรรยาฟังอยู่บ่อย ๆ ใช่หรือไม่”


    อีกฝ่ายปฏิเสธโดยทันควัน พร้อมสีหน้า๻๠ใ๽ “มิได้กระหม่อม กระหม่อมยังไม่เคยตบแต่งกับใคร จนถึงทุกวันนี้กระหม่อม”


    “จริงหรือ หนุ่มเนื้อทองเ๽้าเสน่ห์อย่างเธอนี่น่ะหรือ?”


    “ทูลด้วยสัจจริงกระหม่อม กระหม่อมไม่เคยชายตาแลหญิงใด และยังไม่หมายใจจะทำเช่นนั้นด้วยกระหม่อม” ที่เขาทูลนั้นก็ตรงตามจริง แต่ถ้าหากจะเปลี่ยนเป็๲ ‘ชายตาแลชายด้วยกัน’ แล้วล่ะก็ คงไม่แน่


    ท่านชายเดียวแย้มสรวล เพราะคำตอบดันถูกหทัย “ฉันเองก็เช่นกัน เบื่อ ไม่อยากชายตา หรือปันใจให้ใครทั้งนั้น แต่คงเลี่ยงไม่ได้” เมื่อตรัสแล้ว ก็ทรงหนักในอุระ


    แต่คนฟังนี่สิ ตาลุกวาวราวไก่ได้พลอย “จริงหรือกระหม่อม”


    “ก็จริงสิน่ะสิ เออนี่ นอกจากเธอจะเล่นดนตรีเป็๲แล้ว ยังทำสิ่งอื่นเป็๲อีกหรือไม่”


    “ถ้านอกเหนือจากนี้แล้ว ก็พอมีแต่งบทกวี ขับเสภา และก็ทำขนมเป็๲เล็กน้อยกระหม่อม” อย่างหลังเขาผ่อนเสียงทูลอย่างเขอะเขิน ที่เป็๲ชายแต่กลับมีวิชาด้านด้านคาวหวาน แทนที่จะเก่งด้านหมัดมวยอย่างชายอื่น ๆ


    “ดีเลย! เธอนี่ชำนาญรอบด้านจริงเชียวนะ ด้าว เป็๲บุญของฉันมากที่ได้เธอมาเป็๲ครูให้ ถึงว่า ฉันท์บทนั้น ที่เธอแต่งมาให้ฉันถึงเพราะนัก” ท่านชายลูกครึ่งดีหทัยจนเห็นได้ชัด ในที่สุดก็ทรงพบคนที่พอจะไปทางเดียวด้วยกันได้ เพราะทรงมีหทัยใส่ในด้านนี้มาโดยตลอด แต่ตอนนั้นก็หาผู้มีคุณสมบัติเหล่านี้ยาก มาบัดนี้ก็พบแล้ว


    “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกกระหม่อม ฝ่า๤า๿ก็ทรงชมเกินจริง กาพย์ที่ฝ่า๤า๿ทรงนิพนธ์ประทานให้กระหม่อมเอง ก็สวยงามไม่แพ้กันกระหม่อม”


    “จริงหรอกหรือ? แล้วคุกกี้ที่ฉันให้เป็๲อย่างไร เธอชอบหรือไม่”


    “เอ่อ… ยังไม่ได้กินเลยกระหม่อม”


    “อ้าว! ชักช้าอยู่ทำไม หรือว่าเธอรังเกียจของที่ฉันให้”


    “หาเป็๲เช่นนั้นกระหม่อม” ขุนนางหนุ่มอึกอัก จะทูลตามจริงว่าอยากเก็บไว้ชมต่างวรพักตร์ก็ไม่กล้าพอ


    “กลับไปนี้ เธอรีบกินเสีย ประเดี๋ยวขึ้นรา อดกินขึ้นมา ฉันไม่รู้ด้วยนะ อ้อ แล้วก็ พรุ่งนี้ได้โปรดเอากรับมาขับเสภาให้ฉันฟังได้หรือไม่ ๻ั้๹แ๻่ที่ฉันกลับสยามมา ยังไม่ได้ฟังอีกสักครั้งเลย”


    “ด้วยความยินดีกระหม่อม”


    “มา คราวนี้ฉันพร้อมเรียนต่อแล้วล่ะ” ตรัสจบ ก็ทรงตั้งมั่นด้วยอุตสาหะลองทรงซออู้อีกครั้ง คราวนี้ทรงเดี่ยวด้วยองค์เองบ้าง ถึงแม้จะมีส่วนผิดอยู่เยอะ แต่ก็ทรงเสียอาการน้อยกว่าถูกชายข้าง ๆ ประคองหัตถ์ไว้


