อันเยว่ยอดฮูหยิน

    บทที่ 61 ส่งจดหมาย

    เมื่อเห็นอีกฝ่ายจากไป เซียวสิงเยี่ยนถึงได้โยนจดหมายลงพื้นด้วยความโกรธแล้วเอ่ยอย่างเดือดดาล “เหตุใดเจ้าไม่ให้ข้าจับตัวนางไว้แล้วสั่งสอนให้เป็นบทเรียนฮึ?”


    “ในเมื่อนางกล้ามาส่งจดหมายที่บ้าน นางจะต้องมีที่คุ้มหัวอย่างแน่นอน หากข้าเดาไม่ผิด นางคงไม่ได้มาคนเดียว หากเราทำอะไรนาง และถูกพวกของนางเห็นเข้า เกรงว่าพวกเขาจะส่งข่าวออกไปเป็นแน่ เมื่อถึงตอนนั้นก็จะเกิดเรื่องกับอันเยว่และน้องสามจริง ๆ แล้ว”


    ถึงแม้หยูยวนจะยังคงยิ้มแย้ม แต่ความดุร้ายในดวงตาของเขานั้นมากกว่าเซียวสิงเยี่ยนเสียอีก


    “พวกเขาจับตัวอันเยว่ไปไม่เป็นไร แต่ในเมื่อกล้าแตะต้องน้องสาม เช่นนั้นจะปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ ไม่ได้”


    เซียวสิงเยี่ยนตะคอก เขาเป็นคนที่ช่วยกู่หยางในคราวนั้น และความรู้สึกของเขาที่มีต่อกู่หยางก็ลึกซึ้งเช่นกัน ไม่ว่าไปไหนเขาก็จะพากู่หยางไปด้วยเสมอ


    นึกไม่ถึงว่าแค่ไม่ได้เฝ้าดูอีกฝ่ายวันเดียว กู่หยางกลับเกิดเรื่องพร้อมกับอันเยว่เสียอย่างนั้น


    “ตกลงว่าอีกฝ่ายมุ่งเป้ามาที่อันเยว่ หรือว่าถูกตาต้องใจน้องสามกันแน่?”


    จู่ ๆ เซียวสิงเยี่ยนก็เอ่ยถามเช่นนั้น หยูยวนไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไรจริง ๆ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็รู้แล้วเรื่องหนึ่ง ก็คืออันเยว่ออกไปพร้อมกับยาพิษที่เขาเป็นคนทำขึ้น เกรงว่าจะมีคนประสบภัยเสียแล้ว


    “ไม่ต้องห่วง มีอันเยว่อยู่ ทั้งยังส่งจดหมายฉบับนี้มาที่นี่ พวกเขาต้องไม่เป็นไรแน่นอน ตอนนี้เราก็อย่าอยู่เฉย ตามพวกนางออกจากฮวาตูเพื่อดูว่าสองคนนี้ไปที่ไหน หากสามารถหาซ่องโจรของพวกนางเจอ เช่นนั้นอะไร ๆ ก็ง่ายขึ้นมากจริงไหม?”


    “ใช่”


    ท้องฟ้าค่อย ๆ สว่าง กลิ่นเหม็นที่อธิบายไม่ถูกทำให้คนอดขมวดคิ้วไม่ได้


    อันเยว่ค่อย ๆ ลืมตา นางไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งนางจะถูกปลุกด้วยกลิ่นเหม็นเช่นนี้


    ในขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นก็พบว่าตัวเองถูกโอบด้วยลำแขนแกร่งคู่หนึ่ง ทำให้นางไม่สามารถขยับตัว เว้นเสียจากออกแรงดิ้น


    เมื่อเงยหน้าก็เห็นใบหน้างามที่ในขณะนี้กำลังเอนศีรษะพิงกำแพง ท่าทางเหนื่อยล้าอย่างมาก


    บุรุษผู้นี้คือสามีคนที่สามของนางไม่ใช่หรือ?


    เหตุใดเขาถึงทำเจ้าชู้ใส่ภรรยาตัวเองขณะนอนหลับตอนกลางคืนได้? 


    ชายผู้นี้ ยามปกติเขาดูเหมือนเป็นคนดี ทว่ากลับฉวยโอกาสเมื่อคนอื่นมีภัย ดูเหมือนว่าผู้ชายล้วนถอดแบบจากแม่พิมพ์เดียวกันหมดจริง ๆ และไม่สามารถเปลี่ยนสันดานเจ้าชู้ประตูดิน


    นี่เขาคงปรารถนาในความงามของนางเป็นแน่ ดังนั้น จึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ชั่วขณะ 


    “หากเจ้าหายดีแล้วก็รีบลุกขึ้น”


    ก่อนที่อันเยว่จะคิดอะไรออก จู่ ๆ กู่หยางก็เอ่ยขึ้น คำพูดของเขาปนความรังเกียจ หัวคิ้วก็ขมวดมุ่น 


    เขายังคงมีท่าทางเช่นนี้ น่าเสียดายที่อันเยว่คิดว่านิสัยของเขาเปลี่ยนไปแล้ว


    “ลุกก็ลุก”


    อันเยว่ไม่ตีฝีปาก แต่ยันกำแพงเพื่อลุกขึ้นแล้วมานั่งลงตรงที่นุ่ม ๆ ด้านข้าง 


    ครั้งนี้นางสังเกตเห็นว่าตัวเองสวมเสื้อของเขาอยู่ เมื่อมองเขาก็พบว่าเสื้อที่เขาสวมนั้นบางจนน่าสงสาร


    “เมื่อคืน…เจ้ากับข้า…คงไม่ได้…”


    อันเยว่พูดไม่ออกจริง ๆ ว่าคนสองคนมีความสัมพันธ์กัน ต่อให้เป็นสามี แต่นั่นก็เป็นลักษณะพิเศษที่ราชวงศ์นี้มอบให้ แม้อันเยว่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาเดือนเศษแล้ว แต่ก็ยังไม่คุ้นเคย


    “ฝันไปเถอะ”


    กู่หยางพูดพร้อมออกแรงลุกขึ้นยืน และพยายามยืดเส้นยืดสายบริเวณไหล่กับขา


    “เช่นนั้นไยเจ้าถึงกอดข้าตอนนอนหลับ?”


    “ข้าก็ไม่ได้อยากสนใจเจ้า แต่เจ้าเอาแต่บอกว่าหนาว ทั้งยังมุดเข้ามาในอ้อมแขนข้า ข้าจะทำอะไรได้?”


    กู่หยางเบะปาก สิ่งที่เขาพูดนั้นมิใช่ความเท็จ แต่ก็ไม่ใช่ความจริงเช่นกัน


    เมื่อนึกถึงอันเยว่ที่นอนขดตัวกลมอยู่ในอ้อมกอดของเขา ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของนางตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำให้กู่หยางไม่รังเกียจนางเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 


    เขาไม่สามารถทนเห็นนางป่วยโดยที่เขาไม่ทำอะไรเลย ฉะนั้น เขาจึงกอดนางนอนทั้งอย่างนั้น


    “แบบนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นเจ้าหมายความว่าข้าดึงดันจะเอาเปรียบเจ้าน่ะสิ?”


    เดิมทีอันเยว่ดูเหมือนจะตระหนัก แต่หลังจากขบคิดสักครู่ถึงได้เข้าใจความหมายในคำพูดของเขา ไอ้สารเลว! 


    “แน่นอน หรือว่า เจ้าคิดว่าข้าปรารถนาในตัวเจ้า? น่าขำ เจ้ากับข้ารู้จักกันมาไม่ใช่วันสองวัน เจ้าน่าจะรู้ดีนะ” 


    เป็นบุรุษที่ไร้ความเมตตาจริง ๆ!


    อันเยว่ส่งเสียงออกทางจมูก จากนั้นถอดเสื้อออกแล้วโยนใส่อ้อมแขนของกู่หยาง ทันทีที่นางถอดเสื้อ นางก็จามสองสามครั้ง 


    “ฝืนทำ”


    “ข้าเต็มใจ!”


    อันเยว่มีน้ำโหแล้วเช่นกัน ฆ่าได้หยามไม่ได้ ในฐานะภรรยา อย่าว่าแต่เรื่องที่นางไม่สามารถแตะต้องสามีของตัวเอง จนถึงตอนนี้เขายังรังเกียจนางด้วยซ้ำ 


    ในตอนนั้นเองมีคนสองสามคนเดินมาที่นอกห้องขังแล้วเปิดประตู หลังจากมองดูอันเยว่และกู่หยาง ก็มีคนโบกมือเพื่อสั่งให้คนเหล่านั้นคุมตัวพวกเขาสองคนออกไป


    “พวกเจ้าจะทำอะไร? เราสองคนเป็นตัวประกันของพวกเจ้านะ หากทำร้ายเรา เมื่อถึงตอนนั้นคนในครอบครัวข้าจะไม่ให้เงินพวกเจ้าแน่นอน!”