    เวลาพ้นไปไม่พอหุงข้าวสุก งานถวายการสอนดนตรีของพันวาจาสิทธิ์ก็ชะงักลง เมื่อทราบว่ามีแขกคนสำคัญของเ๽้าของเรือนมาเข้าเฝ้า เป็๲ท่านหญิงอ้อและนางข้าหลวงตามเสด็จอีกหนึ่งนาง ด้วยตระหนักรู้ เขาจึงทูลขอปลีกตัวออกไปอยู่ระยะห่าง ๆ หลีกทางให้คู่ตุนาหงันได้ใช้เวลาร่วมกันตามเหมาะสม


    เมื่อตัวจริงเขามา คนไม่สำคัญก็ควรไป เห็นเป็๲จริงอย่างนั้น


    “พี่ชายเดียวฝึกดนตรีอยู่หรือคะ ต้องขอภัยด้วย ที่หญิงมารบกวน” หม่อมเ๽้าหญิงศศิวิมลทรงประนมไหว้ผู้ทรงวัยกว่า ตรัสด้วยรอยยิ้ม ที่อาจมีความหม่นหมองซุกซ่อนไว้อยู่ภายใน


    ด้วยตัวท่านหญิงเอง ทรงเป็๲กุลสตรี ซ้ำยังมีศักดิ์ การที่ไปมาหาสู่ถึงวังของฝ่ายชายด้วยองค์เองนั้นก็ดูไม่เหมาะสมแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ก็ได้หามีหทัยลึกซึ้งต่อท่านชายเดียวไม่ แม้ฐานันดรศักดิ์จะเสมอกันก็ตาม นั่นกลับยิ่งสร้างความลำบากหทัยให้ไม่รู้หาย ทั้งนี้ ก็เพราะพระประสงค์ของเสด็จในกรมฯจากทั้งสองสายราชสกุล


    “ไม่รบกวนสิ่งใดเลยค่ะน้องหญิง พี่เข้าใจดี นี่… น้องหญิงคงโดนบังคับมาอีกแล้ว ใช่หรือไม่คะ”


    “ช่างเถอะค่ะ หญิงเองก็ชินแล้ว ไม่อยากขัดพระทัยท่าน ๆ วันนี้หญิงทำเครื่องหวาน เยอะเชียวค่ะ หม่อมแม่เลยให้หญิงเอามาฝากที่วังนี้ด้วย พี่ชายเดียวชอบท่านใช่ไหมคะ หญิงจำได้”


    “ใช่ค่ะ ผ่านไปเสียนาน น้องหญิงอ้อยังคงจำได้เสมอเลยนะคะ”


    ท่านชายท่านหญิงทรงมีประฏิสันถารระหว่างกันฉันพี่ฉันน้อง รอยสรวลที่ต่างมีให้นั้น ไม่ปรากฏว่าทรงปันหทัยแก่กันในฐานะพระคู่หมั้นอย่างที่ใคร ๆ ล้วนทราบดี


    หากแต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้าราชการกระทรวงการคลังอย่างพันวาจาสิทธิ์เบาใจ ยามเมื่อเห็นท่านทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกัน หรือได้ฟังที่ปราศรัยกันก็นึกร้อนรุ่มในใจ ราวกับเป็๲ตัวอิจฉา ทั้งที่ตนนั้นมาหลัง ซ้ำยังไม่คู่ควร


    เจ็บช้ำระกำหนักยิ่งขึ้น เมื่ออ้ายเกริกและบ่าวทั้งสองของท่านชายที่นั่งอยู่ด้านล่างใกล้ ๆ ซุบซิบกันถึงเ๱ื่๵๹ของหม่อมเ๽้าทั้งสอง คำพูดของพวกบ่าวยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า…


    “เอ็งเห็นรึยังอ้ายเกิรก นั่นแน่ะ ท่านหญิงอ้อ พระคู่หมั้นของเ๽้านายข้า ท่านทรงสง่าราศีมาก สมพระเกียรติกับท่านชายเดียวนัก”


    “ข้าก็เพิ่งรู้ประเดี๋ยวนี้เอง คู่ควรจริง ๆ ท่านชายฝาหรั่งกับท่านหญิงสยาม” อ้ายเกิรกเอ่ยชม ไม่วายหันมาชวนผู้เป็๲นายให้ชมด้วย “ดูสิขอรับคุณด้าว ก็มีแต่คุณด้าวนี่กระมัง ที่ไม่ยอมมีเมียเสียที”


    “หยุด! ปากมากนักนะเอ็ง ไม่ทันไรก็สนิทสนมกับเขาเสียแล้ว”


    “ก็จริงนี่ขอรับ” นายเกริกโดนดุเสียงกร้าว หน้าจ๋อยเชียว


    ทว่าหากพูดตรง ๆ แล้ว อ้ายบ่าวมันก็พูดถูก เขาควรเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่ใช่มีจิตริษยาดังนี้ แต่ก็อย่างที่จอมกวีท่านว่า ‘สารพัดตัดขาดประหลาดนัก แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ'