    อันเยว่กลัวว่าพวกเขาจะลงมือจึงรีบตะโกนใส่พวกเขา ตราบใดที่ยังปกป้องตัวเองไว้ได้ อย่างอื่นก็ไม่สำคัญ 


    ตอนนี้ขาของนางใช้การไม่สะดวก และยิ่งยากหากต้องการหนี เว้นเสียจากมีคนเข้ามาช่วย


    แต่คนเหล่านั้นก็พาอันเยว่และกู่หยางมายังห้องหนึ่งจนได้ ทันทีที่ประตูห้องเปิด กลิ่นที่อธิบายไม่ถูกก็เตะจมูกเข้าเต็ม ๆ อันเยว่รู้สึกคลื่นไส้สองสามที จริง ๆ เลย หากมิใช่เพราะเมื่อคืนนางไม่ได้กิน เกรงว่ายามนี้คงอาเจียนออกมาแล้ว  


    “เจ้าก็คือคนที่ข้าจับกลับมาจากเมืองฮวาตูหรือ?”


    เมื่อได้ยินเสียงก็รู้สึกคุ้นเล็กน้อย เพียงแต่ถูกกั้นด้วยผ้าม่านโปร่ง ทำให้เห็นคนข้างในไม่ชัด


    “เจ้าเป็นใคร?”


    อันเยว่เองก็ไม่ยอมเช่นกันจึงตะคอกกลับไปทันที


    ผ้าม่านโปร่งถูกเปิดออก ยามนี้อันเยว่ถึงได้เห็นว่าคนที่นั่งอยู่ข้างในคือคนที่จับตัวพวกเขาสองคนมาจากบนถนนใหญ่


    คนผู้นี้ก็คือหัวหน้าของหมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้ และดูเหมือนไม่ใช่คนดี เห็นได้จากรอยสักเต็มแขนของนาง


    “หัวหน้า จะจัดการกับสองคนนี้อย่างไร?”


    “ในเมื่อนางกล้าวางยาพิษข้า ก็ฆ่านางซะ!”


    หัวหน้าชี้นิ้วไปยังอันเยว่ ไอสังหารของคนผู้นี้มีมากกว่าหลิวหลานเป็นเท่าตัว มิสู้ให้หลิวหลานอยู่ที่นี่ บางทีอันเยว่อาจรับมือได้บ้าง


    “หากเจ้าฆ่าข้าตอนนี้ เจ้าก็จะสูญเสียเงินหนึ่งหมื่นตำลึง หากเจ้าคิดว่าเงินไม่สำคัญก็ลงมือได้เลย!”


    อันเยว่หลับตาพร้อมเงยหน้า เผยให้เห็นลำคอขาว


    หากคนเราขี้ขลาด เกรงว่าจะถูกกินจนตายไป อันเยว่ตัดสินใจว่าต้องแข็งแกร่งกว่านี้ ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะยังระวังตัวอยู่บ้าง และบางทีพวกเขาอาจไว้ชีวิตนาง 


    มิเช่นนั้น ก็คงต้องตายอย่างคับแค้นใจและน่าขายหน้าที่สุด 


    “นางพูดอะไร เงินหนึ่งหมื่นตำลึง?”


    “เมื่อวานท่านอาจารย์แจ้งกับคนในครอบครัวของนางว่าให้เตรียมเงินค่าไถ่จำนวนห้าพันตำลึง จากนั้นก็จะเอาเพิ่มอีกห้าพันตำลึง ถึงแม้หัวหน้าจะเกลียดนางเข้ากระดูกดำ แต่ก็ไม่สายเกินไปที่จะลงมือกับนางหลังจากได้เงินมาแล้ว”


    คนผู้นี้ก็ช่างพูด อันเยว่โกรธจนอยากด่าไปถึงมารดาของอีกฝ่ายเลยทีเดียว เห็นได้ชัดว่าคนประเภทนี้ได้ตัดสินโทษประหารชีวิตแก่นางเรียบร้อยแล้ว! 

    คล้ายกับเรื่องอันเยว่ยอดฮูหยิน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371