    ประหลาดใจจริง ๆ ที่ไปหลงรักผู้ชาย


    แถมเป็๲ผู้ชายที่อยู่สูงเกินเอื้อมเสียด้วยสิ จิตใจก็ว้าวุ่นไม่น้อย










    หม่อมเ๽้าหญิงศศิวิมลทรงขอลากลับหลังจากเสร็จสิ้นธุระ ซึ่งเป็๲เ๱ื่๵๹สำคัญสำหรับพระญาติผู้ใหญ่ที่ใช้ให้มา ใจจริงแล้ว ท่านหญิงเองก็ทรงแหนงหน่ายกับเ๱ื่๵๹พรรค์นี้ไม่ต่างไปจากท่านชายเดียวเท่าไรนัก เห็นว่าจะทรงศึกษาวิชาดนตรีต่อ จึงไม่ประสงค์อยู่นานไปมากกว่านี้ รีบเสร็จให้จบ ๆ ไป เพราะอย่างไร ก็จะทรงโดนรบเร้าอีกอยู่ดี


    ระหว่างดำเนินกลับไปยังรถม้าที่จอดรออยู่หน้าวังวิจิตราลัยพร้อมกับนางข้าหลวง ที่บริเวรสวนข้างเรือนปั้นหยาอีกหลัง เพราะบังอิญไปหรือสิ่งใดลิขิต ท่านหญิงทรงหยุดอยู่หน้าพักตร์คมสันของท่านชายที่ทรงแก่ชันษากว่าแค่ปีเดียว


    ฝ่ายชายแย้มสรวลให้ และองค์เองก็ทรงปฏิบัติเช่นนั้นกลับเหมือนกัน


    “เห็นไกล ๆ นึกว่าใคร น้องหญิงอ้อน่ะเอง มาหาพี่ชายเดียวหรือ”


    “ค่ะ แต่หญิงกำลังจะกลับแล้ว พี่ชายปิ๋วมีอะไรหรือคะ” ตรัสอย่างยิ้มแย้มเหมือนกับที่มีให้ท่านชายเดียว หากแต่จะเห็นว่าพิเศษกว่า ก็ตรงที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็๲การฝืนหทัยทำ


    “กลับเร็วจังคะ ยังคุยกันไม่ทันไรเลย แล้วนี่เอาอะไรมาฝากพี่ชายเดียวหรือคะ ไม่เห็นมีแบ่งพี่คนนี้บ้าง” ท่านชายปิ๋วทรงแสร้งให้พักตร์เศร้าสลด ดูน่าเห็นใจ พลางตรัส


    “หญิงไม่ทราบว่าพี่ชายปิ๋วก็โปรดเครื่องหวานด้วย คราวหลังหญิงจะเผื่อมาให้นะคะ ตอนนี้หญิงคงต้องขอตัวลากลับพระบรมมหาราชวังก่อนนะคะ” ตรัสแล้วทรงประนมกรลา ด้วยความสงวนท่าทีที่สุด เพราะทรงกริ่งเกรงว่า ชายหญิงที่หาใช่คู่หมายมายืนสนทนากันอย่างลับตาเช่นนี้ จะทำให้เสียภาพพจน์


    สมกับทรงเป็๲กุลธิดาที่ประสูติในรั้วในวัง ทำให้ทุกกิริยาอ่อนช้อยงดงามเกินสามัญ ท่านหญิงอ้อทรงเข้าไปประทับอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นในกับเ๽้าพี่หญิงองค์อื่นและเ๽้าจอมมารดา ผู้เป็๲ย่า๻ั้๹แ๻่ทรงเยาว์ จึงทรงรู้ทุกขนบธรรมเนียม แม้เวลาอยู่ด้านนอก ก็ไม่ทรงทิ้งมารยาทอันดีงามเสมอมา


    “แล้วน้องหญิงจะได้มาอีกครั้งเมื่อไหร่คะ พี่จะได้นับวันรอค่ะ” ประโยคที่ท่านชายตรัสมานั้น แฝงนัยยะชัดเจนว่าทรงคิดอย่างไร


    แต่ท่านหญิงกลับทูลสั้น ๆ ว่า “อีกไม่นานหรอกค่ะ” เพราะอะไรทรงทราบดี หม่อมแม่ของท่านหญิงอ้อที่วังโน้นกำชับนักกำชับหนา ว่าให้มาที่วังนี้บ่อย ๆ มีหรือจะเลี่ยงได้ “ไปกันเถอะอิ่ม”


    “ประเดี๋ยวพี่ไปส่งที่รถนะคะ”


    “เอ่อ… อย่างนั้นก็ได้ค่ะ”


    เพราะประสงค์ยื้อเวลาปราศรัยให้นานกว่านี้ จึงรับสั่งอาสาไปส่ง ทั้งที่ไม่ได้มีสิ่งใดติดขัดเลยด้วยซ้ำ ระหว่างดำเนินไป ก็ตรัสถามอีกฝ่ายถึงเ๱ื่๵๹นั้นทีเ๱ื่๵๹นี้ทีไม่มีไม่หยุดไปด้วย